โทษฐานที่ทำงานด้วยกัน (ทำไม programmer จึงเบื่อจะทำงานต่อจาก designer) ตอนที่ 2/2

ตรวจทานข้อมูลโดยโปรแกรมเมอร์: เอ้ (emedia), โบ๊ท (area80)
ตรวจทานตัวอักษร: จ๋า
เขียน: เก่ง 

5. Font ไม่เหมือนกัน

อย่างที่ได้เกริ่นไปในตอนต้นว่า ดีไซน์เนอร์มักทำงานด้วยอารมณ์ แต่บางคนก็อารมณ์เกินไป หลังจากที่ออกแบบมาได้หลายหน้าหลายวันแล้ว วันหนึ่งพี่แกคิดจะชอบ font ใหม่เพิ่มเติมขึ้นมาซะงั้น

ใช้ Helvetica อยู่ดีดีก็คิดว่า Futura สวยกว่า ขอเปลี่ยนซะงั้น หรือบางทีอาจจะลืม ว่าเคยใช้ font อะไรสำหรับ header งั้นใช้ font นี้ไปก่อนละกัน

ขนาดของ font นี่ก็อีกเรื่องหนึ่ง โปรแกรมเมอร์จะทำอย่างไร เมื่อเปิด photoshop แล้วพบว่าขนาดของ font คือ “23.76 pt”

มีคำถามผุดขึ้นในหัว โปรแกรมเมอร์มากมาย เช่นว่า “อีตา ดีไซน์เนอร์นี่แกย่อ-ขยาย font ด้วยการ transform ใช่มั้ย?”.. หรือ “แล้วไอ้ font ที่เหลือจะมีขนาดเดียวกันนี้หรือไม่? หรือหากไปเจออีกที่แล้วมันเป็น 22.45 pt แล้วจะต้องเลือกใช้ตัวไหน????

ท่าน ดีไซน์เนอร์ครับ ขอความกรุณามาตรฐานเดียวนะครับ

 

6. สีไม่เหมือนกัน

แม้ว่า โปรแกรมเมอร์จะสายตาไม่แม่นสีเท่ากับ ดีไซน์เนอร์แต่ก็สามารถดูค่าสีได้จากตัวเลขกำกับ

การใช้สีที่ใกล้เคียงกัน แต่ไม่เท่ากันเป๊ะของ ดีไซน์เนอร์หลายครั้งเกิดขึ้นจากการใช้ sense ในการจิ้มสี เช่น ผมใช้สีเหลืองนี้ พอจะใช้อีกรอบก็ไปจิ้มใหม่ โดยใช้ประสบการณ์และความแม่นยำของสายตาตัวเองไปเลือกจิ้มสีใหม่ให้ใกล้เคียงของเดิมที่สุด

วิธีดังกล่าวสร้างความปวดหัวให้กับ โปรแกรมเมอร์เป็นอย่างมาก เมื่อโปรแกรมเมอร์ต้องทำการวัดค่าสีออกมาแล้วพบว่า สีที่ ดีไซน์เนอร์ ใช้ดวงตาระดับเทพวัดมาแล้วว่าเท่ากันนั้น กลับมีตัวเลขที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

หากความปวดหัวของโปรแกรมเมอร์สามารถวัดค่าออกมาเป็นตัวเลขได้ คงจะเห็นว่าตัวเลขมันค่อยๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เป็นทวีคูณ -_-”

 

7. ดีไซน์เนอร์ไม่รู้เรื่องเทคโนโลยี

“อ่าว ทำไมต้องรู้เรื่องเทคนิคมากด้วย? ถ้ารู้มาก ผมก็ไปเป็นโปรแกรมเมอร์เองแล้วสิครับ?” ดีไซน์เนอร์บางคนอาจจะคิดเช่นนั้น แต่การที่ ดีไซน์เนอร์ได้รู้จักเทคโนโลยีซะบ้าง ก็จะทำให้การออกแบบทำได้ดีขึ้น และพูดคุยกับโปรแกรมเมอร์ได้เข้าใจกันมากขึ้น

