กรุณารอสักครู่

ปกติผมจะอ่านหนังสือหลากหลายประเภท หลายสาขา แม้ว่าจะมีมากกว่าครึ่งที่จะเน้นไปทางเทคโนโลยี และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสายงานที่ผมทำอยู่ เมื่อประมาณหนึ่งปีเห็นจะได้ หนังสือชื่อ “ต้นไ้ม้ใต้โลก” ของคุณ ทรงกลด บางยี่ขัน ก็ได้มาอยู่ในมือผม เป็นหนังสือที่พูดถึงคนหลายๆคนบนโลกนี้ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับโลกใบนี้ที่อยู่ในสภาพย่ำแย่ให้ดีขึ้น หลายคนใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่ในปัจจุบัน เช่น อินเตอร์เน็ท มาใช้ให้เกิดประโยชน์ หลายคนเน้นไปที่การย้อนกลับไปสู่สามัญ (back to basic) แต่ทั้งหมดทั้งปวง ก็เพื่อนำมาซึ่งสิ่งที่ดีกว่า

ผมไม่พลาดที่จะส่งหนังสือเล่มนี้ต่อให้กับคนใน office เพื่อให้เค้าได้เปิดโลกดูว่าคนนอกประเทศของเราเค้าทำอะไรกันบ้างและให้น้องคนหนึ่งใน office เลือกบทความที่คิดว่าดีออกมา ตามด้วยการขออนุญาติไปทางคุณทรงกลด เพื่อหวังว่าจะได้มาแชร์ให้กับคนที่ blog72 ได้รับความรู้ต่อๆกันไป ทางคุณทรงกลดตอบรับการขออนุญาติกลับมาเป็นข้อความสั้นๆว่า “ยินดีครับ” ซึ่งก็เป็นที่ิน่ายินดีเป็นอย่างยิ่งและขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วย

หนึ่งในบทความดีดีที่เขียนสั้นๆแต่ได้ใจความและความรู้มากมายจากหนังสือ “ต้นไม้ใต้โลก” ของคุณ ทรงกลด บางยี่ขัน ที่ได้เลือกขึ้นมาแชร์กันในวันนี้คือเรื่อง “กรุณารอสักครู่” เป็นอย่างไร ลองไปอ่านกัน

อะไรก็ตามที่ได้มาด้วยการรอคอย มันย่อมมีค่าเสมอ

ถ้าถามถึงระยะเวลาในการเสาะหาไม้มาใช้งาน เรามักจะนึกถึงเวลาที่ใช้ในการตัดและแปรรูปไม้เพียงไม่กี่นาที มากกว่าจะไปนึกถึงวันเดือนปีกว่าที่ต้นไม้จะโตพอให้ตัดได้

ต้นไม้อายุหลายร้อยปีจบชีวิตลงด้วยคมเลื่อยไฟฟ้าภายในเวลาไม่กี่นาที ยังคงเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าแทบทุกวัน

ถ้ามีกฎว่า เราสามารถใช้ไม้ได้เฉพาะที่ปลูกเอง อยากใช้ก็ต้องรู้จักปลูก ดูแล และรอคอยด้วยตนเอง เราน่าจะเห็นค่าของต้นไม้มากกว่านี้เยอะ

คริสโตเฟอร์ แคทเทิล อาจารย์ด้านการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ของมหาวิทยาลัยบักกิ้งแฮมเชียร์ ในเวลส์ กำลังทำโครงการที่คล้ายๆ กับแนวคิดนี้ คือไมว่าเราจะอยากได้เฟอร์นิเจอร์ไม้ใดๆ เขาก็จะปลูกมันขึ้นมาให้ แถมยังไม่ใช่การปลูกแล้วตัดไม้มาแปรรูป เขาปลูกโต๊ะ ปลูกเก้าอี้ขึ้นมาเลย!

