แบบฟอร์ม.. อ่านง่ายกว่าถ้าชิดขวา

April 25, 2012 Design, Web Dev Comments

ข้อมูลพื้นฐานจากเว็บไซต์ UXmovement.com (http://uxmovement.com/forms/form-label-proximity-right-aligned-is-easier-to-scan/)

อุปสรรค์สำคัญในการทำแบบฟอร์มคือทำอย่างไรให้คนกรอกข้อมูล หนึ่งในวิธีแก้คือการทำให้คนอ่านรู้สึกง่ายที่จะอ่าน ง่ายที่จะกรอก ไม่สับสน

และนั่นเป็นหน้าที่ของดีไซน์เนอร์โดยตรง

การออกแบบฟอร์มนั้นจริงๆก็ไม่ยาก แค่เรียงตัวอักษรคำอธิบายไว้ว่า จะให้กรอกอะไร ตามมาด้วย กล่อง input box ที่ต้องการให้เค้าใส่ข้อมูล

ซึ่งวิธีการเรียงตัวอักษร สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 รูปแบบคือ
1. ตัวอักษรอยู่ด้านบนกล่องใส่ข้อมูล
2. ตัวอักษรอยู่ข้างในกล่องใส่ข้อมูล
3. ตัวอักษรอยู่ด้านข้างกล่องใส่ข้อมูล

แน่นอนว่าสองวิธีแรกนั้นทำให้การอ่านแบบฟอร์มง่ายกว่าแบบที่สามมาก แต่บางครั้ง ดีไซน์เนอร์เองก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องออกแบบให้ตัวอักษรอยู่ทางด้านข้าง

แต่จะทำอย่างไรให้อ่านง่ายล่ะ?

จากการทดสอบของเว็บ UXmovement พบว่าการออกแบบให้ตัวอักษรกั้นหน้าด้านขวา เป็นแนวเดียวกันกับแบบฟอร์ม จะทำให้ผู้ใช้งานสามารถอ่านได้ง่ายขึ้น เนื่องจากไม่จำเป็นต้องกวาดสายตาไป-มา มาก

จากภาพด้านบน จะเห็นว่า การวางตัวอักษรชิดซ้ายจะทำให้เกิดช่องว่าง เกิดพื้นที่สีขาว หรือที่เค้าเรียกว่า ‘white space’ มากกว่าการวางตัวอักษรชิดขวา และนั่นเป็นเหตุผลให้การอ่านแบบฟอร์มยากขึ้น

ดีไซน์เนอร์หลายคนเชื่อว่า การวางตัวอักษรกั้นหน้าซ้ายจะช่วยทำให้การอ่านตัวอักษรง่ายขึ้น ซึ่งนั่นไม่ผิดเลย การเรียงตัวอักษรในรูปแบบที่มนุษย์คุ้นเคย ทำให้การอ่านตัวอักษรง่ายจริง แต่ทำให้ไม่ได้ทำให้การกรอกแบบฟอร์มง่ายขึ้นไปด้วย เนื่องจาก ผู้ใช้งานต้องการรู้ชัดเจนว่า จะกรอกข้อมูลส่วนนี้ ลงไปในช่องไหน ดังนั้นการสร้างช่องว่างระหว่างตัวอักษรและกล่องใส่ข้อมูล จะทำให้เกิดความยากและสับสนมากยิ่งขึ้น

ลองเปลี่ยนวิธีการออกแบบ แบบฟอร์มดู โดยส่วนตัวแล้ว คิดว่านอกจากจะทำให้การกรอกข้อมูลง่ายขึ้นแล้ว การกั้นหน้าขวามีผลทำให้แบบฟอร์มของเราดูสวยขึ้นด้วยครับ

Read it later บัดนี้เปลี่ยนชื่อเป็น Pocket แล้ว!