สมมติว่าวันหนึ่งมีคนมาบอก ดีไซน์เนอร์ว่า ให้ช่วยทำ JPG Animated ให้หน่อย.. คุณก็คงจะมึนไปพอสมควรเหมือนกัน หรืออาจจะบ้านั่งหัวเราะไปเลยก็ได้ว่า “กูจะทำได้ไงวะ?” โปรแกรมเมอร์ก็คงรู้สึกอย่างนี้เหมือนกันเมื่อคุณออกแบบอะไรออกมาเว่อร์ๆ แล้วค่อยไปถามเค้าว่า ไอ้แบบนี้ใช้ AJAX ทำได้มั้ย หรืออยากให้ โปรแกรมเมอร์ทำอย่างไรก็ได้ให้ iPad สามารถเล่น Flash ได้ เพิ่มความรู้ของตัวเองนิดหน่อย เพื่อประสิทธิภาพที่ดีกว่าของงานนะครับ

 

8. “ทำไปรึยัง? ขอแก้นิดนึงนะ”

“จะถามทำไม ในเมื่อยังไงก็ต้องแก้” นี่อาจจะเป็นความคิดของโปรแกรมเมอร์บางคน เมื่อเห็นว่า ดีไซน์เนอร์กำลังเดินมามอง File ที่เขากำลังเปิดอยู่ แล้วบอกว่าจะขอแก้ไขนิดหน่อย มันคงจะตื่นเต้นผสมกับอารมณ์โมโหที่จะได้รู้ว่า ไอ้สิ่งที่ ดีไซน์เนอร์จะมาแก้ มันจะกระทบกับงานที่เราทำอยู่ขนาดไหน

แน่ล่ะ เป็น ดีไซน์เนอร์อะไรๆ ก็แก้ง่าย จะแก้ตัวอักษร จะเปลี่ยน Font เปลี่ยนสี ขยับย่อหน้า แต่สำหรับชีวิต โปรแกรมเมอร์มันใช่ที่ไหนกันเล่า!!??

 

9. Font นี้จะทำเป็น Dynamic หรือ Graphic?

ข้อความบางข้อความ ถูกออกแบบมาให้ง่ายสำหรับการแก้ไข อาจจะด้วยระบบหลังบ้านหรืออะไรก็ตาม และนั่นหมายถึงข้อจำกัดในการเลือกใช้ตัวอักษรด้วย เพราะข้อความที่สามารถแก้ไขได้เองโดยระบบหลังบ้าน หรือที่เราเรียกกันว่า Dynamic Font นั้น เราสามารถเลือกใช้ได้จำกัด แต่บางครั้ง สิ่งที่ ดีไซน์เนอร์ออกแบบมานั้น…มันไม่ใช่!

ปัจจุบันปัญหาเรื่องการใช้ Font แปลกประหลาดกับ dynamic text นั้น เริ่มจะคลี่คลายขึ้นเมื่อเรามีเครื่องมือเข้ามาช่วย เช่น Font Face เป็นต้น แต่นั่นยังไม่แก้ปัญหาทั้งหมด เพราะงานของคนไทย ก็ต้องมีภาษาไทย และภาษาไทยก็ยังสร้างปัญหาคลาสสิคให้กับเหล่าโปรแกรมเมอร์เหมือนเคย นั่นคือ “ปัญหาสระลอย”

ปัญหาข้อนี้สอนให้ได้รู้ว่า Photoshop ทำได้ทุกอย่าง แต่ไม่ใช่งาน programming นะครับ

รวบรวมมาได้ 9 ข้อก่อน หลังจากที่อ่านกันแล้ว โปรแกรมเมอร์คนไหนมีเรื่องคับแค้นใจเรื่องใดเพิ่มเติม comment กันมาได้นะครับ ทาง ดีไซน์เนอร์ก็อย่าเพิ่งนอยด์กันไป ดีไซน์เนอร์ที่ทำงานเรียบร้อย และรวดเร็วก็มีถมไป