ขั้นตอนก็แค่ หว่านเมล็ดพันธุ์ลงไปในดิน เมื่อต้นอ่อนเติบโตขึ้นมามันจะถูกต่อตัดดัดพันให้กลายเป็นรูปทรงของเฟอร์นิเจอร์ที่เราต้องการ วิธีการบังคับต้นไม้ให้มีรูปทรงที่ต้องการเพื่อเอาไปใช้ทำวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ นี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะเขาทำกันมาตั้งแต่ยุคอียิปต์โบราณแล้ว

นักปลูกเฟอร์นิเจอร์คนนี้ยืนยันว่า สิ่งที่เขาทำมันไม่ได้ช่วยพิทักษ์โลก แต่เป็นการแสดงให้เห็นว่าเราสามารถผลิตของสิ่งหนึ่งขึ้นมาได้โดยไม่ทิ้งมลพิษอะไรไว้ให้กับโลกเลย เพราะเฟอร์นิเจอร์ของเขาไม่มีการใช้ตะปู สว่าน กาว หรือเครื่องมือใดๆ ทั้งนั้น สิ่งเดียวที่เฟอร์นิเจอร์พวกนี้ต้องการก็คือ ‘เมล็ด’ และ ‘การรอคอย’ 4 ปี สำหรับเก้าอี้ไม่มีพนัก 6 ปี สำหรับเก้าอี้ใหญ่ ถ้าเป็นโต๊ะกินข้าวก็นานกว่านั้นหน่อย

ลองปลูกเก้าอี้ดูสักตัว แล้วเราจะรู้ค่าของไม้ขึ้นอีกเยอะ

Link: www.grown-furniture.co.uk, http://www.youtube.com/watch?v=Jspjfu0lBos

Redesign เหรียญและธนบัตรของอเมริกา

February 21, 2010 Design Comments

ช่วงนี้หลายสื่อพูดกันมากถึงเรื่องการ redesign เหรียญ และ ธนบัตร ของประเทศสหรัฐอเมริกา ที่อเมริกาเหรียญทีใช้อยู่มีมูลค่าตั้งแต่ 1 cent (100 cent เท่ากับหนึ่งดอลล่าห์), 10 cents, 25 cents (เหรียญนี้ใช้มันมาก ทั้งหยอดตู้น้ำ ตู้โทรศัพท์ มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า ควอเตอร์ส Quarters สี่ quarters เท่ากับ 1 ดอลล่าห์) ส่วนธนบัตรก็มีตั้งแต่ 1 ดอลล่าห์ 5 ดอลล่าห์ 10 ดอลล่าห์ 20 ดอลล่าห์ 50 ดอลล่าห์ และ 100 ดอลล่าห์

เมื่อมีการ redesign ก็ต้องถูกวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นเรื่องธรรมดา เท่าที่ได้อ่านดูมีหลายคนไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลง บางคนบอกว่าเหมือนไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร บางคนก็ว่าไม่สวย ไม่ OK และนี่คือโฉมหน้าของเหรียญ 1 cent ที่ได้รับการ redesign

เว็บไซต์ good.is เขียนเอาไว้ว่า ดูจากด้านหลังแล้วเห็นเหมือนโลโก้ยอดมนุษย์ (“It has a sort of retro comic book feel”) แต่อย่างไรก็ตาม ในความรู้สึกผม ผมคิดว่ามันก็ดูสวยดี ดูเท่ มีมิติ ถึงแม้ว่าดูแล้วจะคิดถึงโลโก้ยอดมนุษย์จริงๆแต่ว่าโดยรวมแล้วก็ยังดูสวยและแตกต่างอย่างบอกไม่ถูก

ในการ redesign เหรียญในครั้งนี้ ได้มีการจัดให้ออกแบบด้านหลังของเหรียญควอเตอร์ส หรือเหรียญ 25 cents ให้มีลักษณะที่แตกต่างกันไปในแต่ละรัฐของสหรัฐอเมริกา ดังตัวอย่างด้านล่างนี้

Quarters

ทีนี้ลองมาดู design ธนบัตรกันดีกว่า

หากเปรียบเทียบธนบัตรมูลค่า 5 เหรียฐดอลล่าห์ design เก่า กับ design ใหม่ทางด้านล่างนี้

สิ่งที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดก็คือภาพประธานาธิปดี ลินคอนด์ ที่โดดเด่นเป็นสง่า หลุดออกมาจากกรอบรูปไข่ที่แสนจะอึดอัดของ design เดิม ด้วยภาพ die cut ที่ทำขึ้นมาให้ stand out ขนาดนี้ ทำให้เพิ่มความอลังการ น่าเกรงขามให้กับลินคอนด์ได้เป็นอย่างดี การลดความโค้งของลายเส้น เช่นขอบสีรอบๆ ธนบัตรที่ของเดิมเป็นเส้นโค้งมากมาย สำหรับใน design ใหม่นี้ ถูกปรับเป็นเส้นตรงนิ่งๆ แต่ช่วยสร้างความเป็น modern ทันสมัยได้เป็นอย่างดี

