Home » Online Marketing »ทั่วๆไป » Currently Reading:

Online Trend ปี 2011

January 21, 2011 Online Marketing, ทั่วๆไป Comments

เมื่อปลายปีที่ผ่านมา rgb72 ได้มีโอกาสไปวิเคราะห์เทรนด์ปีหน้าให้กับบริษัทต่างๆ ระยะเวลาในการนำเสนอทั้งสิ้น 2 ชม. โดยเนื้อหานั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมา และสิ่งที่ “คาดว่า” กำลังจะมาในปีนี้ ซึ่งข้อมูลที่ได้มานั้น นอกจากการ research จากเว็บไซต์ที่มาวิเคราะห์เทรนด์ต่างๆแล้ว ยังได้ข้อมูลดีดีจากคุณ ตั้น Brand Baker และแน่นอน จากประสบการณ์ของเราเอง

และในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา เราได้ทำการส่งต่อ presentation ตัวนี้ให้กับกลุ่มลูกค้าที่เราไม่ได้ไปพบปะในรูปแบบของไฟล์ PDF และได้รับกระแสตอบรับว่าต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม ดังนั้น blog72 วันนี้จึงขอนำเสนอและอธิบาย slide พร้อมทั้งเพิ่มความคิดเห็นต่างๆ ดังนี้

เริ่มต้นด้วยการ recap ย้อนหลังกลับไปว่าเมื่อปี 2010 ที่ผ่านมามีอะไรที่น่าตื่นเต้น มีอะไรที่เป็นของใหม่ๆ บ้าง ในมุมของอุปกรณ์ดิจิตอลต่างๆก็คงหนีไม่พ้น iPad ซึ่งในปีนี้ได้ติดอยู่ใน top innovation ของหลายๆสำนักในต่างประเทศ ตามติดมาด้วย iPhone 4 ที่เปลี่ยนรูปลักษณ์ พร้อมนำเสนอ “Retina Display” จอแบบใหม่ที่ให้ความละเอียดเพิ่มขึ้นจากเดิม 72 pixels ต่อหนึ่งตารางนิ้ว เป็น 326 pixels ต่อหนึ่งตารางนิ้ว เป็นความละเอียดที่ Steve Jobs บอกว่า ละเอียดเกินกว่าที่ตาคนเราจะสามารถมองเห็นได้ สิ่งที่ตามมาตัวที่สามก็คือ Android ระบบปฎิบัติการจาก Google ที่กำลังคืบคลานเข้ามาเบียดพื้นที่อุปกรณ์มือถือยี่ห้ออื่นๆ รวมถึง iPhone

มาดูทางด้าน Social Network กันบ้าง ปีที่ผ่านมาเก็บสถิติเมื่อประมาณเดือนพฤศจิกายนพบว่ามีผู้ใช้ facebook อยู่ประมาณ 7ล้านคน โดย 34% เป็นคนที่เล่น facebook ก่อนสิ่งอื่นใดในชีวิตประจำวัน และผู้ที่เล่น facebook จะใช้เวลาอยู่ใน facebook ประมาณ 32 นาที ต่อครั้ง!! ซึ่งนั่นหมายถึงวันหนึ่งอาจจะมีมากกว่าหนึ่งครั้งต่อวัน

ทีนี้เรามาดูสิ่งที่ “ยังไม่มา” ในปี 2010 สองสิ่งที่ผมนึกขึ้นได้ก็คือ Social Bookmarking เช่น digg ที่โด่งดังในต่างประเทศแต่ไม่เกิดในเมืองไทย มีหลายคนได้คุยกับผมว่า Social Bookmarking เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่น่าจะเกิดภายในเวลาไม่นาน แต่จะเป็นอย่างไรนั้น คงต้องมารอดูกัน ส่วนอีกสิ่งหนึ่งที่ “มาแล้ว” แต่ยังไม่เกิดนั่นคือ Windows Phone 7 แม้จะดูจาก interface design ซึ่งทำได้น่าสนใจมากๆแล้ว แต่การปล่อย Windows Phone 7 ออกมานั้นถือว่า ช้าไปมาก ทำให้การที่จะกลับมาสู่สังเวียนที่โดดเด่นโด่งดังเหมือนแต่ก่อน เป็นเรื่องที่ยาก และนั่นหมายถึงการที่ต้องต่อสู้กับคู่แข่งที่แข็งแรงมากๆไปแล้วอย่าง iPhone และ Android

