Home » Currently Reading:

ตอนที่21: Super AE

จำได้ว่าเคยเห็นหนังสือเล่มหนึ่งมีชื่อว่า “Super AE” เลยคิดว่า มันเหมาะมากๆสำหรับตอนนี้

AE หรือชื่อเรียกเต็มๆว่า Account Executive คือตำแหน่งหนึ่งที่บริษัททำเว็บไซต์ทุกบริษัทต้องมี หรือบางที่อาจจะมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันออกไป แต่หน้าที่ที่ต้องทำจะเหมือนกัน แม้แต่บริษัทที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ก็ยังต้องมีตำแหน่งนี้เช่นกัน ตำแหน่งนี้คืออะไร

ครั้งแรกที่ผมได้รู้จักกับตำแหน่ง AE ก็งงว่า คำว่า Account Excutive นี่มันเกี่ยวอะไรกันกับฝ่ายบัญชีรึเปล่า? ภายหลังจึงได้พบว่า ไม่เพียงแค่ผมเท่านั้นที่ งง แต่มีคนอีกหลายคนก็งงตามผมไปด้วย บางที่ที่ไม่รู้จักคำนี้ ก็จะใช้เรียกแทนคนเหล่านี้ว่า Sale บ้าง Marketing บ้าง เป็นต้น

ตำแหน่งนี้มีหน้าที่พูดคุยกับลูกค้า ประสานงานระหว่างลูกค้าและทีมงานภายในบริษัท พูดง่ายๆว่าเป็นตัวกลางระหว่างคนสองกลุ่ม ซึ่งแน่นอนงานนี้ไม่ใช่งานที่ง่ายนัก

AE จะต้องเป็นคนที่มีความรู้รอบตัวสูงมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับธุรกิจที่ตัวเองทำอยู่ หรือ เรื่องเกี่ยวกับเทคโนโลยี เพื่อให้ลูกค้าสามารถคุยกับ AE ได้รู้เรื่อง อธิบายอะไรมา AE สามารถเข้าใจได้ทันทีไม่ต้องให้ลูกค้ามานั่งอธิบายซ้ำอีกรอบว่าสิ่งที่เค้าพูดมาหมายความว่าอะไร โดยเฉพาะหากลูกค้าพูดเรื่องที่ AE สมควรจะรู้แต่ AE ไม่รู้ นั่นหมายถึงงานที่อาจจะไม่ได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่พูดคุยกันเลยก็ได้ และลูกค้าก็คงจะไม่สนเช่นกันว่า บริษัทของ AE คนนั้นจะมีประวัติความเป็นมาที่ยิ่งใหญ่ หรือมีงานมากมายขนาดไหน

นอกจากเรื่องที่ควรรู้อย่างที่กล่าวไปข้างต้น เรื่องรอบตัวอื่นๆที่ไม่เกี่ยวกับสายงานก็ควรรู้เช่นกัน บางครั้งการที่ AE สามารถคุยกับลูกค้านอกเหนือจากเรื่องงานที่แสนเครียดได้นั้น เป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีเป็นอย่างยิ่ง เช่น อาทิตย์นี้มีหนังอะไรเข้าฉาย เดือนนี้มีคอนเสริต์อะไรบ้าง หรือแม้กระทั่งข่าวซุบซิบดารา ใครแต่งกับใคร ใครกิ๊กกับใคร ฯลฯ

ดังนั้นหากจะถามว่า งานของ AE นั้น เริ่มที่จุดไหน ต้องบอกว่าเริ่มตั้งแต่ยังไม่ได้มาทำงานในตอนเช้าเลยด้วยซ้ำ ความสามารถในการเสพสื่อต่างๆทุกเช้า หรือก่อนนอน ที่นอกเหนือเวลางานนั้น เป็นยิ่งกว่าหน้าที่ที่ AE จะมานั่งคิดว่า สิ่งนี้ไม่ได้อยู่ในเวลางาน 8 ชม.ของตน

ในแต่ละโปรเจค AE จะเริ่มจากการขายงาน เมื่อมีลูกค้าติดต่อมาให้เข้าไปนำเสนอผลงาน สิ่งแรกที่ AE ต้องทำคือ รับฟังรายละเอียดที่ลูกค้าให้มาคร่าวๆ ทางโทรศัพท์ จากนั้นจึงเริ่มค้นคว้าหาข้อมูล ซึ่งนั่นหมายถึง ประวัติบริษัท เครือข่ายพันธมิตรของลูกค้า เว็บเก่าที่เคยทำมา และสถานที่ตั้งบริษัท

