Home » Currently Reading:

ตอนที่ 31: เพื่อนจากตะวันออกกลาง

Being72 ตอนนี้ขอเขียนเป็นของขวัญวันเกิดให้กับเพื่อนคนหนึ่งที่มีความสำคัญ เป็นส่วนหนึ่ง และเป็นเบื้องหลังของ rgb72 เสมอมา

เช้าวันหนึ่งของเดือนมีนาคม ปี 2553

ผมต้องพยายามลุกออกจากเตียงตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อไปพบเพื่อนสนิทที่สุดคนหนึ่งของผม ที่เดินทางมาจากแดนไกล

เขาชื่อ “คารีม”

คารีมแท้จริงแล้วเกิดในประเทศเลบานอน แต่เนื่องจากอาศัยอยู่ในอเมริกานานมาก จึงได้อัพเกรด ย้ายสัญชาติมาเป็นคนอเมริกันได้อย่างสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์

เขาเป็นคนรูปร่างใหญ่ ตัวโต หัวเล็ก ขนาดของเค้าเมื่อเทียบกับผมเหมือน พ่อ กับ ลูก เดินด้วยกัน

แน่นอนว่า ถ้าวันหนึ่งเค้าเกิดโมโหผมขึ้นมา เพียงแค่เค้ากำหมัดต่อยผมเปรี้ยงเดียว ผมคงถึงตาย

โชคดีที่ไม่เคยมีเหตุการณ์อย่างนั้นเกิดขึ้น…

ภาพ: คารีมเมื่อครั้งมาเยือน rgb72 ในปี 2553

แม้ว่านี่จะไม่ใช่ครั้งแรกของการมาเยือนเมืองไทย แต่จากการมาครั้งที่แล้ว คารีมหลงสีสันอยู่ย่าน “นานา” อย่างถอนตัวไม่ขึ้น หลงท่าไหนมิอาจทราบได้ รู้แต่ว่าหลงคนเดียวไม่พอ ยังทำเพื่อนที่มาด้วย หลงหายไปกับแสงสีถึงสองวันสองคืน!

เจอกันอีกทีเพื่อนคนนั้นเดินโซซัดโซเซกลับมาโรงแรมที่พัก แล้วหลับยาวไม่รู้เรื่องไปอีก 1 วันเต็มๆ

จนถึงวันนี้ก็ยังไม่รู้สาเหตุว่าเพื่อนคนนั้นหายไปไหนมา  -_-”

ไม่แน่ใจว่าครั้งนั้นอะไรเป็นเหตุดลใจให้เค้าไปพักอยู่ย่าน “นานา” แต่การกลับมาครั้งนี้ เค้ามาพักอยู่ย่าน “อโศก”

ไกลขึ้นมาหน่อย…. ก็ยังดี

เพื่อความแน่ใจว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นอีก วันนี้ผมจึงมารับเค้าเพื่อไปออฟฟิส rgb72 ซึ่งเป็นเหตุผลหลักของการมาเยือนประเทศไทยของคารีมในครั้งนี้ (ผมคิดว่านะ)

คารีม รัก rgb72 มาก เค้ามีโครงการว่าอยากจะเปิดสาขาของ rgb72 ในนิวยอร์ค หรือไม่ก็ใน ดีซี และครั้งนี้ เค้าก็มา rgb72 เพื่อวิเคราะห์และศึกษาความเป็นไปได้ในการเติบโตของบริษัท หาหนทางที่จะร่วมพัฒนาบริษัทให้ยิ่งใหญ่ขึ้น ขยายขอบเขตการทำงาน ไม่ให้อยู่แค่ในประเทศไทย

ส่วนตัวผมก็คิดว่าเป็นไอเดียที่ดี ดังนั้นจึงอยากให้เค้าเข้ามาดูออฟฟิสที่นี่ก่อน มาพบคนที่นี่ แล้วลองหาช่องทางกันดู เผื่อว่าเราอาจจะได้ไอเดียอะไรกลับไปทำการบ้านต่อ

คารีมอยู่ที่ rgb72 หลายวัน เพื่อคุยกับทีมงาน เพื่อนๆ และเรียนรู้การทำงานของบริษัท

ไม่เพียงแต่คารีมจะชอบทีม rgb72 แต่ทีม rgb72 ก็ชอบเค้าเช่นกัน

ด้วยความสนิทสนมที่มี การพูดคุยด้วยความสนุกสนานกันในที่ประชุม ทำให้ผมเกือบลืมไปแล้วว่า ครั้งแรกที่ผมได้พบกับเค้านั้น ผมไม่ชอบขี้หน้าเค้าเอาซะเลย

