ที่ rgb72 เรามีจุดแข็งอยู่ที่การออกแบบ การออกแบบให้งานสามารถสะท้อนภาพลักษณ์ของบริษัทลูกค้าได้อย่างดีเยี่ยม นำเอาคาแรกเตอร์ หรือลักษณะของบริษัทออกมาแล้วแปรให้อยู่ในรูปแบบของเว็บหรือสื่อออนไลน์ต่างๆ ให้ผู้เยี่ยมชมสามารถรับรู้ได้ถึงคาแรกเตอร์ที่ว่านั้นให้ได้มากที่สุด หรือจะเป็นการออกแบบเพื่อการใช้งานที่ง่าย การเข้าถึงข้อมูลได้เร็ว และอื่นๆอีกมากมาย
คุณบี อดีตปรแกรมเมอร์ ที่อยู่กับ rgb72 มานานที่สุดคนหนึ่งเคยได้คุยกับผมไว้ว่า เค้าไม่สามารถเป็นดีไซน์เนอร์ได้เลย การเป็นโปรแกรมเมอร์นั้นง่ายกว่ามากนัก แน่นอน ด้วยความที่ผมเป็นดีไซน์เนอร์ ผมกลับมองในมุมตรงกันข้ามว่า งานโปรแกรมนั้นยากกว่าเป็นไหนๆ จึงได้ถามคุณบีกลับไปว่า ทำไมถึงคิดเช่นนั้น
คุณบีตอบว่าการออกแบบนั้นอาศัยประสบการณ์และความชำนาญส่วนตัวล้วนๆ การทำงานไม่มีคำตอบที่ตายตัว ไม่รู้ว่างานจะเสร็จสิ้นเมื่อไร่ เช่น ลูกค้าอาจจะบอกเราว่า เค้าอยากได้เว็บที่สวย แล้วความสวยที่ว่านั่นอยู่ตรงไหน อะไรคือคำว่าสวยสำหรับลูกค้า ในบริษัทหนึ่งอาจมีลูกค้าที่ช่วยลงความเห็นด้านความสวยกันมากกว่าหนึ่งคน เราทำงานถูกใจคนหนึ่งคน อาจจะไม่ถูกใจคนอีกหลายคน แล้วเมื่อไร่ล่ะ ที่งานจะเสร็จ การทำงานให้เสร็จคือความสามารถในการทำให้ทุกคนถูกใจ ซึ่งต่างกับงานโปรแกรม ที่หากลูกค้าบอกว่า ต้องการโปรแกรมที่สามารถหาค่ารวมของสินค้าทั้งหมดที่มีในสต๊อก เราก็รู้แล้วว่าจะต้องทำอย่างไร คำตอบก็คือหากเราก็จะเขียนโปรแกรมให้สามารถบวกเพื่อหาค่ารวมของสินค้าทั้งหมดได้อย่างที่ว่า นั่นคืองานจบ โจทย์ชัด คำตอบชัด ทำให้ได้อย่างที่โจทย์ตั้งมา งานก็จะจบ
ถูกของคุณบี
ผมมักจะถามนักศึกษาที่มหาวิทยาลัย รวมไปถึงทีมงานที่ rgb72 เองว่า “ความสวยอยู่ตรงไหน”?