การศึกษาประวัติบริษัทคร่าวๆ จะทำให้เราได้ข้อมูลพอสมควรที่ทำให้เราสามารถคุยกับลูกค้ารู้เรื่อง เพราะบางครั้งเราไม่อาจไม่เคยรู้เลยว่า บริษัทคู่แข่งกันอย่าง โรงภาพยนตร์ เมเจอร์ และ โรงภาพยนตร์ อีจีวี จะเป็นเจ้าของคนเดียวกัน หรือเครือข่ายของ ซีพี จะมีตั้งแต่ อาหารแช่แข็ง อาหารสุนัข เซเว่นอีเลฟเว่น และอื่นๆอีกมากมาย ความที่ AE ไม่รู้ อาจจะสร้างผลเสีย ทำให้หน้าแตกกลางห้องประชุมได้ เช่นเราอาจจะเผลอไปชม โครงการหมู่บ้านของ ปริณสิริ ให้ แสนสิริ ฟัง โดยคิดไปว่าเป็นบริษัทเดียวกันเพราะเห็นว่ามีคำว่า “สิริ” ต่อท้ายเหมือนกันเท่านั้นเอง

การเดินทางไปหาลูกค้า เป็นสิ่งที่ยากลำบากไม่น้อยไปกว่าสิ่งที่กล่าวมาข้างต้น หลายครั้งที่มีลูกค้าชื่อแปลกๆ โทรเข้ามา แล้ว AE ได้แต่หวังว่า ลูกค้ารายนั้นไม่ได้มีออฟฟิศอยู่ไกลจากรถไฟฟ้า ต้องยอมรับว่า แม้จะมีรถส่วนตัว หรือจะนั่งแท๊กซี่ไปหาลูกค้า แต่การได้นั่งรถไฟฟ้า วิ่งไปว่ิงมาระหว่างลูกค้ารายที่หนึ่งกับรายที่สองได้อย่างสบายใจนั้น เป็นเรื่องที่น่ารื่นรมณ์ใจเป็นอย่างยิ่ง

โหดที่สุดที่เคยพบคงไม่ใช่ประสบการณ์ของผมโดยตรง แต่เป็นคุณวุฒิ ที่ได้พาน้อง AE คนหนึ่งติดรถสิบล้อออกมาจากซอย เนื่องจากออฟฟิศลูกค้ารายนี้อยุ่ในซอยลึก โซนโรงงาน แท๊กซี่จะให้โบกก็ยากที่จะหลงมาซักคันหนึ่ง ดังนั้นการติดรถสิบล้อออกมาคงจะเป็นทางเลือกที่เหมาะที่สุดและสนุกที่สุดในเวลานั้น

เมื่อพบลูกค้า สิ่งที่ AE ต้องทำคือการสร้างความประทับใจครั้งแรก หรือที่เรียกว่า First Impression เริ่มจากการรับบรีฟงานที่สามารถเก็บข้อมูลได้ถ้วนถี่ หรือการตอบคำถามยากๆให้ได้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า หากจะมองไปแล้ว ลูกค้าก็คือคนๆหนึ่งที่ AE มีโอกาสได้พบและทำความรู้จัก ซึ่งคน ก็มีคนหลายประเภท เช่น คนเสียงดังโวยวาย คนใจดี คนขำ คนชอบลองภูมิ คนที่ชื่นชอบเราอยู่แล้ว หรือ คนที่ไม่ชอบหน้าเราซักเท่าไร่ และโดยเฉพาะ AE สาวสวยคงไม่พลาดที่จะได้พบกับคนเจ้าชู้ ที่บางครั้งจะไม่ได้งานแล้ว แต่ก็ยังโทรมาตามตื้อตามติดอยู่ตลอดเวลา ถามปัญหาทางเทคนิคทุกวัน อะไรก็ได้ขอให้ได้ยินเสียงของ AE สาวสวย ดังนั้นความสามารถในการเข้ากับคนให้ได้ทุกคน และการเว้นระยะห่างที่พอเหมาะ ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักที่ AE ที่ดีจะต้องมี

