Home » Online Marketing »ทั่วๆไป » Currently Reading:

Facebook Timeline การเปลี่ยนแปลงและรอยต่อที่สำคัญ

September 25, 2011 Online Marketing, ทั่วๆไป Comments

ตรวจทาน: จ๋า

Facebook กับ 1 ปีที่ผ่านมา

Facebook.. เว็บไซต์ Social Media อันดับหนึ่งของโลกที่ปัจจุบันนี้รู้จักกันแทบทุกคน ด้วยยอดผู้ใช้ทั่วโลกที่มีมากกว่า 800ล้านคน ซึ่งแยกออกเป็นคนไทยไปแล้วมากกว่า 12 ล้านคน และด้วยตัวเลขจำนวนนี้ ทำให้จำนวนคนเล่น facebook ในไทยมีจำนวนสูงสุดเป็นอันดับที่ 16 ของโลก (ข้อมูล ณ วันที่ 25 กันยายน 2554 จากเว็บไซต์ SocialBakers.com http://www.socialbakers.com/facebook-statistics/thailand)

Facebook timeline

ด้วยจำนวนผู้ใช้ที่มีมากขึ้นทุกวัน จึงทำให้ Facebook เป็นแหล่งรวบรวมคนที่สูงที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง และที่ใดที่มีคน ที่นั่นก็ย่อมมีโฆษณา

แผนการตลาดมากมายถูกผุดขึ้นมาเพื่อดึงดูดความสนใจของผู้คนที่อยู่ใน Facebook ไม่ว่าจะเป็นแคมเปญกด LIKE หรือ แคมเปญ TAG เพื่อนลงไปในรูป ที่ส่งผลให้สุดท้ายแล้ว กลายเป็น Spam ระบาดไปทั่ว สร้างความรำคาญให้กับหลายคนใน Facebook จึงเป็นผลให้ Facebook ต้องออกกฎ “ห้าม” กลยุทธ์ทางการตลาดแบบนี้

Facebook timelineด้วยความโด่งดังของ Facebook ทำให้มีผู้กำกับฝีมือดีอย่าง เดวิด ฟินเชอร์ ซึ่งมีผลงานที่โดดเด่นอย่าง The Curious Case of Benjamin Button, Seven และ Fight Club ทำภาพยนตร์ออกมาเล่าเรื่องราวประวัติความเป็นมาของ Facebook โดยใช้ชื่อเป็นภาพรวมๆว่า “The Social Network” ภาพยนตร์เรื่องแรกและเรื่องเดียวที่เล่าถึงประวัติการก่อตั้งเว็บไซต์ (ขนาด Google ยังไม่มีทำเป็นภาพยนตร์ออกมาเลย)

ด้วยความดังระดับนี้ แน่นอนว่าใครๆก็อยากจะเป็น Facebook ไม่เว้นแม้แต่ Google

28 มิถุนายน 2554 Google ประกาศตัวเว็บไซต์ Social Media ตัวใหม่นามว่า Google+ แม้ผู้ที่สามารถเล่นได้ในช่วงแรกจะต้องเป็นผุ้ที่ถูกรับเชิญเท่านั้น แต่ด้วยความเป็น Google จึงทำให้ได้รับความสนใจจากคนทั่วโลกไม่น้อย มีคนเข้าไปขอทดลองมากมาย คนที่ได้ Account แล้วก็จะโดนเพื่อนรอบข้างขอให้ช่วย “เชิญ” เค้าเข้าไปทดลองเล่นด้วย

