Home » MOBILE » Recent Articles:

รีวิว Monument Valley App

คงจะบอกได้ว่าเกมนี้ผมให้เป็นเกมที่สุดยอดที่สุดแห่งปีเลยก็ว่าได้ (จะเว่อร์ไปมั้ย) เพราะปกติแล้วผมเป็นคนไม่ติดเกมเท่าไร่ แต่ Monument Valley มีองค์ประกอบของเกมที่ถือว่า “เข้าทาง” ผมมากๆ.. คำว่าเข้าทางที่ว่าก็คือ

1. เป็นเกมใช้สมอง คิดๆๆๆๆ
2. ไม่เน้นความไว (พูดง่ายๆก็คือ แนวคุ๊กกี้รันผมจะเล่นตามไม่ทันครับ)
3. ไม่มีวันตาย คือว่าเล่นไม่ผ่านก็คือไม่ผ่าน แต่ไม่ตาย เหนื่อยจะคิดเมื่อไร่ก็หยุดเล่นเมื่อนั้น
4. ภาพสวย ไม่เหมือนใคร ภาพออกแบบได้ดีถึงกับมี feature ให้ถ่ายรูป capture screen ได้ด้วย เพื่อจะได้เก็บความสวยนั้นไว้ไปแชร์ให้เพื่อน หรือจะไปทำเป็น lock screen ก็ยังได้
5. เล่นกับภาพแนว optical illusions ภาพที่หลอกตาคน หลอกสมองคนได้ให้มึนไปเลย ซึ่งภาพแนวนี้ผมมีความชอบเป็นการส่วนตัวมานานแล้ว
6. แถมมีฉากที่แอบทำให้เรามี emotional นิดๆหน่อยๆด้วย
7. เพลงเท่ห์ดี

หลักการของ Monument Valley นั้นไม่ยากนัก คือคนเล่นก็แค่เดินหาทางออกให้ได้ในแต่ละฉาก ซึ่งมีทั้งหมด 10ฉากด้วยกัน แต่ความยากของเกมนี้น่าจะเป็นการเล่นกับภาพแนว optical illusion ซึ่งเป็นภาพตามตัวอย่างด้านล่าง

^ ภาพจาก http://sauliusn.deviantart.com/art/Square-optical-illusion-179429221

ซึ่งภาพแนวนี้ปกติแล้วก็จะค่อนข้างทำให้เราปวดหัวและสมองต้องคิดอยู่ตลอดเวลา แต่นี่นำมาทำเป็นเกม ซึ่งจะทำให้เราได้ฝึกการใช้สมาธิและค้นทาทางออก โดยด่านแรกๆ จะเป็นด่านง่ายๆ ให้เราค้นหาทางออกได้ไม่ยาก ทั้งนี้เพื่อฝึกให้เราได้คุ้นเคยกับเกม และเรียนรู้เทคนิคการเคลื่อนที่วัตถุต่างๆในเกม

แต่พอเราเล่นไปเรื่อยๆ ฉากก็จะสับซ้อนมากขึ้น บางครั้งเราต้องเดินเอียง หรือแม้แต่เดินตีลังกาเลยก็มี

ความน่ารักของเกมนั้นเกิดขึ้นเมื่อเรามี “เพื่อน” ตัวหนึ่ง ซึ่งเป็นเสาสีเหลืองๆ มีลูกกะตากระพริบน่ารักๆ แล้วเราก็ต้องขยับเพื่อนคนนี้ไปมาเพื่อร่วมทางค้นหาทางออกในแต่ละด่าน

แล้ว emotional ก็เกิดขึ้นเมื่อเพื่อนต้องจากไปในฉากนี้ (แอบ spoil) ซึ่ง sad มากๆ

ที่สำคัญ ผมกลับคิดว่าเกมนี้ไม่ใช่เฉพาะสำหรับผู้ใหญ่ แต่เด็กๆเองก็น่าจะเหมาะมากที่จะเล่นเพื่อฝึกสมองและใช้สมาธิ ซึ่งน่าจะดีกว่าเกมที่เล่นแบบหลับหูหลับตาเล่นเร็วๆ อย่างคุ๊กกี้รัน (ซึ่งคนละแนวกันโดยสิ้นเชิง)