ย้อนกลับไปในปี 1997 ช่วงที่ผมได้ทำงานอยู่ที่รัฐวอชิงตันดีซี ประเทศสหรัฐอเมริกา บริษัทแรกที่ผมได้มีโอกาสทำงานประจำ บริษัท 3H Technology ที่นั่น ทำให้ผมได้รู้จักกับ “คารีม”

ผมเข้าไปเป็นเด็กใหม่ ในตำแหน่ง Graphic Designer ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ คารีม เคยทำอยู่

ที่บอกว่า คารีม เคยทำอยู่ก็เพราะว่า ก่อนหน้าที่ผมจะมาถึง เค้ามีหน้าที่เป็นนักออกแบบ ทำกราฟฟิกตัวหลักให้กับบริษัท แม้ว่าแท้จริงแล้วเค้าจะเป็นโปรแกรมเมอร์ก็ตาม

จึงไม่แปลกใจที่ผมจะเห็นเค้าหน้าบึ้งตึงใส่ผมในวันแรกเช่นกัน

คารีมแบกเครื่อง Macintosh เข้ามาให้ผมที่ออฟฟิส เนื่องจากผมขอเจ้านายเมื่อตอนจะรับเข้าทำงานว่า ผมต้องการใช้ Mac

แต่ทุกข์นั้นดันไปเกิดกับคารีมเนื่องจากที่บริษัท 3H ณ วันนั้นยังไม่มี Mac ซักตัว

คารีมจึงต้องจำใจนำ Mac “เครื่องส่วนตัว” มาตั้งไว้ที่ออฟฟิส เพื่อให้ผมใช้ ตามคำขอของเจ้านายสุดที่รัก

เดาว่าผมคงจะเป็นไอ้ตัวแสบของเค้าเลยทีเดียว

ถึงกระนั้น คารีมก็จำใจต้อง set up เครื่องให้เสร็จ แล้วก็สอนผมให้รู้ว่า เปิดเครื่อง ใช้เครื่องอย่างไร แต่ด้วยความที่ผมเป็นดีไซน์เนอร์มือใหม่ อีโก้แรง ความมั่นใจสูง ผมจึงคิดว่า “แกจะมาสอนฉันทำไม ในเมื่อฉันใช้เป็นอยู่แล้ว”

วันแรกของการทำงาน ความสัมพันธ์ของเราจึงไม่ค่อยจะสู้ดีนักซักเท่าไร่

แต่ไม่นานนัก เรากลับเป็นเพื่อนที่ดีขึ้นเรื่อยๆ เมื่อผมสามารถช่วยเค้าทำงานกราฟฟิก และงานจิปาถะต่างๆ ได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังรวมหัวกันเบิกเงินซื้อของกันอย่างถล่มถลาย โดยเงินที่ถลุงนั้นก็ไม่ใช่เงินใครที่ไหนแต่กลับเป็นเงินของรัฐบาลอเมริกา

เนื่องจากบริษัทที่ผมทำอยู่นั้น เค้ารับงานจากรัฐบาลอเมริกา ให้เข้าไปดูแลระบบในกระทรวงหนึ่ง โดยพนักงานจะต้องเข้าไปนั่งประจำ และทำงานประจำอยู่ที่นั่น เหมือนเป็นพนักงานราชการคนหนึ่ง

ดังนั้นทุกๆวัน ผมจะเดินเข้าออกตั้งแต่เช้าจรดเย็นอยู่ที่กระทรวงนั้น

ส่วนเจ้านายผมน่ะหรอ.. เราเจอกันอาทิตย์ละครั้ง ครั้งละประมาณ 10 วินาที ด้วยการทักทายของเจ้านายผมอย่างสั้นๆ

“Hello KEN… How are you?” เจ้านายผมโผล่หน้ามาเพียงครึ่งเดียวจากกำแพงพาทิชั่น เรียกชื่อผมในเวอร์ชั่นอังกฤษที่เพื่อนญี่ปุ่นผมตั้งให้ พร้อมทักทายสั้นๆ และส่งยิ้ม

“I’m Gooooood” ผมตอบ.. และแค่นั้นแหละ เจ้านายผมก็เดินไปทักพนักงานคนอื่นๆ ที่มีอยู่อีกกว่า 40 ชีวิต