** และในฐานะที่ผมเป็น ดีไซน์เนอร์ ขออนุญาติช่วยอธิบายว่า หลายครั้งที่งานไม่ได้ถูกจัดเก็บอย่างเรียบร้อยนั้น ก็เป็นเพราะว่าเนื้องานและเวลาที่ได้รับมอบหมายนั้นไม่สัมพันธ์กัน พูดง่ายๆ ก็คือบางครั้งงานมาเยอะ แต่เวลาให้น้อยมาก ดังนั้น จะมาให้เสียเวลาตั้งชื่อ File หรือตั้งชื่อ layer ได้อย่างไรเล่า

แต่จะมีประโยชน์อะไร ถ้าดีไซน์เนอร์อาจจะสามารถทำงานได้เสร็จตรงตามเวลา แต่กลับจะสร้างความยากลำบากให้กับ โปรแกรมเมอร์ และทำให้พวกเขาเสียเวลามากขึ้นกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ และที่สำคัญ คนที่เป็น ดีไซน์เนอร์ระดับเทพจริงๆ ผมเองก็เคยเห็นมากับตาแล้วว่า สามารถเร่งทำงานและจัดระเบียบงานได้ในเวลาเดียวกันแน่นอนครับ

ขึ้นอยู่กับคุณแล้วว่า…คุณอยากจะเป็นดีไซน์เนอร์แบบไหน?

Creative อยู่รอบตัวเรา: ฮอย ฮอย.. บ้านแมลงสาบ

เขียน: เก่ง / ตรวจทาน: จ๋า

มีใครรู้จัก ฮอย ฮอย บ้าง?

ถ้าคุณกำลังอยู่ในวัยนักศึกษาหรือเพิ่งทำงานกันใหม่ๆ ผมคิดว่าอาจจะเกิดไม่ทัน แต่หากมีอายุมากกว่านั้นซักนิด คิดว่าคงไม่พลาดโฆษณาสินค้าชนิดนี้ ที่มีชื่อเสียงมาก และมีโฆษณาให้เห็นเกลื่อนทีวีในยุคนั้น

“ฮอย ฮอย” คือสินค้าที่มีรูปร่างลักษณะเป็นบ้านที่ทำจากกระดาษแข็ง โดยมีพื้นข้างในบ้านที่เป็นกาวเหนียว มีคุณสมบัติเอาไว้ “จับแมลงสาบ”

สรุปง่ายๆ ได้ว่า “ฮอย ฮอย” คือ บ้านแมลงสาบ นั่นเอง

ฮอย ฮอย คิดโดยมันสมองของคนญี่ปุ่น และเกิดขึ้นด้วยความจำเป็น ที่ยุคหนึ่งรัฐบาลของญี่ปุ่นออกมารณรงค์เรื่องการเลิกใช้สเปรย์ฆ่าแมลงสาบ เพราะนอกจากจะมีสารที่เกิดจากการใช้กระป๋องสเปรย์ไปทำลายชั้นบรรยากาศของโลกแล้วนั้น กลิ่นของมันยังฟุ้งและอาจเป็นอันตรายกับเด็กและผู้อยู่อาศัยได้

ผู้ผลิตยาฆ่าแมลงอันดับหนึ่งในญี่ปุ่นขณะนั้นคือ “อาท” จึงประสบกับปัญหาครั้งใหญ่ เพราะสินค้าหลักของพวกเขานั้นโดนต่อต้านเสียแล้ว

ชายผู้หนึ่งจึงเกิดปิ๊งไอเดียขึ้นมาได้ว่า “งั้นเรามาทำกาวดักแมลงสาบกันดีกว่า”

กาวดักแมลงสาบ? ฟังดูดี ไร้สารพิษ ปลอดภัย แต่…จะทำอย่างไร?

เนื่องจากเป็นผู้ผลิตคนแรก ญี่ปุ่นจึงต้องทำการวิจัยค้นคว้าหาข้อมูลอย่างหนักเกี่ยวกับแมลงสาบ ด้วยการเลี้ยงแมลงสาบไว้ในห้องทดลองเป็นหมื่นๆ ตัว เพื่อค้นหาว่ากลิ่นไหนที่แมลงสาบชอบ ซึ่งผลที่ได้น่ะเหรอ? ก็เอามาทำกาวดักแมลงสาบยังไงล่ะ

