รีวิว Apple Watch ในมุมของคนเคยใช้ Pebble SmartWatch

July 21, 2015 Hardware Comments

จะเรียกว่าเป็นการ compare เปรียบเทียบก็ได้ แต่คงไม่ได้เปรียบเทียบชนกันจัง ๆ ระหว่าง Apple Watch กับ Pebble Time ตัวล่าสุด แต่เป็น Pebble Steel ที่ใช้มานานเกิน 6 เดือน

ในฐานะของคนที่ใช้ Smart Watch มาก่อน จึงค่อนข้างรู้อยู่แล้วว่า Smart Watch นั้นหน้าที่ของมันที่ “ควรจะเป็น” คืออะไร

จะให้มานั่งกด ๆ ถู ๆ หรืออ่านอะไรยาว ๆ ที่นาฬิกานี่คงไม่ใช่เรื่อง จอก็เล็ก แถมก้มมองนาน ๆ ก็ปวดคอ

ดังนั้นจึงไม่ได้ “ผิดหวัง” เหมือนคนอื่นที่บอกว่า “ใส่ Apple Watch แล้วยังต้องพกมือถืออีก” หรือ “ทำไม Apple Watch ต้องคู่กับ iPhone ตลอดเวลา”

เพราะว่านาฬิกายี่ห้ออื่น ๆ ก็ต้องเป็นแบบนี้ทั้งนั้น และอย่างที่บอกว่า ถ้าต้องให้กดเบอร์หรือตอบ message โดยกดแป้นเล็ก ๆ ในจอนาฬิกาคงเหนื่อยน่าดู

แต่ถามว่า แล้วถ้าไม่พก iPhone จริง ๆ ล่ะใช้ได้มั้ย? …ได้สิครับ!! Pebble ก็ทำได้ และเชื่อว่า Smart Watch ยี่ห้ออื่นก็ทำได้.. แค่ว่ามันจะเป็น นาฬิกา digital ธรรมดา ๆ ตัวหนึ่งก็เท่านั้นเอง

เอาล่ะ ในเมื่อรู้แล้วว่า Smart Watch มีหน้าที่อะไรแล้ว ดังนั้นผมคงไม่มานั่ง review ถึงความสามารถที่เลิศหรูประเภทเล่นเกม หรือตกแต่งรูปภาพในนาฬิกา แต่จะมาดูสิ๊ว่า โดย “หน้าที่ของมันจริง ๆ แล้วนั้น มันทำได้ดีจริงหรือไม่”?

หน้าที่หลัก ๆ ของมันมันแยกออกเป็น สามอย่างคือ

Track health & fitnes,
แจ้งเตือน Notification,
บอกเวลาและข้อมูลพื้นฐาน

ซึ่งบอกได้เลยว่า Pebble ก็ทำได้ทั้งหมดนี้ เป๊ะ!! ในราคาที่ “ถูกกว่า” !! อาจจะมีวัดการเต้นของหัวใจที่ยังไม่ได้ แต่นอกนั้นไม่ว่าจะเป็นการเตือน facebook message, Line หรือการบอกเวลาต่างประเทศ พยากรณ์อากาศ ไม่ว่าจะยี่ห้อไหน ๆ ก็ทำได้หมด

ดังนั้น ข้อเสียแรก เลยของ Apple Watch ก็คือ “แพง”

เพราะยี่ห้ออื่นทำงานแบบนี้ได้หมด ในราคาที่ถูกกว่า และ ดีไซน์ก็ไม่ได้ด้อยกว่ามาก

เรื่องดีไซน์นี่ก็พูดยาก เพราะบางคนก็ว่ายี่ห้ออื่นสวย บางคนก็บอกว่า ยี่ห้อนี้สวยกว่า

ถัดมาคือข้อเสียอันดับสองที่คนพูดถึงกันหนาหู และเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ไม่อยากได้ Apple Watch ก็คือ…

“แบตเตอรี่อยู่ได้วันเดียว”

แม้ว่าเพื่อน ๆ ที่ใช้มาก่อนหน้านี้จะบอกว่า “อยู่ได้นาาาานนน” แต่เราก็ไม่เชื่อ

Pebble เองอยู่ได้นานถึง 4 วัน (แม้จะ promote ว่าอยู่ได้ถึง 7 แต่ผมอยู่ได้แค่ 4 จริง ๆ)

ซึ่งข้อดีของการที่มันอยู่ได้ 4 วันคือ คุณจะได้อีกหนึ่ง feature แถมมาเลย นั่นคือ “Track การนอน”

ถ้า Apple Watch คุณต้องชาร์จไฟทุกคืน แล้วคุณจะ track การนอนได้อย่างไร?

