Home » ทั่วๆไป » Currently Reading:

8 คอมเม้นที่ web designer ได้ยินจากลูกค้าแล้วปวดหัว

June 20, 2011 ทั่วๆไป Comments

ภาพถ่าย: บอล, นอร่า / รีทัช: อลีฟ / ตรวจทาน: จ๋า

นักออกแบบเว็บไซต์หลายคน หรือแทบทุกคนต้องเคยนำเสนอผลงานตนเองให้คนอื่น ไม่ว่าจะเป็นการนำเสนอให้ลูกค้าหัวหน้างาน หรือแม้กระทั่งเจ้านาย โดยสิ่งที่คาดหวังว่าจะได้รับกลับมานั่นคือ คำติชม คำแนะนำ เพื่อสร้างสรรค์งานของเราให้ดีขึ้น ถูกต้องยิ่งขึ้น ซึ่งมันเป็นเรื่องธรรมดา ธรรมดาเสียจนหากวันไหนเราได้รับความเห็นกลับมาว่า “ดีแล้วถูกต้องแล้ว เยี่ยมเลย perfect” เราจะรู้สึกตกใจ และทำให้เรารู้สึกว่า นั่นมันไม่ใช่เรื่องธรรมดา

แต่ความเห็น คำแนะนำ คำติชมที่ว่านั้น หลายคำก็จะได้ยินกันเป็นประจำ ได้ยินซ้ำๆ เหมือนๆกัน และหลายคำฟังแล้วชวนให้ปวดหัวเอาเสียมากๆ

วันนี้จึงได้พอจะสรุปกันง่ายๆว่า ความเห็นหรือ comment อันไหนที่เหล่าเว็บดีไซน์เนอร์ได้ยินแล้วเป็นต้องปวดหัวกันบ้าง เอาง่ายๆ 8 ข้อพอ เรามาลองดูกัน

1. เอาดีไซน์สองแบบมารวมกันได้มั้ย?

นี่มันคำแนะนำโลกแตกชัดๆ เมื่อการนำเสนองานบางครั้ง เราต้องทำแบบไปเสนอมากกว่าหนึ่งแบบ และมากกว่า 50% ที่ลูกค้าส่วนใหญ่จะจบด้วยการบอกดีไซน์เนอร์ให้เอาแบบทั้งสองแบบนั้นมารวมกัน ซึ่งหากวันนั้นนำเสนอไปสามแบบ ก็มีเกณฑ์เป็นไปได้ว่า จะมีการรวมเอาทั้งสามแบบมารวมกันอย่างไม่ต้องสงสัย

ความน่าปวดหัวของมันเป็นเพราะ แบบแต่ละแบบที่ดีไซน์เนอร์ได้ทำออกมานั้น ต่างมีความแตกต่างและมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง การที่ลูกค้าจะให้นำเอาส่วนนี้ของแบบที่หนึ่งมาผสมกับส่วนนั้นของแบบที่สอง มายำรวมกันแล้วหวังว่าจะได้อะไรที่ดี ออกมาเป็นแบบใหม่แบบที่สามนั้น มันคงเป็นไปได้ยาก และหากการผสมรวมมิตรนี้ออกมาได้ไม่สวย (ซึ่งน้อยครั้งนักจะสวย) ก็จะทำให้ดีไซน์เนอร์ถูกตำหนิได้ การให้ความคิดเห็นหรือ comment แบบนี้ ถือว่าเป็นอันดับหนึ่งของการ comment ที่ไม่มีดีไซน์เนอร์คนไหนอยากได้ยิน

2. ชอบเว็บนี้มาก.. ขอเอาแบบนี้เป๊ะเลยได้มั้ย?

การที่ลูกค้าบอกแบบนี้ เค้ากำลังบอกคุณว่า “ไม่ต้องคิดมาก ผมชอบเว็บนี้ คุณลอกมันเอาเลยละกัน” ด้วยจรรยาบรรณดีไซน์เนอร์ อะไรแบบนี้ถือว่าเป็นการไม่ไว้ใจในงานกันอย่างแรง เหมือนกำลังจะบอกว่า ไม่ต้องคิดหรอก คิดไปก็ไม่ชอบ ไม่ต้องทำแบบใหม่ๆ ไม่ต้องออกแบบอะไรมาใหม่ ผมแค่ต้องการ “เหมือน” เค้าเท่านั้น คุณมีหน้าที่แค่ลอกงานนี้ไปแล้วก็เปลี่ยนโลโก้ให้เป็นของผม ก็เท่านั้นเอง

ได้ครั้นจะไม่ทำก็ไม่ได้ จะติสคิดใหม่ก็ใช่เรื่อง การต้องทำงานด้วยความขมขื่นลอกงานชาวบ้านแล้วเหมาว่าเป็นงานเราเอง เป็นเรื่องที่น่าเสียใจอย่างหนึ่ง

และนี่เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่น่าปวดหัวสำหรับดีไซน์เนอร์ ที่เราให้เป็นอันดับที่สอง

3. คิดว่ามันยังไม่ใช่ แต่จะเอาแบบไหน ยังไม่รู้

คอมเม้นที่ชวนปวดหัวต่อมาคือ ความเห็นว่างานออกแบบที่ทำไปนั้น มันยัง “ไม่ใช่” “ไม่โดน” หากจะถามกลับไปว่า แล้วจะให้ปรับอย่างไร ลูกค้าก็จะบอกคุณว่า “ไม่รู้สิ.. รู้แต่ว่ามันยังไม่ใช่น่ะ” !!??