แมลงสาบจะโง่เดินมาเหยียบกับดักได้ ก็ต้องมีแรงจูงใจ และแรงจูงใจที่ว่านั้น คนญี่ปุ่นสันนิษฐานว่าน่าจะต้องเป็นกลิ่นที่มันชื่นชอบ

เมื่อได้ผลทดลองเสร็จเรียบร้อยก็ถึงเวลาทำบ้านแมลงสาบจริง นักวิจัยได้นำกระดาษกาวที่มีกลิ่นที่แมลงสาบชื่นชอบมาวางดักไว้…และรอมันมาติดกับ

เวลาผ่านไปเนิ่นนาน…แต่ก็ไม่มีแมลงสาบตัวไหนโง่มาติดกับเลย

เอ๋?? ทำไมล่ะ?? หรือว่าจริงๆ แล้วแมลงสาบไม่ได้โง่ แต่อาจฉลาดมากจนไม่มาติดกับดัก และนั่นอาจจะเป็นหนึ่งเหตุผลของความสามารถในการอยู่รอดของแมลงสาบตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์

เมื่อนักวิจัยได้สังเกตดูถึงสาเหตุที่แมลงสาบไม่ติดกับดัก กลับพบว่าเมื่อแมลงสาบเดินเข้ามาใกล้ๆ กระดาษกาวแล้ว แมลงสาบกลับเดินถอยหนี ทำไมล่ะ?

เพราะแมลงสาบมีหนวดที่ทำหน้าที่ทดสอบและเรียนรู้ได้ว่า สิ่งที่อยู่ข้างหน้าเป็นอันตราย นั่นทำให้แมลงสาบฉลาดพอที่จะไม่เข้าใกล้

แต่ก็ยังมีบางตัวที่พลาด! และเผลอไปเหยียบ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้มันติดกับดักและรอความตายอยู่บนกระดาษกาว แต่ด้วยขาหลังอันทรงพลังของมัน ทำให้มันสามารถดึงตัวเองออกมาจากกระดาษกาวมรณะนั่นได้ และพาตัวเองรอดออกไปได้อย่างปลอดภัย

แล้วเราจะทำอย่างไรต่อไปดีล่ะ??

นักวิจัยจึงต้องทำการคิดเพิ่มเติมว่า ทำอย่างไรแมลงสาบจึงจะไม่สามารถรู้ตัวล่วงหน้าได้ และติดกับดักกระดาษกาวที่สร้างไว้

คำตอบสำหรับปัญหานี้ แม้จะใช้เวลาคิดนาน แต่การแก้ไขกลับไม่ได้ยากอย่างที่คิด

เพียงแค่พับกล่องสร้างเนินในช่วงขาเข้าเท่านั้นเอง!!

จากภาพจะเห็นว่า เมื่อแมลงสาบเผลอเดินเข้ามาที่กล่องแล้ว แมลงสาบจะพบเนินที่ทำให้หน้าของเค้าเชิดขึ้น เมื่อหน้าเชิด แมลงสาบก็ไม่สามารถที่จะเอาหนวดของตนเองมาวัดได้ว่า สิ่งที่รอมันอยู่ข้างหน้านั้นคืออะไร อันตรายหรือไม่

และเมื่อแมลงสาบเผลอเดินตกลงไปแล้ว ก็จะเป็นไปได้ว่า แมลงสาบอาจจะหัวทิ่มและตีลังกากลับหลัง ทำให้หลังลงไปแปะติดอยู่กับกาว และให้ขาหลังอันทรงพลังของมัน หมดประสิทธิภาพ

ฉลาดมั้ยครับ คนญี่ปุ่น

ความคิดดีดี ทำได้ง่ายๆ แต่มีประสิทธิภาพเหลือล้น ไม่จำเป็นต้องเป็นคนญี่ปุ่นหรอกนะครับ คนไทยอย่างเราๆก็ทำได้ ขอให้ศึกษามากๆ อ่านหนังสือเยอะๆ แล้วคิดให้ละเอียด เราก็มีโอกาสจะทำอย่างนี้ได้เช่นกันครับ

A.S.A.P.

