Home » Feature Artists » Currently Reading:

รู้จัก Pixar Studio และ John Lasseter

November 30, 2011 Feature Artists Comments

หลายคนเคยดูหนังการ์ตูนดังๆอย่างเช่น Monster Inc., Toy Story, Finding Nemo, Up, Cars, Wall-e และ อื่นๆอีกมากมาย… แต่ไม่รู้จัก Pixar

หลายคนรู้จัก Pixar… แต่ไม่เคยรู้ว่าผู้ให้กำเนิด Pixar คือ สตีฟ จ๊อปส์ (Steve Jobs) เจ้าของ Apple

หลายคนรู้ว่า สตีฟ จ๊อปส์ เป็นผู้สร้าง Pixar… แต่ไม่รู้จัก ผู้อยู่เบื้องหลังตัวจริงของภาพยนตร์การ์ตูนแสนสนุกทุกเรื่อง

คนนี้ชื่อ จอห์น ลาสเตอร์ (John Lasseter)

ถึงตอนนี้ หลายคนที่พอจะรู้จักประวัติของ Pixar อาจจะเถียงว่า “ไม่จริง! สตีฟ จ๊อปส์ ไม่ได้เป็นคนให้กำเนิด Pixar แต่เป็น จอร์จ ลูคัส (Josh Lucas) ผู้สร้าง Starwars และเจ้าของ ILM (Industrail Light and Magic) ต่างหาก!

ไม่เป็นไรครับ เรื่องราวเป็นอย่างไร จะเล่าให้ฟัง…


ประตูทางเข้าบริษัท Pixar

Pixar นั้นถือกำเนิดขึ้นโดยมีลักษณะเป็นแค่ ทีม ทีมหนึ่งของ Lucus Films เป็นทีมที่คอยวิจัยและพัฒนาเรื่องของ animation graphics ต่อมาไม่นาน สตีฟ จ๊อปส์ คือ คนที่เข้ามาซื้อหน่วยงานตรงนี้ด้วยเงินจำนวน 10 ล้านเหรียญสหรัฐ โดย ห้าล้านเหรียญเข้ากระเป๋าของ จอร์จ ลูคัส ส่วนอีก ห้าล้านเหรียญเข้าไปเป็นเงินกองทุนบริษัท

โดยเหตุผมที่จ๊อปส์มาซื้อ Pixar นั้นเป็นเพราะว่าทาง จอร์จ ลูคัส เองนั้น ต้องการเงินเพื่อที่จะเอาไปใช้ในการหย่ากับภรรยา

แล้วจ๊อปส์ก็เข้ามาซื้อเพื่อเป็นการช่วยเหลือเพื่อน

อย่างไรก็ตาม ทีมของ Pixar นั้น ก็มีมือดีอยู่ในนั้นหลายคน หนึ่งในนั้นคือ จอห์น ลาสเตอร์ (John Lasseter)

จอห์น ลาสเตอร์ (John Lasseter)

จอห์นเรียนจบจาก CALARTS มหาวิทยาลัยที่ดังเป็นอันดับต้นๆของอเมริกา โดยนักศึกษารุ่นเดียวกันกับเค้าก็มีคนดังซึ่งเป็นที่รู้จักมากมายหลายคน หนึ่งในนั้นเราอาจจะรู้จักกันดี นั่นคือ ทิม เบอร์ตั้น ผู้สร้าง Nightmare before Christmas, Sweetney Todd, และล่าสุด Alice in the Wonderland

จอห์นบ้าการ์ตูนแอนนิเมชั่นมากๆ และดิสนี่ย์คือความใฝ่ฝนของเค้า เค้ารักดิสนี่ย์ถึงขนาดที่ไปสมัครทำงานเป็นไกด์นำเที่ยวบนเรือที่ ดิสนี่ย์แลนด์ ในช่วงปิดเทอม

และเมื่อเค้าจบจาก CALARTS แน่นอน บริษัทที่เค้าเข้าไปทำงานเป็นที่แรกก็ต้องหนีไม่พ้น ดิสนีย์

ดิสนีย์ในช่วงนั้นเน้นการทำแอนนิเมชั่นโดยการวาดรูปด้วยมือ ซึ่งจอห์นเองก็พยายามจะนำคอมพิวเตอร์และภาพสามมิติเข้ามาใช้ ซึ่งถือเป็นการนำคอมพิวเตอร์เข้ามาเกี่ยวข้องกับการวาดการ์ตูนเป็นครั้งแรก ซึ่งดิสนีย์เองก็ยังไม่รู้เลยว่า ถ้านำคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยทำการ์ตูนแล้ว จะได้ผลดีขึ้นหรือแย่ลงอย่างไร