เหววออออ.. ได้ยินแล้วก็มึนกันไปตามๆกัน มึนตั้งแต่ AE คนรับสาร เรื่อยจนมาถึงคนออกแบบเอง จริงอยู่หากจะบอกว่า ก็เพราะลูกค้าไม่รู้นั่นแหละ เค้าถึงได้จ้างคุณ เพราะถ้าเค้ารู้หมดทุกอย่างแล้ว เค้าจะจ้างคุณทำไม แต่บางครั้ง การช่วยบอกแนวทางอะไรซักนิดจะช่วยได้มาก เช่น “สีน้ำเงินที่ใช้มันไม่เหมาะกับเรา มันดูแก่เกินไป อยากให้เปลีี่ยนเป็นสีเขียว” หรือ “สินค้าตัวนี้ของบริษัทเรา หากเปรียบเป็นคนก็เหมือนคุณ เคน ธีรเดช คือดูดี โมเดิน มีเงิน สามารถจับจ่ายใช้สอยได้ แต่ไม่ใช่มหาเศรษฐีอายุมาก และเป็นคุณพ่อรุ่นใหม่”

4. อยากได้สีทอง

สีทอง? มันยากยังไงน่ะหรือ? สำหรับนักออกแบบงานดิจิตอลหรืองานที่อยู่บนจอคอมพิวเตอร์นั้น การทำสีทองให้เห็นออกมาเป็นสีทองดูแววใสอลังการนั้น เป็นเรื่องไม่ง่ายนัก เพราะสีทองที่ว่านั้น หากสว่างเกินไปก็เป็นสีเหลือ แต่หากมืดและเข้มเกินไปก็จะกลายเป็นสีน้ำตาล จะแล้วกันไปใหญ่หากผสมไม่ดี บางครั้งก็ได้สีเหมือนของเสียยามเช้า

ถ้าโชคดี สามารถใส่ความเงาของสีได้ด้วยการไล่เฉดสี หรือทำประกาย จะช่วยได้มาก แต่หากไม่สิ่งที่ได้ว่ามาทั้งหมดก่อนหน้านี้คืออุปสรรคและความยากที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

5. ไม่เห็นจะต่างจากเดิม

คอมเม้นบั่นทอนกำลังใจอย่างแรง เมื่อดีไซน์เนอร์ได้ยินลูกค้าคอมเม้นงานที่ตัวเองปั้นมาตลอด 3 วันว่า “ไม่เห็นจะแตกต่างจากเว็บเก่าอย่างไรเลย” !!??

โหหหหห มันต่างนะครับพี่ ผมทำแทบตาย นี่พี่ไม่เห็นเลยหรอ!!

บางครั้งมุมมองของดีไซน์เนอร์กับลูกค้าจะเห็นต่างกัน ดีไซน์เนอร์จะมองเห็นรายละเอียดทั้งหมด จะดูรู้หมดว่า อะไรที่แตกต่าง อะไรที่เปลี่ยนแปลงไปบ้าง ก็แน่ล่ะ เราทำเองนี่นา ส่วนลูกค้าเค้าจะเห็นเป็นภาพกว้างๆ ภาพรวม ซึ่งหากงานของเราจะมี layout ที่แตกต่าง แต่ยังคงใช้ไอคอนเดิมๆ กราฟฟิกเดิมๆ หรือแม้กระทั่ง wording ที่อยู่บนเว็บเหมือนเดิม ลูกค้าก็จะคิดว่า นี่มันเหมือนเดิม แต่คอมเม้นแบบนี้กลับเป็นผลดี เพราะลูกค้าเองนั้นจะมองเห็นคล้ายๆกับผู้ใช้งานทั่วไป ดังนั้น หากลูกค้าบอกว่า มันเหมือนเดิม ก็มีโอกาสเป็นไปได้สูงที่ ผู้ใช้งานจะเห็นว่า มันเหมือนเดิมเช่นกัน ดังนั้นการได้ฟังลูกค้าบ้าง ก็อาจจะเป็นกระจกสะท้อนให้ดีไซน์เนอร์เห็นอะไรที่ขาดหายไป และให้หากได้รับปรับปรุงก็จะทำให้งานดีขึ้น

6. งานนี้ต้องเสร็จเมื่อวาน

คำถามหนึ่งที่คนทำงานต้องถาม แม้ว่าจริงๆแล้วจะไม่อยากถามเลยก็ตาม เพราะรู้ว่าคำตอบที่ได้ยินนั้นมักจะเป็นคำตอบที่ไม่พึงประสงค์ซักเท่าไร่ คำถามที่ว่านั้นคือ “งานนี้ต้องการให้เสร็จเมื่อไร่?”