Read it later บริการที่ให้คุณเก็บข่าว, คลิป, ลิงค์เว็บ, และข้อมูลที่ได้เจอบนอินเตอร์เน็ทแต่ไม่มีเวลาอ่าน เพื่อเอาไว้กลับมาอ่านเมื่อไรก็ได้ที่ต้องการ บัดนี้เปลี่ยนชื่อเป็น Pocket แล้ว

นอกจากชื่อที่เปลี่ยนแล้ว Pocket ยังออก App ตัวใหม่ ดีไซน์สวย ใช้ง่าย และเว็บไซต์ใหม่พร้อมวิดีโอแนะนำบริการของ pocket ด้วย

Pocket เป็นบริการที่ดีมากๆครับ แนะนำให้ทุกคนลองใช้ดู จะได้ไม่ลืมข้อมูลดีดีที่เราได้พบเป็นจำนวนมาก ในทุกๆวัน

เพิ่งรู้จัก.. มาเลเซีย

April 19, 2012 My View Comments

ช่วงนี้เดินทางบ่อย.. แต่เดินทางใกล้ๆ

ล่าสุดไปมาเลเซีย โดยจุดประสงค์ของการไปครั้งนี้คือ ไปเที่ยวและชมบ้านเมืองเค้า

แต่สิ่งที่ได้เห็นและได้ยินกลับค่อนข้างผิดคาด ในความคิดเดิมที ที่คิดว่ามาเลเซียจะเป็นเมืองที่ล้าสมัย (แม้จะไม่มาก แต่ก็น่าจะล้ากว่าไทย)

ดังนั้นการเดินทางทั้ง 4 วัน จึงเป็นการเดินทางที่ผมพยายามสังเกตหาสิ่งรอบๆมาเลเซีย ที่ได้พบได้เห็นได้รู้สึก มาแชร์ให้ได้รู้กัน

โดยต้องออกตัวก่อนว่า ผมไม่มีพื้นฐานข้อมูลทางด้าน เศรษฐกิจ การเมือง และ สังคม ของเค้าเลย ที่จะว่าไปต่อจากนี้นั้นเป็นสิ่งที่สังเกตได้เอง รู้สึกเองทั้งหมด

1. ความเจริญ

ไปคราวนี้เถียงไม่ได้เลยว่า มาเลเซีย แม้จะเป็นประเทศเล็กๆ แต่มีความเจริญไม่น้อยไปกว่าไทย ผมได้พูดคุยกับคุณอาที่เดินทางมาที่นี่บ่อยมาก เค้าบอกว่า มาเลเซียเมื่อ 20 ปีที่แล้วยังล้าสมัยมาก รถเมล์สกปรก หลายคนเดินถนนไม่ใส่เสื้อผ้า ค่าแรงต่ำ แต่ปัจจุบันไม่ใช่แล้ว ค่าแรงขั้นต่ำมาเลเซียตกอยู่ประมาณ 400 บาท ฮ่องกง 700 บาท ส่วนไทยนั้นอยู่ที่ 300 บาท

นอกจากนี้ผมยังได้เห็น รถไฟฟ้าเต็มเมือง ทั้งแบบไฟฟ้าธรรมดาและแบบโมโนเรล การเดินทางสะดวก รถแท๊กซี่มีระเบียบ มีกฎกติกา ห้ามขึ้นมากกว่า 4 คน เหมือนสิงคโปร์ ถนนเรียบลื่น ไม่ขรุขระ ทางด่วนมี express lane หลายแบบ เดาว่าการคอรับชั่นของรัฐบาลคงมีน้อยกว่าไทยมาก

2. สถาปัตยกรรม

ตึกที่โดดเด่นและเป็นที่พูดถึง ไม่ดูไม่ได้ของมาเลเซียคือตึกแฝด “ปิโตรนาส” (Petronas Towers) นอกจากนี้ยังมีหอคอยขนาดสูงอันดับเจ็ดของโลก ชื่อ “กัวลาลัมเปอร์ ทาวเวอร์ (Kuala Lumpur Tower) ที่มีจุดประสงค์เพื่อถ่ายทอดสัญญาณทีวีแบบดิจิตอล และยังเป็น landmark ของมาเลเซียที่มีผลพลอยได้จากการเก็บเงินค่าขึ้นไปชมวิว และรับประทานอาหารสุดโรแมนติกอีกด้วย

