คุณเคยเจอผีมั้ยครับ?
ผมไม่เคย.. แล้วก็ไม่อยากจะเคยเสียด้วย
แม้ใครจะพูดว่า “ทุกอย่างย่อมมีครั้งแรกเสมอ” แต่สำหรับเรื่องนี้…ผมขอถอนตัวดีกว่า
มีคนจำนวนไม่น้อยบนโลกนี้ที่เชื่อเรื่องผี เรื่องวิญญาณ เรื่องภพหน้า ชาติหน้า โดยส่วนตัวแล้ว ผมเองก็ไม่ได้จะวิทยาศาสตร์มากจนมองข้ามสิ่งเหล่านี้ เพราะเคยได้ยินประโยคหนึ่งเค้าบอกว่า “ไสยศาสตร์คือวิทยาศาสตร์ที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์”
ในสมัยก่อนที่เราเห็นฟ้าผ่า เราก็คิดว่าเป็นความพิโรธของเทพเจ้า หรือการที่ผู้คนล้มตายกันมากก็ว่าเป็นเพราะพระเจ้าลงโทษ ซึ่งในความจริงแล้วเป็นโรคระบาด
แต่สิ่งที่จะเล่าต่อไปนี้…มันเกิดขึ้นที่ rgb72
อย่างที่รู้กันว่าการทำงานที่ rgb72 บางงานจะมีคนที่ต้องทำงานอยู่กันดึกๆ ดื่นๆ หรืออยู่ยันเช้าก็มีถมไป
อย่างเช่น “พี” น้องที่ออฟฟิส หนึ่งในดีไซน์เนอร์มือเอกของเรา พีจะนอนอยู่ออฟฟิสทุกวัน จันทร์ ถึง ศุกร์ เป็นเสมือนยามเฝ้าออฟฟิสทุกคืน เนื่องจากบ้านอยู่ไกลถึง เมืองทองธานี แต่พีก็สามารถนอนได้คนเดียวทุกคืน โดยไม่เกรงกลัวต่อความมืดและสิ่งอื่นใด
จนกระทั่งวันหนึ่ง พีเดินมาบอกผมว่า..
“พี่.. ผมว่าเมื่อคืนผมเห็นประตูห้องประชุมเปิดเอง”
ผมงง .. แล้วถามว่าเปิดตอนไหน?
“เปิดตอนกลางคืนพี่!.. ตอนผมนอน” พีบอกด้วยสีหน้าตกใจ
“ลมพัดรึเปล่าาวว??” ผมพยายามเบี่ยงประเด็น
“แล้วพี่คิดว่าในออฟฟิสนี้มันมีลมรึเปล่าล่ะ!!? อีกอย่าง มันไม่ได้แค่แง้มนะ.. มันเปิด!!!!”
นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้ยินเรื่องผีในออฟฟิส และเริ่มได้ยินถี่ขึ้นจากปากของพี จนพอจะเดาได้ว่า ผีที่ว่า…น่าจะอยู่แถวๆ บริเวณห้องประชุม
แต่สิ่งที่พีเจอ ก็เป็นเพียงการเคลื่อนไหวของสิ่งต่างๆ รอบตัว ไม่เคยเห็นอะไรเป็นตัวเป็นตน จนกระทั่ง…
ช่วงเที่ยงของวันหนึ่ง กลางวันแสกๆ ขณะที่คนอยู่เต็มออฟฟิส คุณจ๋า project manager ของเราไปนั่งกินข้าวอยู่ในห้องประชุม
จ๋านั่งกินข้าวได้ไม่นานก็รีบจ้ำอ่าวออกมาห้อง แล้วกลับมานั่งที่โต๊ะของตัวเอง.. ทำตัวนิ่ง
ผมเองไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติใดๆ และยังคงนั่งทำงานที่โต๊ะของตัวเองอยู่เหมือนเดิม จนกระทั่งคุณจ๋า MSN มาบอกผมว่า
“จ๋าว่ามีคนอยู่ที่หน้าห้องประชุมว่ะ”
ผมงง แล้วก็ตอบกลับไปว่า “อ่าว ใครล่ะ? ทำไมไม่ไปถามเค้าว่ามาหาใคร?”
“จ๋า ไม่กล้าถาม.. ”
ผมยืนขึ้น เพื่อมองดูว่าหน้าห้องประชุม ซึ่งสามารถมองเห็นได้จากจุดที่ผมยืนอยู่ ดูว่ามีใครอยู่บ้าง …
“ไม่เห็นมีใครเลย???” ผมบอก
จ๋านิ่งไปซักพัก แล้วตอบอย่างนิ่งๆ ว่า
“จ๋าคิดว่าเค้าไม่ใช่คนนะเก่ง!!”
