4 เทคโนโลยีของ TV ที่ควรรู้จักในปี 2013

January 22, 2013 Hardware, Tech Comments

เป็นผลมาจากงาน CES 2013 หรือที่มีชื่อเรียกเต็มๆว่า Consumer and Electronics Show ที่เพิ่งผ่านไปเมื่อวันที่ 7-10 มกราคม ที่ ลาสเวกัส เป็นงานแสดงโชว์สินค้าไฮเทคจากบริษัทชั้นนำทั่วโลกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดงานหนึ่ง เรียกว่างานนี้ใครมีอะไรดีดี เจ๋งๆ ทั้งที่พร้อมขาย และ ยังไม่พร้อมขาย ก็ขนเอาความเป็นสุดยอดของตัวเองมาไว้ที่นี่

บริษัทใหญ่ยักษ์อย่าง Sony, Samsung, LG, Microsoft ต่างก็ขนของตัวเองมาโชว์กัน รวมๆแล้วงานนี้มีสินค้าหลากหลายประเภท ตั้งแต่โทรศัพท์มือถือ, ทีวี, ตู้เย็น, คอมพิวเตอร์, เครื่องเล่นเกม, และอื่นๆอีกมากมาย ตามข่าวกันไม่ทันเลยทีเดียว

แต่เทคโนโลยีที่ดูจะแข่งขันกันมากในช่วงนี้ก็คือ จอภาพ ซึ่งหลายตัวถูกเปิดเผยมาให้เราๆ ได้รับรู้กันนานแล้ว แต่ในปีนี้ เทคโนโลยีที่ล้ำๆเหล่านี้ มันเข้าใกล้เรายิ่งขึ้น เริ่มเข้าสู่ตลาดมากขึ้น ในราคาที่ถูกลง

1. 4K

จอทีวี ยิ่งใหญ่ภาพก็ยิ่งหยาบ ยิ่งเบลอ เมื่อความละเอียดของภาพเท่าเดิม แต่ขนาดของจอมันใหญ่ขึ้น เปรียบเหมือนเราเอาหน้าไปจ้องทีวีในระยะใกล้ๆ เราก็จะเห็นถึงความเบลอ

ปีที่ผ่านมาหลายคนที่ซื้อทีวีเริ่มสังเกต (และโดนคนขายบิ้ว) ให้ซื้อทีวีที่เรียกว่า Full HD 1080p คือทีวีที่มีความละเอียดสูง 1920×1080 ส่วนทีวีที่ราคาถูกลงมาหน่อยจะเรียกว่า HD 720p (1280×720) ย้ำอีกทีว่า ยิ่งละเอียดสูง ภาพก็ยิ่งชัด

และเมื่อเราเริ่มที่จะอยากได้ทีวีจอใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้น ความละเอียดที่ 1920×1080 อาจไม่พอเพียง วันนี้จึงมีความละเอียดที่เป็นสุดยอดมากกว่าที่เค้าเรียกว่า 4K

4K Ultra high definition television คือมาตรฐานใหม่ของจอทีวี ที่ให้ความละเอียดถึง 3840 x 2160 และเมื่อเอาตัวเลขมาคูณกันจะได้ 8,294,400 pixels พอดี

ตัวเลข 8ล้านกว่านี้ สูงกว่า Full HD ที่เราพอจะหาซื้อได้ในท้องตลาดถึง 4 เท่า!

ความละเอียดขนาดนี้ บางคนบอกว่า เราสามารถที่จะหยุดภาพวิดีโอที่ถ่ายด้วยความละเอียด 4K และสามารถ print ลงกระดาษได้เลย

ความจริงแล้ว 4K ไม่ใช่เรื่องใหม่ และความละเอียดของ 4K มีหลายมาตรฐาน (อ่านต่อได้ที่ http://en.wikipedia.org/wiki/4K_resolution) ในตลาดมีการทำจอ 4K ออกมาขายแล้ว เพียงแค่ราคายังไม่เหมาะกับกระเป๋าคนทั่วไปเท่าไร่นัก

2. ทีวีจอใหญ่ที่สุด 110 นิ้ว

เราว่าจอทีวีขนาด 50กว่านิ้วก็ใหญ่แล้ว ดูในห้องเล็กๆ แสงก็สาดเข้าตาจนแทบจะบอด แต่วันนี้ที่งาน CES 2013 บริษัท Westinghouse ได้เปิดตัวจอที่เค้าว่าใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งมีขนาด 110 นิ้ว!!

