Home » *CREATIVE & IDEA » Recent Articles:

เมื่อ Super Bowl มา.. โฆษณาดีดีก็มา

February 6, 2012 *CREATIVE & IDEA No Comments

Super Bowl การแข่งขันอเมริกันฟุตบอลนัดชิงชนะเลิศ ซึ่งถือว่าเป็นนัดที่มีผู้ชมมากที่สุด (แน่นอน ก็มันนัดชิงนี่นะ) เมื่อมีผู้ชมมาก ค่าโฆษณาก็แพงลิบลิ่ว ดังนั้นคนทำโฆษณาก็ต้องทำโฆษณาของตัวเองออกมาให้ดีที่สุด

วันนี้ลองคัดมาให้ดูกันซักสามตัว

1. Volkswagen “The Dog Strikes Back”

ตัวแรกเป็นโฆษณาของรถยนต์ Volkswagen “The Dog Strikes Back” หลังจากที่ปีที่แล้วประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากกับมานำเด็กมาแต่งตัวเป็น ดาร์ท เวเดอร์ ปีนี้เลยทำกันอีกรอบ แต่คราวนี้เป็นทีของน้องหมา

2. Honda CRV “Matthew’s Day Off”

ตัวที่สองเป็นโฆษณาของ Honda CRV ที่เปิดตัวครั้งแรกแบบสั้นๆ มีภาคต่อ และนี่คือโฆษณาตัวเต็มๆครับ

3. Audi “Vampire Party”

ตัวสุดท้ายเป็นโฆษณารถยนต์อีกเข่นกัน เป็นโฆษณาของ Audi แต่คราวนี้เน้นไปที่การขายไฟหน้ารถ ที่ส่องสว่างสุดๆ

แถมกันอีกนิด สำหรับเบื้องหลังการทำโฆษณา “The Dog Strikes Back”

เพิ่งจะสังเกตเห็นว่า ตัวที่นำมาให้ดูนี่มีแต่โฆษณารถยนต์ -_-” จริงๆมีโฆษณาภาพยนตร์เข้าใหม่ โฆษณาขนมขบเคี้ยว Doritos สำหรับใครที่อยากดูมากกว่านี้ YouTube จัดให้มี YouTube Ad Blitz 2012 ตามเข้าไปดูต่อกันครับ ที่ http://www.youtube.com/user/adblitz

บ้านต้นไม้.. สูง เสียว แต่ สวย

December 19, 2011 *CREATIVE & IDEA, Design 3 Comments

พักหลังๆนี่เริ่มสังเกตเห็นว่า เจ้าของธุรกิจโรงแรมเริ่มสรรหาสิ่งใหม่ๆให้กับลูกค้ามากกว่าเดิม

โรงแรมพร้อมสวนน้ำขนาดใหญ่, บ้านพักในฟาร์ม, โรงแรมในแพกลางน้ำ, โรงแรมในไร่องุ่น เป็นต้น

“บ้านต้นไม้” เริ่มเป็นอีกหนึ่งไอเดียในการสรรหาสิ่งแปลกใหม่ให้กับลูกค้า ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับตัวโรงแรมเอง แทนที่จะต้องอาศัยปัจจัยนอกโรงแรมอย่างทะเล หรือภูเขาสวย

ในเมืองไทยเริ่มเห็นมีกันหลายที่แล้ว เช่น ในจังหวัดราชบุรี และ กาญจนบุรี

ในต่างประเทศก็เช่นกัน

บังเอิญว่าวันนี้ไปโหลด App แมกกาซีนของ BMW มาเล่มหนึ่ง (ฟรี) ชื่อ “BMW Magazine 1/2011 english” โดย BMW Group (http://itunes.apple.com/us/app/bmw-magazine-1-2011-english/id428238236?mt=8) เป็นหนึ่งใน App แมกกาซีนดีดี ที่มี interactive และการออกแบบเหมาะกับการอ่านบน iPad อย่างแท้จริง (หลังจากค้นพบว่า การอ่านแมกกาซีนที่นำเอา PDF มาใส่ใน iPad หรือหนังสือที่ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับ iPad แล้วนั้น อ่านได้ไม่ถนัดจริงๆ) หนึ่งในเนื้อหาที่นอกจากเรื่องรถของ BMW แล้ว เค้ายังมีแนะนำให้ได้รู้จักกับ “บ้านต้นไม้” ที่ออกแบบมาได้สวยสะดุดตา