หากใครสงสัยว่า AE ที่เรารู้จักตอนนี้เป็นคนที่มีคุณสมบัติดังกล่าวรึเปล่า วิธีสังเกตง่ายๆคือ หากเค้าเป็นคนที่อยู่ในตำแหน่งนี้มานานแล้วก็แสดงว่า เค้าสามารถที่จะอยู่รอดและจัดการอะไรต่างๆได้มามากพอสมควร หรืออีกนัยหนึ่งก็คือเค้าคงจะเจอลูกค้าหลากหลายรูปแบบและมีประสบการณ์มากพอแล้วก็ได้

รายละเอียดปลีกย่อย เทคนิค ของการเป็น AE มีอีกมากมาย ซึ่งหากคุณเป็นคนทำงานฝ่าย production หรือแม้กระทั่งลูกค้าเองอาจจะไม่เคยได้รู้ เช่น

เมื่อเข้าห้องประชุมลูกค้า ควรนั่งหันหลังให้กำแพง หันหน้าให้ประตูทางเข้า เพื่อให้ลูกค้าที่เข้ามาทีหลัง ได้พบใบหน้าอันแสนใสซื่อบริสุทธิ์ของเรานั่งยิ้มต้อนรับเค้าอยู่ และจะเป็นการดีไม่น้อยที่ AE จะไม่เผลอทำอะไรน่าเกลียดเช่นแต่งหน้า หรือ แคะขี้ตา การรู้เขารู้เรา รู้ว่าลูกค้ากำลังจะบุกเข้ามาเมื่อไร่ เป็นช่วงเวลาไม่กี่วินาทีที่ AE สามารถใช้ประโยชน์ในการตั้งหลักรับมือได้

หรือ การสังเกตลูกค้าขณะที่ AE กำลังทำการพรีเซ๊นต์งานอยู่ เช่นถ้าเป็นผู้บริหาร ท่านมักจะมีเวลาน้อย หากเห็นว่าท่านกำลังรีบ การยืดเยื้อหรือพูดอะไรที่เป็นรายละเอียดมากๆ อาจทำให้ท่านรำคาญได้ง่ายๆ หรือ ลูกค้าบางคนนอนน้อย ง่วงนอน หลับระหว่างการประชุม AE อาจต้องหาคำถามมายิงเป็นระยะให้ลูกค้าได้ตื่นตัวบ้าง เป็นต้น

ยังมีเทคนิคอื่นๆอีกมากมาย ผมเชื่อว่า AE แต่ละคนก็มีเทคนิคที่แตกต่างกันไป หากสามารถแชร์กันได้คงจะเป็นเรื่องที่ดีไม่ใช่น้อย

เมื่อกลับมาถึงบริษัท AE ต้องทำหน้าที่ถ่ายทอดข้อมูลที่ได้รับมาจากลูกค้าใหักับทีมงานได้อย่างครบถ้วน 100% เต็ม หรืออาจจะต้องมากกว่านั้น เช่น สามารถแนะนำได้ว่า จากที่ได้ไปรับข้อมูลมาคิดว่า งานที่ลูกค้าอยากได้น่าจะประมาณนี้ ประมาณนั้น ซึ่งอาจมีงานอ้างอิงแถมมาให้ด้วย

การที่ AE ต้องอยู่ระหว่างคนสองกลุ่มนั่นคือ ลูกค้า และ ทีมงานนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย สำหรับงานที่ดีก็ดีไป แต่งานที่มีปัญหา สิ่งที่ AE ต้องพบคงไม่ต่างกับการอยู่ระหว่างม๊อบสองสีในช่วงเวลาที่กำลังทะเลาะกัน

บางคนอิจฉาอาชีพนี้ เพราะคิดว่าเป็นอาชีพที่สนุก ได้ออกไปเที่ยวไหนต่อไหนในเวลาทำงาน ได้กินอาหารที่ต่างๆ ไกลๆ และได้รับความดีความชอบโดยตรงจากลูกค้า เวลาลูกค้าชม และงานประสบความสำเร็จ แต่หารู้ไม่ว่าทั้งหมดที่กล่าวมานั้น ไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด ผมเคยถาม AE หลายคนพบว่า การได้อยู่ออฟฟิศเป็นลาภอันประเสริฐ การที่ต้องออกไปลุยกับงาน ตากแดด ตากฝน และรถติด เป็นอะไรที่บั่นทอนพลังในการทำงานเป็นอย่างมาก