พูดอวยกันซะเยอะ เรามาดูเบื้องหลังกัน

เกมนี้สร้างโดยบริษัทที่ชื่อว่า USTWO ซึ่งโดยปกติแล้วบริษัททนี้มีคน 200กว่าคน แต่สำหรับเกมนี้ เค้าแยกทีมออกมากันแค่ 8 คน โดยใช้เวลานานประมาณ 1ปี เพื่อสร้าง Monument Valley โดยเฉพาะ ซึ่งทางทีมได้ให้สัมภาษณ์ว่าเค้าได้เงินทั้งหมดที่ลงทุนไป กลับคืนมาภายใน 1สัปดาห์หลังจากเกมเปิดตัว

เกมนี้ไม่ฟรีนะครับ เป็นเกมเสียเงินครั้งเดียว $3.99 ซึ่งสำหรับผมเองนั้นชอบมาก เพราะกลัวที่จะเสียเงินทีละนิดๆๆๆ แล้วรู้ตัวอีกทีเสียไปเป็นสิบๆเหรียญ สู้เสียครั้งเดียวแล้วเล่นยาวๆเลยดีกว่า

เกมนี้มีคนคลั่งใคล้มากขนาดว่าทำเสื้อ ทำรูปภาพกันเลยทีเดียว และกลายเป็น App of the week ของหลายๆสำนัก

แม้ว่าเกมนี้จะมีบางคน complain ด้วยเหมือนกันว่า ราคาแพงไป เสียเงินตั้ง $3.99 แต่ทั้งเกมนั้นใช้เวลารวมแล้วแค่ชั่วโมงครึ่งก็เล่นจบ ซึ่งถือว่าสั้นมากๆ แต่สำหรับผม ผมว่ามันคุ้มนะครับ เกมที่ครบทุกเรื่องทั้งภาพ เสียง และไอเดีย ลองโหลดมาเล่นดูครับ 120บาท ถือว่าคุ้มมากๆ

เมื่อ LINE เปิดโอกาสให้คุณทำ Sticker ขายเองได้.. แล้วคุณจะต้องทำอะไรบ้าง!!??

February 27, 2014 *CREATIVE & IDEA, MOBILE Comments

แล้วอะไรหลายอย่างจะเปลี่ยนไป!! เมื่อวันนี้ LINE ประกาศ LINE Creators Market!!

ใครจะไปรู้ว่า เมืองไทยนักวาดการ์ตูน illustration เจ๋งๆ เพียบ!!! และการมี account line, submit รูปแค่ 42 รูป ก็ถือว่าเป็นเรื่องจิ๊บๆ สำหรับ illustrator เมืองไทยเพราะที่ผ่านมาวาดกันมาแล้วเป็นร้อย

สิ่งที่ควรทำตั้งแต่วันนี้เลย หลังจากที่เรารู้แล้วว่า LINE กำลังจะเปิด LINE Creator Market ตลาดที่เปิดกว้างให้ใครก็ได้วาดรูป illustrator “ขาย” ได้ก็คือ

1. เรียนรู้ กฎ กติกา มารยาท!

เค้ามี Guideline ออกมาแล้วนะครับ รีบเข้าไปอ่านให้ละเอียด วาดกี่ภาพ ต้องเว้นระยะห่างเท่าไร่? มีขอบเท่าไร่? อ่านให้ครบๆ ของ blog คนไทยก็มีแปลมาแล้วมากมาย ลองเข้าไปหาอ่านดูครับ (LINK ข้อมูลตรงจาก LINE: https://creator.line.me/en/ )

2. เงิน เงิน เงิน!!