เอาล่ะ.. เรื่องราวที่พีเล่า ย้อนกลับเข้ามาในความคิดของผมแบบอัตโนมัติ แม้ว่าพีจะลาออกไปนานแล้ว แต่ผมก็เชื่อว่า…ผีที่เค้าเจอน่าจะยังอยู่บริเวณห้องประชุมเหมือนเดิม
ผมตัดสินใจเดินไปดูที่หน้าห้องประชุม และเมื่อเดินไปถึง…ก็ไม่พบอะไร
ผมเดินกลับมาถามจ๋าว่า หน้าตาเป็นอย่างไร เห็นมั้ย? ผู้หญิง หรือ ผู้ชาย? ผมยาวหรือผมสั้น?
จ๋าบอกว่า มองไม่ชัดเจน แต่เห็นเหมือนเป็นผู้หญิงผมสั้น ยืนก้มหน้าอยู่หน้าห้องประชุม!!!
ผมได้ยินเรื่องราวจากจ๋าไม่บ่อยครั้งนัก เดาว่าจ๋าเองก็คงไม่อยากจะมีเรื่องราวประมาณนี้มาเล่าให้ผมฟังซักเท่าไหร่ และจ๋าก็เป็นอีกคนหนึ่งในคนที่ได้เจอ แต่ยังไม่ใช่คนที่เจอบ่อยที่สุด!
คนที่ผมคิดว่าพบบ่อยที่สุดน่าจะเป็นอดีตโปรแกรมเมอร์ชื่อ “มี่”
คุณมี่เป็นโปรแกรมเมอร์ที่ชอบทำงานดึกๆ อยู่ดึกๆ คนเดียว เค้าบอกว่าเค้าเจอบ่อยมาก บ่อยจนเค้าชิน
ช่วงแรก เค้ารู้สึกเหมือนว่ามีคนสะกิดเรียก แต่พอหันไปไม่มีใคร เค้าก็รีบวิ่งกลับบ้าน แบบไม่คิดจะปิดไฟ ปิดเครื่องคอมพิวเตอร์
หลังๆ มีมาหลายรูปแบบ เช่น รู้สึกเหมือนมีลมมาเป่าข้างหู !!!
ส่วนตัวผมเองรู้สึกเฉยๆ เพราะคิดว่ามันเล็กๆ น้อยๆ และยังไม่เคยได้เจอกับตัว
จนกระทั่ง คืนหนึ่ง…
ออฟฟิส rgb72 เลิกงานที่เวลาหนึ่งทุ่มตรง แต่ส่วนใหญ่ทีมงานของเราจะไม่ได้กลับตรงเวลาซักเท่าไรนัก อยู่กันดึกก็บ่อยไป ไม่ได้เป็นเรื่องแปลกอะไร
คืนนั้นก็เช่นกัน ผมกลับถึงออฟฟิสหลังทานข้าวเย็น เวลาประมาณ 3-4 ทุ่ม กะว่าจะเข้ามาเพื่อดูว่ามีใครอยู่ออฟฟิสบ้าง ไม่แน่ใจว่าวันนี้ใครจะทำงานดึก เผื่อว่าจะขึ้นไปทำงานด้วย
แทนที่ผมจะเดินขึ้นตึกสามชั้นเพื่อไปดูว่ามีใครอยู่บ้าง ด้วยความขี้เกียจ ผมจึงเลือกเดินไปหา รปภ. หน้าตึก เพื่อบอกให้เค้าช่วยวิ่งขึ้นไปดูให้หน่อยว่า บนออฟฟิสเหลือใครบ้าง
รปภ. วิ่งขึ้นไปเช็คด้วยความรวดเร็ว ซักครู่ก็กลับลงมา แล้วบอกผมว่า
“มีสองคนครับ.. ผู้หญิงคนนึง ชายคนนึง”
“ผู้หญิงคนนึงเหรอ!!???” ผมถามซ้ำ
ที่ผมต้องแปลกใจก็เพราะ ใจหนึ่งก็รู้อยู่ว่า ผู้ชายหนึ่งคนที่ รปภ. บอก น่าจะเป็น “มี่” โปรแกรมเมอร์ที่ชอบอยู่ดึกคนเดิม แต่ผู้หญิงนี่สิ?? ผมไม่แน่ใจว่าเป็นใคร เพราะเท่าที่รู้คือทีมงานผู้หญิงนั้นได้กลับบ้านไปหมดก่อนที่ผมจะออกไปกินข้าวเย็นเสียอีก แล้วผู้หญิงที่ รปภ. พูดถึงนี่เป็นใคร?