แน่นอนว่า หากงานออกมาดี ประสบความสำเร็จ AE ย่อมได้รับคำชมโดยตรงจากลูกค้าเนื่องจากเป็นหน้าด่าน เป็นคนติดต่อกับลูกค้าโดยตรง แต่ถ้าเวลางานออกมาไม่ดี หรือไม่พอใจล่ะ? คนที่โดนต่อว่าโดยตรงก็เป็น AE เช่นกัน หลายครั้งที่ AE ต้องรับโทรศัพท์ทั้งๆที่เห็นเบอร์ที่ขึ้นโชว์ตรงหน้าจอแล้วว่า เป็นเบอร์โทรศัพท์มรณะแน่นอน แต่ก็ต้องรับ และต้องฟัง และต้อง …..

อย่างที่ได้บอกไปแล้วว่า AE เปรียบเสมือนหน้าตาของบริษัท หาก AE คนนั้นแต่งตัวไม่สุภาพ ทำตัวสกปรก ลูกค้าที่ได้เห็นก็จะคิดว่า บริษัทนั้นสกปรกเหมือน AE คนนั้นไปด้วย ดังนั้นการสร้างภาพ หรือการทำตัวให้ดูดีนั้น เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญสำหรับ AE ไม่ว่าการเดินทางจะเหนื่อยแค่ไหน งานเร่งขนาดไหน หรือนอนน้อยเท่าใด เมื่อพบลูกค้า AE ต้องทำตัวให้ดูสดชื่นอยู่เสมอ

ไม่นานมานี้ผมได้ไปพบลูกค้าท่านหนึ่ง ระหว่างการเดินทางเกิดฝนตกหนัก กว่าจะเดินทางไปถึง ตัวเราก็เปียกโซกไปหมดแล้ว เมื่อลูกค้าได้พบหน้า เค้าก็ตกใจว่า “โห เปียกขนาดนี้เลย จะเข้าห้องน้ำหน่อยมั้ย จะเช็ดตัวไหม?” ความที่รู้ว่าการเช็ดตัวไม่ได้ช่วยอะไร จึงจำเป็นต้องเดินเข้าไปในห้องประชุมที่หนาวอยู่แล้ว ประกอบกับน้ำที่ติดอยู่กับเสื้อ ทำให้ความหนาวนั้นทวีคูณยิ่งขึ้น เท่านั้นไม่พอ ไหนจะต้องทำตัวให้ดูดี เสมือนว่าเราไม่รู้สึกอะไร แม้ว่าตลอดการประชุมนั้นจะรู้สึกปวดหัว มึนตึ๊บ เหมือนจะเป็นไข้แล้วก็ตาม

ไม่ได้จะเขียนให้เห็นใจ AE แต่ทุกคนและทุกตำแหน่งต่างมีหน้าที่ของตนเอง ในด้านสว่างของ AE ก็มีเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น การได้แต่งตัวสวยๆ หล่อๆ (ซึ่งนั่นหมายถึงค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น) การได้พบปะผู้คนหน้าใหม่มากมาย ซึ่งมีโอกาสได้พบคนหน้าตาดีๆ หล่อๆ สวยๆ (และแน่นอน คนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับที่กล่าวมาด้วย) การที่มีโอกาสได้กลับบ้านก่อนเวลาหากการประชุมเลิกเย็นมากเกินกว่าที่จะกลับถึงออฟฟิศได้ทันเวลาเลิกงาน (ซึ่งบางครั้งก็ถึงบ้านช้ากว่าปกติที่ออกจากออฟฟิศหลังเลิกงาน)

เอาเถอะ คนเป็น AE ต้องลุย ต้องสู้ ต้องแกร่ง คนที่เป็นเช่นนี้ได้ เค้าถึงจะเรียกว่า Super AE

ในชีวิตนี้ผมได้พบกับ Super AE มากมายหลายคน แม้บางคนผมรู้จักกันเพียงผิวเผิน แต่สามารถรู้ได้ว่าคนนี้ต้องเก่งแน่ๆ แต่บางคนผมโชคดีที่ได้รู้จักและได้ทำงานด้วย ซึ่งคุณตูนคือหนึ่งใน Super AE ที่ผมกำลังกล่าวถึง

