บรรยาย: คัดลอกความคิดหรือเนรมิตแรงบันดาลใจ

September 13, 2012 Class / Training Comments

9/11 เป็นเลขที่สวยมากสำหรับการไปบรรยายให้นักศึกษาที่ ม.ธัญญบุรี คลอง 6

หัวข้อการบรรยายครั้งนี้ชื่อ “คัดลอกความคิดหรือเนรมิตแรงบันดาลใจ” โจทย์คือ งานแต่ละงานที่เราเห็นๆนั้น ถือเป็นงาน copy หรือเป็นแรงบันดาลใจกันแน่? และเราควร copy มั้ย?

โจทย์ข้อนี้ยากมาก เพราะมันเป็นเรื่องที่ผมได้ถกเถียงกับเพื่อนๆมาตั้งแต่สมัยเรียน จนถึงบัดนี้ หลายงานไม่ว่าจะเป็น งานโฆษณา ดนตรี ภาพถ่าย หนังภาพยนตร์ ก็มักจะเกิดคำถามกันว่า งานเหล่านี้ที่เราเห็นนั้น “ลอก” มารึเปล่า?

หากจะลงลึกไปในรายละเอียด หลายงานก็ไม่ได้ลอกมาซะทั้งดุ้นทีเดียว เช่น เพลงอาจจะเอามาแค่ท่อนฮุค หนังอาจจะลอกมาแค่มุมกล้อง ซึ่งเป็นเรื่องที่พูดยากมาก ยกตัวอย่างเช่น เรื่อง บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม ภาคแรก มีการเคลื่อนไหวของกล้องในฉากหนึ่งที่ชัดเจนมาก เหมือนว่าลอกมาจากเรื่อง Bad Boys และ The Rock การเคลื่อนไหวกล้องและมุมกล้องแบบนี้ เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของผู้กำกับ Michael Bay แต่หากเราจะบอกว่า พี่หม่ำ ลอกมา ก็จะเกิดประเด็นอีกว่า .. “แล้วถ้าเค้าแค่ แพน กล้องจากซ้ายไปขวา จะไม่ถือว่าเป็นการลอกหนังเมื่อ 50ปี ที่แล้วหรอ??”

การบรรยายครั้งนี้แทนที่จะมาบอกว่า คนไหนลอก คนไหนไม่ลอก ผมเลยหันไปเน้นประเด็นที่ว่า “แล้วเราควรลอกหรือไม่??”

คำตอบที่ผมให้นักศึกษาคือ “ควร”

แต่เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรทำเพื่อรายได้หรือผลประโยชน์อื่น

เพราะผมเข้าใจว่า ทุกคนบนโลกนี้เคยลอกงานกันมาหมด เพียงแต่ว่า ลอกแล้ว เอามาหาประโยชน์จากมันรึเปล่า?

เราจะหัดเล่นกีต้าร์ได้เก่งๆ ก็ต้องเล่นตามนักดนตรีดังๆ มีชื่อเสียง อยากแต่งเพลงให้ได้เพราะๆก็ต้องมานั่งวิเคราะห์ว่า เนื้อเพลงที่โดนใจ และ กินใจเรานั้น เค้าใช้คำอะไรบ้าง มีสัมผัสอย่างไร

ไม่แปลกหรอกที่จะลอก ผมเคยได้ยินใครไม่รู้พูดว่า “คนโง่คือคนที่ไม่เรียนรู้อะไรเลย คนฉลาดคือคนที่รู้จักเรียนรู้ด้วยตัวเอง แต่คนที่ฉลาดกว่า คือคนที่รู้จักเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้อื่น”

มันจะทำให้เราเรียนรู้ได้เร็วขึ้น


ภาพโดย @yunuko

ผมบอกนักศึกษาว่า ผมเองก็ไม่พลาดที่จะลอกงานชาวบ้าน ผมลอกมาตั้งแต่เด็ก เขียนการ์ตูนเป็นเล่มๆ ก็ลอก Dragon Ball Z พอโตมา ผมก็ชอบเดินตามห้าง ดู display ตามร้านต่างๆ มองเห็นอะไรสวยก็จำไว้ แล้วนำมาประยุกต์ เช่นเรื่องของ สี และ font ที่ใช้

เช่น สีบางสีให้ความรู้สึกสนุก บางสีให้ความรู้สึกขรึม เท่ห์ หรือ font บางตัวทำให้สินค้าตัวนั้นดูไฮโซ เหล่านี้เป็นต้น

การบรรยายดำเนินต่อด้วยการแยกประเภทของการ Copy ที่ผมคิดขึ้นมาเองว่า มันมีอยู่ประมาณ 4 รูปแบบ คือ

1.ลอกให้คล้าย แล้วเอามาขาย

2. ลอกให้เหมือน ไม่ให้มีความแตกต่างเลยแม้แต่น้อย (ยิ่งเหมือนยิ่งดี) ในกรณีนี้ก็อย่างเช่น Louis Vuitton หลอม