ความโด่งดังนี้ ทำให้เกิดคำวิจารณ์มากมาย หลายคนมองว่า Google+ ดีกว่า Facebook (โดยพูดถึงจุดเด่นที่ Facebook ไม่มี นั่นคือ “CIRCLES” การแยกกลุ่มเพื่อนที่จะแชร์ข้อมูลต่างๆ) หลายคนก็ว่า Facebook ยังไงก็ดีกว่า หลายคนเล่นทั้ง 2 อย่าง และหลายคนที่หันมาสนใจ Google+ เป็นคนที่มาจาก Twitter  นอกจากนี้ หลายคนยังแอบมองว่า Google+ จะเหมือนกับ Google Wave ระบบอีเมล์รูปแบบใหม่ที่แสนจะโด่งดังรึเปล่า ระบบอีเมล์ที่เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ สวยงาม ใครๆก็อยากทดลองใช้ แต่ก็ถูกปิดตัวลงไปอย่างน่าเสียดายในเวลาไม่นาน สร้างความผิดหวังให้กับหลายคน

และเมื่อ Google+ เป็นที่น่าสนใจสำหรับใครหลายคน Mark Zuckerburg เจ้าของ Facebook ก็ไม่พลาดที่จะร่วมทดลอง ชื่อบัญชีของ Mark Zuckerburg และทีมงาน Facebook ถูกพูดถึงในเว็บข่าวทั่วไป ประมาณว่า Facebook ก็แอบมาศึกษาและทดลองเล่น Google+

แม้ว่า Facebook เป็นเว็บไซต์ที่มีการอัพเดทระบบ ทั้งในด้านการออกแบบ และ ความสามารถ อยู่สม่ำเสมอมาโดยตลอด แต่การเข้ามาร่วมสนามแข่งของ Google+ ทำให้ Facebook นั้นจะมัวแต่อัพเดททีละนิดละน้อยเหมือนเดิมไม่ได้แล้ว

ล่าสุด Facebook ได้ประกาศในงาน f8 ถึงสิ่งที่กำลังจะเปิดให้ผู้ใช้งานทุกคนในวันที่ 30 กันยายนที่จะถึงนี้ นั่นคือ Facebook Timeline

Facebook Timeline – ของเล่นใหม่สำหรับผู้แอบติดตาม?

Facebook timeline

Facebook Timeline จะช่วยให้คุณและเพื่อน สามารถย้อนดูอดีตของคุณได้ สามารถที่จะเลือกดูได้ว่า เมื่อเดือนที่แล้ว ปีที่แล้ว เราไปเขียนอะไรไว้, Post รูปอะไรบ้าง หรือแม้แต่ Status ว่า เราเคยเป็นแฟนกับใคร โดยสามารถย้อนกลับไปได้จนถึงปีเกิดของเราได้เลยทีเดียว

เว็บไซต์ใหญ่ๆในโลกและในประเทศไทยหลายเว็บได้พูดถึง Facebook Timeline มีการแนะนำการใช้งาน และแจกแจงความสามารถต่างๆกันอย่างละเอียด ซึ่งสามารถติดตามอ่านได้จาก Mashable : Facebook’s New Profiles: First Impressions (http://mashable.com/2011/09/22/facebooks-new-profiles-first-impressions/) และ Blognone : งาน Facebook f8 วันนี้: Timeline และ Open Graph รุ่นใหม่ (http://www.blognone.com/news/26566/งาน-facebook-f8-วันนี้-timeline-และ-open-graph-รุ่นใหม่)

แต่สิ่งหนึ่งที่เริ่มมีการพูดถึงกันมากขึ้นคือเรื่องของ ความเป็นส่วนตัวที่เริ่มจะไม่เป็นส่วนตัว

เมื่อผู้คนสามารถรู้จักคุณได้ สามารถที่จะดูย้อนหลังได้ว่า คุณเคยทำอะไรมาบ้าง ยิ่งจะทำให้ความเป็นตัวตนของคุณถูกเปิดเผยมากขึ้น

ถูกที่คุณอาจจะบอกว่า ใน Facebook ก็มีระบบที่สามารถควบคุมได้ว่า ให้เฉพาะเพื่อนของเราเท่านั้นที่สามารถเห็นได้ แต่นั่นก็เป็นแค่ภาพลวงตา เพราะบางคนก็ยังตั้งค่าไม่เป็นเลยด้วยซ้ำ หรือ “เพื่อน” ที่เรารับเข้ามาอยู่ใน Facebook ของเรานั้น บางครั้งอาจรับมาด้วยความไม่เต็มใจ (เช่น เจ้านาย, แฟน, พ่อ, แม่ – เพราะบางครั้งคุณคงไม่อยากจะให้พ่อของคุณรู้ใช่มั้ยว่า เมื่อคืนนี้คุณไปเมาที่ไหนมา)

