Home » Currently Reading:

ตอนที่17: สมุย.. สร้างเสร็จได้ในวันเดียว

ครั้งหนึ่งเราได้มีโอกาสไปทำงานนอกสถานที่ ไปซะไกล ไปถึงสมุย

มันเริ่มต้นด้วย rgb72 ได้รับการแนะนำแบบปากต่อปาก เมื่อมีโรงแรมหนึ่งที่กำลังสร้างอยู่ มีแผนที่จะทำการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านทางเว็บไซต์

มันไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรสำหรับเรา ออกจะเป็นเรื่องปกติเสียด้วยซ้ำ

โรงแรมนี้เป็นโรงแรมขนาดใหญ่ ลูกค้าเราบอกกับเราว่า ถ้าสร้างเสร็จเขาจะเป็นโรงแรมที่สูงที่สุดบนเกาะสมุย ด้วยอณาเขตที่กว้างใหญ่ บวกกับอาคารที่ไม่ได้มีแค่โรงแรม แต่มีโครงการว่าจะสร้างคอนโดมิเนี่ยมที่เน้นขายชาวต่างชาติอยู่ทางด้านหลังอีกด้วย ตัวโรงแรมนั้นเริ่มก่อสร้างไปได้พอสมควรแล้ว พร้อมจะเปิดภายในเวลาอีกไม่ถึงหกเดือนข้างหน้า สิ่งที่เขาขาดขณะนั้นคือ เว็บไซต์ และรูปถ่ายโครงการ รวมไปถึง CD-ROM Presentation แนะนำโรงแรม ซึ่งทั้งหมดนี้คืองานของ rgb72 ที่ได้รับมอบหมาย

ตั้งแต่เปิดบริษัทมา เราไม่เคยได้ไปทำงานนอกสถานที่ไกลๆแบบนี้ ดังนั้นในเวลานั้นคือเรื่องใหม่และน่าตื่นเต้นสำหรับเรา ลูกค้ายินดีออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าอาหาร ค่าที่พัก ซึ่งแน่นอน พักฟรีที่โรงแรมใหม่ระดับห้าดาวของเขา

การที่เรามีลูกค้าที่อยู่ไกลนั้น เราจำเป็นต้องวางแผนในการทำงานเป็นอย่างดี เพราะถ้ามีอะไรผิดพลาดนั่นหมายถึงว่าเราต้องบินกลับไปกลับมาอีกหลายรอบนับไม่ถ้วน ดังนั้นแผนในการทำงานของเราคือ ในขั้นแรกเราจะบินไปสมุยเพื่อเก็บภาพถ่าย ทำความรู้จักกับโรงแรม และพื้นที่บริเวณโดยรอบเกาะสมุย จากนั้นขั้นตอนที่สองเราจะนำข้อมูลที่ได้มาทั้งหมด มาคิดต่อยอดเพื่อปรับปรุงให้เป็นเว็บไซต์ และ CD-ROM Presentation

เช้าวันที่ออกเดินทาง เราจำต้องตื่นแต่เช้าเพื่อนัดเจอกันที่ออฟฟิสเวลาตีสี่ จากนั้นจึงออกเดินทางเพื่อขึ้นเครื่องบินของสายการบิน บางกอกแอร์เวย์ส ที่มีหมายกำหนดการออกเดินทางเวลาหกโมงเช้า

ทำไมต้องเช้าขนาดนั้น?

เที่ยวบินที่ราคาย่อมเยาที่สุดในการเดินทางไปสมุยมีสองรอบ คือรอบเช้าสุด หกโมงเช้า และรอบดึกสุด สองทุ่ม แต่เราก็ไม่ได้ติดใจอะไร คิดว่าดีเสียอีก เราจะได้มีเวลาทำงานกันมากๆ

การเดินทางครั้งแรกมีเป้าหมายที่จะอยู่กัน สองวัน หนึ่งคืน และอย่างที่ได้บอกไว้ ครั้งแรกของการเดินทางคือ ถ่ายรูป

ลูกค้านัดทีมอีกทีมหนึ่งไว้ให้เรา นั่นคือทีมจัดฉาก และทีมนี้ก็พร้อมไปถึงที่โรงแรมก่อนหน้าเราแล้วคืนหนึ่ง