ออกจะดูไร้สาระไปซักนิดแต่อยากจะมาแชร์กันสำหรับคนที่ชอบฟังเพลง

บังเอิญว่าวันนี้ขับรถกลับบ้านแล้วก็หาเพลงฟังเอามั่วๆ หาเอาจากใน list เพลงเก่าๆที่มีอยู่ แล้วก็ไปเลือกเอาเพลงชื่อ A.S.A.P. ของหญิงญี่ปุ่นผู้โด่งดังที่สุดในโลกคนหนึ่ง

A.S.A.P. ของ อูทาดะ ฮิคารุ

ผมชอบฟังเพลงที่มีจังหวะ เพลงที่มีทำนองไพเราะ และเพลงที่มีรายละเอียดมากๆ

เพลงของญี่ปุ่นเป็นกลุ่มเพลงหนึ่งที่มีรายละเอียดมากมาย ยิ่งฟังยิ่งชอบ ยิ่งฟังยิ่งได้ยินอะไรเพิ่มขึ้นมากมาย ทำให้สามารถฟังได้หลายครั้ง ไม่รู้เบื่อ

แต่ที่ชอบเป็นพิเศษคือเพลงที่มี “หลายทำนองแต่ใช้คอร์ดเดียวกัน”

ในความหมายคือ นักดนตรีเล่นเหมือนเดิม แต่เนื้อร้องเปลี่ยนไป ทำนองเพลงเปลี่ยนไป

ไม่รู้ว่าภาษาดนตรีเค้าเรียกว่าอะไร รู้แต่ว่าชอบแบบนี้

เพลงของไทยก็มีหลายเพลงที่ทำแบบนี้นะครับ เช่น เพลง “ก่อน” ของ โมเดินด๊อก ท่อนฮุกที่ร้องว่า “ก่อนท้องฟ้าจะสดใส… บลา บลา บลา..” แต่ในช่วงท้ายจะได้ยินเนื้อร้องอีกแบบหนึ่งแทรกเข้ามาว่า “เพราะว่าเธอเท่านั้น ที่ทำให้ฉันซึ้งในรักอันยิ่งใหญ่….”

พอเข้าใจสิ่งที่บอกว่า “หลายทำนองในคอร์ดเดียวกัน” รึยังครับ

กลับมาที่เพลง A.S.A.P.

ในเมื่อเพลงไทยตั้งหลายเพลงก็ทำแบบนี้ แล้วทำไมต้องแนะนำเพลงนี้ให้ฟังด้วย?

ก็เพราะว่าเพลงนี้มันพิเศษครับ ช่วงท้ายของเพลงนี้ ประมาณนาทีที่ 3:30 จะมีเนื้อร้องอีกแบบแทรกเข้ามา

แต่เมื่อฟังบ่อยๆ แล้วพบว่า นาทีที่ 4:30 ก็มีเนื้อร้องอีกแบบหนึ่งแทรกเข้ามาอีก!! เป็นแบบที่สาม!!

โอ๊ววว ไม่เคยเจอครับ

เหตุที่เชิดชูอะไรแบบนี้เพราะคิดว่า ทำไมนักแต่งเพลงต้องแต่งทำนองใหม่ได้ เพื่อเอามาแทรกด้านหลัง ซึ่งร้องแค่นิดเดียว ในขณะนี้สามารถเอาทำนองนี้ไปทำเพลงใหม่ได้เลย โดยที่คนฟังก็อาจจะไม่รู้เสียด้วยซ้ำ

ว่าเขียนทำนองสองแบบแล้ว แต่นี่เจอสาม

เจ๋งดี .. เสียมันเบานิดเดียวครับ ไม่ค่อยได้ยิน (นี่ยิ่งทำให้ งง ใหญ่ว่าแล้วจะแต่งมาทำไม) แต่ชอบครับ

รายละเอียดเยอะดี นี่แหละญี่ปุ่น

ลองฟังเพลงได้จากเครื่องเล่นเพลงจาก GrooveShark ด้านล่างนี้ สำหรับคนที่อยากจะเลือกฟังเฉพาะนาทีที่บอก ต้องเข้าไปฟังจากเว็บนะครับ ถึงจะมี timeline ให้เลือกฟังได้ ลองดูครับ