Facebook อาจกลายเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ฝ่าย HR ของบริษัทจะเข้าไปตรวจดูประวัติและความเป็นไปของคุณก่อนที่จะรับเข้าทำงาน และด้วย Facebook Timeline ที่ว่านี้ จะทำให้ฝ่าย HR นั้นคงจะสนุกไม่น้อยที่จะรื้อประวัติของคุณลึกลงไปอีกๆๆๆ

Mark Zuckerburg มีแนวความคิดว่า ปัจจุบันนี้ผู้คนเปลี่ยนไป เค้าบอกว่า เมื่อตอนเค้าสร้าง Facebook แรกๆ สมัยที่อยู่ยังอยู่ในหอพักที่มหาวิทยาลัย มีหลายคนทักเค้าว่า “ใครจะมาบอกประวัติของตัวเองให้ชาวโลกรู้ ใครจะมาบอกว่าตอนนี้ฉันทำอะไรอยู่”

แต่วันนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อน ผู้คนบนโลกต้องการได้รับความสนใจจากผู้อื่น และการได้รับความสนใจได้นั้น คือการแบ่งปันข้อมูลของตัวเองให้มากขึ้น ยิ่งมากยิ่งดี โดยวิธีการแบ่งปัน ก็มีมากกว่า Facebook มีอีกหลาย Social Media ที่ให้คุณได้เปิดเผยความเป็นตัวตนของคุณ

พีท แคชมอร์ ซีอีโอของ Mashable ได้พูดกับ CNN ว่า “ความเป็นส่วนตัวได้สิ้นสุดลงแล้ว เพราะมี Social Media ต่างๆ ถือปืนจ่อหัวอยู่ (privacy was dead, and social media was holding the smoking gun)” เค้าบอกว่า เราอยู่บนโลกที่ปัจจุบันนี้ คนที่มีคุณค่ามากที่สุดคือคนที่มีผู้ให้ความสนใจมากที่สุด ยิ่งเราแชร์ข้อมูลของเราไปในหลากหลาย media เท่าไร่ เราก็จะเป็นคนที่โด่งดังมากเท่านั้น

การออกแบบฤา Facebook จะกลายเป็น Hi5?

ในมุมของการออกแบบ Facebook Timeline ได้เพิ่มภาพขนาดใหญ่มากทางด้านบน แบ่งวิธีการอ่าน timeline เป็นสองคอลัมน์ ซึ่งการออกแบบนี้สร้างควาาม “ไม่ชิน” ให้กับ user เก่าๆ ของ Facebook ได้ไม่น้อย

ความไม่ชินดังกล่าวทำให้ผุ้ใช้งาน Facebook หลายคนถึงกับงง การที่ต้องใช้เวลานานกว่า 15 นาทีเพื่อทำความเข้าใจกับสิ่งที่ไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องมาเรียนรู้ใหม่ เพราะตนเองก็อยู่ในเว็บไซต์เดิมอยู่แล้ว ทำให้ถึงกับถอดใจ คงต้องหาเวลาว่างๆ เพื่อที่จะมานั่งทำความเข้าใจกันอีกที

แต่สำหรับผุ้ใช้งานอีกหลายคนก็มีความสุขกับการนั่งแต่งหน้า profile ใหม่ของตนเอง เหมือนของเล่นชิ้นใหม่ และด้วยความสามารถในการให้เรา post ภาพ หรือ ประวัติเราย้อนหลังได้ คาดว่าน่าจะทำให้ผู้ใช้งาน Facebook หลายคนต้องยุ่งกันเป็นพันละวันในช่วง 2-3 วัน หลังจากเปิด ตัว Facebook Timeline อย่างเป็นทางการ

