Home » Currently Reading:

ตอนที่11: พนักงานคนแรก

พนักงานคนแรก

ในช่วงเริ่มต้น rgb72 เป็นบริษัทเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในห้องๆหนึ่งภายในโชว์รูมรถยนต์ของที่บ้านผมเอง เราทำงานกันอยู่สองคนกับพนักงานด้านนอกอีกหลายสิบที่ทำธุรกิจขายรถยนต์มิตซูบิชิ ซึ่งก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกันเลย ผลพลอยได้จากการทำงานที่บ้านคือค่าเช่าออฟฟิสที่ต่ำ และค่าไฟที่ทางบ้านให้ใช้ ฟรี ในช่วงแรก

จากที่เคยบอกไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่า ผมชอบมองว่าการทำบริษัทนั้นเหมือนเล่นเกม คือเมื่อจบด่านหนึ่งแล้ว เราก็จะพบกับอีกด่านหนึ่งต่อไปเรื่อยๆ จากที่คิดว่าแก้ไขปัญหานี้ได้ด้วยคำตอบนี้ พอต่อไปคำตอบที่ว่าก็จะมากลายเป็นปัญหาใหม่ให้เราได้ขบคิดและแก้กันต่อไป การทำบริษัทนั้น เริ่มต้นการการหางานให้ได้มากพอที่จะจ่ายเงินเดือนเราและค่าใช้จ่ายออฟฟิสเท่านั้นก็พอแล้ว ครั้งหนึ่งจำได้ว่า เคยโทรศัพท์ไปถามรุ่นพี่ที่ทำงานว่า บริษัทเค้านั้นค่าใช้จ่ายรายเดือนเท่าไร่ เพราะค่าใช้จ่ายรายเดือนของเรา ณ เวลานั้นมันไม่ได้เป็นตัวเลขที่มากมายอะไร แต่ทำไมเรารู้สึกว่ากว่าจะได้เงินมากพอที่จะจ่ายค่าใช้จ่ายตรงนี้ ทำไมมันช่างยากจัง

และคำตอบที่ได้จากรุ่นพี่ก็คือ สองแสนบาทต่อเดือน “โอ๊ววว มาย ก๊อออดดดด” ตอนนั้นจำได้ว่าตะโกนคำนี้อยู่ในใจได้ดังมากๆ แต่เหตุที่ตะโกนในใจก็เพราะกลัวว่าเสียงปลายสายจะได้ยินแล้วรู้ว่า เรานี่มันช่างกระจอกเสียเหลือเกิน เงินตั้งสองแสนต่อเดือน ไปหามาได้อย่างไร สำหรับเราตอนนั้นแค่ให้ได้ ห้าหมื่นยังยากเลย!

ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ทำให้เราต้องหางานให้มากขึ้น และจำนวนงานมากขึ้นที่เราคิดว่าจะเป็นตัวแก้ปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายในตอนแรกได้แล้วนั้น กลับกลายมาเป็นปัญหาใหม่ของเราอีก เพราะ งานที่หาเข้ามาได้นั้น มีจำนวนมากเกินไป

นั่นเป็นเหตุที่ทำให้เราต้องเข้ามายังด่านต่อไปของเกมนี้ หาคนมาช่วยเราทำงาน

ผมเริ่มต้นจากการไป post ตามเว็บต่างๆ เพื่อที่จะรับสมัครพนักงาน และหลังจากการ Post ได้ไม่นานก็มีคนสนใจติดต่อเข้ามาเรื่อยๆ ส่งประวัติพร้อมรูปถ่ายมาให้ได้ดูบ้าง หรือบางคนก็เขียนมาเป็นอีเมล์ง่ายๆ บ้าง