3. เลียนแบบ/ตั้งใจล้อเลียน เช่น คลิปวิดีโอที่ล้อเลียนกังนัมสไตล์ หรือภาพของ Mona lisa ที่ถูกล้อเลียนให้ออกมาอ้วนน่ารัก โดย Fernanda Botero

4. ลอกเพื่อนำไปพัฒนาต่อให้ดีขึ้น เช่น กรณีของ Black Berry Text Message ถูกพัฒนาเป็น WhatsApp เพื่อให้คนที่ใช้ iPhone สามารถ Chat กันได้บ้าง แต่สุดท้ายก็ยังมี LINE ที่ออกมาเบียด WhatsApp ตกชั้นด้วยการทำ sticker น่ารักเอาใจคนเอเชีย โดยมีผลวัดความสำเร็จของ sticker ใน LINE ได้ด้วยยอดขายมากกว่า 100ล้านบาทไทย เฉพาะเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา

จากนั้นผมได้บรรยายต่อด้วยการย้ำถึงสิ่งที่ผมพูดมาตลอดคือ ถ้าเราไม่อยากจะลอกใคร อยากจะคิดงานได้ไว และ ดี นั้นเราควรทำอย่างไร?

เปรียบเทียบสมองเราเหมือนตู้เย็นนะครับ.. ยิ่งเรามีกับข้าวอยู่ในนั้นมากเท่าไร่ เราก็จะสามารถ mix ประยุกต์ ทำกับข้าวใหม่ๆ ได้มากเท่านั้น ถ้าเรามีแต่ มาม่า กับ ไข่ อยู่ในนั้น แน่นอนว่า อาหารมือต่อไปก็คงไม่พ้น มาม่าใส่ไข่

การจะหาของมายัดใส่ตู้เย็นสมองของเรานั้น ทำได้ไม่ยาก เพียงแค่เป็นคนช่างสังเกต เข้าร้านหนังสือบ่อยๆ คิดงานบ่อยๆ คิดเยอะๆ และพึ่ง Google ในการหาแรงบันดาลใจให้น้อยลง

เพราะผลเสียจากการลอกงาน ไม่ใช่เพียงแค่ทำให้งานเราไม่ original แล้ว สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ “ทำให้เราเคยชินกับการลอก และคิดเองไม่เป็น”

แค่เสียดายสมองของนศ.ที่จบใหม่ๆ สมองกำลัง fresh น่าจะได้คิดอะไรใหม่ๆ เจ๋งๆ ออกมาบ้าง

การบรรยายครั้งนี้ผมได้บรรยายพร้อมกับ คุณโต สุรเสกข์  ซึ่งเป็นนักออกแบบ product ที่ได้รับรางวัลมากมาย และยังเป็นอาจารย์พิเศษที่ ม.รังสิต อีกด้วย

สิ่งที่ผมชอบจากการบรรยายของคุณโต คือ หากเรา research สังเกต ศึกษา แล้ว แต่เราไม่มี “กระบวนการ” ในการคิด ไม่คิดให้ลึก มันก็ทำให้งานเราไม่แตกต่างจากคนอื่นอย่างเห็นได้ชัดอยู่ดี นอกจากนี้ การออกแบบอะไรก็ตาม เราควร “ฟัง” ความคิดเห็นผู้อื่น และไม่ยอมแพ้เมื่อผู้อื่นบอกว่า “งานเราไม่ดี” หรือ “งานนี้มันเหมือนลอกใครมานะ” การนำเอาความคิดเห็นเหล่านี้มาทำให้เกิดพลังในการพัฒนา ก็จะทำให้เราดีขึ้นเรื่อยๆ

จะทำงานให้ดี มันไม่ได้มาง่ายๆ

ปิดท้ายการบรรยายด้วยการ ถาม-ตอบ จากผู้ฟังในหอประชุม ขอคัดมาเฉพาะคำถามเด็ด 3 ข้อ

1. หากเราทำงานส่งลูกค้า แล้วลูกค้าเปลี่ยนใจ ไม่เอางานที่เราทำ ทั้งๆที่เราก็ทำตามที่เค้าบอก เราควรทำอย่างไร?

ตอบ: ถ้าเหตุที่ลูกค้าไม่เอางานเรา เพราะเค้าเปลี่ยนใจ เช่น ทีแรกบอกว่าอยากได้แก้วน้ำทรงสูง พอทำให้เสร็จแล้วบอกว่าอยากได้ทรงเตี้ย ก็ให้เก็บเงินเพิ่มเลยครับ ค่าเสียเวลาทำงาน เพราะสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในการทำงานให้ลูกค้าคือ การที่ลูกค้าเองยังไม่รู้ว่า “จริงๆแล้วเค้าอยากได้อะไร”

2. ถ้าให้เลือก ระหว่างทำงานที่เรารัก กับทำงานที่ได้เงิน เราจะเลือกแบบไหน?