ดังนั้น เมื่อมีงานอะไรเข้ามา หากจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เพิ่มเติมที่นอกจากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้อยู่นั้น เราต้องทำเรื่อง “เบิก” รัฐบาล

ภาพ: ตึกรัฐบาลที่ทำงาน

ช่วงนั้นเป็นช่วงที่สนุกมาก เพราะเราได้มีโอกาสลองใช้ของใหม่ๆ อุปกรณ์เทคโนโลยีใหม่ๆ โดยไม่เสียเงินซักบาท

ครั้งหนึ่ง เราได้รับมอบหมายให้ไปถ่ายรูปพนักงานของกระทรวง เพื่อทำบัตรประจำตัวใหม่

หลังได้รับมอบหมายงาน คารีมกลับมาที่มุมทำงานของเรา พร้อมกับยื่นแคตตาล็อคสินค้าให้ผมดู

“ฉันจะซื้อกล้องตัวนี้เพื่อใช้ถ่ายภาพ” คารีมบอก

“โอ๊ว มาาย ก๊อออดด” ผมอุทานตกใจ เพราะกล้องที่คารีมจะซื้อนั้น เป็นกล้องดิจิตอลตัวล่าสุด แพงสุด ที่สามารถถ่ายวิดีโอได้ ของ Canon

ผมจำไม่ได้ว่ากล้องนั้นรุ่นอะไร จำได้แต่ว่ามันแพงมาก และความสามารถของมันเกินกว่างานที่เราจะทำมากอยู่

หน้าตากล้องประมาณนี้ (เท่านี่จำความได้)

ต้องขอบอกก่อนนะครับว่า การได้ใช้กล้องดิจิตอลในปี 1997 นี่ ไม่ใช่เรื่องธรรมดา นอกจากนี้ คารีมยังสั่งจอมอนิเตอร์ตัวใหม่ของ SONY เพื่อการนี้ พร้อมกับการ์ดจอแรงระเบิดมาเพิ่มให้กับ Mac ของผมด้วย

สนุกกันใหญ่ล่ะ

แต่ไม่ใช่ว่าเราจะสั่งของเยอะๆ แล้วงานไม่ได้นะ เราทำงานเสร็จสมบูรณ์เรียบร้อย ตามเวลา แถมยังได้บัตรประจำตัวพร้อมชื่อติดหน้าอกที่มีความละเอียดสูงระดับ World Class !!

การได้สนิทกับคารีม นอกจากจะได้เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ ได้ทดลองของใหม่ๆ ทันโลกอยู่ตลอดเวลาแล้ว คารีมยังสอนให้รู้จักกับการ “ยัดเงินใต้โต๊ะ” รปภ.เฝ้าที่จอดรถของธนาคาร ที่ปกติแล้วเค้าจะไม่ยอมให้คนนอกเข้าไปจอดได้เลย แต่จะทำยังไงได้ล่ะ รถของผมกับคารีม คงไม่ยอมทนอากาศหนาวของหิมะที่ตกลงมาได้หรอกนะ

ผมไม่รู้ว่าคารีมให้เงินเค้าไปเท่าไหร่ แต่คารีมก็มาเก็บเงินผมนิดหน่อยแล้วบอกว่า เค้าให้เงินไปไม่เยอะหรอก เนื่องจาก รปภ.คนนั้นก็เป็นคนตะวันออกกลางเช่นกัน

ซี้กัน ว่างั้น…

แต่เห็นแบบนี้ เราสองคนก็ไม่ได้จะมีเงินเก็บกันมากมายเลย เงินส่วนใหญ่ของเราหายไปกับความโลภของเราเอง

ประสบการณ์ร่วมกันระหว่างผมกับคารีมอีกยังมีอีกเรื่อง นั่นคือการเล่น “หุ้น”

เราสองคนเล่นหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ของอเมริกา หุ้นที่ร้อนแรงที่สุดในตอนนั้นเห็นจะเป็นหุ้นของ Yahoo, AOL, และ Microsoft

ว่ากันตรงๆ ตอนนั้นไม่มีใครสนใจหุ้นของ Apple กันเลยซักนิด ส่วน Google ก็ยังไม่เกิด ผมเองแอบไปซื้อหุ้น Apple ติดมานิดหน่อยเพราะความรักใน Apple แบบส่วนตั้ว ส่วนตัว ซึ่งหุ้นของ Apple ในขณะนั้นราคาอยู่ที่หุ้นละ 30 เหรียญ