เคยได้ยินคำว่า First Impression มั้ยครับ ความประทับใจในครั้งแรก แทบจะทุกครั้งที่เรามีโอกาสได้พบปะกับผู้คนที่เราไม่เคยรู้จักเลยและเขาก็ไม่รู้จักเรานั้น การได้พบกันครั้งแรกมีความสำคัญยิ่ง เริ่มจากการแต่งตัว ซึ่งดูได้ง่ายสุดและน่าจะเห็นได้ชัดที่สุดเป็นอย่างแรก ตามด้วยบุคลิกท่าทาง ลักษณะการพูด มารยาท ทัศนะคติ รวมไปถึงรายละเอียดเล็กน้อยเช่น สุขลักษณะ ความสะอาด การให้ความสนใจกับคู่สนทนา สิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นเรื่องที่ไม่ควรพลาดในการพบปะกับผู้คนในครั้งแรก เพราะหากว่าเราแต่งตัวโทรม เสื้อผ้าเก่าๆ คนที่พบเราในครั้งแรกก็จะคิดว่าเรานั้นแย่ ไม่ใส่ใจตัวเอง และบางครั้งก็อาจจะเป็นเรื่องที่ลามมาถึงองค์กรที่เราอยู่ได้เช่นกัน

ที่เขียนมาข้างต้นทั้งหมดนั้นก็เพื่อจะบอกว่า เอกสารประวัติการทำงานนั้นก็เป็นสิ่งแรกที่จะถึงมือผู้ที่จะรับคนเข้าทำงาน และถือว่าเป็น First Impression ได้เช่นกัน จริงๆแล้วนอกจากประวัติแล้วก็มีอีเมล์อีกอย่างหนึ่ง

สำหรับผมแล้ว การได้สังเกตดูการเขียนประวัติการทำงานที่ส่งมาให้นั้น น่าสนใจกว่ารายละเอียดภายในว่าเขาคนนั้นจบมาจากไหนเกรดเฉลี่ยเท่าไร่เสียอีก

การที่ได้เห็นว่า คนที่มาสมัครในตำแหน่งดีไซน์เนอร์แล้วออกแบบเอกสารประวัติของตัวเองได้อย่างสวยงาม ก็เชื่อว่าเค้ามีสายเลือดและความชอบในการออกแบบพอสมควร ในทางกลับกัน หากคนที่มาสมัครตำแหน่งดีไซน์เนอร์แต่เอกสารประวัติที่ส่งมานั้นกลับดูไม่สวยเลย การใช้ตัวอักษรที่ไม่มีฟอร์เมทมาตรฐาน หรือการใช้สีที่อ่านไม่ออกหรือสีที่ไม่สวยงาม หรือแม้กระทั่งการกั้นหน้าซ้ายขวา ทั้งหมดนี้บ่งบอกได้ถึงความเป็นดีไซน์เนอร์ที่อยู่ภายในได้อย่างชัดเจนที่สุด

และไม่เพียงเฉพาะดีไซน์เนอร์เท่านั้นที่ผมดูการทำเอกสารประวัติการทำงาน แต่หากคนที่มาสมัครในตำแหน่งการตลาดหรือฝ่ายติดต่อลูกค้านั้นก็น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะหาเขาคนนั้นมาสมัครเป็นการตลาด แต่เอกสารนั้นเขียนมาลำดับความอ่านแล้วไม่เข้าใจ งง สับสน ไม่รู้เรื่อง พูดง่ายๆก็คือขายตัวเองให้ผู้ว่าจ้างยังไม่ได้เลย แล้วจะมาขายงานให้บริษัทได้อย่างไร และสิ่งที่ผมไม่ชอบมากๆ แต่เห็นบ่อยมากๆ ก็คือการสะกดคำผิด แม้ว่าปัจจุบันนี้โปรแกรม Microsoft Word จะมีระบบเช็คคำผิดมาให้เราโดยอัตโนมัติตั้งแต่เกือบสิบปีที่ผ่านมาแล้วนั้น แต่เราก็ยังพิมพ์ผิดกันอยู่เช่นเคย การที่ฝ่ายการตลาดหรือติดต่อลูกค้านั้นสะกดคำผิด แสดงให้เห็นถึงความไม่ใส่ใจ หรืออาจจะดูแย่ไปถึงว่า มีความรู้น้อย ทั้งที่มีตัวช่วยเช็คคำผิด มีสีแดงขีดเส้นใต้อย่างชัดเจน ผิดแบบนี้ไม่น่าให้อภัยจริงๆ