โดยส่วนตัว ผมเองไม่ได้ set อะไรมาก หน้าตาของ Facebook timeline ดูยุ่งยากจริง และงง ในช่วงแรก แต่สิ่งที่ยากสุดคือการหารูปมาไว้ตรงพื้นที่ด้านบนที่แสนจะใหญ่โตมโหรทึก (ขอสารภาพว่าเสียเวลาไปเกือบ 15 นาที)

การเปลี่ยนแปลงหน้าตาในรอบนี้ ทำให้เกิดการวิจารณ์มากมายว่า Facebook เริ่มจะหน้าตาเหมือน Hi5 เข้าไปเสียแล้ว

หากเรายังจำได้ Hi5 เคยเป็น Social Media ที่มีผู้ใช้มากมาย แต่ด้วยความที่ Hi5 ไม่สามารถควบคุมรูปแบบการออกแบบหน้าของแต่ละ user ได้ จึงทำให้หน้า Hi5 ของแต่ละคนมี effect มากมาย เข้าไปทีเจอแสงระยิบระยับเป็นประกาย บางทีก็จะเจอรูปภาพแบบ slide show ซึ่งนอกจากจะรกสายตา น่ารำคาญ แล้ว ยังทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ของคนที่เข้าไปดูต้องใช้พลังงานมาก บางครั้งมากจนทำให้เครื่องค้างเลยก็มี

จึงไม่แปลกว่าทำไมคนถึงได้ย้ายจาก Hi5 มายัง Facebook ซึ่งมี interface ที่เรียบง่าย สบายตา และที่สำคัญโหลดได้เร็วกว่า

แต่การเปลี่ยนแปลงของ Facebook ในครั้งนี้จะร้ายแรงถึงขนาด Hi5 เลยหรือไม่?

ส่วนตัวแล้วผมคิดว่าคงไม่ถึงขนาดนั้น ผู้คนยังคงสนใจที่จะติดตาม “เพื่อน” ของเขาอยู่ว่า วันนี้เขาทำอะไรบ้าง เขาคิดอะไรอยู่ ดังนั้นกับแค่การเปลี่ยนแปลงหน้าตาที่ดูน่าสับสนคงไม่เป็นปัญหา ใช้ไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็ชิน อีกอย่าง หน้าตาใหม่ก็ไม่ได้ดูแย่มากขนาดนั้น

ถามว่าแล้วคนที่รำคาญมากๆจะหนีไปใช้ Google+ ที่ดูเรียบง่ายกว่าหรือไม่? ผมคิดว่า “อาจจะมีบ้าง” เพราะในปัจจุบันก็มีเพื่อนหลายคนที่ย้ายไปใช้ Google+ แล้ว แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้ย้ายขาด ไม่ได้ย้ายไป Google+ แล้วจะทิ้ง Facebook ไปเลย กลายเป็นว่า ต้องเล่น 2 เว็บไซต์ ในเวลาเดียวกัน (ยุ่งไปกว่าเดิม)

นานาจิตตังครับเรื่อง Facebook Timeline มันเป็นเรื่องของความชอบส่วนบุคคลล้วนๆ บางคนก็ว่าสวยดี บางคนก็ว่ายุ่งยาก คงไม่แปลกหากวันนี้เราจะพบบทความโจมตีการออกแบบใหม่ของ Facebook ว่ามีข้อเสียอย่างไร เพราะมันเป็นเรื่องใหม่ ส่วนตัวผมแล้ว ผมชอบภาพใหญ่ๆ ด้านบนครับ มันอลังการมาก การเปลี่ยนแค่ภาพด้านบนภาพเดียวจะช่วยเปลี่ยนอารมณ์โดยรวมของหน้า profile เราได้เลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม เจ้าสองคอลัมน์ด้านล่าง ดูแล้วสู้ของเดิมแบบคอลัมน์เดียวไม่ได้