เปรียบเทียบง่ายๆเหมือนดารา ดาราในหน้าจอทีวีคนหนึ่งหน้าตาดีมาก สวยมาก แต่ก็ยังมีคนอีกจำนวนหนึ่งที่คิดว่าคนๆเดียวกันนั้น ไม่เห็นจะสวยเลยซักนิด
อย่างไรก็ตาม หากคนจำนวนมากบอกว่า ดาราคนนี้สวย เธอคนนั้นก็จะเป็นที่ยอมรับ มีคนชื่นชอบมากมาย นั่นแปลว่า ความสวยหรือไม่สวยของเธอ อยู่ที่ประชาชน ซึ่งเป็นกรรมการตัดสิน
นักออกแบบหลายคนต้องเคยประสบกับปัญหาที่ เมื่อทำงานเสร็จออกมาชิ้นหนึ่ง เราคิดว่าสวยมากมาย ใช้เวลาทำงานชิ้นนี้มานานหลายอาทิตย์ แต่เมื่อนำออกมาให้คนอื่นๆได้เห็น หลายคนกลับบอกว่า ไม่สวย ไม่ได้เรื่อง หลายคนทำงานออกแบบโดยไม่ได้คำนึงถึงคนที่ได้เห็น แต่กลับคิดถึงแต่ตัวเองว่า เราชอบแบบนี้ เราคิดว่าแบบนี้ดี ซึ่งการทำแบบนี้ไม่ได้ผิด เพียงแค่อาจจะไม่ได้ถูกต้องนักในสำหรับการออกแบบเชิงพาณิชย์
เปรียบอีกทีก็เหมือนการแต่งตัวออกจากบ้าน วันนี้เราแต่งตัวออกมาเพื่อให้คนอื่นดู เราคิดว่าเราหล่อมาก เท่มาก สวยมาก แต่ถ้าคนอื่นไม่เห็นเช่นนั้น ก็แปลว่าวันนั้นเราแต่งตัวไม่ได้เรื่อง
ดังนั้น หัวใจสำคัญของการออกแบบเชิงพาณิชย์คือความสามารถในการเข้าใจความต้องการของคน ไม่ใช่ความสามารถในการใช้ออกแบบสวย หรือการใช้ photoshop ได้เก่งเท่านั้น
เคยได้ยินคนพูดว่า Steve Jobs, CEO ของ Apple นั้นไม่ได้เก่งมากมาย ไม่ได้เป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยี ไม่ได้ออกแบบผลิตภัณฑ์สวยงาม จริงๆแล้วของแบบนี้ใครๆก็มีได้ แต่สิ่งที่ Steve Jobs ชำนาญมากๆ ก็คือความสามารถในการเข้าใจว่า มนุษย์บนโลกนี้ต้องการอะไร ดังนั้นการเลือกใช้เทคโนโลยี การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ทำออกมาได้ถูกใจคนทั้งโลก นั่นคือสิ่งที่เค้ารู้และตั้งใจสร้างขึ้นมาเพราะรู้ว่าคนทั้งโลกกำลังต้องการสิ่งนี้
จะหาว่าให้ความสำคัญกับความต้องการของลูกค้า หรือพูดง่ายๆว่าความต้องการของตลาด นั่นก็จะดูเหมือนเป็นการออกแบบเพื่อธุรกิจมากเกินไป การให้ความสำคัญกับรายละเอียดก็เป็นอีกสิ่งที่ขาดไปไม่ได้เช่นกัน
รายละเอียดที่พูดถึงก็เช่น มาตรฐานการใช้สี มีการกำหนดสีเทาที่ใช้สำหรับเว็บนี้อยู่ที่ 80% ก็จะเป็นตัวเลขเท่านี้เหมือนกันทั้งเว็บ การกำหนดสีส้มเพื่อใช้กับ header และกำหนดสี เหลืองเพื่อใช้กับ link เป็นต้น มีการกำหนดระยะห่างระหว่างรูปกับตัวอักษร หรือ ตัวอักษรกลุ่มหนึ่งกับอีกกลุ่มหนึ่งเป็นระยะที่ละเอียดระดับ pixel หรือแม้กระทั่งการสร้าง Grid เพื่อให้มีการกั้นหน้าที่เท่ากันตลอดทั้งเว็บ ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้แม้ผู้ที่ได้เห็นงานจะไม่รู้ในชิงลึก