Link: http://grooveshark.com/s/A+s+a+p+/3qNKxq?src=5

รีวิว MacOSX Lion

July 15, 2011 Software, Tech Comments

รอมานานมากกว่า OS ใหม่ของ Apple ตัวนี้จะคลอด สำหรับการอัพเดทในครั้งนี้ทาง Apple บอกว่ามี features ใหม่เพิ่มขึ้นมามากกว่า 250 รายการ แต่รายการที่เด่นๆก็เห็นจะมีอยู่ประมาณสิบกว่ารายการที่เราอาจจะเคยได้ยินกันอยู่

OSX เวอร์ชั่นนี้แตกต่างจากเวอร์ชั่นก่อนตั้้งแต่เรื่องการหาซื้อมา install ซึ่งคราวนี้ Apple บอกว่า ทางเดียวที่จะสามารถอัพเดทได้นั่นคือผ่านทาง Mac App Store

ผมเองได้อ่านบทวิเคราะห์จากหลายๆที่ ซึ่งให้ความเห็นว่า การอัพเดทผ่าน Mac App Store นั้น ทำให้ Apple นั้นมีการพัฒนาทั้งเชิงเทคโนโลยี และการตลาดเหนือคู่แข่งเป็นอย่างมาก เพราะการให้ user ดาวน์โหลดนั้นทำให้ Apple ไม่ต้องเสียค่าบรรจุภัณฑ์ ค่ากล่อง ค่าซีดี และดีไปกว่านั้นคือค่าคนกลาง ค่าแผงที่จ่ายให้กับ retail store ต่างๆ นั่นทำให้ OSX เวอร์ชั่นนี้ มีต้นทุนที่ต่ำลงมาก

จริงๆ OSX ตั้งแต่เวอร์ชั่นที่แล้วราคาก็ไม่ได้สูงมากนัก และการขายก็ทำอย่างตรงไปตรงมา ง่ายๆ ไม่ต้องแยกย่อยออกมาอีกหลายเวอร์ชั่นให้ลูกค้าสับสน ซื้อราคาเดียว ได้เหมือนกันหมด ส่งเสริมให้ลูกค้า “อยากอัพเกรด” และเมื่อลูกค้าอัพเกรดกันไปมากๆ ก็จะทำให้ลูกค้านั้นเดินไปตามเกมที่ Apple วางไว้ได้อย่างง่ายดาย เพราะทุกคนอยู่บนเทคโนโลยีเดียวกัน การที่จะพัฒนาต่อยอดไปอีกเรื่อยๆก็จะเป็นเรื่องง่ายดาย

ปัญหาเดียวของการดาวน์โหลด OSX ผ่าน Mac App Store ที่ขณะนี้หลายคนเห็นก็คือไม่สามารถ Clean Install ได้

การลง OSX เป็นไปอย่างง่ายดายและหลังจากดับเบิ้ลคลิ๊กเพียงแค่ไม่ถึงครึ่งชม. ทุกอย่างก็เสร็จเรียบร้อย

สิ่งแรกเมื่อเริ่มใช้งาน หลายคนอาจสังเกตได้นั่นคือ OSX ตัวนี้ “ไม่มี Scroll Bar” อีกแล้ว


ลาก่อน Scroll Bar

ยิ่งไปกว่านั้น การเลื่อนขึ้นลงก็เป็นไปในทิศทางตรงกันข้ามกับของเก่า สิ่งนี้ทำให้เห็นว่า Apple พยายามนำความรู้สึกของการใช้ iPhone และ iPad มาใส่ใน OSX เพราะใน iPhone หากเราต้องการเลื่อนหน้าลง ดูด้านล่าง เราก็ต้องเอานิ้วถูขึ้น เพื่อลากให้หน้านั้นขึ้นไปด้านบน แตกต่างกับใน OS เก่า ที่เราจะใช้นิ้วถูกลง เพื่อเอา scroll bar ลงด้านล่าง (หากสับสน ลองสังเกตการใช้งาน iPhone กับ OS เดิมของคุณดูครับ)

อย่างไรก็ตาม การปรับทิศทางของการ Scroll ในครั้งนี้ ทำให้ปวดหัวอยู่ไม่น้อย -_-”