ใครจะไปรู้ว่าตอนนี้ราคาจะพุ่งไปถึง 400 กว่าเหรียญได้…

การเล่นหุ้นจึงทำให้เราสองคน เดี๋ยววันนึงก็รวย อีกวันก็จน ฉลองความรวยยังไม่ทันเสร็จ อีกวันก็มานั่งคอตกกินพิซซ่าชิ้นละสองเหรียญ

ตื่นเต้นดี

แต่การเล่นหุ้นโดยไม่ได้ดูแลเป็นอย่างดี ไม่ติดตามข่าวสาร เหตุการณ์ฟองสบู่แตก ทำให้สุดท้ายแล้วผมไม่เหลือเงินอยู่ในบัญชีเลยแม้แต่เหรียญเดียว

วีรกรรมอีกครั้งเกิดขึ้นในวันที่ 1 เมษายน ปีอะไรมิอาจจะจำได้…

แต่มันเป็น “วันแห่งการโกหก”

ผมเปิดโปรแกรมดูราคาหุ้น ราคาตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งในช่วงนั้น คารีมถือหุ้นของ Yahoo อยู่ที่ราคาประมาณ 200 เหรียญ ต่อ หุ้น เห็นจะได้

ผมเปิดหน้ารายงานราคาหุ้นของ Yahoo แล้วจึง capture หน้าจอ

จากนั้นจึงใช้ความชำนาญโปรแกรม Photoshop ปรับตัวเลขหุ้น Yahoo ที่เห็นให้เหลือราคาเพียงแค่ไม่ถึง 50 เหรียญ

เมื่อเหยื่อของผม ซึ่งคือเพื่อนรูปร่างยักษ์คนนี้เดินเข้ามาที่โต๊ะทำงาน ผมไม่รอช้า รีบทำหน้าตาตกใจ! หน้าซีด! เครียดจนหัวยุ่งแล้วบอกว่า

“Karrreeeemmm… You’re not gonna believe this!!” จากนั้นจึงหันจอคอมพิวเตอร์ของผม ที่เต็มไปด้วยตัวเลขที่ผมแก้เอาไว้ซะต่ำเตี้ยติดดินด้วยโปรแกรม Photoshop ให้เค้าดู

คารีม ถึงกับทรุดลงไปกองกับพื้น.. เอามือกุมขมับ! แล้วก็ร้องว่า .. “NNNNNNOOOOOOOOOoooooooo…….!!!!”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่าาาาาาาา…​” ไม่มีอะไรขำไปกว่านี้แล้วครับ การที่คุณได้หลอกฝรั่งตัวโตๆ ให้ลงไปกองทรุดกับพื้นได้ต่อหน้าต่อตา มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย ผมขำกลิ้งในขณะที่คารีมยังกองอยู่กับพื้นด้วยหน้าตาที่มึน งง

จากนั้นผมจึงบอกกับเค้าว่า “Happpyyy April Fool day”

คารีมเปลี่ยนสีหน้าอย่างรวดเร็ว บอกได้เลยว่า เพียงเวลาภายใน 5 นาที คารีมเปลี่ยนไปแล้ว สี่หน้า ตั้งแต่ หน้าตาปกติ, หน้าตาตกใจ, หน้าตามึนงง และตอนนี้คือ..หน้าตาโมโห!!!

ส่วนผมน่ะหรอครับ เปลี่ยนแค่สองหน้า คือ หน้าตาขำ และ หน้าตาตกใจกลัว

“แว๊กกกกกกกกกก!!!” ผมบอก

“I’m Sorrryyyyy!!!!”

หลังจากประโยคนั้นที่ผมได้พูดออกไป ผมก็แทบจำอะไรต่อไม่ได้แล้วครับ

ผ่านมานานนับสิบปี ผมและคารีมก็ยังเป็นเพื่อนกัน และพูดคุยกันอยู่เรื่อยๆ

วันนี้เค้ากลับมาพบผมที่ rgb72 บริษัทที่เค้าเป็นส่วนหนึ่งในการให้คำปรึกษาและให้ความรู้ดีดีตลอดมา รวมถึงบางครั้งก็มีงานสนุกๆ มาให้เราได้ทำกัน จึงไม่แปลกที่ผมจะเห็นเค้าดีใจกับการเติบโต และอายุที่ยืนยาวของบริษัทแห่งนี้

Thank you and Happy Birthday my best friend, Kareem Bacho (Feb. 6, 2012)