คุณตูนเป็นคนหนึ่งที่ตั้งใจเข้ามาทำงานกับ rgb72 เพราะผลงานเว็บ Matching Studio แต่ครั้งแรกที่เธอเหยียบเข้ามาสมัครงานที่ rgb72 นั้น เธอกลับมองไม่เห็นเลยว่า ผมเป็นเจ้าของบริษัทนี้

“สวัสดีค่ะ นัดพี่เก่งไว้ มาสัมภาษณ์งานค่ะ” เธอกล่าว

ผมเดินเข้ามาเปิดประตูห้องประชุมให้ แล้วบอกเธอว่า “เดี๋ยวมานะครับ”

ตูนบอกว่าตอนนั้นเธอคิดในใจว่า ไหนวะพี่เก่ง? ทำไมพี่เก่งไม่มา เอาพนักงานอะไรมาคุยเน๊ยะ!!??

จนกระทั่งเวลาที่เริ่มสัมภาษณ์ ผมเข้าไปพูดคุยกับเธอ เธอยังคิดว่า “ไอ้แว่นนี่ใคร !!?? ทำไมพี่เก่งไม่มาคุยด้วย”

กว่าจะรู้ว่าผมชื่อเก่ง ก็เมื่อผมเริ่มแนะนำตัว เธอมาบอกผมทีหลังว่า ในวันนั้นเธอจินตนาการไว้ว่า พี่เก่ง เจ้าของบริษัท ต้องหล่อ ดูดี ตัวใหญ่ น่าเกรงขาม … ฟังแล้วมันน่าดีใจมั้ยเน๊ยะ

ทีมงาน rgb72 มักจะได้อะไรใหม่ๆ จากบุคคลากรที่เข้ามาแบ่งปันความรู้ และสำหรับตูนเราก็ได้ความรู้ต่างๆมากมาย รวมไปถึง connection และกลุ่มเพื่อนใหม่ การจัดการเอกสาร และการจัดระบบใหม่ภายในบริษัท ซึ่งเธอก็เพิ่งจะได้เจอความละเอียดในการตรวจเอกสารของผมในระดับ pixel ที่คอมเม้นท์ตั้งแต่ เส้นตารางมีความสูงไม่เท่ากันระหว่างบรรทัด การสะกดคำผิด มาตรฐานการใช้รูปแบบและขนาดตัวอักษร เช่นกัน

การที่มี AE ใหม่ที่ออกไปหาลูกค้าพร้อมกันก็เหมือนเป็นการเริ่ม Generation ใหม่สำหรับ rgb72 โดย Generation สองนี้เป็นรุ่นที่เน้นการเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็ว การทำงานที่ว่องไว โดยไม่สนใจว่า จะมีใครทำงานช้า มาสาย หากใครทำไม่ได้ ก็จะเปลี่ยนคนทำงาน ต้องบอกว่าเป็นระบบงานที่โหด ทำงานกันตั้งแต่เช้ายันเช้าอยู่หลายคืนมากๆ สำหรับระบบนี้มีหลายคนชอบ และมีหลายคนที่ไม่ชอบ ก็ถือว่าเป็นอีกรูปแบบหนึ่งในการจัดการงานที่ครั้งหนึ่งบริษัทเคยมี

ปัจจุบันตูนเป็นเจ้าของบริษัท Puppet Master บริษัทที่ให้บริการด้านการตลาดออนไลน์ ซึ่งแน่นอน ผมเชื่อว่า เธอผุ้นี้จะต้องทำได้ดี และไปได้ไกลอย่างแน่นอน

สุดท้ายนี้ขอแนะนำหนังสือชื่อ Super AE เป็นหนังสือสำหรับคนที่อยากจะเป็น AE หรือคนที่เป็น AE อยู่แล้วต้องอ่าน! เพราะการเป็น AE ไม่ได้มีอยู่ในตำราเรียน ไม่มีที่ไหนสอน ทุกอย่างที่รู้มา เกิดจากการเรียนรู้ในการทำงาน และประสบการณ์เท่านั้น  อย่างไรก็ตาม หนังสือ Super AE จะพูดถึง AE Agency โฆษณา แต่สำหรับ AE web นั้น มีความแตกต่างที่ทำให้เป็นได้ยากขึ้น เช่น ความรู้ด้านเทคโนโลยีที่มาเร็ว ไปเร็ว ความรู้เรื่องทางเทคนิคที่ผมเห็น AE web ที่เก่งหลายคน มักจะต้องเริ่มจากการไปเรียนออกแบบเว็บ และตัด HTML มาก่อนแล้วทั้งนั้น