เมื่อเครื่องลงถึงสมุยเวลาประมาณเจ็ดโมงเช้า เราตรงดิ่งไปยังโรงแรมด้วยรถยนต์ส่วนตัวของโรงแรมที่มารอเราถึงสนามบิน

แต่เมื่อไปถึงกลับพบว่า โรงแรมนี้ยังเป็นฝุ่นอยู่เลย และไม่มีทีท่าว่าจะเสร็จเร็วๆนี้ พื้นกระเบื้องที่เต็มไปด้วยฝุ่น กระจกที่เลอะเทอะเพราะอยู่ในช่วงระหว่างการก่อสร้าง และมีสิ่งของอะไรไม่รู้มากมายตั้งแต่โซฟา กองผ้า และต้นไม้มากมายกองอยู่หน้าโรงแรมเป็นจำนวนมาก

“สวัสดีค่ะ” ผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาทักเรา

“พี่เป็นคนที่จะมาจัดพร๊อพที่นี่ เพื่อให้ทางน้องพร้อมที่จะถ่ายรูปได้ในช่วงบ่ายวันนี้”

ยอมรับว่าผม งง มาก อู ซึ่งอาสาเป็นตากล้องในวันนั้นก็ งง ไม่แพ้กันผมว่า ก็เพราะไอ้โรงแรมที่เราเห็นตรงหน้ามันช่างรกและสกปรก อยู่ในสภาพของตึกกำลังก่อสร้าง เราแทบจะไม่รู้เลยว่า บ่ายนี้เราจะเริ่มถ่ายรูปได้อย่างไร

“น้องขึ้นไปเตรียมต้วที่ห้องพักก่อนนะ จากนั้นเราค่อยมาดูสถานที่กัน” เธอบอก

เราสองคนก็ว่าง่าย พากันเดินขึ้นห้องไป จัดการเตรียมตัว เตรียมอุปกรณ์ ภายในเวลาไม่เกินหนึ่งชั่วโมง เราก็พร้อมออกจากที่พัก ยังไม่หายสงสัยว่า เราจะถ่ายรูปกันได้อย่างไร

เมื่อเราลงลิฟท์มาถึงชั้นล่าง พบว่าบัดนี้ พื้นที่ส่วนของล๊อบบี้ มีคนเดินไปเดินมา ยกข้าวของกันให้วุ่นไม่ต่ำกว่า 20 คน โซฟาถูกยกมาตั้งไว้แล้ว มีคนจำนวนหนึ่งกำลังถูพื้น อีกกลุ่มกำลังใช้เครื่องขัดพื้น คนสองสามคนที่อยู่ทางริมกระจกบานใหญ่กำลังติดตั้งม่านขนาดยักษ์แต่ดูหรูหรา ส่วนอีกกลุ่มกำลังเช็ดกระจก อะไรก็ไม่ทำให้ผมแปลกใจเท่ากับ เปียโนตัวใหญ่กลางล๊อบบี้ที่ผมไม่รู้ว่ามันมาตั้งแต่เมื่อไร่ ดูแล้วมันไม่ใช่อะไรที่สามารถเคลื่อนย้ายกันได้ง่ายๆ ขนาดใช้ระยะเวลาเท่ากับผมที่ย้ายกระเป๋าเดินทางขึ้นห้องนอน

มืออาชีพจริงๆ ผมคิด

เราใช้เวลาตะลึงได้ไม่นานก็มีคนเดินเข้ามาทักทายเราแล้วบอกให้เราลองมาช่วยคิดคอนเซ็บในการถ่ายภาพ จากนั้นจึงพาเราไปยังห้องที่พร้อมจะถ่ายรูปได้จริงที่สุด นั่นคือห้องอาหาร