กับ Pebble ผมใช้ Misfit app เป็นตัวช่วย track แต่สำหรับ Apple Watch ดูเหมือนจะไม่พูดถึงเรื่องนี้ไปเลย

แต่ถ้าคุณไม่มายด์ที่จะต้องรู้ว่าเมื่อคืนหลับลึกมั้ย? หลับไปนานกี่ชั่วโมงแล้วล่ะก็ ผมว่าการชารจ์ไฟทุกคืนก็ดูจะไม่หนักหนาอะไร

แค่อย่าลืมละกัน.. มิเช่นนั้นวันรุ่งขึ้นนาฬิกา Apple Watch ของคุณจะแปลงร่างกลายเป็นหินในทันที

อย่างไรก็ตาม.. จากที่ได้ลองใช้ได้ซักพักก็พบว่า Apple Watch ใช้ผ่านไป 1 วันเต็ม แบตยังคงเหลืออยู่ 50กว่า % .. ซึ่งก็ไม่ได้บอกว่า “หมด” แต่จะใช้ต่ออีกวันก็คงไม่ได้แล้ว

อีกเรื่องที่อยากจะพูดถึงคือเรื่องการ “SET UP”

แม้ว่า Apple จะมีลีลาการ Set Up ที่แสนจะเท่ห์ คือการผูก iPhone ของเรากับ Apple Watch ด้วยการใช้ iPhone ส่องไปที่ Apple Watch เหมือนสแกน QR Code แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น

ส่วนตัวผมคิดว่าตอนผมเริ่มเล่น Pebble ทุกอย่าง Setup ง่ายกว่ามาก ผมสามารถสวม Pebble และใช้งานมันได้เลยในวันแรก แต่สำหรับ Apple นี่ใส่มาสองวันแล้วยัง งงๆ อยู่มิใช่น้อย

เรื่อง การสั่น!

review หลายที่บอกว่ามันสั่นได้ดีมาก feeling เหมือนมีคนมาสะกิดจริงๆ ส่วนตัวผมเฉย ๆ นะครับ จะสั่นมากน้อย มันก็รบกวนอยู่ดี ดังนั้นผมจึงไม่เห็นว่า feature นี้จะพิเศษอะไร

สิ่งที่ผมแพ้ Apple Watch และทำให้ต้องซื้อในครั้งนี้มีเพียงสองปัจจัยคือ

1. มันสวยครับ.. ถ้าเทียบกับ Pebble Steel ที่เคยใช้ หรือ Pebble Time ที่ออกมาใหม่ ผมว่าขอบของ Pebble Time ที่หนากว่ามากทำให้ Apple ดูดีกว่าจริง ๆ รวมไปถึงหน้าจอ interface ที่คมชัด animation ที่ดูดีกว่า เรื่องนี้ Apple ชนะขาด

แน่นอนว่ามี Smart Watch ยี่ห้ออื่นที่สวยกว่าจริง ๆ และผมก็แอบชอบอยู่ด้วยเช่น Nevo (http://nevowatch.com) นาฬิกา minimal หรือ Withings Activité (http://www2.withings.com/us/en/products/activite)นาฬิกาหรูเนี๊ยบไฮโซ แต่ทั้งสองไม่ตอบโจทย์ผมในเรื่องของ Notification อย่าง Withings Activité นี่ก็แค่ Track health & Fitness ส่วน Nevo นี่แจ้ง Notification ได้แต่ก็ minimal ไปนิดนึง

2. ซื้อมาลองให้รู้ พูดง่าย ๆ ว่าต้องตาม trend นิดนึง อย่างน้อย ๆ ใครถามจะได้ตอบถูก

สรุปแล้วการซื้อ Apple Watch ในฐานะของคนที่ใช้ Smart Watch อย่าง Pebble อยู่แล้ว และเรือนเก่าก็ไม่ได้เสียอะไร การซื้อเรือนใหม่นี้คือเป็นเสมือนการ “เปลี่ยนนาฬิกาตามแฟชั่น” เพราะทุกอย่างเหมือนเดิม แต่ได้ความสวย ความใหม่ และความอินเทรนด์