ทีนี้ลองมาดูกันว่า ปี 2011 นี้ เราคาดหวังว่าจะได้เห็นอะไร

สิ่งแรกที่เราจะได้เห็น และเกิดขึ้นแล้วนั่นคือ คนไทยจะได้ใช้อินเตอร์เน็ทที่แรงขึ้น นั่นหมายถึงความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็วขึ้น และสิ่งที่น่าสนุกที่สุดก็คือการที่จะได้นำเอาวิดีโอมาใช้ได้อย่างเต็มที่มากขึ้น

บางคนอาจจะไม่ค่อยได้ดูวิดีโอบนเว็บ อาจจะเป็นเพราะไม่ชินที่จะดูจากคอมพิวเตอร์ แต่เชื่อเถอะครับว่า วิดีโอนั้นเป็นสื่อที่นักท่องเว็บหลายคนได้ทำความรู้จักกับมันเป็นอย่างดีแล้ว เห็นได้ชัดจากการที่หลายคนได้เข้าไปดูหนังซีรี่ส์ หรือละครหลังข่าวย้อนหลังกันเป็นวันๆ ได้จากเว็บต่างๆ

แต่หากเราจะพูดถึงเว็บในปี 2011 นั่นอาจจะไม่ได้หมายถึง YouTube เพียงอย่างเดียว แต่เรากำลังพูดถึงวิดีโอที่เป็นมากกว่านั้น เช่น Interactive Video หรือวิดีโอที่ผู้เล่นสามารถมีปฎิสัมพันธ์ได้ เช่น อาจจะสามารถมีทางเลือกในหนังเป็นของตัวเองได้ อาจจะเลือกตอนจบในฉบับที่ตนเองชอบได้ แต่เว็บไซต์ http://www.attraction-lemanga.fr ทำไปมากกว่านั้น ขณะที่ภาพการ์ตูนเล่นอยู่นั่น ผู้ชมสามารถเลื่อนศีรษะของตนเองซ้ายขวาไปมา เพื่อเลื่อนกล้อง ดูการ์ตูนตัวอื่นๆ ที่อยู่ในทิศทางนั้นๆ หรืออย่างเว็บของ Doritos UK (http://www.youtube.com/doritosuk) ที่ทำวิดีโอในแบบ 360 องศา นั่นคือระหว่างที่ภาพยนตร์กำลังดำเนินเรื่อง เราสามารถเลื่อนกล้องไปทางซ้ายขวาเพื่อดูสิ่งต่างๆรอบตัวได้ตามใจชอบ

แม้ว่าเราอาจจะยังไม่ไฮเทคขนาดนั้น แต่การนำวิดีโอเข้ามาใช้เพื่อช่วยในการสื่อสารคือสิ่งที่น่าจะเป็นผลดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนเล่นเน็ทอย่างเราๆที่ไม่นิยมการอ่านหนังสือที่มีตัวอักษรมากมาย เว็บไซต์ Starbucks.com เป็นหนึ่งในตัวอย่างของเว็บต่างประเทศที่เริ่มขยับเข้าสู่การนำเสนอด้วยวิดีโออย่างเต็มตัว นั่นคือ แทบทุกหน้าของ Starbucks.com จะมีใช้วิดีโอเพื่ออธิบายเรื่องราวต่างๆ

สิ่งที่เป็นเรื่องฮือฮาที่สุดในปี 2010 ที่ผ่านมานั่นคือ iPad และ Apple คงไม่พลาดที่จะสร้างกระแสต่อไปในปีนี้ iPad2 คือสิ่งที่หลายคนคาดหวัง มีการพูดถึงกันว่า iPad2 น่าจะออกมาได้ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ บ้างก็บอกว่า อาจจะซื้อได้จริงเดือนเมษายน จะเท็จจริงอย่างไรนั้น คงต้องรอดูกันไป ถึงกระนั้นก็ตาม ข่าวรั่วก็ยังออกมาอยู่เรื่อยๆ และที่เห็นจะชัดเจนมากๆคือ คุณสมบัติใหม่ๆที่โดดเด่นและคาดว่าจะมากับ iPad2 นั่นคือ “กล้อง” ที่ต่อไปนี้จะสามารถให้เราเล่นอะไรได้อีกเยอะมาาากกก สิ่งที่สองคือ จอที่มีความละเอียดสูงขึ้น หลายสำนักข่าวแจ้งว่าน่าจะไม่ละเอียดขนาด Retina Display ของ iPhone4 แต่ก็น่าจะใกล้เคียง สุดท้ายคือระบบสัมผัสที่ดีกว่าเดิม เอาล่ะ ไม่ว่าคุณสมบัติใหม่จะเป็นอย่างไร แต่ที่แน่ๆ iPad2 คงจะทำรายได้ถล่มถลายไม่แพ้รุ่นที่ 1 อย่างแน่นอน (จากตัวเลขล่าสุดแจ้งว่า ด้วยปรากฎการณ์ของ iPad ทำให้ปัจจุบันมี Tablet แล้วถึง 17ล้านเครื่องทั่วโลก)