ผมเห็นการ redesign นี้ครั้งแรกจากเว็บไซต์ Fastcompany.com ต้องบอกว่า เหตุผลที่หยุดอ่านนั้นก็เห็นเพราะรูปลินคอนด์ที่หลุดออกมานี้แหละ การปรับ design ที่ไม่มาก แต่ทำให้คนดูได้รับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่ต้องการจะทำให้ดูทันสมัย ดู modern แต่ว่ายังคงสามารถรักษาความน่าเชื่อถือ ความยิ่งใหญ่อลังการ และที่สำคัญความเคยชินของผู้ใช้ธนบัตรใบนี้อีกหลายล้านคนได้อย่างลงตัวมากๆ

Haiti Infographic

February 20, 2010 ทั่วๆไป Comments

วันนี้เอา infographic สวยๆมาฝากกัน เว็บไซต์ good.is (www.good.is) ได้แจ้งให้ designer มาแข่งกันออกแบบ infographic เพื่อใช้ในการประชาสัมพันธ์เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นที่ Haiti โดยผู้ชนะได้ถูกประกาศชื่อแล้วเมื่อวันที่ 16 กุมภาฯ ที่ผ่านมา อยากเห็นภาพชัดๆ และดูงานของอีกสองคนที่เข้ารอบได้ที่นี่ (http://www.good.is/post/haiti-earthquake-infographic-contest-winner-announced/)

Free social network icon

February 20, 2010 ทั่วๆไป Comments

เมื่อ Nick La แห่ง N.Design Studio ได้ปล่อย icon สำหรับ Social Network มาให้ได้ใชักันฟรีๆ โดยใน Set นี้มีทั้งหมด 48 icons มีตั้งแต่ icon ของกลุ่ม social network ไปถึง RSS และ e-mail สำหรับขนาดนั้นมี 16 pixels และ 32 pixels ใน format EPS, PNG, และ GIF โดยสามารถ download ได้จากเว็บไซต์ IconDock (ข้อมูลแปลมาจากเว็บไซต์นี้ http://www.ndesign-studio.com/blog/released-a-free-vector-social-media-icon-set)

Japan design #2

ไปเที่ยวปีใหม่ยังไม่จบกันง่ายๆเรื่องของ design ที่เอามาฝากกัน จริงๆแล้วต้องบอกว่านอกจาก design แล้วยังมีเรื่องน่าสนใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมของเค้าอีกด้วย ที่น่าสนใจคือหลายๆสิ่งที่ได้สังเกตเห็น ก็บังเอิญได้อ่านเจอในหนังสือ computer arts thailand เมื่อเค้าพูดถึงการไปเยือนญี่ปุ่นในาน Siggraph 2009 ที่ผ่านมา แสดงว่าสิ่งต่างๆเหล่านี้มันเด่นจริงๆ


จะไม่เอ่ยถึงคงไม่ได้ ตั้งแต่ยังได้ออกจากประเทศ ผมสังเกตเห็นป้ายห้องน้ำที่ใหญ่มากๆในสุวรรณภูมิ .. จากภาพจะเห็นว่าป้ายรูปคนผู้ชายนี้ น่าจะใหญ่ประมาณครึ่งตัวคนเลยทีเดียว เห็นแล้วอดสงสัยไม่ได้ว่า ทำไมต้องใหญ่ขนาดนั้น


ภาพนี้เป็นภาพการโฆษณา album เพลงใหม่ของศิลปินผู้โด่งดังมากในญี่ปุ่นอย่าง Ayumi Hamasaki นี่คือการโฆษณาทางรถยนต์โดยทำป้ายติดไว้ที่ตัวรถที่มีลักษณะคล้ายรถ container แล้วก็เปิดไฟสว่างไสว นอกจากนี้ยังมีเพลงตัวอย่างจาก album นี้มาให้ได้ฟังกันด้วย จริงๆหากจะมองดูแล้วก็จะเห็นว่า มันก็ไม่ได้ต่างอะไรกับรถกระบะหาเสียงในเมืองไทยเราเลย ใช่ครับ แต่สิ่งที่แตกต่างคือความเป็นญีุ่ปุ่นของเค้า นั่นคือความเนียน ความสวยงาม เรียบร้อย สะอาดตา