เพื่อเป็นการพิสูจน์ ดิสนี่ย์จึงบอกให้จอห์นลองทำหนังออกมาซักเรื่องหนึ่ง โดยภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องแรกที่เค้าทำในขณะนั้นคือ Brave Little Toaster ซึ่งใช้เวลาทำนาน 8 เดือน

8 เดือนผ่านไป ทางผู้บริหารของดิสนี่ย์ได้เรียกจอห์นเข้าไปเพื่อนำเสนอการ์ตูนที่ทำจากคอมพิวเตอร์ แต่เมื่อนำเสนอเสร็จแล้ว ทางผู้บริหารของดิสนี่ย์กลับไม่ยิ้ม ไม่หัวเราะ และถามจอห์นว่า

“ค่าใช้จ่ายการทำคอมพิวเตอร์แอนนิเมชั่นนั้นแพงมั้ย?”

จอห์นตอบว่า “ก็คงพอๆกันกับการทำภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง”

เมื่อผู้บริหารได้ยินดังนั้น เค้าจึงตอบจอห์นกลับมาว่า “เหตุผลที่เราจะทำ คอมพิวเตอร์แอนนิเมชั่นก็คือ มันช่วยให้สามารถทำการ์ตูนได้ในราคาที่ถูกกว่า หรือไม่ก็เร็วกว่าที่เป็นอยู่” แล้วผู้บริหารท่านนั้นก็เดินออกไป

ห้านาทีถัดมา จอห์นได้รับโทรศัพท์แจ้งว่า ตำแหน่งหน้าที่ของคุณในดิสนีย์นั้นได้จบลงแล้ว คุณโดนไล่ออก!!

ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น University of Utha ได้สร้างแลปคอมพิวเตอร์กราฟฟิคแห่งแรก นำโดย เอ็ด แคทมอล (Ed Catmull) ซึ่งมีการทำภาพสามมิติด้วยคอมพิวเตอร์อย่างจริงจัง ซึ่ง ณ ขณะนั้น University of Utha ถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่มีการลงทุนทางด้านนี้อย่างจริงจังด้วยเงินเป็นล้านๆเหรียญ

และได้พัฒนาโปรแกรมทำแอนนิเมชั่น มีชื่อว่า “Tween”

ซึ่งประจวบเหมาะกับช่วงเวลาที่ในขณะนั้น ภาพยนตร์เรื่อง Star Wars ของ จอร์จ ลูคัส นั้นออกฉาย

จอร์จบอกว่า เค้าต้องการอะไรมายิ่งใหญ่และทันสมัยกว่าสิ่งที่เค้าทำอยู่ ณ เวลานั้น ดังนั้นจอร์จจึงตัดสินใจเรียก เอ็ด เข้ามาเพื่อสร้างทีมคอมพิวเตอร์กราฟฟิคทีมแรกของ Lucas Film

ฺทีมของคอมพิวเตอร์ของ Lucas Film นั้นเต็มไปด้วยคนเก่งๆมากมาย และส่วนใหญ่แล้วคือนักวิทยาศาสตร์และพวกที่เก่งด้านการทำโปรแกรม

แต่การทำแอนนิเมชั่นนั้น ไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยีอย่างเดียว มันรวมไปถึงเรื่องของความเป็นศิลปะ ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้มีความรู้ทางด้านศิลปะน้อยมาก

ดังนั้น จอห์น ลาสเตอร์คือตัวเลือกที่สำคัญ เมื่อทั้ง เอ็ด และ จอห์น ได้บังเอิญพบกันในงาน Computer Graphic Conference โดย เอ็ด อยู่ในฐานะผู้บรรยาย ส่วน จอห์น เป็นแค่ผู้ร่วมงานเท่านั้น

แต่งานของจอห์นที่ดิสนีย์โยนทิ้งไปนั้น กลับเป็นงานที่มีคนรู้จักเป็นจำนวนมาก ดังนั้นเมื่อเค้าทั้งคู่มาพบกัน จึงไม่ใช่เรื่องยากที่เขาทั้งสองจะตกลงปลงใจมาร่วมงานกันที่ Lucus films