Mission Control

Mission Control คือหนึ่งไฮไลท์ของ OSX เวอร์ชั่นนี้ ซึ่งเป็นการรวมเอา Space และ Expose’ ของเก่ามารวมไว้ด้วยกันนั่นเอง หากใครเคยได้ใช้ Space (คุณสมบัติที่ทำให้เราสามารถใช้งานเสมือนมีมากกว่าหนึ่งหน้าจอ) ก็จะพบว่า Mission Control นั้นก็ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก แต่ movement นี่สิ ทำให้ OSX Lion นี้ดูน่าสนุกขึ้นมาก มีความ smooth เพิ่มขึ้นกว่าเดิมมาก


Launch Pad

Launch Pad คือการนำเอา Application โปรแกรมที่เรามีมาวางไว้ด้านหน้าทั้งหมด เพื่อให้สามารถเลือกได้อย่างง่ายดาย feature นี้เป็นอีกหนึ่งตัวที่นำมาจาก iOS ของ iPhone การใช้ Launch Pad ทำให้เราเลือกใช้โปรแกรมได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม สำหรับโปรแกรมที่ใช้บ่อย โดยส่วนตัวคิดว่าการเข้าถึงด้วยการใช้ Dock แบบเดิมๆ ดูจะง่ายดายกว่า

Multi-touch Gestures คือการใช้นิ้วของเรากับ trackpad ของ Macbook Pro เพื่อช่วยในการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนหน้า การย่อ ขยายภาพ การเปิดโปรแกรมเช่น Launch Pad หรือ Mission Control โดยส่วนตัวคิดว่า ระบบสัมผัสแบบนี้ค่อนข้างดีเมื่อเราใช้งานคนชินแล้ว เพราะนั่นจะทำให้เราทำงานได้เร็วขึ้น switch ระหว่างโปรแกรมได้ง่ายขึ้น ทำให้การทำงานสนุกมากขึ้นด้วย

Resume มีไว้จดจำว่าเราเคยทำงานไว้ถึงตรงไหนก่อนที่เราจะปิดเครื่อง เคยเป็นมั้ยเวลาที่เราจะปิดเครื่อง หรือต้อง restart เครื่องเพราะเพิ่งลงโปรแกรม แต่เบื่อที่ต้องมาปิดโปรแกรม และเปิดใหม่อีกครั้ง? ตัว Resume มีไว้เพื่อการนี้ มันไม่ใช่การ Hibernate นะครับ ผมเปิด Photoshop และ Illustrator ทิ้งไว้ก่อนที่จะปิดเครื่อง พอเช้ามาเปิดเครื่องมาใหม่ ระบบจะทำการเปิดโปรแกรม Photoshop และ Illustrator ให้เองเลย (และโปรแกรมอื่นๆอีกมากมาย) สำหรับ feature นี้ผมคิดว่าเป็น feature ที่ดี เพียงแค่โดยส่วนตัวไม่ค่อยชอบอะไรที่ auto มากนัก

ณ ขณะที่เขียนนี้ ผมทดลองเช่น Mac OSX Lion ตัว Gold Master ซึ่งเป็นตัวสำหรับนักพัฒนาตัวสุดท้าย ก่อนที่จะปล่อยของจริงออกมาให้ทุกคนได้ซื้อและอัพเกรดกัน ซึ่งตัวนี้ค่อนข้างเสถียรมาก แม้จะยังคงมี error นิดๆหน่อยๆ แต่ก็ไม่มากเหมือนเวอร์ชั่นก่อนๆ (ที่มีปัญหาว่า Safari กิน RAM มากถึง 4GB!!)

หลังจากการปล่อยตัวของ OSX Lion แล้ว สิ่งที่น่าจับตามองนั่นคือ

  1. ต่อไปนี้ Scroll Bar จะเริ่มหายไปในระบบปฎิบัติการอื่นๆด้วยหรือไม่?
  2. หาก App Store ช่วยแก้ปัญหาเรื่องต้นทุน และ การละเมิดลิขสิทธิ์ได้ หากคู่แข่งรายอื่นทำ จะสามารถประสบความสำเร็จได้อย่างนี้หรือไม่?
  3. การใช้โปรแกรมแบบ Full Screen จะเป็นที่นิยมในอนาคตหรือไม่?