คนที่นั่นติดเกม ติดมือถือกันมากครับ ขึ้นรถไฟฟ้ามา ก็จะพบกับคนเล่นมือถือ คนที่เพิ่งเข้ามาในรถไฟพอหาที่นั่งหรือที่ยืนเหมาะได้แล้ว ก็จะควักเอามือถือออกมาเล่นเกมกันอย่างสนุกสนาน มือถือที่เค้าใช้ส่วนใหญ่เป็นระบบของเค้า หายากมากที่ใครจะใช้ iphone หรือมือถือยี่ห้ออื่น ดังนั้นจึงทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่า เล่นเกมอะไรกัน มองเข้าไปก็เห็นแต่ตัวอักษรเต็มไปหมด ไม่เห็นจะสนุกอะไร พอกลับไปถามเพื่อนที่อยู่ที่นั่น เพื่อนบอกว่า “อ๊อ เค้า chat กัน..ว่างไม่มีอะไรทำก็ chat กันตลอด


อีกภาพหนึ่งถ่ายมาให้ดูว่า คนมีอายุที่นี่ ก็ยังใช้ iPod ฟังเพลง แล้วก็เป็นเรื่องธรรมดาไม่แปลกอะไร ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะการเดินทางที่ติดอยู่กับรถไฟใต้ดินแบบนี้ ทำให้การมี iPod ไว้แก้เบื่อ เป็นเรื่องที่จำเป็นต้องเรียนรู้ ผิดจากบ้านเราที่หากเป็นคนมีอายุแล้วก็คงจะต้องนั่งรถเป็นส่วนใหญ่ ถ้าต้องนั่ง taxi ก็สามารถฟังเพลงจาก taxi ได้หรือไม่ก็ให้คนขับ taxi เป็นเพื่อนคุย ความจำเป็นของ iPod กับคนกลุ่มนี้จึงคิดว่าำไม่จำเป็น


ถัดมาเป็นขวดน้ำแร่ยี่หัอดัง Evian อยู่ที่นั่นราคาพอๆกันกับน้ำเปล่าปกติ อาจจะแพงกว่าบ้างแต่ว่าไม่มาก แต่ที่ถ่ายรูปมานี้จะบอกว่า น้ำแร่ Evian version นั้นเป็น version Paul Smith เจ๋งจริงๆ ออกแบบดังยาวไปถึงขวดน้ำแร่


เคยไปซื้ออาหารแล้วต้องรอมั้ย? หลายที่เช่น Mc Donald’s ก็ต้องรอ หากรอนานมาก พนง.จะบอกว่าให้เรามารอที่โต๊ะแล้วเค้าจะเดินมาเสิร์ฟให้ สำหรับการสั่งอาหารที่นี่ หลายอย่างก็ต้องรอเช่นกัน เมื่อจ่ายเงินเสร็จ เค้าจะยื่นเจ้าอุปกรณ์หน้าตาสี่เหลี่ยมมีเสาแบบนี้มาให้เรา แล้วก็บอกว่าให้เรารอเรียก สิ่งที่มันเจ๋งมากมากก็คือ เมื่อถึงคิวเราได้อาหารแล้ว เจ้าเครื่องนี้จะถูกส่งสัญญาณมาจากทางเคาน์เตอร์ แล้วมาส่งเสียงดัีงให้เราได้ยินดัง ปี๊บ ปี๊บ จากนั้นเราก็รู้ว่า ถึงคิวเราได้อาหารแล้ว วิีธีการใช้เครื่องนี้ ดีกว่าการแจกบัตรคิวตัวเลขเป็นไหนๆ เพราะว่าเราไม่ต้องรอฟังพนง.ที่เคาน์เตอร์ตะโกนเลขเรา (ซึ่งหลายครั้งเราเองก็จำไม่ได้ว่า นี่เราถือเลขอะไรอยู่) ส่วนเราเองก็สามารถนั่งชิวได้สบายๆ คุยกับเพื่อนที่มาด้วยได้อย่างไม่ต้องแคร์ว่าจะพลาดอาหาร เพียงแค่รอฟังเสียงเท่านั้น ง่ายๆเล็กๆแบบนี้ แต่ว่าดีขึ้นกว่าเดิมมาก