ระหว่างการนั่งรถ ผมก็ได้เห็นอีกตึกหนึ่งที่น่าสนใจ ตึกนี้โดดเด่นตรงที่ ทั้งตึกถูกห่อหุ้มไปด้วยจอภาพขนาดใหญ่ มองจากระยะไกลคิดว่าตึกนี้สูงไม่น่าต่ำกว่า 30 ชั้น (เสียดายที่ถ่ายรูปมาให้ไม่ทัน) ดังนั้น เมื่อมองดู จะเหมือนมี TV ขนาดใหญ่มากปกคลุมทั่วทั้งตึก เป็นที่สังเกตได้ไม่ยากสำหรับผู้ที่พบเห็น เจ๋งมากๆ

แต่สิ่งเล็กๆที่สังเกตได้ระหว่างการเดินทางในมาเลเซียคือ สีของตึก เค้าบอกว่าตึกของมาเลเซีย ไม่ว่าจะเป็นลายอะไรทาสีแบบไหน แต่ถ้าเป็นโทนสีน้ำเงิน แปลว่าเป็นตึกของรัฐบาล ซึ่งก็ถือว่ายอดเยี่ยมไปเลย เพราะมีการกำหนดมาตรฐานชัดเจน ดูแล้วเป็นระเบียบดี

3. ภาษา

คนมาเลเซียมีภาษาท้องถิ่นที่พูดกันอยู่แล้วคือ ภาษามาลายู แต่ทุกคนก็รู้ภาษาอังกฤษครับ หากแต่ว่าภาษาอังกฤษที่เค้าใช้นั้นเรียกว่า “Manglish” ซึ่งมีพื้นฐานมาจากภาษาอังกฤษนี่แหละ แต่หากจะให้อธิบายง่ายๆ ก็จะเป็นภาษาอังกฤษแบบมั่วๆหน่อย ไม่ได้เรียงตามหลัก grammar ซักเท่าไร่ การสะกดก็มีแปลกๆ ตามอำเภอใจอยู่บ้าง เช่นคำว่า “BUS” ที่แปลว่ารถเมล์ ที่นั่นก็สะกดว่า “BAS’ เป็นต้น

ภาษาอังกฤษที่นี่เค้าพูดแล้วมีตามท้ายด้วยคำว่า “Lah” (อ่านว่า ล่า) “What do you want, lah”, “I don’t have it, lah” (คิดแล้วเหมือนเราที่พูดว่า “ล่ะ” ตามท้ายนั่นล่ะ!)

การใช้คำว่า Lah นั้น ไม่ได้ใช้เพียงแค่ในมาเลเซียเท่านั้น แต่กลับใช้มากในสิงคโปร์ด้วยเช่นกัน นศ.ไทยหลายคนที่ไปเรียนสิงคโปร์ มักจะติดคำว่า Lah กลับมาด้วยไม่น้อย

การใช้ Lah นั้น มีความแพร่หลายมาก จนทำให้ Oxford ต้องกำหนดไว้ใน Dictionary เลยทีเดียว ซึ่งนั่นทำให้คนมาเลเซียดีใจมาก (ในช่วงแรก) แต่แอบเสียใจเล็กๆ เมื่อคำว่า Lah ถูกเขียนอธิบายใน Oxford ว่าเป็นภาษาของสิงคโปร์

4. เล่นน้ำที่มาเลฯ

สวนน้ำแห่งใหญ่ที่สุดของมาเลเซียคือสวนน้ำที่มีชื่อว่า Sunway Lagoon

Sunway Lagoon เป็นสวนน้ำขนาดใหญ่มาก มีสไลด์เดอร์หลายตัวนับไม่ถ้วน แต่ละตัวความตื่นเต้นไม่แพ้รถไฟเหาะ

แต่ที่แปลกใจกลับเป็นวิธีการลงเล่นน้ำ

การแต่งกายลงน้ำของเค้า ไม่เน้นให้ใส่ชุดว่ายน้ำครับ แค่ขอเป็นชุดอะไรก็ได้ที่ปกปิดมิดชิด ดังนั้น เราจะเห็นคนที่ลงไปว่ายน้ำในชุดเสื้อยืด กางเกงยีนส์ หรือแม้แต่เสื้อเชิ้ตก็ยังมี หรือแม้กระทั่งชุดมุสลิม ลงไปพร้อมผ้าคลุมผม

ทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่า แล้วคนมุสลิมในไทย เวลาลงเล่นน้ำ จะทำอย่างไร?