แน่นอนว่า การเปิดตลาด sticker นี้ สิ่งที่นักวาดจะได้คือ “เงิน” ครับ เราควรจะรู้ว่า LINE นั้นจะแบ่งรายได้ที่เราได้จากการขาย 50% ครับ (หารกันครึ่งๆ) ซึ่งแม้ว่าจะมากกว่า App Store แต่ก็ถือว่า แฟร์มาก เพราะงานนี้จะเป็นการเปิดโลกให้กว้างกว่าเดิมสำหรับ Illustrator ไทยมากๆ

3. คิดๆๆๆๆ ทำๆๆๆๆ

ถ้าคุณยังไม่มีการ์ตูน charector เป็นของตัวเอง วันนี้แนะนำให้คิดมากๆ เลยนะครับ คิด และ ทำ อย่างมี ทิศทาง เจาะไปเลยว่าเรามาแนวไหน บอกให้ลูกค้าคนที่จะ load sticker รู้เลยว่า การ์ตูนฉันมี character อย่างไร อย่ามั่ว

4. เริ่มวาด! และวาดอย่างตั้งใจ!!

เค้าบอกทุกอย่างมาหมดแล้ว แล้ววันนี้จะรออะไรครับ! เริ่มได้เลย!!! ขออย่างเดียว ขอให้วาดด้วยความตั้งใจครับ อย่าลวก! มันมีเหตุผลมากมายครับที่ทำไม Sticker ที่มีขายอยู่แล้วบางตัวจึงขายไม่ออก และบางตัวจึงขายได้ดีเป็นเทน้ำเทท่า

5. ระวังข้อห้าม!

ต้องอย่าลืมข้อห้ามที่เค้าห้ามเอาไว้นะครับ! ไม่ใช่ว่าทำมาแทบตาย จะเริ่มขาย LINE ยังไม่ให้ผ่านที่จะเหนื่อยฟรีเอา LINE เค้ามีข้อห้ามนิดๆหน่อย ซึ่งโดย common sense ของเราก็น่าจะรู้ดีอยู่แล้วเช่น ห้าม “ขายของ” ห้ามโปรโมทสินค้าหรือแบรนด์ยี่ห้อใดๆ ห้ามลอก ห้ามเอาลิขสิทธิ์คนอื่นมาใช้ ลองเข้าไปศึกษาดูครับ

ผมไม่เชื่อครับว่า.. นักวาดการ์ตูนที่โด่งดัง และมีลิขสิทธิ์ของตัวเองอยู่แล้วในวันนี้จะ “ได้เปรียบ” นักวาดมือใหม่ที่กำลังจะเข้ามาเล่นเกมนี้ ในทางกลับกันผมกลับคิดว่า นี่จะเป็นช่องทางที่จะทำให้นักวาดรูปหน้าใหม่ๆ ได้เกิด และโด่งดังขึ้นมากมาย 

LINE Creator Market นี้ก็เหมือนเป็นรถบัสอีกคันที่วิ่งมาให้นัก Illustrator ได้กระโดดขึ้นกันครับ ใครจะรวย ใครจะดัง ก็อยู่ที่รถบัสคันนี้ล่ะ แต่อย่าลืมครับว่า โอกาสที่มาดีดีง่ายๆ เร็วๆ แบบนี้ คู่แข่งที่จะแย่งเราขึ้นรถก็คงไม่น้อยเช่นกัน คิดให้ดีก่อนทำ เพราะโลกนี้ไม่มีอะไรที่ได้มาง่ายๆครับ

 

53 จับมือกับ Moleskine ทำหนังสือตามสั่ง!