ห้องนี้อยู่ในจุดที่สวยที่สุดของโรงแรม เพราะมีกระจกขนาดใหญ่เรียงรายกันเป็นรูปครึ่งวงกลม มองออกไปมีทะเลอยู่เบื้องหน้า เหมาะสำหรับการรับประทานอาหารเช้าสำหรับแขกที่นี่ แต่ ณ เวลาที่ผมอยู่นั้น ไม่มีอาหารเช้าที่หรูหราเลยแม้แต่น้อย มีเพียงโต๊ะคลุมด้วยผ้าสีขาวสะอาด และเก้าอี้ที่จัดไว้อย่างสวยงาม ครบทุกโต๊ะเหมือนรอแขกนับร้อยที่จะเข้ามา

ในการไปถ่ายรูปนอกสถานที่ เราทำงานกันแบบนี้ครับ

อู จะเป็นคนมองดูว่าอะไรที่ควรจะถ่าย และน่าจะถ่ายเก็บไว้ มุมไหนเหมาะ ผมเองก็เช่นกัน แต่ในมือผมจะมีกล้องดิจิตอลปัญญาอ่อนอยู่หนึ่งอัน ที่คอยเล็งไปเรื่อย หามุมที่ผมต้องการ เอาล่ะ ขอวิสาสะความเป็นดีไซน์เนอร์ ในการช่วยออกความเห็นเรื่องการถ่ายรูปหน่อยละกัน เมื่อผมอยากได้มุมไหน ก็จะเล็งไปเรื่อย หากเจอมุมไหนที่ถูกใจมากๆ ก็จะบอกอูว่า นี่แหละคือมุมที่ฉันต้องการ และการทำงานแบบนี้ ก็เกิดขึ้นกับช่างภาพทุกคนทีมาถ่ายรูปให้เรา นอกจากช่างภาพจะได้ถ่ายภาพตามอิสระอย่างที่เค้าอยากได้แล้ว เรายังสามารถช่วยไกด์เค้าได้ บอกเค้าให้ถ่ายในมุมที่เราต้องการได้ โดยไม่ต้องไปยืนชี้นิ้วบอก แล้วให้เค้าลองจนน่ารำคาญ และบางครั้ง ช่างภาพเองก็มีอาการ “ตัน” ได้เหมือนกัน เมื่อเค้าคิดไม่ออก กล้องปัญญาอ่อนที่ถ่ายเล่นๆ ก็สามารถช่วยได้เหมือนกัน

หนึ่งในความสามารถของช่างภาพแทบจะทุกคนที่ผมพบมาก็คือ พลังและความอึดที่มีมากมาย ไม่พัก ไม่เหนื่อย และไม่ง่วง เช้าวันนั้นผมง่วงมาก อย่างที่ได้บอกไปแล้วว่าเราตื่นตั้งแต่ตี 3 ในช่วงเช้าของการถ่ายรูปบริเวณห้องอาหารนั้น ผมถึงกับหมดแรง ต้องนั่งพักเอาหลังพิงเสา เหยียดขายาวๆ แล้วก็รออย่างหมดเรี่ยวแรง

แต่ อู ก็ยังถ่ายต่อไปได้เรื่อยๆ

ผมทำท่าเหนื่อยจนพนักงานโรงแรมที่แม้จะไม่ได้มีมาก แต่ก็พอสังเกตเห็น เดินเข้ามาถามว่า “จะรับกาแฟหน่อยมั้ยคะ?”

“ครับ..” ผมและอูตอบรับ

ถ้าจำไม่ผิด เมื่อกาแฟมาถึง อู ทานกาแฟดำแบบไม่ปรุงอะไรเลย ส่วนผมนั้นคงต้องขอหน่อย เพราะปกติทานกาแฟหวานพอสมควร

ผมขอน้ำตาล แต่พนักงานบอกว่า น้ำตาลไม่มี มีแต่น้ำเชื่อมไซรัป

โอเค เข้าใจว่าโรงแรมใหม่ อะไรๆก็ไม่พร้อม เรายังไงก็ได้ ขอให้ได้ความหวานซักนิดก็ยังดี ดำๆ ขมๆ มันคงไม่ไหว

ไม่นานนัก ไซรัปถูกเสิร์ฟมาในภาชนะสีขาวเล็กน่ารักตามแบบที่ไซรัปน่าจะเป็น ไม่ได้แปลกอะไร

ผมเองก็ไม่รอช้า ใส่ไซรัปเข้าไป ประมาณด้วยสายตาว่า นี่น่าจะทำให้หวานตามที่เราอยากจะได้ จากนั้น คนกาแฟด้วยช้อนเล็กสองสามทีแล้วรีบกระดกเข้าปาก หวังว่าจะช่วยให้ผมคลายอาการง่วงนอนที่น่าเกลียดนี้ได้

“แว๊กกกกกกกกกกกกกก!!!!!!”  ผมบ้วนกาแฟทิ้งกลับไปในถ้วยอย่างรวดเร็ว!