ตอบ: ผมตอบ น.ศ.ว่าผมเอาสองอย่างเลย ทำไมเราต้องเลือกล่ะ? เราไม่จำเป็นต้องเลือกนะ เราสามารถทำงานที่เราชอบและลูกค้าหรือคนทั่วไปก็ชอบด้วยก็ได้

3. Idol ของผมคือใคร?

ตอบ: ถามคำถามนี้ นศ.ผมหลายคนรู้อยู่แล้ว.. คำตอบนี้ยังจะช่วยสนับสนุนคำถามที่สองด้านบนด้วย ผมชอบ Apple นะครับ เพราะเค้าสามารถทำงานที่เค้าชอบ ทำออกมาได้ดี ด้วยความตั้งใจ และถูกใจคนทั่วโลกได้อีกด้วย สิ่งที่ชอบมากที่สุดเห็นจะเป็นการที่เค้าสามารถ balance ศิลปะ และ ธุรกิจได้อย่างลงตัว ไม่ Art จนสุดโต่ง และไม่ Business มากเกินไป

การบรรยายครั้งนี้อาจจะมีติดๆขัดๆบ้าง แต่รวมๆแล้วคิดว่ามันดีมาก ผมได้สื่อสารสิ่งที่ต้องการจะบอกให้นักศึกษาฟังทั้งหมด และนักศึกษาเองก็ยังได้รับแรงบันดาลจากวิทยากรอีกท่านด้วย หากมีอะไรสนุกๆแบบนี้อีก ผมก็ยินดีที่จะไปร่วมแจมอีกนะครับ เพราะนอกจากจะได้ “ให้” ยังได้ “รับ” อะไรดีดีกลับมาอีก

Search This Site:



rgb72 on Facebook

คำศัพท์ Internet วันละคำ

Android (คำที่เกี่ยวข้อง: App)
– ระบบปฎิบัติการบนมือถือและอุปกรณ์พกพาประเภท Tablet ที่พัฒนาโดย Google ซึ่งเป็นระบบปฎิบัติการประเภท Open Source ซึ่งนอกจากจะเปิดให้นักพัฒนาสามารถแปลงระบบของตัวเองได้โดยอิสระแล้ว ยังเป็นระบบที่มีความเสถียร ใช้งานง่าย และที่สำคัญคือ ฟรี ทำให้เป็นบริษัทมือถือหลายค่ายอย่าง Samsung, LG, และ HTC หันมาเลือกใช้ Android แทน Windows Mobile

72's Friends

Useful Links

rgb72


being72 คือหนังสือที่รวบรวมเรื่องราวความเป็น rgb72 บริษัทออกแบบเว็บไซต์ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน โดยจัดทำเนื่องในโอกาสครบรอบ 10ปี

+ บทความจากผู้เขียน
+ ตอนที่1: Pre-rgb72 / ทำงานกับ Martha Stewart
+ ตอนที่2: Pre-rgb72 / Arcadian
+ ตอนที่3: Pre-rgb72 / ewit
+ ตอนที่4: เริ่มต้นอย่างเงียบๆ
+ ตอนที่5: Generation 1 (ยุคที่1:บุกเบิก) / เริ่มต้นที่ศูนย์
+ ตอนที่6: โทร โทร โทร...
+ ตอนที่7: นามบัตร
+ ตอนที่8: หนังสือพิมพ์และโทรทัศน์
+ ตอนที่9: MATCHING STUDIO
+ ตอนที่10: มีเงินที่ไหน ให้ไปที่นั่น
+ ตอนที่11: พนักงานคนแรก
+ ตอนที่12: ภาพแทรก ออฟฟิสที่สองของ rgb72
+ ตอนที่13: เพื่อนจาก ewit
+ ตอนที่14: GettyImages ฟ้องจริง ถึงจริง
+ ตอนที่15: เว็บไซต์ที่ทำแบบมากที่สุด
+ ตอนที่16: ความฝันที่ 1 พบชื่อลูกค้าทุกๆ ห้านาทีที่ขับรถ
+ ตอนที่17: สมุย.. สร้างเสร็จได้ในวันเดียว
+ ตอนที่18: ขึ้นศาล.. มันไม่สนุก
+ ตอนที่19: นักธุรกิจต่างชาติ
+ ตอนที่20: ความฝันที่ 2 เที่ยวต่างประเทศ
+ ตอนที่21: Super AE
+ ตอนที่22: สินบน
+ ตอนที่23: ผู้หญิงที่ผมไม่รับ
+ ตอนที่24: งานที่คุณไม่ได้ดู
+ ตอนที่25: นักออกแบบ
+ ตอนที่26: คู่แข่งที่รัก
+ ตอนที่27: เซียนหลังกระดานหุ้น ตอนที่ 1/2
+ ตอนที่27: เซียนหลังกระดานหุ้น ตอนที่ 2/2
+ ตอนแทรก: หาาา?... อะไรนะ!!??
+ ตอนที่28: ยิ่งให้... ยิ่งได้
+ ตอนที่ 29: Wall of Frames
+ ตอนที่ 30: ผี 72
+ ตอนที่ 31: เพื่อนจากตะวันออกกลาง
+ ตอนที่ 32: Photography
+ ตอนที่ 33: Too Far from the Dream





Recent Comments

Powered by Disqus