แต่เค้าสามารถรู้สึกได้เมื่อเค้าได้ใช้เว็บในภาพรวม เค้าสามารถรู้สึกได้ว่า เว็บนี้มีความละเอียด เป็นระเบียบเรียบร้อย รู้สึกว่าอ่านง่ายสบายตา และเหล่านี้คือสิ่งที่สร้างความแตกต่างที่เป็นคำตอบสำหรับคำถามที่เรามักสงสัยว่า ทำไมเราจึงรู้สึกว่าเว็บนี้ดูดีมากๆ ทั้งๆที่มันก็ไม่ได้มีกราฟฟิกหรือรูปภาพอะไรมากมาย
ในปัจจุบันผมได้พบกับคนที่ทำงานละเอียดในระดับที่ผมพูดถึงนี้ไม่มากนัก ดังนั้นการจะได้มาซึ่งนักออกแบบทีี่ดีสำหรับบริษัทนั้น คงจะเป็นเรื่องยากมากขึ้นอีกหลายเท่าตัวถ้าจะบอกว่าเราต้องการคนที่มีคุณสมบัติที่นอกจากจะทำงานได้สวย เรียบร้อย ใส่ใจในรายละเอียด ซึ่งเป็นคุณสมบัติพื้นฐานแล้วนั้น ยังต้องเป็นคนที่สามารถเข้าใจตัวลูกค้า และ เข้าใจในตัวลูกค้าของลูกค้าได้อีกด้วย
ในช่วงหนึ่งของ rgb72 เราได้พบกับสองคู่หูนักออกแบบที่ทำงานกันอย่างบ้าเลือดและเปี่ยมไปด้วยคุณภาพ
บอล และ นอ คือสองคนที่ผมพูดถึง และในยุคนั้นยังมีคนที่ออกแบบได้ดีมาร่วมแจมกับสองคนนี้อีกด้วย เช่น ต้น และ โจ้
งาน ยืดอกพกถุง ที่มีชื่อเรื่องลือระบือไกล, ไมโครไซท์สำหรับ Toyota Camry, เว็บไซต์หลักของ KSC Internet, เว็บ Portal ของเครื่องดื่ม HANG และอื่นๆอีกมากมาย เป็นผลงานของทีมนี้ทั้งสิ้น
หากเรายังไม่ลืม ในยุคเดียวกันนี้ ยังคงมีคุณตูน Super AE และ คุณแอน ผู้หญิงที่ผมไม่รับอยู่ ทำให้การทำงานของ rgb72 ในยุคนั้นเป็นไปอย่างเข้มข้น บ้าเลือด ทำงานกันไม่ลืมหูลืมตา ทั้งวันทั้งคืน
โดยส่วนตัวผมเองไม่ได้ต้องการอะไรขนาดนี้หรอกนะครับ แต่เมื่อคนบ้าหลายคนมารวมกัน อะไรๆมันก็เกิดขึ้นได้
สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับการมีทีมออกแบบที่ดีก็คือ การที่เรามีเป้าหมายตรงกัน เข้าใจในสิ่งเดียวกัน มีความต้องการเดียวกัน และที่สำคัญที่ สนุก ที่ได้ทำงานด้วยกัน ซึ่งนั่นหมายถึงความสามารถในการสร้างความพึงพอใจที่มากกว่าให้กับลูกค้าและคนที่ได้เห็นงานของเรา โดยปราศจากความขัดแย้งในเรื่องการออกแบบ และนั่นเป็นสิ่งที่ดีที่เกิดขึ้น และกลายเป็นจุดกำเนิดของวัฒนธรรมการออกแบบที่เน้นความเข้าใจกันในทีม และความเข้าใจระหว่างเรากับลูกค้า ผลสุดท้ายคือ ความสำเร็จในการทำให้ฝ่ายการตลาด (ทีม AE ทีมขาย) เดินไปในทิศทางเดียวกัน เดินไปด้วยกันกับ ทีมออกแบบได้อย่างลงตัว
มันจะมีอะไรดีไปกว่า การที่ “นักออกแบบสามารถเสนอไอเดียให้กับลูกค้าได้ และลูกค้าสามารถบอกสิ่งที่ต้องการให้กับนักออกแบบได้เช่นกัน”







Pingback: update being72/ ตอนที่25: นักออกแบบ | blog72