กาแฟในถ้วยทำให้ผมตาสว่างอย่างรวดเร็วในแบบที่กาแฟยี่ห้ออื่นไม่สามารถทำได้

เปล่าครับ มันไม่ได้ร้อน แต่ว่ามัน เค็ม!

ผมตกใจมาก รีบคว้าเจ้าภาชนะไซรัปมาตรวจตราดูสิ่งที่เรียกว่าน้ำเชื่อมด้านใน และลองดมดู นั่นไงใช่เลย มันเป็นไปดังคาด มันคือ น้ำปลา

…….

น้ำปลา ….

ถึงเวลานี้ผมนึกอิจฉา อู ในใจว่า แม้ อู จะได้ทานกาแฟดำ แต่ อู ก็ยังได้ทานจนหมดแก้ว แต่ผมนี่สิ บอกตรงๆเลยว่า ในชีวิตนี้ไม่เคยกินกาแฟใส่น้ำปลามาก่อน

ด้วยความที่ยังไม่หายแค้น ผมเดินไปกระซิบบอกอูว่า “อย่าใส่ไซรัปนะ มันหลอก”

อูถามว่าทำไม ผมตอบว่า “มันคือน้ำปลา”

อูขำพร้อมกับเดินไปจ้องมองมันซักพักแล้วบอกว่านั่นคือน้ำปลาจริงๆ แหงล่ะมันจริงแน่ ก็ผมเพิ่งจะกินมันเข้าไป และมันก็ทำผมตื่นได้จนถึงบัดนี้

กว่าเราจะถ่ายรูปเสร็จก็เกือบเที่ยง ผมจำได้ว่าเรามาถ่ายกัน ณ บริเวณล๊อบบี้ต่อ ซึ่งขณะนี้มันสวยงามเหมือนล๊อบบี้จริง แตกต่างกับเมื่อสองชั่วโมงที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด

เราถ่ายรูปกันต่อ โดยมีนางแบบที่มาตั้งแต่เมื่อไร่ไม่รู้ มานั่งๆนอนๆ อ่านหนังสือบ้าง ดื่มค๊อกเทลบ้าง เพื่อให้เราถ่าย ถ่าย ถ่าย แล้วก็ ถ่าย เมื่อจบแล้วก็ตามด้วยรูปตึกด้านนอก รูปห้องพัก ห้องน้ำ กว่าจะหมดก็สิ้นวันพอดี

เวลาประมาณหนึ่งทุ่ม ผมโทรศัพท์ให้เพื่อนที่สมุยมารับเราไปทานข้าว เอาล่ะมาสมุยทั้งที ขอได้สัมผัสสมุยหน่อยเถอะ ตั้งแต่มายังไม่ได้สัมผัสทรายเลย

หลังจากการรับประทานอาหารเย็น เรากลับมาสลบกันสองคนที่โรงแรม และถ่ายรูปต่อในวันรุ่งขึ้น โดยมีเพื่อนที่สมุยของเราเป็นคนพาไปทานข้าวตามร้านอาหารชื่อดังบนเกาะสมุย

เรากลับด้วยเที่ยวบินรอบดึกสุด กว่าจะถึงกรุงเทพก็เกือบสี่ทุ่ม

เป็นการผจญภัยบนเกาะสมุยที่สนุกที่สุดของเรา แม้ว่าหลังจากนี้ผมเองจะต้องบินลงไปอีกหลายครั้ง แต่ก็ไม่สนุกเท่าครั้งแรกนี้

Currently there are "5 comments" on this Article:

  1. iannnnn says:

    สุดยอดแห่งฮอลลีวู้ด!!
    ผมก็เคยได้รับโจทย์แบบนี้เหมือนกันครับ
    คือไปถึงที่(สมุย) เดินทางฟรี พักฟรี ทำเว็บเล็กๆ ให้โรงแรมเล็กๆ (แต่เก๋ดี)
    นี่ชี้ชัดๆ เลยนะครับว่าเจ้าของโรงแรมที่สมุยนี่ใจใหญ่มาก 😀

  2. sittipong says:

    55555 จริงๆครับ แต่อยากจะบอกว่า เรื่องราวของ project เกาะสมุยมันยังไม่จบเท่านี้ครับ ตอนหน้า มันส์กว่านี้อีก!