จำชื่อนี้ได้มั้ยครับ 53

ถ้าใครจำไม่ได้ลองนึกถึงแอพตัวหนึ่งที่ให้เราวาดรูป ลงสีน้ำ สีหมึก แล้วได้ผลลัพท์ออกมาดูดี เป็นธรรมชาติ สมจริงมากๆ

แอพที่ว่านั้นมีชื่อว่า “PAPER” (https://itunes.apple.com/us/app/paper-by-fiftythree/id506003812)

Paper เป็นแอพสำหรับวาดภาพศิลปะที่สร้างโดย “53” และด้วยผลงานของ Paper ที่เหนือว่าแอพวาดรูปเจ้าอื่นๆ ทำให้ Paper มีคนดาวน์โหลด และสร้างภาพศิลปะสวยๆงามๆมากมาย (ดูผลงานที่คนอื่นๆนำมาแชร์กันได้ที่ http://madewithpaper.fiftythree.com)


ภาพบน: ภาพ capture จาก Paper ที่วาดเองยามว่าง

ส่วน Moleskine คือยี่ห้อ “สมุดจดโน๊ต” ที่โด่งดัง เพราะด้วยคุณภาพของเนื้อกระดาษ การเย็บเล่ม และความเนียน แน่นของปก ทำให้ Moleskine มีแฟนคลับมากมาย (ถึงแม้ราคาของ Moleskine จะแพงมากมายในเมืองไทยก็ตาม)

และในวันนี้เป็นข่าวดีมากๆ เมื่อ Paper โดย 53 ได้จับมือร่วมกับบริษัททำหนังสือระดับ Premium สุดๆ อย่าง Moleskine ให้ คุณสามารถ order ภาพวาดของคุณแล้วพิมพ์ลงหนังสือของ Moleskine ได้แล้ว!!!

ด้วยราคา $40 เหรียญ (1,200บาท) .. คุณก็สามารถ order ผ่านแอพ Paper ได้เลย

สะดวก ง่าย เร็ว.. ที่สำคัญ จัดส่งมายังประเทศไทยได้ด้วย!

อ่านผ่านๆ เห็นว่า งานนี้ทำมือโดยบริษัทชื่อ MILK ซึ่งเป็นเหตุผลที่ต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 5 วันหลัง order ในการทำ ก่อนที่จะสามารถนำส่งได้

แนะนำให้ลองนะครับ เป็นอีกก้าวหนึ่งของความคิดที่เริ่มจะเล็งเห็นแล้วว่า สุดท้ายแล้วมนุษย์ก็ยังต้องการสิ่งของที่สามารถสัมผัสและจับต้องได้

การร่วมธุรกิจกันแบบนี้ ถือว่าเป็น next move ที่ดีจริงๆ

รายละเอียดเพิ่มเติมเข้าไปหาอ่านได้จากเว็บหลักของ 53 ที่ http://www.fiftythree.com/book

** เกร็ดเล็กน้อย..
+ Moleskine ขายแพงมากในเมืองไทย ราคาต่อเล่มสำหรับสมุดเปล่ายี่ห้อดังนี้อยู่ที่ประมาณ 600บาท (หรือสูงกว่า) แต่หากซื้อในต่างประเทศ เช่น ในอเมริกา ราคาจะลงมาเหลือประมาณ 200-300 บาทได้

+ ภาพที่วาดใน Paper นั้น ถ้าวาดด้วย iPad Retina Display จะให้ภาพที่พิมพ์ออกมามีความชัดเจนและมีรายละเอียดที่ดีกว่าการวาดผ่าน iPad ธรรมดา และ iPad Mini (ข้อมูลจาก http://support.fiftythree.com/customer/portal/articles/1314341-book-faq)

Uniqlo Recipe จับพ่อครัวมาสอนทำอาหารใน iPad

Uniqlo ออกแอพสำหรับ iPad ตัวใหม่ “Uniqlo Recipe” (http://www.uniqlo.com/us/lifetools/recipe/)

สิ่งที่น่าสนใจคือ Uniqlo ซึ่งเป็น brand เสื้อผ้าญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงดังไปทั่วโลก แต่แอพที่ทำออกมากลับเป็นการจับเอาพ่อครัว แม่ครัวที่มีฝีมือ 6 คน ทำเปิดเผยสูตรอาหาร และ สอนวิธีการทำอาหารทั้งหมด 24รายการ

โดยทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้ Philosophy ของ Uniqlo’s LifeWear ที่พูด “clothes for a better life, for everyone, every day.”