วันนี้จึงคิดว่าจะเอามาแชร์กัน

Final Wooden House

เริ่มจากหลังที่ชอบที่สุดก่อน “Final Wooden House” ตั้งอยู่ที่เมือง Kumamoto ประเทศญี่ปุ่น งานนี้ออกแบบโดย Sou Fujimoto Architects ไอเดียหลักคือการนำไม้ชิ้นใหญ่ๆมาวางซ้อนๆกัน ทำให้เกิดพื้นที่ในการใช้สอยได้ต่างๆนานา โดย ผู้อยู่อาศัยจะสามารถหาพื้นที่สำหรับการทำกิจกรรมต่างๆที่ตนต้องการได้อย่างอัตโนมัติ

The Bird’s Nest

ถัดมาคือบ้านต้นไม้อีกหลังหนึ่งมีชื่อว่า “The Bird’s Nest” ตั้งอยู่ในประเทศสวีเดน

เป็นบ้านที่ดูแล้วเหมาะกับการเป็นบ้านต้นไม้ที่สุด เพราะสามารถพรางตัวเองให้เข้ากับบรรยากาศได้ดีในขณะที่การออกแบบภายในยังคงให้ความรู้สึกเป็น modern น่าอยู่มากๆอีกด้วย

สำหรับราคาค่าที่พักนั้น จากการคำนวนดูคร่าวๆก็ประมาณคืนละ สองหมื่นกว่าบาทไทยเท่านั้นเอง -_-” ใครสนใจลองเข้าไปจองได้ที่ http://www.treehotel.se

Redwoods Treehouse

หลังต่อมาคือร้านอาหาร ตั้งอยู่ในโรงแรม “Redwoods Treehouse” ประเทศนิวซีแลนด์

เห็นหน้าตาแปลกๆแบบนี้ ร้านอาหารนี้สามารถบรรจุคนได้ถึง 50 คนเลยทีเดียว

Spherical Tree House

หยิบยกมาให้ดูอีกที่นั้นอยู่ในประเทศแคนนาดา บ้านต้นไม้รูปทรงกลมแตะตานี้มีชื่อว่า “Spherical Tree House”

เช่นเคย..​เห็นหน้าตาประหลาดแบบนี้ แต่ด้านในไม่ทำให้ผู้อาศัยรู้สึกประหลาดจนนอนไม่หลับแต่อย่างใด เพราะภายในนั้น ถูกออกแบบมาให้รู้สึกอบอุ่น น่านอน เหมือนบ้านทั่วไป

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปดูในเว็บไซต์ได้ที่ http://www.freespiritspheres.com (ซึ่งในฐานะของผู้ออกแบบเว็บคนหนึ่ง อยากแนะนำให้แกออกแบบเว็บใหม่ให้สวยเหมือนบ้านต้นไม้ที่แกทำจริงๆ) สำหรับราคาค่าที่พักนั้นไม่แพงเท่าหลังด้านบนเท่าไรนัก ราคาตกคืนละประมาณ 135-200 เหรียญสหรัฐ หรือเท่ากับ 4,500-6,000 บาทบ้านเรา

ดูงานออกแบบของเมืองนอกมากๆ ก็สนุกดีเหมือนกัน งานบ้านต้นไม้สวยๆยังมีอีกมาก เดี๋ยวนี้ข้อมูลก็หาได้ง่าย เพียงเข้าไป Search ใน Google แล้วพิมพ์คำว่า “Tree House” แค่นี้ เราก็จะได้เห็นงานดีดี ไอเดียมากมาย โดยไม่ต้องขยับลุกเดินไปไหนไกลให้เมื่อย

ไม่มีอะไรที่ ถูก ดี และ ง่าย ขนาดนี้อีกแล้ว

โฆษณาครีเอทีฟ: FedEx “Within Walking Distance”