5. อาหารยอดฮิต

คนมุสลิมที่นี่มีมาก สิ่งที่เห็นแปลกตานอกจาก “ไก่แดง” ที่มีหน้าตาคล้ายหมูแดงมาก ศัพท์ภาษาอังกฤษเค้าเรียกว่า “BBQ Chicken” (ส่วนหมูแดงเรียก BBQ Pork) ก็จะมี “ไข่ต้ม” ที่ต้มอยู่ในน้ำต้มสมุนไพรจีน ซึ่งก็ไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่ในนั้นบ้าง รู้แต่ว่ากลิ่นหอมดีมาก ชวนหลงไหลให้ต้องลองกิน สามารถกินได้ดี ง่าย ราคาถูก ที่สำคัญรสชาตก็ไม่ได้ต่างจากไข่ต้มปกติซักเท่าไร่ ช่วยคลายความหิวเฉพาะหน้าได้อย่างรวดเร็วทันใจ

6. ของไทยๆ

ประเทศเพื่อนบ้านมีชายแดนติดกันขนาดนี้ สินค้าเราจะไม่ไหลมาหาเค้าบ้างเลยก็คงเป็นไปไม่ได้

แต่จากภาพด้านล่างนี้ ทำให้รู้แล้วว่า เจ้ามังกรบาร์บีกอนของเรามันถูกจับมาซ่อนตัวไว้ที่ไหน!!

7. เกนติ้ง

เกนติ้ง คาสิโนที่ผสมกับการเป็นสถานที่พักผ่อนยามว่างของคนมาเลเซีย

ต้องบอกว่าคนมาเลเซียโชคดีมากที่มีเกนติ้งแห่งนี้อยู่ในเมือง แม้ว่ามันจะเป็น คาสิโน สถานที่มอมเมาประชาชนที่ติดพนันอย่างที่เราเชื่อๆกัน (มั้ง) แต่ที่นั่นก็สร้างงาน สร้างเงิน สร้างรายได้ ให้กับประชาชนในประเทศมากมาย

ด้วยการเดินทางจากตัวเมืองออกมาเพียง 1 ชม.กว่าๆ เราก็จะได้อยู่บนยอดเขาที่เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ของเล่น สวนสนุกที่ยิ่งใหญ่ และที่สำคัญ อากาศที่หนาวเย็นต่างจากตัวเมืองด้านล่างที่ร้อนเป็นตับแล่บ

เกนติ้งถือว่าเป็นสถานที่ที่น่าพอใจที่สุดในการเยือนมาเลเซียครั้งนี้

แม้จะผ่านการเดินทางด้วยรถแท็กซี่ บนถนนคดเคี้ยว ขึ้นเขา แต่ไม่หวาดเสียว เนื่องจากถนนที่เรียบ เนียน และกว้างใหญ่ (ไม่มีเสียวว่าจะตกเขาหรือไม่) ผมก็คิดว่าคุ้มที่ได้ขึ้นมาเยือนที่แห่งนี้

อย่างไรก็ตาม คนขับเองก็ต้องมีฝีมือไม่น้อย ผมชมคนขับแท๊กซี่ว่าเป็น “Professional Driver” ซึ่งเค้าตอบกลับมาว่า “จะไม่ให้ Professional ได้ไง ในเมื่อเค้าขับขึ้นแขาแห่งนี้วันละ 4 รอบ มาตลอด 20 ปี!!”

20 ปี วันละ 4 รอบ.. รอบละ 60 ริงกิต เท่ากับ 600 บาทต่อรอบ ดังนั้นวันหนึ่งเค้าจะได้ประมาณ 2,400 บาท แค่ขึ้นเขารอบละ 1 ชม.กว่าๆ เท่านั้นเอง

คิดแล้วอยากให้เมืองไทยมีสถานที่แบบนี้บ้างจัง

การมาเยือนมาเลเซียครั้งนี้ บอกตรงๆว่าไม่มีอะไรเที่ยวเท่าไร่ครับ สำหรับที่เที่ยวยังไงก็สู้ประเทศไทยเราไม่ได้ คนมาเลเซีย คนสิงคโปร์ถึงได้แวะมาเที่ยวเมืองไทยเป็นจำนวนมาก ปีละหลายๆครั้ง แต่การมาเปิดหูเปิดตาในครั้งนี้ทำให้ได้รู้ว่า ประเทศเพื่อนบ้านใกล้ๆ เรา แม้เค้าจะเริ่มพัฒนาช้ากว่าเรา แต่วันนี้เค้าเติบโตเร็วกว่าเรามาก และเชื่อว่าอีกไม่นาน เค้าคงจะเจริญนำหน้าเราขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว นี่ยังไม่พูดถึงเวียดนามที่ตอนนี้เป็นประเทศที่หลายคนให้ความสนใจ หรือที่น่าสนใจกว่าในขณะนี้ก็น่าจะเป็นพม่า หลังมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไปใน “ทางที่ดี”