iPhone 5 และ Android คืออีกสิ่งที่ควรจับตามอง สำหรับสองตัวนี้สิ่งที่ดีเหมือนกันคือการเปิดให้นักพัฒนาสามารถสร้าง APP ได้ (ซึ่งต่างกับ OS อื่นๆ) ที่มากไปกว่านั้น นักวิเคราะห์หลายท่านกำลังมองว่า อีกไม่นาน Android น่าจะมีจำนวนคนใช้งานมากกว่า iPhone และเบียด iPhone ตกขอบไปได้มายากนัก เพราะอุปกรณ์มือถือในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็น LG หรือ Samsung ต่างหันมาใช้ระบบปฎิบัติการนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่คำถามยังอยู่ที่ว่า การที่มีคนใช้งานมาก จะแปลว่าสัดส่วนการซื้อ APP นั้นจะสามารถช่วงชิงจาก iPhone ได้ด้วยรึเปล่า อันนี้ยังเป็นคำถามที่น่าสนใจอยู่

จากสอง slide ด้านบนที่พูดถึง iPhone, iPad และ Android เรากำลังจะบอกว่า ในปีนี้ ผู้คนจะหันมาใช้อุปกรณ์พกพา (Mobile Device) กันมากขึ้น

และจากการที่ผู้คนกำลังจะใช้ Mobile Device กันมากขึ้น สิ่งที่ตามมานั่นคือ ปัญหาเรื่อง “Multiple Screen” ก็เนื่องจากผู้ผลิตแต่ละเจ้า ต่างทำทั้ง tablet ทั้งมือถือออกมากันโดยไม่มีมาตรฐานที่ตายตัวร่วมกัน ปัญหาที่ตามมาก็คือขนาดของจอที่ไม่เท่ากัน ในมุมนี้อาจจะมองว่าไม่ได้เป็นปัญหาของการตลาด แต่แน่นอนมันเป็นปัญหาของทีมผู้ผลิตที่ต้องทำงานออกมาให้ “ทุกจอ ทุกเครื่อง สามารถเห็นข้อมูลได้ครบถ้วน และใกล้เคียงกันให้ได้มากที่สุด” ซึ่ง Adobe เองก็เข้าใจถึงปัญหานี้อย่างถ่องแท้ตั้งแต่งาน Adobe MAX ที่ผ่านมา ที่ได้พูดถึงประเด็นนี้อย่างจริงจังและเพิ่มความสามารถหลักให้กับโปรแกรมอย่าง Dreamweaver ในการทดสอบงานที่ทำ ได้ที่หน้าจอหลายๆขนาด

นอกจากเรื่องเทคโนโลยีแล้ว เรื่องวิถีชีวิต และอุปนิสัยที่ “เปลี่ยนไป” ของผู้ใช้อินเตอร์เน็ท เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่น่าจับตามอง

การมีส่วนร่วม… การสร้างเกมหรือกิจกรรมให้ผู้เล่นได้มีส่วนร่วมมากๆ จะมีผลทำให้กิจกรรมเป็นที่น่าสนใจ นอกจากรางวัลที่แจกกันทั่ว facebook นิตยสารระดับโลกอย่าง Time Magazine ได้จัดกิจกรรมให้ผู้โชคดีที่มาสมัครเป็น Fan กับ Time Magazine ในช่วงเวลาที่กำหนด จะมีโอกาสได้ ขึ้นปกนิตยสารระดับโลก!! และแน่นอน กิจกรรมนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี แม้ว่ารูปของคนที่ได้ขึ้นปกจะเล็กกว่าหนึ่งตารางเซนติเมตรก็ตาม

อยู่ที่ชอบที่ชอบ… ผู้ใช้อินเตอร์เน็ทเริ่มที่จะไม่สนใจ Banner โฆษณาที่ติดอยู่ตามเว็บไซต์ต่างๆอีกต่อไป เพราะการกดแต่ละครั้ง ทำให้เค้านั้นถูกเตะออกจากเว็บไซต์ที่เค้ากำลังสนุกอยู่ การผูกโฆษณาเข้ากับเว็บไซต์ที่เค้าชอบนั้นเป็นทางเลือกใหม่ในต่างประเทศ เช่น IBM ได้เข้าไปเขียนบทความอยู่ในเว็บไซต์ของนิตยสารชื่อดังอย่าง WIRED Magazine ในเรื่อง Thoughs on a Smarter Planet