เมื่อจอห์นเข้ามาร่วมทีม เขาได้พยายามผลักดันให้มีการสร้างซอฟท์แวร์ใหม่ๆ เพื่อสนับสนุนการทำแอนนิเมชั่น ซึ่งจอห์นมีความสุขมากๆในการสร้างความท้าทายแปลกๆใหม่ๆให้กับทีมตลอดเวลา ประโยคที่จอห์นพูดแล้วเป็นที่จดจำก็คือ “ศิลปะนั้นสร้างความท้าทายให้กับเทคโนโลยี ส่วนเทคโนโลยีนั้นก็สร้างแรงบันดาลใจให้กับศิลปะ – Art challenges technology, technolgy inspires the art”

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจหลักของทีมนี้กลับกลายเป็นการสร้างเทคโนโลยีใหม่ๆ แล้วขาย และด้วยจำนวนผู้ซื้อที่มีจำนวนน้อย ก็ส่งผลให้รายได้นั้นมีไม่มากนัก

ทำไมถึงทำเทคโนโลยีขายน่ะหรอ? เมื่อมีจอห์นแล้วทำไมไม่ทำการ์ตูนขาย?

จอร์จ ลูคัส บอกกับทีมว่า ในเมื่อความฝันของทีมคอมพิวเตอร์กราฟฟิคคือการสร้างหนังดีดีซักเรื่อง แต่ในการทำอะไรที่ยิ่งใหญ่ขนาดนั้นต้องใช้เงินลงทุนประมาณ 30-40 ล้านเหรียญ …

ซึ่ง จอร์จ ไม่มี

การหานักลงทุนคือจุดเริ่มต้นของความใฝ่ฝันที่จะสร้างการ์ตูนขึ้นมาซักเรื่อง จากคอมพิวเตอร์

และ สตีฟ จ๊อปส์ คือคำตอบ

(ซ้ายไปขวา) เอ็ด แคทมอล, สตีฟ จ๊อปส์, จอห์น ลาสเตอร์

สตีฟ จ๊อปส์ เข้ามาพร้อมกับเงินลงทุนมูลค่า 10ล้านเหรียญ

และผลงานชิ้นแรกของ Pixar เกิดขึ้นจากการที่ เอ็ด เดินมาบอกจอห์นว่า .. “ไหนเราลองทำ animation ซักตัวที่บ่งบอกถึงความเป็นตัวเราดูสิ”

จอห์นนั่งนึก และมองหาสิ่งที่เป็นรูปทรงเลขาคณิต เค้าคิดๆๆๆ

สุดท้ายก็มองเป็นโคมไฟที่โต๊ะทำงาน และนั่นคือจุดเริ่มต้นของภาพ intro ที่มาพร้อมกับโลโก้ PIXAR ในช่วงแรกของหนังทุกเรื่อง

จากนั้น ภาพยนตร์เรื่องแรกของ Pixar ก็กำเนิดขึ้น ในชื่อที่ทุกคนคุ้นเคยดี

“Toy Story”

ภาพยนตร์เรื่อง Toy Story

เรื่องราวของ Pixar ต่อจากนี้ เป็นเรื่องของความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่มหาศาล ซึ่งแม้กระทั่งคนใน Pixar เองยังไม่เคยรู้เลยว่า ตนจะเดินทางมาได้ถึงจุดนี้ ภาพยนตร์ที่มีจุดเด่นอย่างมาก และจุดเด่นเหล่านี้ แม้แต่ดิสนีย์เองก็ยังไม่สามารถทำเองได้ จนสุดท้ายต้องยอมซื้อ Pixar เพื่อเข้ามาถือหุ้นส่วนหนึ่งของ Pixar และยอมให้ สตีฟ จ๊อปส์ เป็นหนึ่งในบอร์ดผู้บริหารของ ดิสนีย์ ด้วย

ทุกวันนี้ หากเราได้ดูรายชื่อผู้สร้าง ผู้กำกับ ตอนท้ายภาพยนตร์ของ Pixar คุณจะได้เห็นชื่อของ จอห์น ลาสเตอร์​ (John Lasseter) ซึ่งถ้าเค้าไม่ได้เป็นผู้กำกับซะเอง เค้าก็เป็นผู้ช่วยเหลือ หรือ โปรดิวเซอร์อยู่ตลอดเวลาไม่ห่าง