ดังนั้นถ้าใครคิดจะซื้อ Apple Watch ตอนนี้ ลองดูสิ๊ว่า ความสามารถของ Apple Watch ที่มี มันเพียงพอกับความต้องการของคุณหรือไม่ ถ้าต้องการจะกดจะจิ้มจะเล่น facebook ในนี้ได้เลยก็ขอบอกว่า ซื้อมาแล้วจะผิดหวังแน่นอน แต่ถ้าต้องการจะซื้อมาเพื่อใช้ track health & fitness ซื้อมาเพื่อเปลี่ยนนาฬิกาใหม่ เน้นความสวยงาม ทำตามแฟชั่น ผมว่าซื้อเลยครับ อย่าคิดมาก

ขอจบการ review แบบ user บ้าน ๆ ไม่เน้น spec แต่เพียงเท่านี้

 

ข้อผิดที่มักจะพลาด กับ 5 จุดที่ต้องตรวจก่อนสะกดชื่อลูกค้า

ชื่อลูกค้าเป็นอะไรที่ sensitive มาก และหลายครั้งเป็นเรื่องที่เรามักจะพลาด เพราะคิดว่าเรา “แน่” แล้ว สะกดได้แบบไม่ต้องตรวจไม่ต้องตรวจดู แต่หารู้ไม่ว่าบางบริษัท โดยเฉพาะบริษัทชื่อภาษาอังกฤษ พอสะกดเป็นไทยมักจะพาให้เราพลาดได้เสมอ ๆ

การสะกดชื่อลูกค้าผิด ไม่เพียงแต่จะเป็นการบ่งบอกถึงความ “ไม่ละเอียด” ในการทำงานแล้ว ยังจะบ่งบอกถึงความไม่เอาใจใส่ และนั่นสามารถสร้างความไม่พึงพอใจให้กับลูกค้าได้ถึงขนาดที่บางครั้ง งานที่เราทำมาแทบตายแค่สะกดชื่อเค้าผิดทีเดียวก็อาจจะทำให้ทั้งหมดถูกมองในแง่ลบได้ทันที

ทีนี้ลองมาสำรวจดู 5 จุด ที่ต้องเช็คทุกครั้งในการสะกดชื่อลูกค้าก่อนส่งงานกันดูบ้าง..

1. ชื่อไทย เขียนอังกฤษ

ชื่อบริษัทลูกค้าที่เป็นภาษาไทยนั้นเป็นเรื่องง่ายในระดับหนึ่งสำหรับการสะกดให้ถูก ถ้าสะกดเป็นภาษาไทย.. แต่หลายบริษัทกลับไม่เป็นเช่นนั้น

มีบริษัทจำนวนไม่น้อยที่มีชื่อไทยแต่สะกดเป็นภาษาอังกฤษ และนั่นล่ะคือชื่อบริษัทปราบเซียนกันเลยทีเดียว

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าต้องสะกดชื่อบริษัท “ช. การช่าง” เป็นภาษาอังกฤษ? ตัว “ช.” คืออะไร? C? หรือ Chor? แล้วคำว่า “การช่าง” ล่ะ?

ลองคิดดูเล่น ๆ มั้ยครับ? คิดออกมั้ย?

ดังนั้นชื่อแบบนี้ มั่วไม่ได้กันเลยทีเดียว เช็คดูให้เรียบร้อย อย่าคิดว่าเรามั่วได้เก่ง เพราะชื่อ ช. การช่าง ที่ยกตัวอย่างมานั้นใครจะรู้ว่าจริง ๆ แล้วสะกดเป็นภาษาอังกฤษว่า “CH. Karnchang”

 

2. ชื่ออังกฤษ เขียนไทย

กรณีนี้ก็ปราบเซียนไปอีกแบบ ชื่ออังกฤษเขียนไทยนี่อย่าคิดว่าเราเซียนภาษาไทยแล้วจะสะกดได้ถูกต้อง ความประมาทไม่เคยสร้างเรื่องราวดีดีให้กับใคร..