December 11, 2011 *CREATIVE & IDEA No Comments

ดูเว็บไปๆมาๆ ก็หลงเข้ามาพบกับโฆษณาชุดหนึ่งของ FedEx บริษัทผู้ให้บริการด้านการขนส่ง ที่มักจะมีโฆษณาไอเดียแรงๆ มาให้ได้ดูกันตลอด

ครั้งนี้มาพร้อมกับไอเดียที่ไม่ได้กัดคู่แข่งแรงๆอย่าง DHL แต่เป็นการพูดถึงการขนส่งที่รวดเร็วจนเสมือนว่าสถานที่ต่างๆนั้นอยู่ใกล้กัน โฆษณาชุดนี้ออกมา 4 รูปแบบ แสดงความใกล้กันของสองสถานที่อย่าง แคนนาดา-ปารีส, จีน-บราซิล, ลอนดอน-ปารีส, และ อินเดีย-นิวยอร์ค

โฆษณาใหม่ที่ว่านี้มีชื่อว่า “Within Walking Distance” เป็นอย่างไรลองดูกัน


อินเดีย-นิวยอร์ค


ลอนดอน-ปารีส


จีน-บราซิล


แคนนาดา-ปารีส

Black Friday และ Happy Bag! (มาดูฝรั่งและญี่ปุ่นช้อปปิ้ง)

ผ่านไปแล้วเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (25 พฤศจิกายน 2554) กับ Black Friday เทศกาลช้อปปิ้งอันแสนสนุกที่ลดราคากันสะบั้นหั่นแหลกของคนอเมริกัน

คนอเมริกันจะมีวัฒนธรรมการซื้อของขวัญให้กับญาติ เพื่อน คนรู้จัก และ คนรู้ใจกันในช่วงเทศกาลสำคัญ โดยเฉพาะคริสมาส

มันเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขจริงๆ เมื่อทุกคนไม่สนใจเรื่องงาน แต่จะสนใจว่า วันนี้จะไปซื้อของที่ไหนให้ใคร และด้วยเทคนิคการตลาดที่มีสินค้าใหม่ๆ ออกมาให้ได้ช้อป พร้อมกับการลดราคากันอย่างมากมาย ทำให้การช้อปปิ้งเลือกซื้อของขวัญยิ่งสนุกเข้าไปใหญ่

Black Friday เป็นวันศุกร์วันเดียวที่มีการลดราคาแบบพิเศษสุดๆ โดยคุณสามารถหาซื้อของในราคานี้ได้ในวันเดียวเท่านั้น โดย Black Friday จะเริ่มหลังจาก วันขอบคุณพระเจ้า หรือ Thanks Giving Day ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการซื้อของขวัญให้กับคนที่เรารักในช่วงคริสมาส

ดังนั้นใครอยากจะขายของ ออกสินค้าตัวใหม่ หรือแม้กระทั่งจะโละของเก่าๆออกจากสต๊อก ช่วงนี้แหละ สำคัญที่สุด

Black Friday ที่ผ่านมา ผมจึงได้เข้าไปลองเล่น ลองดูราคาในเว็บ Amazon.com เว็บไซต์ขายของที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ซึ่ง  Amazon เองก็ไม่พลาดเทศกาล Black Friday นี้

ที่เว็บของ Amazon มีโปรโมชั่นลดราคามากมายในราคาพิเศษ โดยแบ่งออกเป็นหมวดหมู่ให้หาสินค้าได้ง่าย เช่น หนัง, เพลง, เครื่องใช้ไฟฟ้า, เสื้อผ้า, ของเล่นเด็ก ฯลฯ

ดูๆไปแล้วก็เหมือนกับเว็บขายของทั่วไปที่ต้องร่วมกับเทศกาลนี้ แต่ Amazon ไม่ได้มีดีแค่นั้น

Amazon มีการจัดสินค้าราคาพิเศษ สุดๆๆๆๆๆ แต่มีข้อแม้ว่าคุณต้องซื้อสินค้าภายในเวลาไม่กี่นาทีที่กำหนด

ตัดสินใจให้ไว ซื้อเดี๋ยวนี้!

อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ในภาษาของคนไทยเราก็คือ ช่วงเวลา “นาทีทอง”

แต่ Amazon มีชื่อเรียกในแบบของเค้าว่า “Amazon Lightning Deals”

เมื่อคุณเข้าเว็บไซต์ของ Amazon คุณจะได้พบกับกล่องพิเศษที่โผล่ขึ้นมาตรงกลาง พร้อมกับมีรายการสินค้าที่หากคุณเลือกซื้อในช่วงเวลา 10 นาทีนี้ คุณจะได้ราคาพิเศษที่เท่าไร่

หนังบางเรื่องราคา 40 เหรียญ แต่เฉพาะช่วงพิเศษนี้ก็เหลือแค่ไม่ถึง 10 เหรียญ

หรือหนังที่ผมลองดู เรื่อง Batman The Dark Knight แบบ Blu-Ray สองแผ่น จากเดิม 24.98 เหรียญ ก็เหลือแค่ $4.99 เหรียญ!!

ลดลงไปประมาณ 80% !!!

เมื่อลองเลือกซื้อ ใส่สินค้าลงตะกร้าเรียบร้อย Amazon จะมี Pop-Up แจ้งว่า ให้รีบเช็คเอ้าท์ และจ่ายเงินภายใน 15 นาทีนี้เท่านั้นนะ คุณถึงจะได้ราคาพิเศษนี้!

หากคุณยังอยากช้อปอยู่ ก็ช้อปไปเถอะ แต่เมื่อเวลาเหลืออีกแค่ 10 นาที ก็จะมี Pop-Up ขึ้นมาอีก.. แจ้งว่า “เหลือเวลาอีกแค่ 10 นาทีเท่านั้นนะ รีบๆซื้อนะ!!!” พร้อมกับเริ่มนับถอยหลัง

โอ๊ววว สนุกมากๆ และตื่นเต้นมากๆ ทำให้การซ้อปปิ้งออนไลน์ไม่น่าเบื่ออีกต่อไป คุณได้ของราคาถูก ส่วน Amazon ก็ได้ขายของไว

แต่สินค้าที่เราซื้อในช่วง Lightning Deals ก็มีการจำกัดจำนวนเช่นกัน (นี่มันเหมือน นาทีทองของเราจริงๆ)

หากเราอยากได้สินค้าชิ้นนี้แต่ถูกลูกค้าคนอื่นเก็บใส่ตะกร้าไปหมดแล้ว เราก็อด

Amazon ก็ยังใจดี มีระบบ “ต่อคิว” ให้คนที่มาทีหลัง รอคนก่อนหน้ายกเลิกการซื้อสินค้า เพื่อที่จะได้จับจองเป็นเจ้าของคนต่อไป

Amazon เรียกระบบนี้ว่า “Wait List”

เมื่อคุณเห็นของที่คุณต้องการซื้อหมดลงแล้ว คุณเพียงลงชื่อต่อคิวใน Wait List ระบบของ Amazon จะแจ้งให้คุณทราบทันทีเมื่อมีคนยกเลิกการซื้อสินค้า

เหมือนการต่อคิว Waiting List กับสายการบิน

เท่านั้นยังไม่พอ..

เมื่อของราคาพิเศษหมดเวลา ก็ต้องมีของใหม่ใส่เข้ามาเพิ่ม

พร้อมเริ่มช่วงนาทีทองใหม่

แต่ของจะเป็นอะไรน่ะหรอ? เรามิอาจรู้ได้ครับ

Amazon จะยังไม่บอกว่า สินค้าตัวต่อไปที่จะลดราคานั้นคืออะไร คุณจะต้องรอเวลาเท่านั้น!