ดังนั้นหาก First Impression ทำได้ไม่ดี การจะที่ก้าวไปสู่ขั้นต่อไปคือการเข้าไปสัมภาษณ์นั้น คงจะเป็นไปได้ยากเต็มที

อย่างที่บอกแล้วว่า การดูรายละเอียดการทำประวัตินั้นน่าสนใจกว่าข้อมูลภายในนัก แต่ก็ใช่ว่าจะละเลยไป แน่นอนคนที่จบจากสถานที่เดียวกัน คณะเดียวกัน แต่เกรดเฉลี่ยดีกว่า ก็ย่อมเป็นคนที่ดีกว่า อย่างไรก็ตาม ผมไม่ได้มองว่าเค้าคนนั้นจะฉลาดกว่า เกรดเฉลี่ยที่ได้ดี หรือเกียรตินิยมนั้น สำหรับผมมันแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบ กระตือรือร้นมากกว่า เพราะคนที่จะได้แบบนี้จะต้องเป็นคนที่ใส่ใจ ตั้งใจ รับผิดชอบ และขยัน

ส่วนคนที่ฉลาดหรือไม่นั้น อันนี้ก็ต้องดูด้วยว่าความฉลาดของเค้าเหมาะกับตำแหน่งหรือไม่ เช่นว่า หากเราต้องการฝ่ายการตลาด คนๆนั้นก็ต้องเป็นคนหูตากว้างขวาง รู้เรื่องรอบตัวมากมาย แล้วก็อัพเดทกับทุกสถานการณ์ รวมไปถึงโฆษณาทีวีตัวใหม่ เพลงใหม่ หนังเรื่องใหม่ อะไรก็ได้ที่อินเทรน แต่หากจะหา designer แล้วล่ะก็ คนที่ชอบดูเว็บไปเรื่อย อ่านแมกกาซีนมากมาย อ่านหนังสือเป็นประจำ และที่สำคัญเป็นคนช่างสังเกต นั่นก็จะเป็นประเด็นที่สำคัญที่หาไม่ได้จากคนที่เรียนได้เกรด A ทุกคน

นอกเรื่องมานาน กลับเข้ามาเรื่องประสบการณ์ของคนที่เข้ามาสมัครงานกับ rgb72 ในยุคแรกๆ

อุปสรรค์แรกของผู้สมัครงานที่เจอก็คือ หาออฟฟิสไม่เจอ

อย่างที่บอกว่า rgb72 อยู่ในห้องเล็กๆ ห้องหนึ่ง หาเจอก็เก่งล่ะ

ในครั้งแรก ผมไม่เคยสัมภาษณ์คนเพื่อรับเข้าทำงานมาก่อน ดังนั้นการสัมภาษณ์จึงออกแนวมั่ว ถามนู่นถามนี่ไปเรื่อย ส่วนมากผมจะคัดคนที่ผลงาน คนที่ถูกเรียกให้เข้ามาสัมภาษณ์ก็คือคนที่มีผลงานพอจะเข้าตาผมแล้วบ้าง ดังนั้นการสัมภาษณ์จึงมีหน้าที่แค่ทำให้เรารู้จักหน้ากัน และพอจะเดา lifestyle ว่าพอจะเข้ากันได้รึเปล่า เท่านั้นเอง

คำถามยอดฮิตสำหรับคนที่มาสัมภาษณ์มักจะถามผมก็คือ “พนักงานที่นี่มีกี่คนครับ?”