นอกจากนี้ Uniqlo ยังได้นำเรื่องราวของอาหารมาผูกกับแฟชั่นเสื้อผ้าของตัวเองด้วยการจัดชุดเสื้อผ้าให้เข้ากับสไตล์ของพ่อครัว แม่ครัวแต่ละคน..

แต่สิ่งที่เท่ห์ที่สุดน่าจะเป็นการนำเอาเสียงปรุงอาหารมาแต่งเป็นเพลงขณะตั้งเวลาทำอาหาร!!

งานไอเดียสร้างสรรค์ขนาดนี้ บ่งบอกได้ว่า เราไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างออกมาเพื่อขายสินค้าของเราโดยตรง แต่บางครั้งการทำอะไรแหวกแนว จะช่วยทำให้ลูกค้าสามารถมองเห็นสินค้าของเราได้ในวงที่กว้างขึ้น

งานแปลกๆ แบบนี้ หาได้จาก Uniqlo อยู่เรื่อยๆนะครับ

Download App Uniqlo Recipe ได้จาก: https://itunes.apple.com/us/app/uniqlo-recipe/id711923885?mt=8

ข้อมูลตัวเลขเกี่ยวกับการใช้งานอุปกรณ์เคลื่อนที่สำหรับปีนี้ 2013 State of Mobile 2013

ข้อมูลนี้ได้ถูกโพสและแปลลง facebook ของ rgb72 ไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว (www.facebook.com/rgb72) แต่ถือว่าเป็นการเก็บข้อมูลดีดีไว้ในคลังเผื่อต้องการค้นหาอีกครั้ง (จะได้ง่ายขึ้น) ด้วยการมา post ไว้ที่นี่.. ดูเป็นแผ่นยาวๆเต็มๆ ไปเลยนะครับ

สำหรับที่เคยแปลไว้ใน facebook จะขอแปะไว้ด้านล่างนี้เป็น list ยาวลงไปเลยนะครับ

—- copy จาก facebook.com/rgb72 —

ไปเจอ infographic แสดงข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้มือถือในปัจจุบันจากเว็บhttp://www.digitalbuzzblog.com/infographic-2013-mobile-growth-statistics/ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ละเอียดและยาวมาก ดังนั้นเพื่อความเข้าใจ จะขอแบ่งข้อมูลนี้ออกเป็นชิ้นๆ เอามาทยอยให้อ่านกัน (พร้อมแปล) ให้จบภายในสองวันนี้นะครับ

เริ่มต้นด้วย PART1

ปัจจุบันมีผู้ใช้มือถือแล้วถึง 91% แบ่งเป็น Smart Phone 56% และ ไม่ smart 35%

สิ่งที่น่าสนใจคือ จำนวน “ปี” ที่ใช้ในการเข้าถึงคน 50ล้านคนของแต่ละสื่อ พบว่า วิทยุ ใช้เวลาถึง 38ปี ทีวี 13ปี อินเตอร์เน็ท 4ปี เฟสบุค 3.5ปี…

ที่เจ๋งสุดๆคือ DRAW SOMETHING ใช้เวลาแค่ 50วัน!!

ถ้าพูดถึงจำนวนคนใช้ Android และจำนวนเครื่องที่ออกมาขณะนี้ Android มีอัตราส่วนที่มากกว่า iOS อย่างไม่ต้องสงสัย และนั่นรวมไปถึง Android browser ด้วย..

สำหรับเรทความพึงพอใจของลูกค้าที่มีต่อผลิตภัณฑ์ยี่ห้อต่างๆ Apple ยังคงมาเป็นอันดับ 1 คือ 5ดาว ส่วน HTC, Motorola, Nokia และ Samsung ยังเท่ากันอยู่ที่ 3 ดาว

ที่น่าสนใจกว่าคือการใช้งาน 50% ของคนสามารถเล่นเว็บผ่านมือถือ จะใช้มือถือเป็นเครื่องมือหลักในการ online.. ซึ่งคนส่วนใหญ่ใช้แอพหลักๆอยู่ 6.5 แอพ (ค่าเฉลี่ย) ในรอบ 30วัน และ 80% ของการใช้มือถือคือการใช้ผ่านแอพนั่นล่ะ