มีเวลาที่ชัดเจนแน่นอน แต่ไม่บอกว่า อะไรเท่าไร่

สนุกสุดๆ

ผมไม่แน่ใจว่า Amazon Lightning Deals นี่มีเฉพาะช่วงเทศกาลหรือมีตลอดเวลา แต่บังเอิญเพิ่งสังเกตเห็นเมื่อศุกร์ที่ผ่านมานี้เอง

เทศกาลช้อปปิ้งของขวัญเป็นเทศกาลของฝรั่งที่ผมชอบที่สุด นั่นไม่เพียงแต่เฉพาะคนอเมริกันเท่านั้น แต่คนยุโรปก็เช่นกัน

เพราะคนฝรั่งนั้นนิยมอยู่คนเดียว ครอบครัวเดียว ไม่ได้มีวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกันกับพ่อแม่และญาติๆเหมือนคนเอเชีย

ดังนั้นเมื่อถึงช่วงคริสมาสที่ครอบครัวจะได้มาอยู่รวมกัน ญาติๆจะได้พบกัน ทุกคนต่างตื่นเต้นที่จะซื้อของขวัญและรับของขวัญ ผู้ใหญ่ตื่นเต้นที่จะได้ซื้อของให้หลานๆที่ไม่ได้เจอกันมานาน ส่วนเด็กๆก็ตื่นเต้นที่จะได้ค้นหาว่า ของขวัญที่อยู่ใต้ต้นคริสมาสนั้นคืออะไร

ไม่ทำงาน นั่งผิงไฟหลบความหนาวของหิมะอยู่ในบ้าน สมองโปร่งโล่ง มีแต่การพูดคุยกัน ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ

15 วันหรือ 1 เดือนของการหยุดพักประจำปีในช่วงเทศกาลนี้จึงดูไม่มากเลย

ในตอนหน้าจะขอพูดถึงการช้อปปิ้งของญี่ปุ่นบ้าง การช้อปปิ้งแสนสนุกที่ผมสงสัยอยู่ตลอดเวลาว่า “ทำไมคนไทยจึงไม่ทำบ้าง”

ตอนหน้าพบกับ Fukubukuro หรือ Happy Bag ครับ

Creative อยู่รอบตัวเรา: ฮอย ฮอย.. บ้านแมลงสาบ

เขียน: เก่ง / ตรวจทาน: จ๋า

มีใครรู้จัก ฮอย ฮอย บ้าง?

ถ้าคุณกำลังอยู่ในวัยนักศึกษาหรือเพิ่งทำงานกันใหม่ๆ ผมคิดว่าอาจจะเกิดไม่ทัน แต่หากมีอายุมากกว่านั้นซักนิด คิดว่าคงไม่พลาดโฆษณาสินค้าชนิดนี้ ที่มีชื่อเสียงมาก และมีโฆษณาให้เห็นเกลื่อนทีวีในยุคนั้น

“ฮอย ฮอย” คือสินค้าที่มีรูปร่างลักษณะเป็นบ้านที่ทำจากกระดาษแข็ง โดยมีพื้นข้างในบ้านที่เป็นกาวเหนียว มีคุณสมบัติเอาไว้ “จับแมลงสาบ”

สรุปง่ายๆ ได้ว่า “ฮอย ฮอย” คือ บ้านแมลงสาบ นั่นเอง

ฮอย ฮอย คิดโดยมันสมองของคนญี่ปุ่น และเกิดขึ้นด้วยความจำเป็น ที่ยุคหนึ่งรัฐบาลของญี่ปุ่นออกมารณรงค์เรื่องการเลิกใช้สเปรย์ฆ่าแมลงสาบ เพราะนอกจากจะมีสารที่เกิดจากการใช้กระป๋องสเปรย์ไปทำลายชั้นบรรยากาศของโลกแล้วนั้น กลิ่นของมันยังฟุ้งและอาจเป็นอันตรายกับเด็กและผู้อยู่อาศัยได้

ผู้ผลิตยาฆ่าแมลงอันดับหนึ่งในญี่ปุ่นขณะนั้นคือ “อาท” จึงประสบกับปัญหาครั้งใหญ่ เพราะสินค้าหลักของพวกเขานั้นโดนต่อต้านเสียแล้ว

ชายผู้หนึ่งจึงเกิดปิ๊งไอเดียขึ้นมาได้ว่า “งั้นเรามาทำกาวดักแมลงสาบกันดีกว่า”

กาวดักแมลงสาบ? ฟังดูดี ไร้สารพิษ ปลอดภัย แต่…จะทำอย่างไร?