110 นิ้วไม่พอ จอใหญ่ขนาดนี้ต้องใช้เทคโนโลยี 4K Ultra high definition television ที่กล่าวไปด้านบน

เว็บไซต์ the Verge บอกว่า จากที่ได้ไปดูตัวทดลองที่งาน CES 2013 นี้ พบว่า สีของภาพดูไม่สดเท่าที่ควร อย่างไรก็ตามเค้าคิดว่านี่น่าจะเป็นปัญหาเฉพาะรุ่นทดลองนี้เท่านั้น เพราะทาง Westinghouse แจ้งว่า เค้าใช้จอจากบริษัท ChinaStar บริษัทเดียวกันกับที่ผลิตจอให้ Samsung

สำหรับราคาน่ะหรอ? ตัวที่เห็นนี้อยู่ที่ 300,000 เหรียญ หรือประมาณ 10 ล้านบาทครับ !! ราคาสูงจนแอบสงสัยว่า ด้วยเงินเท่านี้น่าจะสร้างโรงหนังเองได้เลยนะนี่ น่าจะได้จอใหญ่กว่ามาก

(ภาพจาก http://www.theverge.com/2013/1/10/3862522/westinghouses-300000-dollar-custom-110-inch-4k-tv-isnt-for-everyone)

3. OLED (Organic Light Emitting Diodes)

OLED (อ่านว่า โอ-เลท) เป็นเทคโนโลยีจอภาพแบบใหม่ที่กำลังจะมาแทนที่ LED ด้วยคุณสมบัติที่บางกว่า (1/4 นิ้ว) ประหยัดไฟกว่า ทำให้เทคโนโลยีนี้กำลังถูกผลักดันให้ขึ้นมาใช้

จุดเด่นของ OLED ที่พูดถึงกันมากคือ การทำจอภาพที่ยืดหยุ่นได้ หรือ Flexible Display จอภาพที่สามารถโค้ง งอ หรือแม้กระทั่งม้วนเก็บได้ และที่สำคัญ จอ OLED นั้นสามารถมองเห็นได้จากทุกมุม กว้างสุดๆ 180 องศา (คงจะไม่มีองศาที่กว้างกว่านี้แล้วมั้ง?)

ด้วยความที่มันยืดหยุ่นได้ ตอนนี้หลายๆ บริษัทต่างจินตนาการไปถึงการที่จะพัฒนา OLED นี้ในรูปแบบต่างๆ เช่น ทำเป็นแผนที่ เครื่องเล่นเกม และที่เคยได้ยินมานานแล้วคือ ทำเป็นเสื้อผ้า ประมาณว่า ถ้าวันนี้อยากจะเปลี่ยนสีเสื้อผ้าเป็นลายต่างๆ ก็แค่ดาวน์โหลดสีหรือลายใหม่ก็สามารถใช้ได้ทันที

ทางด้านเทคนิคเกี่ยวกับการทำงานของจอ OLED ไม่ขออธิบายไว้ตรงนี้นะครับ ใครต้องการไปหาข้อมูลอ่านต่อ สามารถตาม link ด้านล่างนี้ได้เลย มีทั้งภาษาไทยและอังกฤษครับ

OLED – Wikipedia http://en.wikipedia.org/wiki/OLED
เทคโนโลยี Oled คืออะไร http://www.siamget.com/buyerguide/3156
OLED TV คืออะไรเเละดีกว่า led tv เเละ lcd tv ยังไง http://www.bt-50.com/topic.php?q_id=29406
OLED เทคโนโลยีเพื่อจอภาพบาง http://www.eclubthai.com/board/index.php?topic=33125.0;wap2 

4. Multiview screen

หลายครั้งที่คนในบ้านเดียวกัน อยากดูทีวีคนละช่อง คนละรายการ คนหนึ่งอยากดูบอล ส่วนอีกคนอยากดูละคร

วงการทีวีได้แก้ไขปัญหานี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว ด้วยความสามารถในการแสดงสองช่องในจอเดียวกัน ช่องหนึ่งได้เต็มจอ อีกช่องจะแสดงอยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมเล็กๆทางมุมด้านล่าง

ที่งาน CES ปี 2013 นี้ Samsung ได้เปิดตัวทีวีที่สามารถดูแบบเต็มจอได้สองช่องพร้อมกัน

อีกครั้งครับ สองช่อง และ เต็มจอ.. พร้อมกัน

เค้าเรียกว่า “MultiView Screen”

วิธีการแยกกันดูแต่ยังอยากนั่งกอดกันบนโซฟาเดียวกันนั้นทำได้ด้วยการใส่แว่นที่มาพร้อมหูฟัง ให้คุณสามารถรับชมรายการโปรดของแต่ละคนได้ พร้อมเสียงที่แยกจากกันโดยสิ้นเชิง