บริษัทในไทยหลายที่ที่ใช้ชื่อภาษาอังกฤษ ยกตัวอย่าง เช่น ห้างสรรพสินค้า The Emporium ..ถามว่าสะกดชื่อเป็นภาษาไทยยังไง? เอ็มโพเรียม หรือ เอ็มโพเรี่ยม หรือ ดิ เอ็มโพเรี่ยม .. ? ดังนั้นถ้าเราเดา โอกาสผิดพลาดจะมีสูงมาก ทางแก้ไขง่าย ๆ ก็คือ “หยุดเดา และตรวจสอบดูชื่อจริง” ว่าสะกดอย่างไร

 

3. เว้นวรรค ..เมื่อความว่างเปล่าคือความสำคัญ

เว้นวรรค ใครว่าไม่สำคัญ.. เมื่อไหร่ก็ตามที่เราคิดว่าอะไรไม่สำคัญ เมื่อนั้นคือจุดเริ่มต้นของความผิดพลาด.. กรณีนี้ขอยกตัวอย่างใกล้ ๆ คือชื่อบริษัท rgb72 เอง .. ชื่อนี้ถ้าคนจะสะกดเป็นภาษาไทยให้ถูกก็ยากแล้ว แต่จะเว้นวรรคให้ถูกนี่เห็นหลายคนพลาดมามิใช่น้อย

ใครจะรู้ว่า อาร์ จี บี เซเว่นตี้ ทู ต้องเว้นวรรคทุกตัว บางคนก็เขียนติดกันไปหมด บางคนก็เว้นบ้างเป็นบางตัว ความผิดพลาดเหล่านี้แม้จะเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ถ้าเจอเจ้าของบริษัทบางคนที่ซีเรียสมาก ๆ ผลที่เกิดก็คือความรู้สึกที่ลูกค้าจะเข้าใจว่า “เรานั้นไม่ใส่ใจ”!!

 

4. ตัวย่อ จุด และเครื่องหมายประหลาด

บริษัท KPN มีจุดตรงไหนบ้าง? บริษัท IBM ล่ะ มีจุดหรือไม่? แล้ว SCG ล่ะ มีจุดเดียวหรือสามจุด หรือไม่มีเลย? แล้ว ส.ขอนแก่น ล่ะ?

เรื่องของการใส่จุดเป็นเรื่องที่ “ห้ามเดา” แน่นอนว่าถ้าคุณไม่เคยรู้ หรือศึกษามาก่อนว่าบริษัทเหล่านั้นมีจุดตรงไหนอย่างไรบ้าง การใส่จุดลงไปเลยก็คือการเดาแน่นอน และนั่นหมายถึงโอกาสที่คุณจะใส่จุดถูกก็มีแค่ 50% หรือน้อยกว่าเท่านั้น

นอกจากเรื่องของจุดแล้ว อีกสิ่งที่ควรใส่ใจคือเรื่องของตัวอักษรพิเศษ เช่นชื่อร้านขนม คาเฟ่ อย่าง “เดลิฟรองซ์” ที่ต้องเขียนให้ได้แบบนี้ “Délifrance” ดังนั้นถ้าลูกค้าที่ชื่อมีอักษรพิเศษ คุณต้องมั่นใจว่าตัวเองรู้จักวิธีการพิมพ์อักษรพิเศษเหล่านี้โดยขึ้นใจ

 

5. บริษัทจำกัด? บริษัทมหาชน หรือห้างหุ้นส่วน?

แม้ว่าเราจะคุ้นกับคำว่า บริษัทจำกัด แต่ก็ใช่ว่าลูกค้าเราทุกคนจะเป็นบริษัทจำกัดทั้งหมด

ศึกษาให้รู้ว่าบริษัทของลูกค้าเป็นประเภทไหน? บริษัทจำกัด บริษัทมหาชน หรือห้างหุ้นส่วน แล้วก็อื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งแต่ละประเภทก็มีการเขียนทั้งภาษาไทย และ ภาษาอังกฤษที่ต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น

บริษัทจำกัด จะเขียนดังนี้ บริษัท อาร์ จี บี เซเว่นตี้ ทู จำกัด / ภาษาอังกฤษ: rgb72 Co., Ltd.

บริษัทมหาชน เขียนดังนี้ บริษัท ทางด่วนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) / ภาษาอังกฤษ: Bangkok Expressway Public Company Limited

บริษัทห้างหุ้นส่วนจำกัด เขียนดังนี้ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ต.รุ่งเลิศ / ภาษาอังกฤษ: Tor Runglert Ltd., Part.