หากคุณอยากรู้จัก จอห์นมากกว่านี้ อยากรู้ว่าการทำงานของเค้าในแต่ละวันเป็นอย่างไร

Pixar ได้ทำ สกู๊ปพิเศษออกมาพร้อมกับการโฆษณาภาพยนตร์เรื่องใหม่ของ Pixar นั่นคือ “CARS 2” โดยรวมเอาเรื่องราวในหนึ่งวันของ จอห์น มาให้ได้ดูกัน น่าสนใจมากๆครับ เราจะได้รู้ว่า คนที่เค้าเก่งๆกัน วันๆหนึ่งเค้าทำงานอะไรกันบ้าง งานถึงได้ออกมาสุดยอดกันขนาดนี้

ภาพยนตร์เรื่องสั้นที่ว่า มีชื่อว่า “A day in a life” (http://youtu.be/m5HN3-l_f-U) ลองดูนะครับ

ภาพยนตร์เรื่อง Monster Inc.

ภาพยนตร์เรื่อง Ratatouille

ภาพยนตร์เรื่อง UP

Search This Site:



rgb72 on Facebook

คำศัพท์ Internet วันละคำ

ai (คำที่เกี่ยวข้อง: Adobe, Illustrator)
– ประเภทของไฟล์ที่สร้างโดยโปรแกรม Adobe Illustrator โดยภาพที่ได้นั้นจะเป็นภาพประเภท vector หรือภาพ graphic ประเภทภาพวาด และลายเส้น
— WEB101 by rgb72

72's Friends

Useful Links

Related Articles:

12 สิ่งที่ได้เรียนรู้จากบรรยายของคุณฝน ประสานสุข วีระสุนทร ในหัวข้อเรื่อง “VISUAL STORYTELLING FROM FROZEN”

July 18, 2014





ได้ไปฟังคุณฝน หนึ่งที่ทีมงานดิสนี่ย์เล่าถึงที่มาที่ไปการคิดเนื้อเรื่องการ์ตูน Frozen เก็บมาได้ 12ข้อใหญ่ๆสำคัญมากสำหรับ Creative, animator, และ artist

The Pixar Story

December 13, 2010





The Pixar Story เป็นภาพยนตร์เชิงสารคดี (Documentary) ที่ถ่ายถอดเรื่องราวการกำเนิดบริษัทแอนิเมชั่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก พูดถึงคนสามคนที่เป็นผู้ยิ่งใหญ่และมีผลต่อ pixar เป็นอย่างมาก นั่นคือ Ed Catmull, John Lasseter, และ Steve Jobs เนื้อหาในภาพยนตร์ทำให้เข้าใจได้มากขึ้นว่า คนที่เป็นผู้นำในการทำแอนิเมชั่นจริงๆคือนาย John Lasseter นั่นเอง โดยเค้าได้เริ่มจากความรักในการทำการ์ตูนตั้งแต่สมัยที่ต้องเขียนภาพเป็นแผ่นๆด้วยมือและดินสอ จากนั้นเมื่อได้มีโอกาสเข้าเรียนที่ CALART ก็ทำให้เค้าเรียนรู้จากปรมาจารย์ที่มาจาก Disney โดยตรง ทำให้เมื่อเรียนจบแล้ว ความฝันที่อยากจะทำงานที่ Disney เป็นจริงได้ไม่ยาก ความรักที่ John Lasseter มีให้กับ Disney นั้นมากมายเหลือเกิน ถึงขนาดไปทำงานกวาดถนนใน Disneyland ช่วงปิดเทอมซัมเมอร์ แต่สิ่งที่ให้เค้าทั้งช๊อกและเสียใจนั่นคือการถูก Disney เองไล่ออก เมื่อเค้าไปนำเสนอทาง Disney ให้มาทำ Computer Graphic แทนการวาดภาพด้วยมือ โดยคำตอบที่ Disney ให้กลับมาคือ “สองเหตุผลที่เราจะหันมาใช้ Computer […]