หน้าตาการทำงานเป็นอย่างไร ดูได้จากวิดีโอด้านล่าง

และนั่นคือ 4 เทคโนโลยี โทรทัศน์ที่คุณควรรู้ให้ทันโลกในปี 2013 นี้

รวมของใหม่ที่ AIS จะเปิดบริการให้ลูกค้าในปีนี้ ในงาน AIS Vision 2013

AIS vision เป็นงานแสดงวิสัยทัศน์ของ AIS ประจำปี ที่เหมือนเป็นการแจ้งให้ลูกค้าในทุกระดับ รวมถึงสื่อต่างๆได้รู้ว่า ในปีนี้ AIS กำลังจะมีผลงานอะไรออกมาบ้าง

เรียกง่ายๆว่า เป็นงานเหมือน Keynote ของ Apple ที่ขึ้นมาพูดเปิดตัวสินค้านั่นล่ะ

ปีนี้เราได้รับการเชิญชวนจาก Property Perfect ลูกค้าที่สนิทสนมกันมานาน ว่าอยากให้ไปดูงานนี้ด้วยกัน ดูสิว่า  AIS จะมีอะไรดีบ้างพอให้เราได้ทันกระแส

1 ชม.นิดๆ ที่ผู้บริหารของ AIS และ Partner ต่างๆ ขึ้นมาสลับกันพูดนั้น ทำให้เราสามารถจับเอาประเด็นสำคัญๆ ที่หลายคนควรรู้มาได้ดังนี้..

1. ในปีที่ผ่านมา การเติบโตของการใช้งานโทรศัพท์มือถือ การใช้ข้อมูลผ่านมือถือเติบโตมาก มีการ download เพลงประมาณ 20ล้านเพลงต่อปี มีการส่งข่าวเข้ามือถือประมาณ 24 ล้านข่าว ต่อวัน!! มีการ download ebook ประมาณ 200,000 เล่ม ต่อเดือน

2. ภาพรวมการเติบโตการสื่อสารจากทุกค่าย ทุกบริษัท อยู่ที่ 7% โดยการบริการด้านเสียง 2% และด้านการส่งข้อมูล 60% ส่วนยอดขายอุปกรณ์พวก smartphone และ mobile device โตขึ้น 15% แบ่งเป็น Smartphone มากกว่า 7ล้านเครื่อง และ Tablet มากกว่า 1 ล้านเครื่อง

3. AIS ได้รับมอบใบอนุญาตการให้บริการ 3G ในย่านความถี่ 2100 MHz อย่างเป็นทางการจาก กสทช. และในงานยังได้มีการทดลองเล่น Facetime ผ่าน 3G /2100 MHz เป็นครั้งแรกของประเทศไทย

การใช้ Facetime กับ 3G/2100MHz ครั้งแรกของประเทศไทย

4. AIS เปิดตัว myCloud การทำงานก็เหมือน iCloud คือ เป็นพื้นที่สำหรับเก็บข้อมูล backup สำหรับลูกค้าของ AIS  ไม่ว่าจะเป็น contact list หรือ รูปภาพ นอกจากนี้ยังมีระบบค้นหาเครื่องด้วยเสียงร้อง และ การแอบถ่ายภาพ จับขโมยเมื่อมือถือหายเป็นต้น

แอบไปถามทาง AIS ว่าแล้วมันต่างกับ iCloud อย่างไร AIS ตอบว่า มันดีกว่าตรงที่ iCloud จำกัดแค่การ sync ระหว่างเครื่อง iOS เท่านั้น แต่ถ้าใช้ myCloud จะสามารถ sync ข้อมูลกับเครื่อง Android ได้ด้วย

ส่วนเรื่องค่าใช้จ่าย ทาง AIS บอกว่ายังไม่ชัดเจน อาจจะเก็บเพิ่ิมการใช้งานวันละสองบาท หรือถ้าเป็น Serenade อยู่แล้วอาจจะได้ใช้ฟรี

5. Calling Post บริการใหม่นี้คือการเขียน status ของคุณเองได้ และ status นี้จะปรากฎเมื่อมีคนโทรเข้ามา เช่น หากขึ้น status ว่า “ติดประชุมอยู่ ไม่สามารถรับสายได้” เมื่อมีคนโทรเข้ามา ก็จะเห็น status นี้ขึ้นบนหน้าจอทันที ตัว status นี้สามารถ set กลุ่มที่จะให้เห็นได้ด้วย เช่นถ้าเป็นที่บ้านโทรมาให้ขึ้นแบบหนึ่ง ที่ทำงานโทรมาขึ้นอีกแบบ เพื่อนโทรมาขึ้นอีกแบบ เป็นต้น ทีี่สำคัญ Calling post นี้สามารถแชร์กับ facebook ได้อีกด้วย

บริการ Calling Post

6. AIS Movie Store สรุปง่ายคือบริการซื้อภาพยนตร์ด้วยการ download โดยทาง AIS ได้จับมือกับ สหมงคลฟิล์มและ จีทีเอช ในการให้บริการ

7. AIS mPAY Mastercard ครั้งแรกของประเทศที่ Mastercard จับมือกับค่ายมือถือเพื่อให้ลูกค้าสามารถจ่ายเงินทาง online ได้ด้วย Mastercard ผ่านระบบการเติมเงินเดิมที่มีอยู่ของ AIS mPAY

8. สแกนตั๋วรถไฟฟ้าด้วยมือถือโดยใช้ NFC NFC หรือเรียกเต็มๆว่า Near Field Communication จะทำให้ลูกค้าของ AIS สามารถ ใช้มือถือของตัวเอง สแกนผ่านเครื่องแทนตั๋วขึ้นรถไฟฟ้า BTS ได้เลย ด้วยการร่วมมือกับ rabbit โดยบริการนี้จะเปิดให้ใช้ได้ในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้

ทุกๆ บริการที่ AIS มีให้ บางตัวดูแล้วน่าสนใจมาก แต่บางตัวอาจจะไม่จำเป็นสำหรับบางคน ก็คงต้องติดตามกันดูต่อไปว่า ปีนี้ AIS จะสามารถเปิดให้บริการแล้วมี feedback ตอบรับจากลูกค้าได้ดีมากน้อยอย่างไร

Search This Site:



rgb72 on Facebook

คำศัพท์ Internet วันละคำ

Android (คำที่เกี่ยวข้อง: App)
– ระบบปฎิบัติการบนมือถือและอุปกรณ์พกพาประเภท Tablet ที่พัฒนาโดย Google ซึ่งเป็นระบบปฎิบัติการประเภท Open Source ซึ่งนอกจากจะเปิดให้นักพัฒนาสามารถแปลงระบบของตัวเองได้โดยอิสระแล้ว ยังเป็นระบบที่มีความเสถียร ใช้งานง่าย และที่สำคัญคือ ฟรี ทำให้เป็นบริษัทมือถือหลายค่ายอย่าง Samsung, LG, และ HTC หันมาเลือกใช้ Android แทน Windows Mobile

72's Friends

Useful Links

rgb72


being72 คือหนังสือที่รวบรวมเรื่องราวความเป็น rgb72 บริษัทออกแบบเว็บไซต์ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน โดยจัดทำเนื่องในโอกาสครบรอบ 10ปี

+ บทความจากผู้เขียน
+ ตอนที่1: Pre-rgb72 / ทำงานกับ Martha Stewart
+ ตอนที่2: Pre-rgb72 / Arcadian
+ ตอนที่3: Pre-rgb72 / ewit
+ ตอนที่4: เริ่มต้นอย่างเงียบๆ
+ ตอนที่5: Generation 1 (ยุคที่1:บุกเบิก) / เริ่มต้นที่ศูนย์
+ ตอนที่6: โทร โทร โทร...
+ ตอนที่7: นามบัตร
+ ตอนที่8: หนังสือพิมพ์และโทรทัศน์
+ ตอนที่9: MATCHING STUDIO
+ ตอนที่10: มีเงินที่ไหน ให้ไปที่นั่น
+ ตอนที่11: พนักงานคนแรก
+ ตอนที่12: ภาพแทรก ออฟฟิสที่สองของ rgb72
+ ตอนที่13: เพื่อนจาก ewit
+ ตอนที่14: GettyImages ฟ้องจริง ถึงจริง
+ ตอนที่15: เว็บไซต์ที่ทำแบบมากที่สุด
+ ตอนที่16: ความฝันที่ 1 พบชื่อลูกค้าทุกๆ ห้านาทีที่ขับรถ
+ ตอนที่17: สมุย.. สร้างเสร็จได้ในวันเดียว
+ ตอนที่18: ขึ้นศาล.. มันไม่สนุก
+ ตอนที่19: นักธุรกิจต่างชาติ
+ ตอนที่20: ความฝันที่ 2 เที่ยวต่างประเทศ
+ ตอนที่21: Super AE
+ ตอนที่22: สินบน
+ ตอนที่23: ผู้หญิงที่ผมไม่รับ
+ ตอนที่24: งานที่คุณไม่ได้ดู
+ ตอนที่25: นักออกแบบ
+ ตอนที่26: คู่แข่งที่รัก
+ ตอนที่27: เซียนหลังกระดานหุ้น ตอนที่ 1/2
+ ตอนที่27: เซียนหลังกระดานหุ้น ตอนที่ 2/2
+ ตอนแทรก: หาาา?... อะไรนะ!!??
+ ตอนที่28: ยิ่งให้... ยิ่งได้
+ ตอนที่ 29: Wall of Frames
+ ตอนที่ 30: ผี 72
+ ตอนที่ 31: เพื่อนจากตะวันออกกลาง
+ ตอนที่ 32: Photography
+ ตอนที่ 33: Too Far from the Dream





Recent Comments

Powered by Disqus