และเนื่องด้วยบทความนี้เขียนให้แทนของขวัญวันเกิด ผมจึงกำลังเขียนเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อให้เจ้าของวันเกิดสามารถอ่านได้ด้วย เสร็จแล้วจะมา update ต่อในนี้นะครับ ^^

 ตรวจทาน: จ๋า

Currently there are "3 comments" on this Article:

  1. Anonymous says:

    อ่านแล้วมโนภาพเห็นความงดงามของมิตภาพ เหมือนได้อ่านหนังสือ ดีๆซักเล่มนึง รู้สึกดีครับ

  2. Looneytunes says:

    หล่อมากๆค่ะ หน้าตายังกะวิน ดีเซล ฝาก HBD ด้วยนะคะ ^ ^

  3. ถ้ายุคนั้น canon ตัวนั้นน่าจะเป็น canon xl 1 HD อะ จําได้ว่าใช้เรียนอยู่ ^_^

Search This Site:



rgb72 on Facebook

คำศัพท์ Internet วันละคำ

Air (คำที่เกี่ยวข้อง: Adobe, Flash, HTML, JavaScript)
– หนึ่งใน technology ที่พัฒนาโดย Adobe ซึ่งมีคุณสมบัติที่ช่วยให้นักพัฒนาสามารถสร้างโปรแกรมสำหรับคอมพิวเตอร์ได้ใช้เทคนิคเดียวกันกับการเขียน code สำหรับเว็บ ไม่ว่าจะเป็น HTML, JavaScript หรือ Flash โดยคำว่า AIR นั้นย่อมาจาก Adobe Integrated Runtime

72's Friends

Useful Links

rgb72


being72 คือหนังสือที่รวบรวมเรื่องราวความเป็น rgb72 บริษัทออกแบบเว็บไซต์ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน โดยจัดทำเนื่องในโอกาสครบรอบ 10ปี

+ บทความจากผู้เขียน
+ ตอนที่1: Pre-rgb72 / ทำงานกับ Martha Stewart
+ ตอนที่2: Pre-rgb72 / Arcadian
+ ตอนที่3: Pre-rgb72 / ewit
+ ตอนที่4: เริ่มต้นอย่างเงียบๆ
+ ตอนที่5: Generation 1 (ยุคที่1:บุกเบิก) / เริ่มต้นที่ศูนย์
+ ตอนที่6: โทร โทร โทร...
+ ตอนที่7: นามบัตร
+ ตอนที่8: หนังสือพิมพ์และโทรทัศน์
+ ตอนที่9: MATCHING STUDIO
+ ตอนที่10: มีเงินที่ไหน ให้ไปที่นั่น
+ ตอนที่11: พนักงานคนแรก
+ ตอนที่12: ภาพแทรก ออฟฟิสที่สองของ rgb72
+ ตอนที่13: เพื่อนจาก ewit
+ ตอนที่14: GettyImages ฟ้องจริง ถึงจริง
+ ตอนที่15: เว็บไซต์ที่ทำแบบมากที่สุด
+ ตอนที่16: ความฝันที่ 1 พบชื่อลูกค้าทุกๆ ห้านาทีที่ขับรถ
+ ตอนที่17: สมุย.. สร้างเสร็จได้ในวันเดียว
+ ตอนที่18: ขึ้นศาล.. มันไม่สนุก
+ ตอนที่19: นักธุรกิจต่างชาติ
+ ตอนที่20: ความฝันที่ 2 เที่ยวต่างประเทศ
+ ตอนที่21: Super AE
+ ตอนที่22: สินบน
+ ตอนที่23: ผู้หญิงที่ผมไม่รับ
+ ตอนที่24: งานที่คุณไม่ได้ดู
+ ตอนที่25: นักออกแบบ
+ ตอนที่26: คู่แข่งที่รัก
+ ตอนที่27: เซียนหลังกระดานหุ้น ตอนที่ 1/2
+ ตอนที่27: เซียนหลังกระดานหุ้น ตอนที่ 2/2
+ ตอนแทรก: หาาา?... อะไรนะ!!??
+ ตอนที่28: ยิ่งให้... ยิ่งได้
+ ตอนที่ 29: Wall of Frames
+ ตอนที่ 30: ผี 72
+ ตอนที่ 31: เพื่อนจากตะวันออกกลาง
+ ตอนที่ 32: Photography
+ ตอนที่ 33: Too Far from the Dream





Recent Comments

Powered by Disqus