ตอนนั้นผมคิดเอาเองว่า “สงสัยมี่จะชวนแฟนมารอที่ออฟฟิสละมั้ง” ก่อนตัดสินใจวิ่งขึ้นไปดูเอง เพื่อความแน่ใจ
เมื่อผมวิ่งขึ้นไปถึงชั้นสาม ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัท ผมหยุดยืนที่หน้าออฟฟิส ใช้สายตามองผ่านประตูกระจก เพื่อมองเข้าไปว่า มีใครอยู่บ้าง…
การมองผ่านกระจกจากด้านหน้าออฟฟิสก็สามารถเห็น rgb72 ได้ครึ่งบริษัทแล้ว
แน่นอนผมเห็น มี่..
แต่ผมกลับไม่เห็นผู้หญิงคนที่ รปภ.เอ่ยถึง
ในออฟฟิศมีเพียง มี่ อยู่คนเดียว !!!!!!
ผมรู้สึกว่าตัวเองกำลังหน้าซีดด้วยความตกใจ…
หลังจากยืนนิ่งๆ สำรวจดูจนแน่ใจแล้วว่า มี่ อยู่คนเดียวแน่ ผมจึงค่อยๆ ผลักประตูกระจกบานนั้นเข้าไป…
“มี่!! .. อยู่คนเดียวหรอ?” ผมพยายามถามอย่างเก็บอาการ ไม่ให้มี่รู้
มี่ ตอบกลับมาพร้อมความสงสัยว่า “ครับพี่.. ทำไมหรอครับ??”
ชัดเสียยิ่งกว่าชัด ผมนึกในใจว่า .. โดนแล้วยามกู เจอของดีซะแล้ว แล้วไอ้มี่มันจะนั่งกับใครได้ถ้าไม่ใช่…….
ผี!!
และด้วยความแมนของผม ผมตอบมี่ไปด้วยเสียงมั่นใจว่า “อ่อ .. ไม่มีอะไร” ….
แล้วผมก็รีบวิ่งลงมา!!
ฮ่า ฮ่า ฮ่า.. ถึงตอนนี้ถ้ามี่ได้อ่าน คงจะตกใจมิใช่เล่น และต้องขอโทษด้วยที่ผมไม่ใช่ฮีโร่อย่างที่หลายคนคาดเอาไว้ ที่คิดว่าผมน่าจะต้องบอกมี่หรืออะไรซักอย่างหน่อยมั้ย แต่เรื่องผีนี่.. ผมขอถอนตัว ไม่ไหวจริงๆ
คืนนั้น มันเป็นการวิ่งลงบันไดที่เหนื่อยที่สุดเท่าที่ผมเคยวิ่งลงบันไดมา ทั้งตื่นเต้น และตกใจ
“ไปดีกว่า.. !!!” ผมคิด
ผมรอจนถึงรุ่งเช้าของอีกวันหนึ่ง ก่อนที่จะตัดสินใจเดินกลับไปคุยกับ รปภ. คนเดิมว่า ผู้หญิงที่เค้าเห็น หน้าตาเป็นอย่างไร และนั่งอยู่ตรงไหน
รปภ.แจ้งว่า ผู้หญิงที่เห็น นั่งอยู่ด้านหลัง มี่ ไปอีกไม่เกิน 3 เมตร เค้าบอกว่า เค้าก็เห็นไม่ค่อยชัดเช่นกัน
จนถึงวันนี้ มี่ ก็ยังไม่รู้
แห่ะ แห่ะ ..
และแม้ว่าในห้องประชุมจะมีประวัติเรื่องลี้ลับมากมาย แต่ถึงวันนี้เราก็ยังใช้ห้องประชุมเดิมคุยงานอยู่ทุกวัน
และขณะที่เขียนตอนนี้อยู่ ผมเองก็ไม่ได้รู้สึกสุขสบายเท่าไหร่นัก เขียนไป…ระแวงไป…กลัวไป เขียนไปซักพักก็ได้ยินเสียง ก๊อกแก๊ก บ้าง หรือรู้สึกเหมือนมีคนอยู่ข้างๆ บ้าง.. หากคนอ่านจะคิดว่าผมกลัวจนอุปาทานหรือคิดไปเอง ผมก็ไม่ว่าอะไร เพราะก็หวังจะให้เป็นเช่นนั้นอยู่เหมือนกัน
ขอสารภาพว่า being72 ตอนนี้ผมใช้เวลาเขียนนานกว่าเดิม ด้วยความจำเป็นที่ต้องเปลี่ยนสถานที่ และ เวลาในการเขียน เนื่องจากปกติแล้ว ผมจะมักจะเขียน being72 ในเวลากลางคืน ช่วงที่ไม่มีคน และบางครั้งก็เลือกที่จะเขียนใน.. ห้องประชุม!