ต่อมาเป็นเรื่องราวของหลอด.. หลอดที่ติดมากับนมกล่องที่ในบ้านเราจะมีลักษณะเป็นหลอด งอ ได้ จากนั้นพอเราเอาออกมาก็แค่ดัดให้มันตรง ก็ใช้งานได้แล้ว แต่ที่ญี่ปุ่นไม่ใช่ หลอดของญี่ปุ่นมีลักษณะการทำงานเหมือนเสาอากาศรถยนต์ หรือวิทยุสมัยเก่า นั่นคือเมื่อเราแกะหลอดออกมาจากกล่องแล้ว ตัวหลอดจะสามารถดึงขึ้นมาได้ เพื่อเพิ่มความยาวให้กับตัวมันเอง ใช้ง่ายแล้วก็ประหยัดเนื้อที่ก่วาของเก่าเราด้วย


คนญี่ปุ่นจะมีวิธีการขึ้นบันไดเลื่อน ผมไปแรกๆก็ งง เพราะว่าทุกคนจะยืนในลักษณะนี้ นั่นคือยืนชิดทางด้านซ้ายหมดแล้วปล่อยทางขวาโล่ง เหตุผลคงเดาได้ไม่ยาก เลนขวาเค้ามีไว้สำหรับให้คนที่ต้องการความเร็ว ได้เดินขึ้นบันไดเลื่อนไปเลยผ่านเลนนี้ ผมว่าดีนะ ความมีระเบียบและการช่วยเหลือกัน ไม่เห็นแก่ตัว ทำให้คนไม่แน่นมาก ใครอยากเร็ว ก็เร็วได้ ใครอยากชิวก็ยืนต่อคิวไป





ปลั๊กไฟพ่วงของที่ญี่ปุ่นนั้นมีการออกแบบ design ได้สวยมาก สะท้อนความเป็นญี่ปุ่นได้ดีในแง่ของความเรียบง่าย สีสันที่ไม่แรงเกินไป ความสวยงามที่มาพร้องเทคโนโลยี ตัวปลั๊กไฟที่เห็นนี้ ออกแบบมานอกจากจะสวยแล้วยังเบาและบางอีกด้วย แบบที่มีแค่ 2 เต้ารับ ก็ทำออกมาได้น่ารักน่าพกดีจริงๆ มีแบบที่ตัวปลั๊กมีพลาสติกช่วยในการดึงปลั้กออกได้ง่ายๆ แบบที่เราได้ให้ดูไปแล้วใน Japan design ก่อนหน้านี้ด้วย แต่ที่ดีที่สุดที่ชอบเป็นพิเศษก็คือสายไฟของปลั้กพวกนี้ ทำออกมาได้บางและเล็กดีจริงๆ อย่างของเราที่ใช้อยู่ ถ้าเป็นแบบคุณภาพดีดี สายไฟตรงนี้จะเส้นหนาๆแข็งๆ หากจะเอาบางก็จะออกมาเป็นแนวดูไม่ค่อยมีคุณภาพ แบบว่าเสียวจะโดนไฟดูดเมื่อไร่ไม่รู้


สุดท้ายเป็นผ้าปิดปาก ผ้าปิดปากยี่ห้อนี้สวยจนสะดุดตาผมตั้งแต่ตอนอยู่เมืองไทย พอดีได้ดูข่าวสัมภาษณ์คนญี่ปุ่นแล้วเห็นว่าคนญี่ปุ่นใช้ผ้าปิดปากยี่ห้อนี้ แล้วมันดูดีมาก ดูเหมือนเป็นหุ่นยนต์หรือพวกยอดมนุษย์ยังงัยยังงั้น ไปคราวนี้ผมเลยไม่พลาดที่จะตามหาว่า ผ้าปิดปากยี่ห้อนี้มันชื่ออะไร ราคาเท่าไร่ แล้วใช้ยังงัย ไปถึงที่นั่น หาผ้าปิดปากได้ไม่ยาก เนื่องจากว่าคนญี่ปุ่นที่นั่น หากใครเป็นหวัด หรือเป็นโรคที่สามารถแพร่เชื้อสู่สาธารณะได้ เค้าจะใช้ผ้าปิดปากปิดจมูกกันทุกคน ทั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อสังคม อย่างไรก็ตาม ผมก็ได้ไปตามเจอผ้าปิดจมูกมี design ตัวนี้ ซึ่งราคาก็แพงกว่าผ้าปิดจมูกยี่ห้ออื่น มีทั้งหมดสามรุ่น สามขนาด เหมาะสำหรับผู้ชายและผู้หญิง เอาเป็นว่าหากใครได้ไปญี่ปุ่นก็ลองไปดูนะครับ เมื่อเวลาได้เห็นคนใส่จริงแล้ว จะพบว่ามันดูเืท่มาก เห็นแล้วอยากใส่ ดูเป็นแฟชั่น ไม่เหมือนว่าเราเป็นคนป่วยเลย