  3. หมาจี๋ says:

    อ่านแล้วคิดว่าเดวิด คอปเปอร์ฟิลมีอายค่ะ ไวเหมือนเสกมาเลย และเป็นที่พิสูจน์ได้แล้วว่า กาแฟน้ำปลา…ช่วยให้ตาสว่างได้ทันที

  4. photon says:

    อยากดูรูปนางแบบอ่ะคับพี่ 😀

  5. sittipong says:

    เชื่อพี่..​อย่าดูเลย มันไม่ได้ดีอย่างที่คิด 555555

Search This Site:



rgb72 on Facebook

คำศัพท์ Internet วันละคำ

AdSense
– ระบบการโฆษณาบน Google
— WEB101 by rgb72

72's Friends

Useful Links

rgb72


being72 คือหนังสือที่รวบรวมเรื่องราวความเป็น rgb72 บริษัทออกแบบเว็บไซต์ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน โดยจัดทำเนื่องในโอกาสครบรอบ 10ปี

+ บทความจากผู้เขียน
+ ตอนที่1: Pre-rgb72 / ทำงานกับ Martha Stewart
+ ตอนที่2: Pre-rgb72 / Arcadian
+ ตอนที่3: Pre-rgb72 / ewit
+ ตอนที่4: เริ่มต้นอย่างเงียบๆ
+ ตอนที่5: Generation 1 (ยุคที่1:บุกเบิก) / เริ่มต้นที่ศูนย์
+ ตอนที่6: โทร โทร โทร...
+ ตอนที่7: นามบัตร
+ ตอนที่8: หนังสือพิมพ์และโทรทัศน์
+ ตอนที่9: MATCHING STUDIO
+ ตอนที่10: มีเงินที่ไหน ให้ไปที่นั่น
+ ตอนที่11: พนักงานคนแรก
+ ตอนที่12: ภาพแทรก ออฟฟิสที่สองของ rgb72
+ ตอนที่13: เพื่อนจาก ewit
+ ตอนที่14: GettyImages ฟ้องจริง ถึงจริง
+ ตอนที่15: เว็บไซต์ที่ทำแบบมากที่สุด
+ ตอนที่16: ความฝันที่ 1 พบชื่อลูกค้าทุกๆ ห้านาทีที่ขับรถ
+ ตอนที่17: สมุย.. สร้างเสร็จได้ในวันเดียว
+ ตอนที่18: ขึ้นศาล.. มันไม่สนุก
+ ตอนที่19: นักธุรกิจต่างชาติ
+ ตอนที่20: ความฝันที่ 2 เที่ยวต่างประเทศ
+ ตอนที่21: Super AE
+ ตอนที่22: สินบน
+ ตอนที่23: ผู้หญิงที่ผมไม่รับ
+ ตอนที่24: งานที่คุณไม่ได้ดู
+ ตอนที่25: นักออกแบบ
+ ตอนที่26: คู่แข่งที่รัก
+ ตอนที่27: เซียนหลังกระดานหุ้น ตอนที่ 1/2
+ ตอนที่27: เซียนหลังกระดานหุ้น ตอนที่ 2/2
+ ตอนแทรก: หาาา?... อะไรนะ!!??
+ ตอนที่28: ยิ่งให้... ยิ่งได้
+ ตอนที่ 29: Wall of Frames
+ ตอนที่ 30: ผี 72
+ ตอนที่ 31: เพื่อนจากตะวันออกกลาง
+ ตอนที่ 32: Photography
+ ตอนที่ 33: Too Far from the Dream





Recent Comments

Powered by Disqus