จาก bar ด้านล่างจะเห็นว่า คนส่วนใหญ่ที่ใช้ Android และ iOS นั้นเสียเวลามากสุดๆ ไปกับการเล่นเกมถึง 32% รองลงมาคือ Web และ Facebook 18%

การเติบโตของ Mobile Web นั้น โตขึ้นเร็วกว่าที่ Web เคยทำไว้ในช่วงปี 1990 ถึง 8เท่า!

– โดย Traffic อินเตอร์เน็ทปัจจุบันคิดเป็น 15% ที่มาจากมือถือ

– มีคนจำนวน 1,200ล้านคน ที่สามารถเข้าเว็บผ่านมือถือได้

– 28.85% ของอีเมลปัจจุบัน เปิดด้วยมือถือ และอีก 10.6% เปิดด้วย Tablet

– 1/4 ของการ search มาจากมือถือ

– คนใช้มือถือถึง 91% ในการเข้าถึง Social Activity หรือกิจกรรมออนไลน์ ขณะที่การใช้งาน PC ใช้แค่ 79% เพื่อเข้าถึงกิจกรรมดังกล่าว

– เชื่อมั้ยว่า 57% ของคนใช้มือถือไม่เชื่อถือธุรกิจที่มีเว็บ Mobile site ที่ออกแบบไม่สวย!

– 41% ใช้มือถือตัวเองหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้าที่สนใจ หลังจากที่เห็นโฆษณาตามสถานที่ทั่วไป

** สถานที่สุดฮิตที่ผู้คนนิยมไปเล่นมือถือกัน…
1. ร้านค้าทั่วไป (31%) – แยกออกได้เป็น อันดับ 1.ร้านขายเสื้อผ้า 2.ร้านสะดวกซื้อ 3. ร้านขายของเฉพาะ 4.ร้านขายอุปกรณ์ไฮเทค… ฯลฯ
2. ร้านอาหาร และ ร้านค้าที่ให้บริการทั่วไป (19% เท่ากัน)
3. ธนาคาร และร้านสำหรับทำธุรกรรมการเงิน

เดี๋ยวนี้ข้อมูลบนมือถือมีผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าหน้าร้านมากๆ จากสถิติจะเห็นว่า ปี 2013 มีถึง 80% ที่ใช้มือถือเพื่อช่วยให้ประสบการณ์การช๊อปปิ้งดีขึ้น ..เรียกว่า research บนเว็บก่อนซื้อ ซึ่งสถิตินี้เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 25% !!

โดย 59% ใช้มือถือ search หาข้อมูลเพื่อ “เปรียบเทียบราคา”
48% หาคูปองลดราคา
47% อ่านรีวิวสินค้า
29% หาข้อมูลเพิ่ม
25% ค้นหาว่าเพื่อนคิดว่าอย่างไร
23% ซื้อบนเน็ทดีกว่า

– 36% จะใช้มือถือหาร้านอื่นๆ ขณะกำลังช๊อปปิ้งอยู่ที่หน้าร้าน
– 52% บอกว่าพอใจซื้อของผ่าน tablet มากกว่า PC
– 72% ซื้อของออนไลน์ทุกสัปดาห์
– คนใช้ tablet 50% เสียเงินซื้อของออนไลน์มากกว่าคนใช้ PC
– คนที่ช๊อปปิ้ง โดยใช้ tablet มี “โอกาส” ซื้อของสูงกว่าคนช๊อปปิ้งผ่านมือถือ
– ปีที่แล้ว (2012) PayPal มีเงินไหลผ่านระบบ 14,000ล้านเหรียญ
– เชื่อว่าอีก 5ปี ครึ่งหนึ่งของคนใช้มือถือจะมี Mobile Wallet สำหรับซื้อของออนไลน์