มันก็ไม่แปลกที่เค้าจะถาม เพราะในห้องที่นั่งสัมภาษณ์กันอยู่นั้นมีแค่คนสองสามคน ส่วนห้องข้างนอกเป็นพนักงานบริษัทขายรถของที่บ้าน ซึ่งลักษณะของพนักงาน การแต่งตัว ดูแล้วไม่น่าจะเป็นคนทำเว็บหรือนักออกแบบแต่อย่างใด เดาได้ไม่ยากดังนั้นผมจึงตอบเค้ากลับไปว่า “เปล่าครับ ของเรามีกันแค่นี้ สองคน ถ้าคุณมาร่วมงานด้วยก็จะเป็น สาม”

ผมเข้าใจดีว่า คนที่ตัดสินใจจะมาทำงานกับผมในสถานที่ทำงานที่คับแคบ โดยมีเค้าเป็นพนักงานคนเดียว และมีหัวหน้างานถึงสองคนที่ทำงานอยู่ในห้องเดียวกันนั้น ต้องเป็นคนที่กล้ามาก และดังคาด การหาพนักงานคนแรกของ rgb72 นั้น ไม่ได้เป็นเรื่องที่ง่ายเอาซะเลย

จริงอยู่ว่ามีพนักงานหลงมาทำงานกับเราบ้าง แต่ก็อยู่กันได้ไม่ยาวนัก คงจะมาจากหลายสาเหตุที่เดาได้ไม่ยากนัก เช่น ความเหงาในการที่ต้องเดินไปกินข้าวกลางวันคนเดียว หรือจะเป็นความเหงาจากการที่ไม่มีเพื่อนร่วมงานให้คุยด้วยเลยแม้แต่คนเดียว หันไปทางไหนก็มีแต่เจ้านาย

แต่แล้ว พนักงานที่อยู่กับเรายืดยาวที่สุดคนหนึ่งก็มา คนนี้ชื่อ “บี” หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า “คุณบี” สาเหตุที่เราเรียกคุณบีก็เพราะว่าเค้าเป็นคนบอกให้เรียกเอง โดยส่วนตัวผมเป็นคนที่ชอบความเป็นกันเองมาก เวลาคุยกับใครไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือพนักงาน เราก็จะเรียกกันว่า พี่ แต่สำหรับคุณบี ผมเคยบอกเค้าว่าให้เรียกผมว่า เก่ง อย่างเดียวก็ได้ เพราะอายุใกล้เคียงกัน หรือไม่ก็เรียกพี่ หรืออะไรก็ได้ซักอย่าง แต่คุณบีบอกว่า ผมคิดว่าผมเรียก คุณเก่งดีกว่าครับ เพราะถ้าขั้นลดลงจากนั้นจะไม่กลายเป็นพี่แล้ว จะกลายเป็นอย่างอื่นไปเลย !!

คุณบีมาสัมภาษณ์ในตำแหน่ง programmer ย้ายมาจากบริษัท Siam E-Commerce เป็นคนที่มีลักษณะเด่นอยู่อย่างหนึ่งก็คือ จะใส่หมวกอยู่ตลอดเวลา หมวกใบสีน้ำตาลที่ไม่ว่าจะมาทำงานหรือจะไปหาลูกค้า แม้จะเข้าห้องประชุมที่มีผู้บริหารมากมาย เค้าก็ยังจะใส่หมวก และลูกค้าของเราหลายคนจะจำเค้าได้ก็เพราะว่าหมวกนี่แหละ

และครั้งแรกที่ผมเจอ คุณบีก็ใส่หมวก ผมถามเค้าว่า “ทำไมต้องใส่หมวกด้วย” คุณบีบอกผมว่า “อ๊อ เพิ่งบวชมาครับ”

หลังจากที่ผมเราทำงานร่วมกันมาได้ 3 เดือน คุณบีก็ยังใส่หมวกอยู่ และผมก็รู้แล้ว่า ในวันที่ผมสัมภาษณ์งานเค้า เค้าต้องไม่ได้เพิ่งจะบวชมาแน่ๆ

การใส่หมวกตลอดเวลาของคุณบีทำให้เป็นเรื่องที่ต้องพูดคุยกันในออฟฟิศทุกครั้งที่เรามีพนักงานใหม่เข้ามา เพราะทุกคนจะสงสัยว่า ทำไมพี่บีถึงไม่ถอดหมวก และทุกคนก็ต้องเข้ามาถามผมว่า พี่บีเป็นอะไร แต่ผมจะตอบได้อย่างไร ในเมื่อผมเองก็ยังไม่เคยเห็นเค้าถอดหมวก แม้ว่าจนถึงวันนี้จะผ่านมาแล้ว 6 ปีก็ตาม