Review iPhone4

September 22, 2010





เห็นว่าวันนี้เป็นวันเปิดตัว iPhone4 วันแรกของหลายๆค่าย เลยขอทำการ review iPhone4 ในฐานะคนที่ได้สัมผัส iPhone4 มาแล้วประมาณ 1 เดือน ทั้งนี้เพื่อช่วยในการตัดสินใจของใครหลายๆคนที่กำลังก้ำกึ่งว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อ เพราะราคาของมันก็ไม่ได้ถูกซักเท่าไร่ iPhone4 เปิดตัวเมื่อกลางปีที่ผ่านมา ซึ่งก่อนเปิดตัว iPhone4 ก็สร้างความฮือฮาให้กับสาวก Apple หลายคนด้วยภาพหลุด และการ review เครื่อง iPhone4 ที่นักพัฒนาของ Apple เอง ลืมเอาไว้ที่ผับแห่งหนึ่ง และนั่นทำให้เป็นเรื่องราวใหญ่โตถึงขึ้นฟ้องร้อง เพราะผู้ที่เก็บได้ นำ iPhone4 ไปขายต่อให้ Gizmodo เว็บไซต์ที่โด่งดังได้ review ทำให้ Gizmodo มีความผิดโทษฐานรับซื้อของโจร งานเปิดตัว iPhone4 โดย Steve Jobs จึงเป็นที่จับตามองมากๆว่า iPhone4 ที่จะเปิดตัวของจริงนั้น จะเหมือนกับที่สาวกได้เห็นกันทางเว็บ Gizmodo หรือไม่ และเมื่อ Steve Jobs เปิดตัว หน้าตาของ […]

รู้จัก แอนนี่ เลโบวิตช์ (Annie Leibovitz)

April 3, 2010





แอนนี่ เลโบวิตช์ ช่างภาพฝีมือดีมากคนหนึ่งของอเมริกา ผลงานของเธอมีเอกลักษณ์และดูโดดเด่นมากๆ ผมเชื่อว่าหลายคนที่ได้มาอ่านตรงนี้ คงจะเคยได้เห็นงานของเธอบ้างไม่มากก็น้อย ผลงานที่โดดเด่นมากๆ เห็นจะเป็นภาพเปลือยของ เดมี่ มัวร์ ขณะตั้งครรภ์ และภาพ จอห์น เลนนอน เปลือยกายกอดภรรยาของเขา ซึ่ง แอนนี่ คือช่างภาพระดับมืออาชีพคนสุดท้ายที่ได้ถ่ายรูป เลนนอน ก่อนที่เขาจะถูกยิงในอีกห้าชั่วโมงต่อมา Demi Moore / John Lennon + Yoko Ono แอนนี่ถ่ายภาพคนดังต่างๆมากมายทั่วโลก ระดับนักการเมืองก็เช่น บารัค โอบามา, กอบาช๊อฟ, ควีน อลิซาเบ็ธ สำหรับคนดังระดับดาราฮอลลีวู๊ดนี่ไม่ต้องพูดถึง เธอถ่ายรูปดาราเหล่านั้นเป็นว่าเล่น Queen Elizabeth II Mikhail Gorbachev ผลงานที่โดดเด่นในช่วงหลังน่าจะเป็นงานที่ถ่ายให้กับ ดิสนี่ย์ ในชุด Disney Parks “Year of a Million Dreams” ในงานนี้ เธอได้นำเอาดาราฮอลลีวู๊ดหลายคนมาแต่งให้เป็นตัวละครในเทพนิยายของดิสนี่ย์ เช่น Scarlett […]

>Business Week เปรียบเทียบ Google vs Apple

January 18, 2010





Business Week เล่มล่าสุด (January 25, 2010) พูดถึงเรื่องของสองบริษัทยักษ์ใหญ่ใน Silicon Valley นั่นคือ Apple และ Google และในบทความนี้มีตารางเปรียบเทียบความเหมือนที่แตกต่าง (The Same, but Different) ระหว่างสองบริษัทนี้ เห็นว่าคนสรุปเค้าเก่งดี เลยลองเอามาให้ดูกัน (เรียงลำดับการเปรียเทียบโดยให้ Google อยุ่ทางด้านหน้าเหมือนในตาราง : Google / Apple) Date Founded: 1998 / 1976 อันนี้แน่นอน Apple เกิดก่อนนานมากๆ แตกต่างจาก Google ที่เพิ่งเกิด แต่ก็มาแรงอย่างที่เราทุกคนรู้กันอยู่ CEOs: Eric Schmidt / Steve Jobs สอง CEO นี้เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่คนที่ติดตามผลงานของ Google และ Apple และทั้งสองคนนี้ก็ได้รับทั้งคำชมและคำวิจารณ์ต่างๆนานา (โดยเฉพาะ Steve […]