การ Review นี้เหมือนเป็นการบอกเพื่อให้สาวก Mac ทั้งหลายได้รู้จักและเป็นการวอร์มอัพกันเล่นๆ เพราะถามว่า หากคุณใช้ Mac แล้ว คุณจะไ่ม่อัพเกรดเป็น Lion เลยหรือ? เพราะผมคิดว่าการอัพเกรด OS สำหรับ Mac มันไม่ใช่คำถามที่ว่าจะอัพดีมั้ย แต่เป็นคำถามว่าจะอัพเมื่อไร่มากกว่า

 

Search This Site:



rgb72 on Facebook

คำศัพท์ Internet วันละคำ

ASP (คำที่เกี่ยวข้อง: asp, .net, php, SQL server, mySQL)
– Active Server Pages ภาษาในการเขียน program พัฒนาโดยบริษัท Microsoft ตัว program มีหน้าที่เชื่อมต่อระหว่างเว็บไซต์และระบบฐานข้อมูล โดย asp นั้นจะสามารถติดต่อได้กับฐานข้อมูลสองประเภทคือ Microsoft Access และ Microsoft SQL Server

72's Friends

Useful Links

rgb72


being72 คือหนังสือที่รวบรวมเรื่องราวความเป็น rgb72 บริษัทออกแบบเว็บไซต์ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน โดยจัดทำเนื่องในโอกาสครบรอบ 10ปี

+ บทความจากผู้เขียน
+ ตอนที่1: Pre-rgb72 / ทำงานกับ Martha Stewart
+ ตอนที่2: Pre-rgb72 / Arcadian
+ ตอนที่3: Pre-rgb72 / ewit
+ ตอนที่4: เริ่มต้นอย่างเงียบๆ
+ ตอนที่5: Generation 1 (ยุคที่1:บุกเบิก) / เริ่มต้นที่ศูนย์
+ ตอนที่6: โทร โทร โทร...
+ ตอนที่7: นามบัตร
+ ตอนที่8: หนังสือพิมพ์และโทรทัศน์
+ ตอนที่9: MATCHING STUDIO
+ ตอนที่10: มีเงินที่ไหน ให้ไปที่นั่น
+ ตอนที่11: พนักงานคนแรก
+ ตอนที่12: ภาพแทรก ออฟฟิสที่สองของ rgb72
+ ตอนที่13: เพื่อนจาก ewit
+ ตอนที่14: GettyImages ฟ้องจริง ถึงจริง
+ ตอนที่15: เว็บไซต์ที่ทำแบบมากที่สุด
+ ตอนที่16: ความฝันที่ 1 พบชื่อลูกค้าทุกๆ ห้านาทีที่ขับรถ
+ ตอนที่17: สมุย.. สร้างเสร็จได้ในวันเดียว
+ ตอนที่18: ขึ้นศาล.. มันไม่สนุก
+ ตอนที่19: นักธุรกิจต่างชาติ
+ ตอนที่20: ความฝันที่ 2 เที่ยวต่างประเทศ
+ ตอนที่21: Super AE
+ ตอนที่22: สินบน
+ ตอนที่23: ผู้หญิงที่ผมไม่รับ
+ ตอนที่24: งานที่คุณไม่ได้ดู
+ ตอนที่25: นักออกแบบ
+ ตอนที่26: คู่แข่งที่รัก
+ ตอนที่27: เซียนหลังกระดานหุ้น ตอนที่ 1/2
+ ตอนที่27: เซียนหลังกระดานหุ้น ตอนที่ 2/2
+ ตอนแทรก: หาาา?... อะไรนะ!!??
+ ตอนที่28: ยิ่งให้... ยิ่งได้
+ ตอนที่ 29: Wall of Frames
+ ตอนที่ 30: ผี 72
+ ตอนที่ 31: เพื่อนจากตะวันออกกลาง
+ ตอนที่ 32: Photography
+ ตอนที่ 33: Too Far from the Dream





Recent Comments

Powered by Disqus