Facebook Timeline อาจจะเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นสำหรับใครหลายคน และอาจจะเป็นอะไรที่น่าเบื่อ น่ารำคาญสำหรับใครอีกหลายคน แต่จะเป็นจุดเปลี่ยน จุดตกของ Facebook คงไม่ใช่ และคงไม่ได้เป็นผลดีกับ Google+ อย่างมากมาย เหตุเพราะคำว่า “เพื่อน” ที่ปัจจุบันนี้ยังวนเวียนอยู่ใน Facebook ถึง 800ล้านคน อย่างไม่คิดจะเปลี่ยนใจไปนั่นเอง

Search This Site:



rgb72 on Facebook

คำศัพท์ Internet วันละคำ

AdSense
– ระบบการโฆษณาบน Google
— WEB101 by rgb72

72's Friends

Useful Links

Related Articles:

เริ่มต้น และ รู้จักกับ Facebook Paper ด้วยวิธีง่ายๆ

February 4, 2014





มันคืออะไร? ดาวน์โหลดยังไง? รู้จักกับ Facebook Paper แอพใหม่จาก Facebook ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในช่วงเวลานี้

2014 เทรนด์ไหนจะอยู่ เทรนด์ไหนจะไป? พฤติกรรม user ที่มีผลต่อการออกแบบและการตลาดออนไลน์

January 8, 2014





ฟันธงไปเลยว่า เทรนด์ไหนจะมา เทรนด์ไหนจะร่วง โดยใช้พฤติกรรมผู้ใช้งานเป็นพื้นฐาน และพฤติกรรมที่ว่านี้จะมีผลต่อเทรนด์การออกแบบและการตลาดออนไลน์อย่างไรบ้าง

สวัสดีปี 2555

January 16, 2012





สวัสดีปีมังกรครับ… แล้ววันนี้ก็ถือโอกาสสรุปสิ่งที่เกิดขึ้นบนโลกออนไลน์ในปี 2554 ที่ผ่านมา และสิ่งที่ควรต้องจับตามองในปี 2555 เพื่อไม่ให้หลุดเทรนด์ในปีนี้นะครับ ปีที่ผ่านมา วงการออนไลน์มีการเปลี่ยนแปลงไปมาก มีหลายงาน หลายแคมเปญทำแล้วประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี แต่หลายแคมเปญก็ออกจะผืดๆ โดยมีผลกระทบจากปัจจัยภายนอก อย่างน้ำท่วมใหญ่เมื่อปลายปี สำหรับในปีนี้สิ่งที่คาดว่าจะได้เห็นบนโลกออนไลน์ ความเปลี่ยนแปลงในหลายๆด้าน ก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องต่างๆดังต่อไปนี้ 1. Apple product และ Design style ถึงวันนี้คงเถียงไม่ได้แล้วว่า ใครๆก็ตั้งหน้าตั้งตารอ iPhone 5 และ iPad 3 อยู่ ทั้งๆที่ตัวเองก็มี iPhone 4 และ iPad 2 กันอยู่แล้ว วันนี้สินค้าของ Apple มันไม่ใช่เรื่องของ “ความจำเป็น” อีกแล้ว แต่มันกลับเป็นเรื่องของ “แฟชั่น” เสียมากกว่า และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้สินค้ายี่ห้ออื่น และ ระบบปฎิบัติการอื่นนั้นเกิดได้ยาก แม้สินค้าหลายตัวจะมีการสร้างกระแสด้วยการทำตัวต้นแบบหลุดออกมาบ้าง แต่ถึงแม้ว่าจะหลุดออกมาให้เห็นทั้งตัว ก็ยังสู้กระแสที่มีชิบตัวเล็กๆ ซึ่งดูไม่ออกว่าคืออะไร แต่บอกว่าเป็นของ iPad […]