เคยสงสัยไหมว่า หลังจากที่คนเห็นโฆษณาของคุณบนมือถือแล้ว..เค้าทำอย่างไรต่อ??
80% download app
67% เข้าไปดูเว็บ
52% ไปเดินดูที่หน้าร้าน
45% ค้นหาดูว่าร้านที่โฆษณานั้นอยู่ที่ไหน
37% โทรศัพท์หาเจ้าของสินค้า

สำหรับเม็ดเงินที่ใช้จ่ายกันสำหรับค่าโฆษณาบนอุปกรณ์พกพานั้น ดูจากกราฟแล้วจะเห็นว่าในเอเชียมีการใช้จ่ายกันมากที่สุด!! มากกว่า อเมริกา และ ยุโรปเสียอีก!

จับใจความมาให้พอสมควรนะครับ สำหรับใครที่ต้องการอ่านเองแบบละเอียดๆ แนะนำให้เข้าไปที่http://www.digitalbuzzblog.com/infographic-2013-mobile-growth-statistics/

 

Search This Site:



rgb72 on Facebook

คำศัพท์ Internet วันละคำ

AdSense
– ระบบการโฆษณาบน Google
— WEB101 by rgb72

72's Friends

Useful Links

rgb72


being72 คือหนังสือที่รวบรวมเรื่องราวความเป็น rgb72 บริษัทออกแบบเว็บไซต์ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน โดยจัดทำเนื่องในโอกาสครบรอบ 10ปี

+ บทความจากผู้เขียน
+ ตอนที่1: Pre-rgb72 / ทำงานกับ Martha Stewart
+ ตอนที่2: Pre-rgb72 / Arcadian
+ ตอนที่3: Pre-rgb72 / ewit
+ ตอนที่4: เริ่มต้นอย่างเงียบๆ
+ ตอนที่5: Generation 1 (ยุคที่1:บุกเบิก) / เริ่มต้นที่ศูนย์
+ ตอนที่6: โทร โทร โทร...
+ ตอนที่7: นามบัตร
+ ตอนที่8: หนังสือพิมพ์และโทรทัศน์
+ ตอนที่9: MATCHING STUDIO
+ ตอนที่10: มีเงินที่ไหน ให้ไปที่นั่น
+ ตอนที่11: พนักงานคนแรก
+ ตอนที่12: ภาพแทรก ออฟฟิสที่สองของ rgb72
+ ตอนที่13: เพื่อนจาก ewit
+ ตอนที่14: GettyImages ฟ้องจริง ถึงจริง
+ ตอนที่15: เว็บไซต์ที่ทำแบบมากที่สุด
+ ตอนที่16: ความฝันที่ 1 พบชื่อลูกค้าทุกๆ ห้านาทีที่ขับรถ
+ ตอนที่17: สมุย.. สร้างเสร็จได้ในวันเดียว
+ ตอนที่18: ขึ้นศาล.. มันไม่สนุก
+ ตอนที่19: นักธุรกิจต่างชาติ
+ ตอนที่20: ความฝันที่ 2 เที่ยวต่างประเทศ
+ ตอนที่21: Super AE
+ ตอนที่22: สินบน
+ ตอนที่23: ผู้หญิงที่ผมไม่รับ
+ ตอนที่24: งานที่คุณไม่ได้ดู
+ ตอนที่25: นักออกแบบ
+ ตอนที่26: คู่แข่งที่รัก
+ ตอนที่27: เซียนหลังกระดานหุ้น ตอนที่ 1/2
+ ตอนที่27: เซียนหลังกระดานหุ้น ตอนที่ 2/2
+ ตอนแทรก: หาาา?... อะไรนะ!!??
+ ตอนที่28: ยิ่งให้... ยิ่งได้
+ ตอนที่ 29: Wall of Frames
+ ตอนที่ 30: ผี 72
+ ตอนที่ 31: เพื่อนจากตะวันออกกลาง
+ ตอนที่ 32: Photography
+ ตอนที่ 33: Too Far from the Dream





Recent Comments

Powered by Disqus