เนื่องจากเป็นผู้ผลิตคนแรก ญี่ปุ่นจึงต้องทำการวิจัยค้นคว้าหาข้อมูลอย่างหนักเกี่ยวกับแมลงสาบ ด้วยการเลี้ยงแมลงสาบไว้ในห้องทดลองเป็นหมื่นๆ ตัว เพื่อค้นหาว่ากลิ่นไหนที่แมลงสาบชอบ ซึ่งผลที่ได้น่ะเหรอ? ก็เอามาทำกาวดักแมลงสาบยังไงล่ะ

แมลงสาบจะโง่เดินมาเหยียบกับดักได้ ก็ต้องมีแรงจูงใจ และแรงจูงใจที่ว่านั้น คนญี่ปุ่นสันนิษฐานว่าน่าจะต้องเป็นกลิ่นที่มันชื่นชอบ

เมื่อได้ผลทดลองเสร็จเรียบร้อยก็ถึงเวลาทำบ้านแมลงสาบจริง นักวิจัยได้นำกระดาษกาวที่มีกลิ่นที่แมลงสาบชื่นชอบมาวางดักไว้…และรอมันมาติดกับ

เวลาผ่านไปเนิ่นนาน…แต่ก็ไม่มีแมลงสาบตัวไหนโง่มาติดกับเลย

เอ๋?? ทำไมล่ะ?? หรือว่าจริงๆ แล้วแมลงสาบไม่ได้โง่ แต่อาจฉลาดมากจนไม่มาติดกับดัก และนั่นอาจจะเป็นหนึ่งเหตุผลของความสามารถในการอยู่รอดของแมลงสาบตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์

เมื่อนักวิจัยได้สังเกตดูถึงสาเหตุที่แมลงสาบไม่ติดกับดัก กลับพบว่าเมื่อแมลงสาบเดินเข้ามาใกล้ๆ กระดาษกาวแล้ว แมลงสาบกลับเดินถอยหนี ทำไมล่ะ?

เพราะแมลงสาบมีหนวดที่ทำหน้าที่ทดสอบและเรียนรู้ได้ว่า สิ่งที่อยู่ข้างหน้าเป็นอันตราย นั่นทำให้แมลงสาบฉลาดพอที่จะไม่เข้าใกล้

แต่ก็ยังมีบางตัวที่พลาด! และเผลอไปเหยียบ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้มันติดกับดักและรอความตายอยู่บนกระดาษกาว แต่ด้วยขาหลังอันทรงพลังของมัน ทำให้มันสามารถดึงตัวเองออกมาจากกระดาษกาวมรณะนั่นได้ และพาตัวเองรอดออกไปได้อย่างปลอดภัย

แล้วเราจะทำอย่างไรต่อไปดีล่ะ??

นักวิจัยจึงต้องทำการคิดเพิ่มเติมว่า ทำอย่างไรแมลงสาบจึงจะไม่สามารถรู้ตัวล่วงหน้าได้ และติดกับดักกระดาษกาวที่สร้างไว้

คำตอบสำหรับปัญหานี้ แม้จะใช้เวลาคิดนาน แต่การแก้ไขกลับไม่ได้ยากอย่างที่คิด

เพียงแค่พับกล่องสร้างเนินในช่วงขาเข้าเท่านั้นเอง!!

จากภาพจะเห็นว่า เมื่อแมลงสาบเผลอเดินเข้ามาที่กล่องแล้ว แมลงสาบจะพบเนินที่ทำให้หน้าของเค้าเชิดขึ้น เมื่อหน้าเชิด แมลงสาบก็ไม่สามารถที่จะเอาหนวดของตนเองมาวัดได้ว่า สิ่งที่รอมันอยู่ข้างหน้านั้นคืออะไร อันตรายหรือไม่

และเมื่อแมลงสาบเผลอเดินตกลงไปแล้ว ก็จะเป็นไปได้ว่า แมลงสาบอาจจะหัวทิ่มและตีลังกากลับหลัง ทำให้หลังลงไปแปะติดอยู่กับกาว และให้ขาหลังอันทรงพลังของมัน หมดประสิทธิภาพ