ต่อจากนี้ลับเฉพาะ ไม่เคยบอกคุณบี…

ทีม rgb72 ทุกคนเคยสงสัยและอยากรู้มากว่ามีอะไรอยู่ในหมวกสีน้ำตาลใบนั้น มีครั้งหนึ่งเราจัด trip ไปไหว้พระเก้าวัดขึ้นมา และหวังว่าคุณบีจะไปเที่ยวด้วย และแน่นอน ถ้าไปด้วย การไปอยุธยาเข้าเก้าวัด คุณบีคงจะได้ถอดหมวกให้เห็นกันได้ซักวัดแหละน่า.. แต่ผิดคาด คุณบีปฎิเสธการไปเที่ยว และขออยู่ออฟฟิศเฉยๆดีกว่า

อีกครั้งที่เราหวังว่าจะได้เห็นสิ่งที่อยู่ใต้หมวกก็คือ การจัดการแข่งขันฟุตบอลกับคนงานในอู่ ศูนย์รถยนต์มิตซูบิชิที่บ้าน ผมบอกว่าเราจะมีการแข่งขันกัน เป็นกีฬาสีของทางบริษัทคุณพ่อ ดังนั้น rgb72 ต้องส่งตัวแทนเข้าไปเล่น ซึ่ง ณ ขณะนั้นเรามีกันอยู่ 4 คน ถ้าคนใดคนหนึ่งไม่ลงก็จะไม่ครบแล้วล่ะ

พวกเราทุกคนก็เดาว่า การมาเตะฟุตบอล น่าจะต้องถอดหมวกกันบ้าง

แต่แล้ว คุณบีมาพร้อมหมวกทรงใหม่ ที่ครบหัวทั้งหมดได้อย่างแนบแน่น และพร้อมจะลุยไปกับเกมฟุตบอลได้เต็มที่ และนั่นเป็นอีกครั้งที่เราเสียใจที่ไม่ได้มีโอกาสเห็นสิ่งที่อยู่ใต้หมวก

ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามหมวกที่คุณบีใส่มาตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกัน จนถึงวันนี้ ก็ยังคงเป็นหมวกสีน้ำตาลใบเดิม ใบที่กลายเป็นเอกลักษณ์และส่วนหนึ่งที่สำคัญของ rgb72 ไปซะแล้ว แม้ว่าสุดท้าย งานเลี้ยงก็ย่อมมีวันเลิกรา การเป็นพนักงานคนแรก และเป็นคนมีอายุงานนานที่สุดไม่ได้แปลว่าจะสำคัญแค่นั้น แต่จริงๆแล้วมีความสำคัญมาก เพราะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราสามารถหาพนักงานได้ง่ายขึ้น เพราะพนักงานคนที่มาต่อๆไป เค้าก็จะไม่เครียดแล้วว่า เค้าทำงานอยู่คนเดียว กับเจ้านายอีกสองคน

** การเขียนบทนี้ไม่ได้มีเจตนาจะสร้างเรื่องให้ตลกขำขันเพื่อล้อเลียนแต่อย่างใด หากห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญและเป็นจุดเด่นจุดหนึ่งที่หากขาดไปแล้ว หนังสือเล่มนี้จะไม่สมบูรณ์ เพราะว่ามันขาดส่วนหนึ่งของความเป็น rgb72 ไป **

Currently there are "6 comments" on this Article:

  1. อูู says:

    ชอบตรง “เปล่าครับ ของเรามีกันแค่นี้ สองคน ถ้าคุณมาร่วมงานด้วยก็จะเป็น สาม”
    แมนแมน

  2. B.TWF says:

    สนุกและมีสาระเหมือนเคยครับ ชอบอ่านเรื่องราวการสร้างบริษัท ตั้งแต่เริ่มต้นจนประสบความสำเร็จ นอกจากเพลินแล้วยังสร้างแรงบันดาลใจด้วยครับ

  3. ไอ้ต้น says:

    เคยเห็นตอนถอดหมวกแล้วครับ รู้สึกเป็นเดือนแรกที่มาทำงานที่ rgb เจ๋งป่าววว อิอิ

  4. sittipong says:

    เจ๋ง..​นายแน่มาก!