เป็นคนดี… สังเกตว่า มนุษย์เราช่วงหลังๆเริ่มที่จะเป็นคนดีกันมากขึ้น รักโลกกันมากขึ้น อาจจะเป็นเพราะเห็นว่าโลกเรากำลังจะพังอยู่แล้วก็เป็นได้ หรืออาจจะเป็นเพราะการศึกษาที่ดีขึ้น ทำให้การรณรงค์เพื่อทำ “สิ่งที่ดีกว่า” กลายเป็นเทรนด์อย่างหนึ่ง ดังนั้นการทำกิจกรรมที่สร้างแรงจูงใจให้คนหันมาทำความดี จึงน่าจะสร้างความน่าสนใจได้ไม่น้อย

ติดมือถือ และไม่ชอบอ่าน… สมัยนี้คนติดมือถือกันมากขึ้น ว่างหน่อยก็กดมือถือขึ้นมาดู ดังนั้นหากจะทำเว็บเพื่อสนับสนุนการดูผ่านอุปกรณ์พกติดตามตัวเช่นนี้แล้วล่ะก็ เป็นเรื่องที่ดีมิใช่น้อย ส่วนเรื่องคนไม่ชอบอ่านนั้น น่าจะเป็นเรื่องปกติของคนไทย ดังนั้นเรื่องราวของวิดีโอที่เรากล่าวถึงในข้างต้น น่าจะช่วยแก้ไขปัญหาการไม่ชอบอ่านของคนไทยได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้แล้ว.. มีอะไรอีกล่ะ??

สิ่งที่เกิดแล้ว เกิดนิดหน่อย หรือยังไม่เกิด เราก็ยังไม่ลืมที่จะต้องคอยเฝ้าระวังไว้ ไม่ว่าจะเป็น Four Square ซึ่งดูเหมือนจะเกิดในเมืองไทยแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้เล่นกันอย่างเต็มที่เหมือนในต่างประเทศที่เล่นกันขนาดให้มีส่วนลดเมื่อเข้ามา check-in กันบ่อยครั้ง หรือพวก Location Based Service ต่างๆ และที่น่าสนใจไปกว่านั้นก็คือ Places จาก Facebook นั้น จะมีผลกระทบกับ Four Square มากน้อยเพียงใด

Del.ici.us หรือสังคมประเภท Social Bookmark ซึ่งก็มี Stumbleupon และ Digg ที่ยังต้องดูกันต่อไปว่าจะเป็นเช่นไร ส่วน Windows Phone 7 หลายคนว่าเรื่องของ Windows Phone 7 นั้นจบไปแล้ว แต่เอาน่ะ ติดตามกันอีกซักนิดจะเป็นไรไป และสุดท้าย Instapaper ได้ยินไม่ค่อยบ่อยแต่เหมือนจะถี่ขึ้น ระบบการเก็บหน้าไว้เพื่อ “อ่านทีหลัง” เป็นอีกหนึ่งบริการที่น่าสนใจไม่แพ้กัน

การคาดการณ์เทรนด์ในปี 2011 สรุปคร่าวๆได้ประมาณนี้ อย่างที่ได้แจ้งว่า นี่คือ “การคาดการณ์” ดังนั้นอาจจะมีจริงหรือไม่จริงบ้าง หากข้อมูลที่ได้นำเสนอไปมีผิดพลาดอย่างไร สามารถแจ้งเพื่อแก้ไขและเป็นความรู้ต่อไป ขอบคุณครับ

Search This Site:



rgb72 on Facebook

คำศัพท์ Internet วันละคำ

Air (คำที่เกี่ยวข้อง: Adobe, Flash, HTML, JavaScript)
– หนึ่งใน technology ที่พัฒนาโดย Adobe ซึ่งมีคุณสมบัติที่ช่วยให้นักพัฒนาสามารถสร้างโปรแกรมสำหรับคอมพิวเตอร์ได้ใช้เทคนิคเดียวกันกับการเขียน code สำหรับเว็บ ไม่ว่าจะเป็น HTML, JavaScript หรือ Flash โดยคำว่า AIR นั้นย่อมาจาก Adobe Integrated Runtime

72's Friends

Useful Links

Related Articles: