โฆษณาที่น่าเบื่อที่สุดของ Leica กลับทำให้คิดถึง Apple

นี่น่าจะเป็นโฆษณาที่น่าเบื่อที่สุด..

ขณะที่โฆษณาทุกตัวพยายามทำให้คนสนใจและเข้าใจมันภายใน 30วินาที แต่โฆษณาตัวใหม่ของ Leica ตัวนี้มีความยาว 45นาที ซึ่งนำเสนอสิ่งเดียวคือภาพวิดีโอการขัด body ของกล้อง Leica T ตัวใหม่ ซึ่งขัดด้วยมือนานถึง 42นาที หรือเป็นการขัดมากกว่าสี่แสนครั้ง

แน่นอนว่าน้อยคนจะดูจบ และแน่นอนว่า Leica เองก็ไม่ได้คาดหวังว่าคนจะนั่งดูตลอด 45นาที ถึงกับมีการบอกให้ skip ไปดูตอนจบเลยก็ได้!!

แล้วอะไรที่ Leica ต้องการสื่อ!?

ไม่ใช่เพียงเท่านั้น ระหว่างดูไป ผมกลับเห็นถึงสิ่งที่เหมือนกันระหว่าง Leica และ Apple ..

The Most Boring Ad Ever Made? from Leica Camera on Vimeo.

คำตอบ…

Leica ต้องการแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของงานฝีมือในแบบที่ไม่มีใครทำ และไม่มีใครสามารถทำได้ งานที่ Leica เรียกเองว่าเป็น obsessive German craftmanship หรืองานฝีมือที่ทำอย่างหมกมุ่นตั้งใจในแบบเยอรมัน โดยทั้งหมดก็เพื่อให้งานนั้นเนี๊ยบในระดับที่สูงที่สุดหรือที่เค้าเรียกว่า highest level of perfection.

ซึ่งแน่นอนว่าเหล่านี้เราจะไม่ได้เห็นในกล้องส่วนใหญ่ที่มีขายอยู่ในท้องตลาด

แต่ระหว่างที่ดูโฆษณาตัวนี้ไป ผมกลับได้เห็นถึงความ “เหมือน” กันของ Leica และ Apple ซึ่งสิ่งที่สังเกตได้ง่ายๆไวไวเลยก็คือ

1. ไม่เน้นลูกเล่นละลานตา

ขณะที่หลายๆบริษัทพยายามขาย features หรือความสามารถต่างๆที่สินค้าตัวเองสามารถทำได้ มีลูกเล่นมากมายละลานตา มีปุ่มและ interface มากมายขายลูกค้า แต่ Apple และ Leica กลับเลือกเฉพาะสิ่งที่ “จำเป็น” จริงๆสำหรับลูกค้า และพัฒนาสิ่งที่จำเป็นจริงๆเหล่านั้นให้เจ๋งที่สุด เรียบง่ายที่สุด และให้คนได้ enjoy กับการใช้งานผลิตภัณฑ์ทั้งหมด

2. Perfection

ทำงานให้ออกมาให้ดีที่สุดในระดับที่คู่แข่งรายอื่นๆทำไม่ได้ ซึ่งสำหรับ Apple แล้ว ใกล้ตัวพวกเราที่สุดก็น่าจะเป็น iPhone สินค้าที่เราสามารถสัมผัสได้ว่าถูกสร้างจากวัสดุที่แข็งแรง ทนทาน และถูกออกแบบมาด้วยความละเอียด ทุกตารางนิ้วมี detail ที่น่าสนใจ และผ่านความคิดทั้งในด้านความสวยงามและการใช้งานที่มองที่ user centric เป็นสำคัญ และสำหรับ Leica เองยังได้บอกออกมาว่า “ไม่มีอะไรที่ไม่มีความสำคัญ ถ้าเราให้ความสำคัญกับทุกสิ่ง” Nothing is extraneous where everything is essential.

3. Tell them “Why” and “How”

เมื่อทุกอย่างถูกสร้างมาแล้วเป็นอย่างดี Apple และ Leica จึงมี “เรื่องราว” มานำเสนอได้ บอกคนอื่นได้ว่า “ทำไม” ฉันจึงผลิตสินค้าออกมาแบบนี้ และการจะได้สินค้าออกมาได้ดีขนาดนี้จะต้องมีขั้นตอนการทำอย่างไรบ้าง

จะสังเกตได้ว่า ทั้ง Apple และ Leica นั้นเป็นสินค้าที่สามารถนำเสนอขั้นตอนการผลิต แนวคิดการออกแบบ อธิบายได้ลงลึกถึงทุกสัดส่วนได้อย่างไม่ต้องสงสัย เพราะการจะพาตัวเองขึ้นมาถึง the highest level of perfection ได้นั้น ทุกมุม ทุกพื้นที่ ต้องถูกคิดมาเป็นอย่างดีแล้ว

ขณะที่ features นั้นเป็นเทคโนโลยีที่ลอกกันได้ง่ายๆ แต่งานฝีมือนั้นกลับตรงกันข้าม แน่นอนว่าการผลิตสินค้าแบบนี้จะใช้เวลานานกว่าและยากกว่า แต่นั่นเป็นการสร้างความแตกต่างที่ไม่ทำให้ตัวเองตกลงมาอยู่ในระบบการขายของที่ต้องสู้กันด้วยราคา

การนำเสนอว่าตัวเองได้ทำสินค้าที่ใช้ความตั้งใจทำมากๆ ลูกค้าจะได้สินค้าที่ล้ำค่าอยู่ในมือ ทำให้ลูกค้ายังรู้สึกอินกับการได้ครอบครองสินค้าตัวนี้มากกว่าตัวอื่นๆอีกด้วย

วิเคราะห์ได้แบบเอียงและเชียร์ brand สุดๆ แต่ก็ใช่ว่าที่เขียนมาจะไม่จริงนะครับ

ฟอนต์ยอดฮิตในเยอรมัน “DIN 1451”

April 27, 2014 Design Comments

เมื่อประมาณเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ผมได้เดินทางไปประเทศเยอรมันนีครับ เดินทางไปทุกเมืองตั้งแต่เฟรงค์เฟิร์ต มิวนิค เบอร์ลิน ส่วนเหตุผลที่ไปจริงๆก็คือเพื่อไปดูงาน Cebit งานที่รวมพลคนสายไอที ทั้ง hardware และ software ตั้งแต่บริษัทใหญ่อย่าง IBM, Samsung, T-mobile เรื่อยไปจนถึงบริษัทเล็กๆอย่างบริษัทจากเซินเจิ้น เมืองจีน ก็มาไม่ใช่น้อย

ไป Cebit ได้อะไรมาเยอะครับ จะมารีวิวลง blog72 คงจะไม่ทันแล้ว (ผ่านไปนานมาก) แต่สิ่งที่ได้รับจากเยอรมันเห็นจะเป็นเรื่องของดีไซน์ที่แอบไปสังเกตมาได้

มาดูครับว่าเยอรมันดีไซน์นั้น เป็นยังไง?

ที่เห็นเด่นชัดเรื่องแรกเลยคือ font ครับ

Font หรือ ลักษณะตัวอักษรที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ ตัวที่ฮิตๆที่ใช้กันประจำก็น่าจะเป็น Times, Helvetica, Arial, Myriad ประมาณนี้

แต่เมื่อประมาณ 2-3ปีที่ผ่านมา ส่วนตัวผมเองจะคลั่งใคล้ Font อยู่ตัวหนึ่งที่มีชื่อว่า “DIN Schriften” และใช้มันเป็นประจำ และเนื่องด้วยชื่อของมันที่ดูแปลกตา ผมเลยลองไปค้นหาดูว่าทำไมมันชื่อประหลาดแบบนี้

ณ เวลานั้นอ่านแล้วพบว่ามันมีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศเยอรมันนีนี่แหละครับ แต่ผมไม่ได้สนใจอะไรมาก (แค่ได้คลายความข้องใจในชื่อที่แปลกประหลาด) จนกระทั่ง…

การเดินทางในครั้งนี้ ผมได้เห็น Font “DIN Schriften” ตัวนี้อย่างมากมาย ตามท้องถนน ป้าย หรือแม้แต่สติ๊กเกอร์เขียนชื่อเรือก็ยังใช้ Font นี้ ผมเห็นเยอะมากจนงงว่า หรือคนเยอรมันต้องใช้ font นี้กับทุกอย่างเลยรึเปล่า?

กลับมาจึงได้กลับมา search ดูครับว่า ทำไมเค้าถึงใช้ font DIN Schriften นี่มากมายกันจัง

แล้วคำตอบก็ทำให้รู้ว่า..

Font DIN Schriften นั้นจริงๆเป็น font ที่ถูกทำขึ้นใหม่โดย Adobe เพื่อให้เหมือนกันบ font ดั้งเดิมที่ชื่อว่า “DIN 1451” (แหน่ะ! ชื่อแปลกกว่าเดิมอีก) ซึ่งคำว่า DIN นั้นย่อมาจากคำว่า Deutsches Institut für Normung

Font DIN 1451 นั้น มีประวัติศาสตร์เริ่มต้นมายาวนานมากตั้งแต่ปี 1905 จนกระทั่งปี 1931 ได้ถูกเลือกให้ใช้เป็น font สำหรับป้ายบอกทาง ป้ายถนน เอกสารทางการต่างๆ รวมไปถึงป้ายทะเบียนรถยนต์โดย the German standards body DIN – Deutsches Institut für Normung (German Institute for Standardization)

ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ผมจะมองเห็น font DIN 1451 นี้ตลอดเวลาที่อยู่ในเยอรมัน

ส่วนตัวผมเห็นด้วยว่า font DIN นั้นช่างสะท้อนความเป็นเยอรมันออกมาได้ดีมากๆ เพราะด้วย character ของคนเยอรมันที่ดูแข็งๆ ตัวใหญ่ๆ หนาๆ ตัว font ที่ดูแข็งๆ เหลี่ยมๆ หนาๆ จึงดูเหมาะสมกันมาก

ถ้าจะให้เอา Helvetica มาเป็นตัวแทน font ของคนเยอรมันก็คงไม่เหมาะอย่างแน่นอน ถูกต้องมั้ยครับ?

ปัจจุบันนี้ผมเห็น font DIN 1451 ในงานออกแบบน้อยลงถ้าเทียบกับเมื่อ 2-3ปีที่แล้ว อาจจะเป็นเพราะ character ของมันที่ดูโดดเด่นมากๆ แม้ว่ามันจะสวยมากก็จริง แต่ถ้าดูบ่อยๆก็จะเบื่อได้เร็วเช่นกัน

สัปดาห์หน้าจะนำภาพ “ฝาผนัง” ที่เห็นกันเกลื่อนเมืองในเยอรมันมาให้ได้ชมกันนะครับ

Search This Site:



rgb72 on Facebook

คำศัพท์ Internet วันละคำ

ASP (คำที่เกี่ยวข้อง: asp, .net, php, SQL server, mySQL)
– Active Server Pages ภาษาในการเขียน program พัฒนาโดยบริษัท Microsoft ตัว program มีหน้าที่เชื่อมต่อระหว่างเว็บไซต์และระบบฐานข้อมูล โดย asp นั้นจะสามารถติดต่อได้กับฐานข้อมูลสองประเภทคือ Microsoft Access และ Microsoft SQL Server

72's Friends

Useful Links

rgb72


being72 คือหนังสือที่รวบรวมเรื่องราวความเป็น rgb72 บริษัทออกแบบเว็บไซต์ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน โดยจัดทำเนื่องในโอกาสครบรอบ 10ปี

+ บทความจากผู้เขียน
+ ตอนที่1: Pre-rgb72 / ทำงานกับ Martha Stewart
+ ตอนที่2: Pre-rgb72 / Arcadian
+ ตอนที่3: Pre-rgb72 / ewit
+ ตอนที่4: เริ่มต้นอย่างเงียบๆ
+ ตอนที่5: Generation 1 (ยุคที่1:บุกเบิก) / เริ่มต้นที่ศูนย์
+ ตอนที่6: โทร โทร โทร...
+ ตอนที่7: นามบัตร
+ ตอนที่8: หนังสือพิมพ์และโทรทัศน์
+ ตอนที่9: MATCHING STUDIO
+ ตอนที่10: มีเงินที่ไหน ให้ไปที่นั่น
+ ตอนที่11: พนักงานคนแรก
+ ตอนที่12: ภาพแทรก ออฟฟิสที่สองของ rgb72
+ ตอนที่13: เพื่อนจาก ewit
+ ตอนที่14: GettyImages ฟ้องจริง ถึงจริง
+ ตอนที่15: เว็บไซต์ที่ทำแบบมากที่สุด
+ ตอนที่16: ความฝันที่ 1 พบชื่อลูกค้าทุกๆ ห้านาทีที่ขับรถ
+ ตอนที่17: สมุย.. สร้างเสร็จได้ในวันเดียว
+ ตอนที่18: ขึ้นศาล.. มันไม่สนุก
+ ตอนที่19: นักธุรกิจต่างชาติ
+ ตอนที่20: ความฝันที่ 2 เที่ยวต่างประเทศ
+ ตอนที่21: Super AE
+ ตอนที่22: สินบน
+ ตอนที่23: ผู้หญิงที่ผมไม่รับ
+ ตอนที่24: งานที่คุณไม่ได้ดู
+ ตอนที่25: นักออกแบบ
+ ตอนที่26: คู่แข่งที่รัก
+ ตอนที่27: เซียนหลังกระดานหุ้น ตอนที่ 1/2
+ ตอนที่27: เซียนหลังกระดานหุ้น ตอนที่ 2/2
+ ตอนแทรก: หาาา?... อะไรนะ!!??
+ ตอนที่28: ยิ่งให้... ยิ่งได้
+ ตอนที่ 29: Wall of Frames
+ ตอนที่ 30: ผี 72
+ ตอนที่ 31: เพื่อนจากตะวันออกกลาง
+ ตอนที่ 32: Photography
+ ตอนที่ 33: Too Far from the Dream





Recent Comments

Powered by Disqus