  5. iballbaa says:

    555 คุณบีภาพนี้โครตเท่ห์อะ 😀

  6. Annie says:

    อิอิ คิดถึงพี่บีนะคะ 😛

Search This Site:



rgb72 on Facebook

คำศัพท์ Internet วันละคำ

Air (คำที่เกี่ยวข้อง: Adobe, Flash, HTML, JavaScript)
– หนึ่งใน technology ที่พัฒนาโดย Adobe ซึ่งมีคุณสมบัติที่ช่วยให้นักพัฒนาสามารถสร้างโปรแกรมสำหรับคอมพิวเตอร์ได้ใช้เทคนิคเดียวกันกับการเขียน code สำหรับเว็บ ไม่ว่าจะเป็น HTML, JavaScript หรือ Flash โดยคำว่า AIR นั้นย่อมาจาก Adobe Integrated Runtime

72's Friends

Useful Links

rgb72


being72 คือหนังสือที่รวบรวมเรื่องราวความเป็น rgb72 บริษัทออกแบบเว็บไซต์ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน โดยจัดทำเนื่องในโอกาสครบรอบ 10ปี

+ บทความจากผู้เขียน
+ ตอนที่1: Pre-rgb72 / ทำงานกับ Martha Stewart
+ ตอนที่2: Pre-rgb72 / Arcadian
+ ตอนที่3: Pre-rgb72 / ewit
+ ตอนที่4: เริ่มต้นอย่างเงียบๆ
+ ตอนที่5: Generation 1 (ยุคที่1:บุกเบิก) / เริ่มต้นที่ศูนย์
+ ตอนที่6: โทร โทร โทร...
+ ตอนที่7: นามบัตร
+ ตอนที่8: หนังสือพิมพ์และโทรทัศน์
+ ตอนที่9: MATCHING STUDIO
+ ตอนที่10: มีเงินที่ไหน ให้ไปที่นั่น
+ ตอนที่11: พนักงานคนแรก
+ ตอนที่12: ภาพแทรก ออฟฟิสที่สองของ rgb72
+ ตอนที่13: เพื่อนจาก ewit
+ ตอนที่14: GettyImages ฟ้องจริง ถึงจริง
+ ตอนที่15: เว็บไซต์ที่ทำแบบมากที่สุด
+ ตอนที่16: ความฝันที่ 1 พบชื่อลูกค้าทุกๆ ห้านาทีที่ขับรถ
+ ตอนที่17: สมุย.. สร้างเสร็จได้ในวันเดียว
+ ตอนที่18: ขึ้นศาล.. มันไม่สนุก
+ ตอนที่19: นักธุรกิจต่างชาติ
+ ตอนที่20: ความฝันที่ 2 เที่ยวต่างประเทศ
+ ตอนที่21: Super AE
+ ตอนที่22: สินบน
+ ตอนที่23: ผู้หญิงที่ผมไม่รับ
+ ตอนที่24: งานที่คุณไม่ได้ดู
+ ตอนที่25: นักออกแบบ
+ ตอนที่26: คู่แข่งที่รัก
+ ตอนที่27: เซียนหลังกระดานหุ้น ตอนที่ 1/2
+ ตอนที่27: เซียนหลังกระดานหุ้น ตอนที่ 2/2
+ ตอนแทรก: หาาา?... อะไรนะ!!??
+ ตอนที่28: ยิ่งให้... ยิ่งได้
+ ตอนที่ 29: Wall of Frames
+ ตอนที่ 30: ผี 72
+ ตอนที่ 31: เพื่อนจากตะวันออกกลาง
+ ตอนที่ 32: Photography
+ ตอนที่ 33: Too Far from the Dream





Recent Comments

Powered by Disqus