Search This Site:



rgb72 on Facebook

คำศัพท์ Internet วันละคำ

Android (คำที่เกี่ยวข้อง: App)
– ระบบปฎิบัติการบนมือถือและอุปกรณ์พกพาประเภท Tablet ที่พัฒนาโดย Google ซึ่งเป็นระบบปฎิบัติการประเภท Open Source ซึ่งนอกจากจะเปิดให้นักพัฒนาสามารถแปลงระบบของตัวเองได้โดยอิสระแล้ว ยังเป็นระบบที่มีความเสถียร ใช้งานง่าย และที่สำคัญคือ ฟรี ทำให้เป็นบริษัทมือถือหลายค่ายอย่าง Samsung, LG, และ HTC หันมาเลือกใช้ Android แทน Windows Mobile

72's Friends

Useful Links

rgb72


being72 คือหนังสือที่รวบรวมเรื่องราวความเป็น rgb72 บริษัทออกแบบเว็บไซต์ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน โดยจัดทำเนื่องในโอกาสครบรอบ 10ปี

+ บทความจากผู้เขียน
+ ตอนที่1: Pre-rgb72 / ทำงานกับ Martha Stewart
+ ตอนที่2: Pre-rgb72 / Arcadian
+ ตอนที่3: Pre-rgb72 / ewit
+ ตอนที่4: เริ่มต้นอย่างเงียบๆ
+ ตอนที่5: Generation 1 (ยุคที่1:บุกเบิก) / เริ่มต้นที่ศูนย์
+ ตอนที่6: โทร โทร โทร...
+ ตอนที่7: นามบัตร
+ ตอนที่8: หนังสือพิมพ์และโทรทัศน์
+ ตอนที่9: MATCHING STUDIO
+ ตอนที่10: มีเงินที่ไหน ให้ไปที่นั่น
+ ตอนที่11: พนักงานคนแรก
+ ตอนที่12: ภาพแทรก ออฟฟิสที่สองของ rgb72
+ ตอนที่13: เพื่อนจาก ewit
+ ตอนที่14: GettyImages ฟ้องจริง ถึงจริง
+ ตอนที่15: เว็บไซต์ที่ทำแบบมากที่สุด
+ ตอนที่16: ความฝันที่ 1 พบชื่อลูกค้าทุกๆ ห้านาทีที่ขับรถ
+ ตอนที่17: สมุย.. สร้างเสร็จได้ในวันเดียว
+ ตอนที่18: ขึ้นศาล.. มันไม่สนุก
+ ตอนที่19: นักธุรกิจต่างชาติ
+ ตอนที่20: ความฝันที่ 2 เที่ยวต่างประเทศ
+ ตอนที่21: Super AE
+ ตอนที่22: สินบน
+ ตอนที่23: ผู้หญิงที่ผมไม่รับ
+ ตอนที่24: งานที่คุณไม่ได้ดู
+ ตอนที่25: นักออกแบบ
+ ตอนที่26: คู่แข่งที่รัก
+ ตอนที่27: เซียนหลังกระดานหุ้น ตอนที่ 1/2
+ ตอนที่27: เซียนหลังกระดานหุ้น ตอนที่ 2/2
+ ตอนแทรก: หาาา?... อะไรนะ!!??
+ ตอนที่28: ยิ่งให้... ยิ่งได้
+ ตอนที่ 29: Wall of Frames
+ ตอนที่ 30: ผี 72
+ ตอนที่ 31: เพื่อนจากตะวันออกกลาง
+ ตอนที่ 32: Photography
+ ตอนที่ 33: Too Far from the Dream





Recent Comments

Powered by Disqus