ดังนั้น เราควรจะต้องมองย้อนดูตัวเองครับ ประเทศไทยเรา ถ้าเราไม่ช่วยกันพัฒนา ช่วยกันดูแลแล้ว ใครจะมาช่วยเรา? อีกไม่นาน เพื่อนบ้านเราคงจะแซงหน้าเราไปหมดแน่ๆ!

Search This Site:



rgb72 on Facebook

คำศัพท์ Internet วันละคำ

Adobe
– บริษัทผู้ผลิตและเจ้าของลิขสิทธิ์โปรแกรมชื่อดังที่ใช้ในงาน graphic มากมาย เช่น Photoshop, Illustrator, InDesign, Dreamweaver, Flash, Premiere, After Effect
เว็บไซต์ http://www.adobe.com
— WEB101 by rgb72

72's Friends

Useful Links

rgb72


being72 คือหนังสือที่รวบรวมเรื่องราวความเป็น rgb72 บริษัทออกแบบเว็บไซต์ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน โดยจัดทำเนื่องในโอกาสครบรอบ 10ปี

+ บทความจากผู้เขียน
+ ตอนที่1: Pre-rgb72 / ทำงานกับ Martha Stewart
+ ตอนที่2: Pre-rgb72 / Arcadian
+ ตอนที่3: Pre-rgb72 / ewit
+ ตอนที่4: เริ่มต้นอย่างเงียบๆ
+ ตอนที่5: Generation 1 (ยุคที่1:บุกเบิก) / เริ่มต้นที่ศูนย์
+ ตอนที่6: โทร โทร โทร...
+ ตอนที่7: นามบัตร
+ ตอนที่8: หนังสือพิมพ์และโทรทัศน์
+ ตอนที่9: MATCHING STUDIO
+ ตอนที่10: มีเงินที่ไหน ให้ไปที่นั่น
+ ตอนที่11: พนักงานคนแรก
+ ตอนที่12: ภาพแทรก ออฟฟิสที่สองของ rgb72
+ ตอนที่13: เพื่อนจาก ewit
+ ตอนที่14: GettyImages ฟ้องจริง ถึงจริง
+ ตอนที่15: เว็บไซต์ที่ทำแบบมากที่สุด
+ ตอนที่16: ความฝันที่ 1 พบชื่อลูกค้าทุกๆ ห้านาทีที่ขับรถ
+ ตอนที่17: สมุย.. สร้างเสร็จได้ในวันเดียว
+ ตอนที่18: ขึ้นศาล.. มันไม่สนุก
+ ตอนที่19: นักธุรกิจต่างชาติ
+ ตอนที่20: ความฝันที่ 2 เที่ยวต่างประเทศ
+ ตอนที่21: Super AE
+ ตอนที่22: สินบน
+ ตอนที่23: ผู้หญิงที่ผมไม่รับ
+ ตอนที่24: งานที่คุณไม่ได้ดู
+ ตอนที่25: นักออกแบบ
+ ตอนที่26: คู่แข่งที่รัก
+ ตอนที่27: เซียนหลังกระดานหุ้น ตอนที่ 1/2
+ ตอนที่27: เซียนหลังกระดานหุ้น ตอนที่ 2/2
+ ตอนแทรก: หาาา?... อะไรนะ!!??
+ ตอนที่28: ยิ่งให้... ยิ่งได้
+ ตอนที่ 29: Wall of Frames
+ ตอนที่ 30: ผี 72
+ ตอนที่ 31: เพื่อนจากตะวันออกกลาง
+ ตอนที่ 32: Photography
+ ตอนที่ 33: Too Far from the Dream





Recent Comments

Powered by Disqus