เมื่อลูกค้าตอบมาว่า 1 เดือน หรือ 2 อาทิตย์ แค่ได้ยินก็เหนื่อยแล้ว รู้ชะตากรรมเลยว่า อาทิตย์หน้าแฟนคงไมไ่ด้เห็นหน้า พ่อแม่คงไม่ได้เจอ และคงจะได้ทำงานกัน 2 วัน 3 คืน non-stop

แต่หากได้ยินว่า “งานนี้ต้องการอาทิตย์ที่แล้วครับ” โอ๊วววว… ฟังแล้วแทบหายใจไม่ออก นี่ยังไม่ทันเริ่ม ผมก็ late แล้วหรอครับเน๊ยะ!!!

7. อยากได้แบบ Facebook

เมื่อโลกนี้มีอะไรใหม่ ใครๆก็อยากจะตาม ใครๆก็อยากจะได้ ยกตัวอย่างเช่น ในยุคนี้ที่ Facebook กำลังดัง เราก็มีโอกาสจะได้ยินลูกค้าบอกว่า “อยากได้แบบ Facebook” หรือในช่วงที่ YouTube กำลังมา เราก็จะได้ยินว่า “อยากได้แบบ YouTube”

มันเป็นการเริ่มต้นที่ดี หากเรามีแรงบันดาลใจหรืองานต้นแบบ แต่สิ่งที่ไม่สมดุลกันก็คือ ความคาดหวังของลูกค้ากับทรัพยากรที่มี เช่น หากคุณอยากได้แบบ Facebook เราก็ต้องย้อนกลับไปดูว่า Facebook นั้นเค้าทำงานกันกี่คน ใช้เวลากันกี่วันในการจะได้ feature ใหม่ๆมาซักอันหนึ่ง แต่สิ่งที่คนทำงานเรามักจะได้รับกลับตรงกันข้าม นั่นคือ เวลาที่น้อยในงบประมาณที่จำกัด จากงานที่ยากอยู่แล้ว ก็ทำให้มันยิ่งยากไปกว่าเดิมอีกหลายเท่า

8. ดูงานแค่ 2 นาทีแล้วบอกให้ทำใหม่

ดีไซน์เนอร์หลายคนแทบจะร้องไห้ เมื่อลูกค้าดูงานแบบไม่ใส่ใจในรายละเอียดมากมาย ดูเพียงแค่ไม่กี่นาที ก่อนที่จะหันหลังแล้วบอกให้กลับไปทำมาใหม่

โถ.. ความตั้งใจในการวาดเส้นประที่กว้าง 3 pixel เว้นช่องว่าง 1 pixel และใช้สีดำ 50% พอดีเป๊ะ นั้น ไม่ได้ถูกให้ความสำคัญใดๆ หรือลาย pattern ที่ตั้งใจคิดและออกแบบให้สามารถบรรจบกันได้พอดีในทุกๆช่อง ใช้เวลานานเกือบชม.ในการวาดกลับถูกทิ้งอย่างไม่ใส่ใจ และเคยรู้มั้ยว่า ไอ้สีส้มไล่เฉดที่ลูกค้าไม่ชอบนั้น ใช้เวลาไล่สีไปมานานกว่า 15 นาที นี่ยังไม่รวมเวลาในการคิด ที่คิดตลอดเวลา ขึ้นรถมาทำงานก็คิด กินข้าวกับแฟนก็คิด เดินห้างฯ ก็คิด

รวมๆแล้วใช้เวลาทำและคิดนานกว่า 2 วัน แต่กลับถูกทิ้งภายในเวลาไม่ถึง 5 นาที

ลองรวบรวมคอมเม้นที่ได้จากลูกค้าแล้วสะเทือนใจดีไซน์เนอร์และคนทำงานอย่างเราๆ คิดออกมาเร็วๆได้ประมาณนี้ ใครที่เจอหนักๆกว่านี้ เขียนมาบอกกันได้นะครับ

Search This Site:



rgb72 on Facebook

คำศัพท์ Internet วันละคำ

Adobe
– บริษัทผู้ผลิตและเจ้าของลิขสิทธิ์โปรแกรมชื่อดังที่ใช้ในงาน graphic มากมาย เช่น Photoshop, Illustrator, InDesign, Dreamweaver, Flash, Premiere, After Effect
เว็บไซต์ http://www.adobe.com
— WEB101 by rgb72

72's Friends

Useful Links

Related Articles: