Home » Design » Currently Reading:

ทำ Design demo ยังไงให้ผ่าน? กับ 4 ความรู้สึกที่ลูกค้าอยากมี เมื่อฟังเราเสนอ Design demo

March 1, 2015 Design Comments

ในการนำเสนอ Design demo หรือที่เรียกกันแบบไทย ๆ ว่า ตัวอย่างงานต้นแบบ นั้น เป็นเรื่องปกติที่ทาง Design agency จะต้องทำออกไปเพื่อให้ลูกค้าได้เห็นและเข้าใจในสิ่งที่เราต้องการนำเสนอ และแน่นอน จุดมุ่งหมายของเราในฐานะคนทำดีไซน์คือ ทำอย่างไรให้ลูกค้า “ตกลงซื้อ” !!

Designer มักจะอยู่ในตำแหน่งที่ค่อนข้างกดดันเมื่อต้องทำแบบไปนำเสนอ ไม่ว่าจะเป็นหน้าตาของเว็บไซต์ หรือ แอพมือถือ และจะยิ่งกดดันมากขึ้นเมื่อต้องขึ้นแบบในเวลาที่จำกัด และข้อมูลที่มีน้อยจนถึงกับต้อง “มโน” เองหลายครั้ง

ซึ่งแรงกดดันที่ว่านั้นมักจะทำให้งานที่เราทำออกมาไม่ได้ผลลัพท์ที่ดีเท่าที่ควร งานสวยไม่ประทับใจ งานไม่มีดีไซน์ ฯลฯ แต่นั่นหาใช่เป็นสิ่งที่ลูกค้าต้องการไม่! วันนี้ลองมาดูกับ 4 ข้อที่ลูกค้าอยาก “รู้สึก” เมื่อฟังเรานำเสนองาน Design demo ซึ่งส่วนตัวผมเชื่อว่า ถ้าทำให้ลูกค้ารู้สึกได้ 4 ข้อเช่นนี้แล้ว น่าจะทำให้งานคุณมีโอกาสผ่านได้สูงขึ้น ลูกค้ามีแนวโน้มอยากจะ “ซื้อ” มากขึ้น

1. WOW

“ว้าาาวววววว” นี่คือโจทย์ที่ผมได้รับสมัยทำงานอยู่ต่างประเทศ เจ้านายผมบอกว่า ทำไงก็ได้ให้งานออกมาแล้วลูกค้าร้อง “ว้าาาววว” เมื่อเห็นแว่บแรก แล้วไอ้การที่จะเกิดคำว่า “ว้าว” ได้นั้นต้องทำอะไรบ้าง? คำตอบไม่มีตายตัว ไม่มีถูกมีผิด งานสวย ก็ทำให้ลูกค้าร้องว้าวได้ งานดีไซน์แปลกตาก็ทำให้ร้องว้าวได้ หรือการใช้สี ใช้ font ที่เค้าไม่เคยเห็น ลุกค้าก็ร้องว้าวได้.. เอาเป็นว่าไม่ว่าจะวิธีไหน เค้าจะร้อง “ว้าว” ในใจหรือร้องออกมามีเสียง แต่เมื่อเค้าร้องแล้ว ถือว่าคุณชนะใจเค้าแล้ว 25%

2. เป็นไปได้

จะว่าไปอาการ “ว้าาาววว” นั้นจะเกิดขึ้นเมื่อเค้าเห็นงานของเราใน “แว่บ” แรก ซึ่งเป็นแว่บแรกจริง ๆ แต่เมื่อเค้าจ้องมองงานของเรานานกว่า 15วินาทีแล้ว เค้าจะเริ่มมองดูรายละเอียด มองหาสิ่งอื่นที่ไม่ใช่แค่ความสวย หรือความว้าว

ลูกค้าจะมองหาความเป็นไปได้

งานที่ว่าสวยนี้มันมีโอกาสเป็นไปได้มั้ย? มันเว่อร์อลังการไปมั้ย? มันจะสามารถใช้งานได้จริงมั้ย? สร้างแอพตัวนี้ออกมาแล้วจะมีคนโหลดมั้ย คนใช้จะ งง มั้ย? เราสามารถป้องกันคำถามเหล่านี้ไม่ให้อยู่ในหัวของลูกค้าได้ด้วยการทำให้มันรู้สึกว่า “เป็นไปได้”

งานนี้เรื่องของการออกแบบการใช้งานมีส่วนทำช่วยได้ ต้องย้ำว่า “มีส่วนช่วย” นะครับ ไม่ได้แปลว่าทั้งหมด การออกแบบการใช้งานที่ดีมาใช้ขึ้นแบบสำหรับการขายงานดีไซน์นั้น ถ้าเราวางรูปแบบได้ดี งานออกแบบไม่เว่อร์จนเกินไป เช่น ปุ่ม Back ก็ควรจะอยู่ด้านซ้ายเหมือนทุกที หรือการวางเนื้อหาให้ดูแล้วอ่านง่าย เข้าถึงง่าย และยังมี look ที่ดูแล้วพอจะคุ้นตาลูกค้าอยู่บ้างก็น่าจะช่วยได้ครับ

ความเป็นไปได้คือ “จินตนาการ” ณ ส่วนนี้เราสร้างจินตนาการให้ลูกค้ารู้สึกว่างานนี้สามารถถูกสร้างได้ สร้างแล้วน่าจะมีคนชอบ น่าจะมีคนใช้ คนอยากโหลด คนอยากเข้าเว็บเราบ่อยๆ ถ้าเค้าไม่เกิดคำถามที่คิดว่างานเราเป็นแค่งาน Design เว่อร์ ๆ เอามาหลอกขายเค้า เราก็ win ไปอีก 50% แล้วล่ะครับ

3. นี่มันของฉัน

ชอบแล้ว Wow แล้ว รู้สึกว่าเป็นไปได้แล้ว.. งานนี้ต้องรู้สึกด้วยครับว่า “งานนี้มันงานของฉัน!!” แอพนี้ เว็บนี้สร้างมาเพื่อบริษัทฉัน สร้างมาเพื่อ product ของฉัน!

จะทำอย่างไรให้ลูกค้ารู้สึกเช่นนั้น?

การทำการบ้านก่อนขึ้นแบบจะช่วยได้.. การทำความรู้จักลูกค้า เข้าใจธุรกิจของลูกค้า เข้าใจ Branding ของลูกค้า และรู้จักกับคู่แข่งของลูกค้า จะช่วยทำให้เค้ารู้สึกว่า งานนี้เราทำมาเพื่อเค้าจริง ๆ การใช้สีที่ผิด การแอบไปดึงรูปจาก Google มาใช้ขึ้นแบบ “ชั่วคราว” แต่บังเอิญไปดึงรูปของคู่แข่งมา จะทำให้ 50% ที่คุณทำคะแนนมาซะดีเมื่อตอนต้นตกกระป๋องไปซะงั้น

เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างการ “สะกดตัวอักษร” ผิด ๆ ถูก ๆ นี่ก็คือส่วนหนึ่งที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกได้ว่านี่ไม่ใช่งานของฉันเช่นกัน..  เพราะงานที่ไม่ละเอียด ไม่เนี๊ยบ เหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่ลูกค้าต้องการให้ธุรกิจของเค้าเป็น

4. ตอบโจทย์ในสิ่งที่ต้องการ

เราทุกคนมีสิ่งที่ต้องการครับ เมื่อลูกค้ามองงานเรา ไม่ใช่แค่ว่าสวย ดูดี น่าใช้ แล้วดูเหมือนเป็นงานของเราแล้ว มันต้องตอบคำถามด้วยว่า “ทำแล้วได้อะไร!!??”

ทำแล้วตอบโจทย์ตามที่เค้าเคยบรี๊ฟมาให้เราหรือเปล่า? ทำแล้วยอดขายเค้าจะมากขึ้นมั้ย? ตอบให้ได้ครับ ตอบโจทย์ให้ได้ว่า “เค้าทำเพื่ออะไร” เพราะถ้าเราคนทำเองยังตอบไม่ได้ว่าลูกค้าจะทำงานนี้ไปเพื่ออะไรแล้วล่ะก็ ลูกค้าก็คงไม่รู้ว่าจะซื้องานเราไปทำไมแล้วล่ะครับ

ทั้งหมดนี้คือ 4 ความรู้สึกที่ลูกค้าอยากมี.. เมื่อฟังเราขายงานดีไซน์ ผมเชื่อว่าถ้าทำได้ครบ 4 ข้อนี้ โอกาสที่งานจะขายผ่านมีสูงครับ.. ถ้าลูกค้าไม่ติดเรื่องราคา.. เวลา .. และอื่น ๆ อีกมากมายที่ไม่เกี่ยวข้องกับดีไซน์

Search This Site:



rgb72 on Facebook

คำศัพท์ Internet วันละคำ

ASP (คำที่เกี่ยวข้อง: asp, .net, php, SQL server, mySQL)
– Active Server Pages ภาษาในการเขียน program พัฒนาโดยบริษัท Microsoft ตัว program มีหน้าที่เชื่อมต่อระหว่างเว็บไซต์และระบบฐานข้อมูล โดย asp นั้นจะสามารถติดต่อได้กับฐานข้อมูลสองประเภทคือ Microsoft Access และ Microsoft SQL Server

72's Friends

Useful Links

Related Articles:

งานออกแบบที่นักออกแบบสมควรจะทำ.. และลูกค้าสมควรจะได้รับ

October 16, 2014





การออกแบบไม่ใช่แค่สวย ในทางตรงกันข้ามความสวยกลับเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด แต่สิ่งที่สำคัญมากกว่าคือ “การสื่อสาร” สื่อสารเพื่อความเข้าใจ และ สื่อสารให้รู้สึกได้ ตามที่นักออกแบบต้องการให้เข้าใจและต้องการให้รู้สึก

5 คู่สี ที่ต้องระวังในการเลือกใช้ เพราะจะทำให้ลูกค้าเข้าใจงานของคุณผิด!

August 4, 2014





สีใครว่าไม่สำคัญ.. ในเมื่อทุกอย่างที่เราเห็นนั้นเป็นสีทั้งหมด การเลือกสีผิดจึงเท่ากับเป็นการฆ่างานทั้งหมด แม้ว่าคุณจะออกแบบมาดีขนาดไหนก็ตาม วันนี้จึงเลือก 5 สี ที่คุณต้องใส่ใจก่อนจะเลือกใช้ เพื่อไม่ให้ลูกค้าเข้าใจงานที่คุณทำผิดไป

ฟอนต์ยอดฮิตในเยอรมัน “DIN 1451”

April 27, 2014





Font ตัวหนึ่งที่พบในงานออกแบบหลายชิ้นเมื่อหลายปีก่อน วันนี้เดินอยู่ในเยอรมันแล้วเจอแต่ font “DIN 1451” นี้ เต็มไปหมด จึงจำให้ต้องไปค้นหาดูว่า font นี้มีต้นกำเนิดมาได้อย่างไร แล้วก็ค้นพบว่า font นี้เป็น font ทางการของเยอรมันเลยหรือนี่!?

2014 เทรนด์ไหนจะอยู่ เทรนด์ไหนจะไป? พฤติกรรม user ที่มีผลต่อการออกแบบและการตลาดออนไลน์

January 8, 2014





ฟันธงไปเลยว่า เทรนด์ไหนจะมา เทรนด์ไหนจะร่วง โดยใช้พฤติกรรมผู้ใช้งานเป็นพื้นฐาน และพฤติกรรมที่ว่านี้จะมีผลต่อเทรนด์การออกแบบและการตลาดออนไลน์อย่างไรบ้าง

5 เคล็ดลับในงานตัดต่อภาพ จากศิลปินชาวบราซิล “ฟาบิโอ”

September 15, 2013





ด้านบน: ผลงานชื่อ “Brazil” การได้รู้แนวความคิด วิธีการคิด ของคนที่เก่งๆ ก็จะพลอยทำให้เราเป็นคนเก่งไปด้วย เรียกว่า คิดดี ก็น่าจะทำออกมาได้ดี ผมไปอ่านเจอบทสัมภาษณ์นักทำรูปภาพ ตกแต่ง ตัดต่อ เขาเป็นคนบราซิล ชื่อ “ฟาบิโอ เอโรวโจ” (Fabio Araujo) ซึ่งปัจจุบันเค้าทำงานให้กับเอเยนซี่แห่งหนึ่งใน อาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรต ผลงานของเค้ามีเอกลักษณ์ และ สวยงาม อ่านไปซะยาวยืด สรุปออกมาได้ประมาณ 5 ข้อดังนี้ 1. ศึกษาจากผลงานคนที่เก่งกว่า ฟาบิโอ ไม่ได้เรียน Photoshop มาตั้งแต่อยู่มหาวิทยาลัย แต่ด้วยความที่ฟาบิโอชอบศิลปะ จึงได้ลองผิดลองถูกเอง และการศึกษางาน ดูรูปแบบ style และ เทคนิคการทำงานของดีไซน์เนอร์ที่ทำงานเก่งๆ สวยๆ ก็คือถือเป็นการศึกษาที่ดีมาก “I started watching the great work produced by other designers and […]