ลองไปหาอ่านดูนะครับ ได้ประโยชน์อย่างไร อย่าลืมมาแชร์ให้ฟังกันบ้าง

Currently there are "4 comments" on this Article:

  1. Anonymous says:

    […] ตอนที่21: Super AE […]

  2. Jingjo says:

    เพิ่งเห็นแว้บๆ ใน Facebook ว่า อัพไซส์แล้วนี่คะ คือกะจะให้ได้ขนาดที่คุณตูนคาดไว้ใช่ไหมคะ ^^

    ไว้ต้องหาหนังสือ Super AE มาอ่านบ้างแล้ว ตกข่าวนะเนี่ยเรา 555

  3. Annie says:

    อิอิ เพื่อนผมคับๆๆ Super AE จิงๆ ยืนยัน!

  4. Ging-Ga-Deng says:

    หาซื้อไม่ได้เลยน่ะค่ะ แง๊ อยากอ่าน ๆ

Search This Site:



rgb72 on Facebook

คำศัพท์ Internet วันละคำ

Adobe
– บริษัทผู้ผลิตและเจ้าของลิขสิทธิ์โปรแกรมชื่อดังที่ใช้ในงาน graphic มากมาย เช่น Photoshop, Illustrator, InDesign, Dreamweaver, Flash, Premiere, After Effect
เว็บไซต์ http://www.adobe.com
— WEB101 by rgb72

72's Friends

Useful Links

rgb72


being72 คือหนังสือที่รวบรวมเรื่องราวความเป็น rgb72 บริษัทออกแบบเว็บไซต์ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน โดยจัดทำเนื่องในโอกาสครบรอบ 10ปี

+ บทความจากผู้เขียน
+ ตอนที่1: Pre-rgb72 / ทำงานกับ Martha Stewart
+ ตอนที่2: Pre-rgb72 / Arcadian
+ ตอนที่3: Pre-rgb72 / ewit
+ ตอนที่4: เริ่มต้นอย่างเงียบๆ
+ ตอนที่5: Generation 1 (ยุคที่1:บุกเบิก) / เริ่มต้นที่ศูนย์
+ ตอนที่6: โทร โทร โทร...
+ ตอนที่7: นามบัตร
+ ตอนที่8: หนังสือพิมพ์และโทรทัศน์
+ ตอนที่9: MATCHING STUDIO
+ ตอนที่10: มีเงินที่ไหน ให้ไปที่นั่น
+ ตอนที่11: พนักงานคนแรก
+ ตอนที่12: ภาพแทรก ออฟฟิสที่สองของ rgb72
+ ตอนที่13: เพื่อนจาก ewit
+ ตอนที่14: GettyImages ฟ้องจริง ถึงจริง
+ ตอนที่15: เว็บไซต์ที่ทำแบบมากที่สุด
+ ตอนที่16: ความฝันที่ 1 พบชื่อลูกค้าทุกๆ ห้านาทีที่ขับรถ
+ ตอนที่17: สมุย.. สร้างเสร็จได้ในวันเดียว
+ ตอนที่18: ขึ้นศาล.. มันไม่สนุก
+ ตอนที่19: นักธุรกิจต่างชาติ
+ ตอนที่20: ความฝันที่ 2 เที่ยวต่างประเทศ
+ ตอนที่21: Super AE
+ ตอนที่22: สินบน
+ ตอนที่23: ผู้หญิงที่ผมไม่รับ
+ ตอนที่24: งานที่คุณไม่ได้ดู
+ ตอนที่25: นักออกแบบ
+ ตอนที่26: คู่แข่งที่รัก
+ ตอนที่27: เซียนหลังกระดานหุ้น ตอนที่ 1/2
+ ตอนที่27: เซียนหลังกระดานหุ้น ตอนที่ 2/2
+ ตอนแทรก: หาาา?... อะไรนะ!!??
+ ตอนที่28: ยิ่งให้... ยิ่งได้
+ ตอนที่ 29: Wall of Frames
+ ตอนที่ 30: ผี 72
+ ตอนที่ 31: เพื่อนจากตะวันออกกลาง
+ ตอนที่ 32: Photography
+ ตอนที่ 33: Too Far from the Dream





Recent Comments

Powered by Disqus