 

แถม 6. อย่ามั่วที่อยู่

ที่อยู่นั้นก็สำคัญไม่น้อยไปกว่าชื่อ! แน่นอนว่าไม่มีใครมั่วที่อยู่ลูกค้าได้ถูกหรอก (มันไม่ได้มั่วง่ายเหมือนชื่อขนาดน้าาานน!!) แต่บางครั้งเรามั่วเพราะเราเชื่อว่าเรา “จำได้”

จำเบอร์ได้ จำเขตได้.. เอาเป็นว่า แม้เราจะมั่นใจว่าจำได้ แต่เช็คซะหน่อยก็ดี จะได้ไม่ไปหน้าแตกกลางงาน present พาลจะทำให้งานทั้งหมดที่ทำมากว่า 20ชั่วโมงต้องถูกมองในแง่ลบว่าเราเป็นคนทำงานไม่ใส่ใจ!!

 

เช็คลิสต์รายการสั้น ๆ แค่ 6 ข้อ ลองนำกลับไปใช้ดูแล้วตรวจสอบชื่อลูกค้าของเราให้ดีก่อนส่งงาน เพราะงานคุณภาพต้องเริ่มตั้งแต่จุดเล็ก ๆ เช่นนี้ล่ะ

 

Search This Site:



rgb72 on Facebook

คำศัพท์ Internet วันละคำ

Android (คำที่เกี่ยวข้อง: App)
– ระบบปฎิบัติการบนมือถือและอุปกรณ์พกพาประเภท Tablet ที่พัฒนาโดย Google ซึ่งเป็นระบบปฎิบัติการประเภท Open Source ซึ่งนอกจากจะเปิดให้นักพัฒนาสามารถแปลงระบบของตัวเองได้โดยอิสระแล้ว ยังเป็นระบบที่มีความเสถียร ใช้งานง่าย และที่สำคัญคือ ฟรี ทำให้เป็นบริษัทมือถือหลายค่ายอย่าง Samsung, LG, และ HTC หันมาเลือกใช้ Android แทน Windows Mobile

72's Friends

Useful Links

rgb72


being72 คือหนังสือที่รวบรวมเรื่องราวความเป็น rgb72 บริษัทออกแบบเว็บไซต์ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน โดยจัดทำเนื่องในโอกาสครบรอบ 10ปี

+ บทความจากผู้เขียน
+ ตอนที่1: Pre-rgb72 / ทำงานกับ Martha Stewart
+ ตอนที่2: Pre-rgb72 / Arcadian
+ ตอนที่3: Pre-rgb72 / ewit
+ ตอนที่4: เริ่มต้นอย่างเงียบๆ
+ ตอนที่5: Generation 1 (ยุคที่1:บุกเบิก) / เริ่มต้นที่ศูนย์
+ ตอนที่6: โทร โทร โทร...
+ ตอนที่7: นามบัตร
+ ตอนที่8: หนังสือพิมพ์และโทรทัศน์
+ ตอนที่9: MATCHING STUDIO
+ ตอนที่10: มีเงินที่ไหน ให้ไปที่นั่น
+ ตอนที่11: พนักงานคนแรก
+ ตอนที่12: ภาพแทรก ออฟฟิสที่สองของ rgb72
+ ตอนที่13: เพื่อนจาก ewit
+ ตอนที่14: GettyImages ฟ้องจริง ถึงจริง
+ ตอนที่15: เว็บไซต์ที่ทำแบบมากที่สุด
+ ตอนที่16: ความฝันที่ 1 พบชื่อลูกค้าทุกๆ ห้านาทีที่ขับรถ
+ ตอนที่17: สมุย.. สร้างเสร็จได้ในวันเดียว
+ ตอนที่18: ขึ้นศาล.. มันไม่สนุก
+ ตอนที่19: นักธุรกิจต่างชาติ
+ ตอนที่20: ความฝันที่ 2 เที่ยวต่างประเทศ
+ ตอนที่21: Super AE
+ ตอนที่22: สินบน
+ ตอนที่23: ผู้หญิงที่ผมไม่รับ
+ ตอนที่24: งานที่คุณไม่ได้ดู
+ ตอนที่25: นักออกแบบ
+ ตอนที่26: คู่แข่งที่รัก
+ ตอนที่27: เซียนหลังกระดานหุ้น ตอนที่ 1/2
+ ตอนที่27: เซียนหลังกระดานหุ้น ตอนที่ 2/2
+ ตอนแทรก: หาาา?... อะไรนะ!!??
+ ตอนที่28: ยิ่งให้... ยิ่งได้
+ ตอนที่ 29: Wall of Frames
+ ตอนที่ 30: ผี 72
+ ตอนที่ 31: เพื่อนจากตะวันออกกลาง
+ ตอนที่ 32: Photography
+ ตอนที่ 33: Too Far from the Dream





Recent Comments

Powered by Disqus