ฉลาดมั้ยครับ คนญี่ปุ่น

ความคิดดีดี ทำได้ง่ายๆ แต่มีประสิทธิภาพเหลือล้น ไม่จำเป็นต้องเป็นคนญี่ปุ่นหรอกนะครับ คนไทยอย่างเราๆก็ทำได้ ขอให้ศึกษามากๆ อ่านหนังสือเยอะๆ แล้วคิดให้ละเอียด เราก็มีโอกาสจะทำอย่างนี้ได้เช่นกันครับ

Search This Site:



rgb72 on Facebook

คำศัพท์ Internet วันละคำ

APP (คำที่เกี่ยวข้อง: iOS, Android, iPhone, iPad)
- ย่อมาจาก Application (หรือเรียกง่ายๆว่า โปรแกรม) โดยมากใช้กับโปรแกรมที่ใช้กับ โทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์พกพาต่างๆ
การทำ App ต้องทำแยกสำหรับมือถือต่างยี่ห้อ โดยยึดเอาระบบปฎิบัติการเป็นที่ตั้ง ทั้งนี้ระบบปฎิบัติการบนมือถือและอุปกรณ์พกพาในปัจจุบันสามารถแยกออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ คือ iOS (พัฒนาโดย Apple) และ Android (พัฒนาโดย Google)

72's Friends

Useful Links

rgb72


being72 คือหนังสือที่รวบรวมเรื่องราวความเป็น rgb72 บริษัทออกแบบเว็บไซต์ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน โดยจัดทำเนื่องในโอกาสครบรอบ 10ปี

+ บทความจากผู้เขียน
+ ตอนที่1: Pre-rgb72 / ทำงานกับ Martha Stewart
+ ตอนที่2: Pre-rgb72 / Arcadian
+ ตอนที่3: Pre-rgb72 / ewit
+ ตอนที่4: เริ่มต้นอย่างเงียบๆ
+ ตอนที่5: Generation 1 (ยุคที่1:บุกเบิก) / เริ่มต้นที่ศูนย์
+ ตอนที่6: โทร โทร โทร...
+ ตอนที่7: นามบัตร
+ ตอนที่8: หนังสือพิมพ์และโทรทัศน์
+ ตอนที่9: MATCHING STUDIO
+ ตอนที่10: มีเงินที่ไหน ให้ไปที่นั่น
+ ตอนที่11: พนักงานคนแรก
+ ตอนที่12: ภาพแทรก ออฟฟิสที่สองของ rgb72
+ ตอนที่13: เพื่อนจาก ewit
+ ตอนที่14: GettyImages ฟ้องจริง ถึงจริง
+ ตอนที่15: เว็บไซต์ที่ทำแบบมากที่สุด
+ ตอนที่16: ความฝันที่ 1 พบชื่อลูกค้าทุกๆ ห้านาทีที่ขับรถ
+ ตอนที่17: สมุย.. สร้างเสร็จได้ในวันเดียว
+ ตอนที่18: ขึ้นศาล.. มันไม่สนุก
+ ตอนที่19: นักธุรกิจต่างชาติ
+ ตอนที่20: ความฝันที่ 2 เที่ยวต่างประเทศ
+ ตอนที่21: Super AE
+ ตอนที่22: สินบน
+ ตอนที่23: ผู้หญิงที่ผมไม่รับ
+ ตอนที่24: งานที่คุณไม่ได้ดู
+ ตอนที่25: นักออกแบบ
+ ตอนที่26: คู่แข่งที่รัก
+ ตอนที่27: เซียนหลังกระดานหุ้น ตอนที่ 1/2
+ ตอนที่27: เซียนหลังกระดานหุ้น ตอนที่ 2/2
+ ตอนแทรก: หาาา?... อะไรนะ!!??
+ ตอนที่28: ยิ่งให้... ยิ่งได้
+ ตอนที่ 29: Wall of Frames
+ ตอนที่ 30: ผี 72
+ ตอนที่ 31: เพื่อนจากตะวันออกกลาง





Recent Comments

Powered by Disqus