YouTube Redesign หน้าตาใหม่ของ YouTube ในรอบหลายปี

December 2, 2011





วันนี้หากใครได้เข้าไปในเว็บของ YouTube.com จะพบว่า หน้าตาที่เราคุ้นเคยมาหลายปี บัดนี้ได้เปลี่ยนไปเสียแล้ว เนื่องด้วยการเปลี่ยนแปลงเว็บของบริษัทแม่อย่าง Google ที่ปัจจุบันเริ่มทยอยเปลี่ยนแปลงหน้าตาและ interface ของตัวเองไปเรื่อยๆ ซึ่งล่าสุดที่เห็นชัดๆ ก็คือการเปลี่ยนเว็บของ Gmail และ Google Calendar ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ YouTube ซึ่งเป็นบริษัทที่ถูกควบโดย Google จะเปลี่ยนแปลงไปด้วย การออกแบบ การออกแบบในเชิงของ Look & Feel นั้น เว็บในเครือของ Google ทั้งหมดจะถูกปูทางด้วย Google Plus ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของปุ่ม พื้น background สีเทาอ่อนเหล่านี้เป็นต้น นอกจากนี้ตัวโลโก้ของ YouTube เองก็ถูกปรับให้มีสีที่เข้มและมืดขึ้น ตัวอักษรที่ถูกปรับ font ขนาด และ สี ให้ดูสวยขึ้น รวมไปถึง icon ด้านบนในช่อง URL ก็ถูกปรับด้วยเช่นกัน หน้าที่การทำงาน หากพูดในเชิงหน้าที่การใช้งานแล้ว YouTube ดีไซน์ใหม่ได้เน้นไปให้ความสำคัญกับ “Channel” […]

ขายของผ่านเน็ท

October 2, 2011





ตรวจทาน: จ๋า เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา อลีฟ น้องที่ออฟฟิสมาบอกว่าเค้าเปิดร้านบน Facebook ชื่อ Ssweetvanilla ขายเครื่องสำอางนำเข้าจากเกาหลี ผมก็เข้าไปดู แล้วก็กด LIKE ทีนึง ไม่รู้ว่าใครเป็นคนเริ่มคิดขายของผ่านทาง Facebook .. ไอเดียดีชะมัด.. แค่แปะสินค้าของตัวเองลงไปเยอะๆๆๆ จะซื้อจะขายก็ผ่านทางกล่องคอมเม้นด้านล่าง ง่ายมากๆ ก็ไหนๆ คนไทยถนัดจะโอนเงินให้ มากกว่าการให้บัตรเครดิต ถ้าชอบ อยากซื้อ ก็จองผ่านกล่องคอมเม้น แล้วก็วิ่งไปโอนเงิน แค่นี้ก็เรียบร้อย ไม่นาน ของก็ถูกจัดส่งถึงที่ ซื้อขายง่ายไม่พอ บางทีผู้ขายยังสามารถแนะนำผู้ซื้อได้อีก.. ลูกค้าบางคนมาถามว่าเสื้อตัวนี้เหมาะกับเค้ามั้ย ดีมั้ย เนื้อผ้าเป็นอย่างไร ผู้ขายก็ตอบกันผ่านทางกล่องคอมเม้นนั่นแหละ เวลาผ่านไปไม่ถึงหนึ่งอาทิตย์ รู้ข่าวอีกทีเห็นว่า น้องอลีฟ ทำเงินไปแล้วเหยียบหมื่น ไม่รู้หลักหมื่นที่ว่านี่กำไรเท่าไร่ รู้แต่ว่ามันทำให้ผมนึกถึงสมัยเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ที่มีคนมาถามผมว่า อยากทำเว็บ e-commerce จะทำได้รึยัง? ทำดีมั้ย? ทำอย่างไร? เมื่อสิบปีก่อนนั้น e-commerce เป็นที่นิยมมาก ได้ยินกันหนาหู มีคนเขียนหนังสือออกมามากมายว่าจะทำ e-commerce จะขายของออนไลน์ทำได้อย่างไร และถึงแม้ว่าจะมีหนังสือออกมามากมาย […]