Home » Class / Training » Recent Articles:

Creative Talk by Sittipong with ONG ARTTASAN

เพิ่งจะรู้ว่าลืมเขียนถึง Event เจ๋งๆครั้งนี้ (สงสัยจะตื่นเต้นไปหน่อยช่วงนั้นจนลืมมาเขียนเลย) ดังนั้นวันนี้จึงขอเขียน ย้อนหลังหน่อยนะครับ

ผมได้จัดงานเมื่อกลางเดือนธันวาคม (14 ธันวาคม 2556) ท่ามกลางความวุ่นวายของสถานการณ์การเมืองที่ร้อนระอุ แต่ว่าจะทำไงได้ เมื่อ “พี่อ๋อง” พี่ที่รู้จักที่ทำงานเป็น Asso. Creative Director อยู่ RazorFish บริษัท Online Agency ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง บินตรงมาจาก New York

จุดประสงค์ในการมาของพี่อ๋องในครั้งนี้คือ การกลับมาเที่ยว มาเยี่ยมบ้าน แต่เมื่อผมรู้ ผมก็เลยจับพี่อ๋องมาร่วมจัดงาน เป็น Guest ซะเลย

งานนี้จึงได้มี concept ที่เรียกว่าเป็น “Creative Talk” หมายถึงการพูดคุยกันง่ายๆ ไม่ได้มีหัวข้ออะไรมากมาย แต่เน้นการแชร์ประสบการณ์ของ Guest Speaker ซึ่งงานนี้จึงได้ชื่อเต็มไปว่า “Creative Talk by Sittipong S. with ONG ARTTASAN”

อย่างที่บอกข้างต้นไปแล้วว่า งานนี้มีเรื่องการเมืองร้อนระอุเป็นอุปสรรคที่ทำให้คน “อาจจะ” สนใจน้อย แต่ถึงเวลาจัดงานจริงๆ คนก็มาไม่น้อยเลย

รวมๆแล้วมาประมาณ 50 คนได้

เร่ิมงานด้วยผมเอง พูดเกริ่นเป็น intro ก่อนว่า Creative Talk คืออะไรแล้วทำไมเราถึงจัดงานแบบนี้ แล้วสุดท้ายก็คือ ทำไมถึงต้องเป็นพี่อ๋อง แล้วพี่อ๋องนั้นเป็นใคร

จากนั้นจึงให้พี่อ๋องได้พูดถึงตัวเอง ประวัติและเรื่องราวความเป็นมาต่างๆ

ช่วงากลางๆ ของงาน พี่อ๋องได้นำเอา slide ที่ได้เตรียมมา มาพูด มาแชร์ ไม่ใช่แค่เรื่องวิธีการทำงานให้ได้ประสิทธิภาพ แต่เรื่องการพัฒนามุมมอง การปรับเปลี่ยน attitude ความรู้เพิ่มเติม เรียกได้ว่า จิปาถะมากมาย

ผู้ฟังได้ประโยชน์มากๆ คนฟังแล้วติดใจมากมาย หลายคน add พี่อ๋องไปเป็น friend ใน Facebook เรียบร้อย หลายคนจดจำเรื่องราวสนุกๆที่พี่อ๋องเล่าให้ฟังในงานได้ งานนี้สุดยอดจริงๆ

Creative_Talk_by_Sittipong_with_Ong_Arttasan

จบงานประมาณ 6โมงเย็น แม้ว่างานจะเริ่มตั้งแต่บ่ายโมง แต่ผู้ฟังและผู้พูดไม่มีใครเหนื่อยเลย

งานนี้ดีมากๆ โชคดีที่มีถ่าย video เก็บไว้สำหรับ review เองด้วย แม้ว่า quality จะไม่ดีเท่าไร่แต่สำหรับคนที่ไม่ได้ไปก็สามารถดูได้สาระพอสมควร และ คิดว่าจะจัดให้ได้แบบนี้อีกเรื่อยๆนะครับ

สิ่งที่ได้รับจากการจัด workshop “Design Communication”

November 25, 2013 Class / Training Comments

การเตรียมตัวจัด workshop ที่ว่าเกร็งและตื่นเต้น (http://www.blog72.net/2013/11/08/design-communication-workshop/) เนื่องจากผู้ฟังแต่ละคนที่มาฟังนั้นไม่ธรรมดาเลยนั้น ว่าเครียดแล้ว..

แต่การได้บรรยายจริงในช่วงเช้านั้นเครียดกว่า ถึงกับต้องกิน Tylenole ไป 2 เม็ดช่วงพักเที่ยง

แม้จะผ่านการบรรยายมาหลายเวที แต่ทุกครั้งเป็นการบรรยายที่มีคนเชิญไปบรรยาย ไม่เหมือนกับครั้งนี้ที่เราจัดเอง

หลังจากจบงานไปแล้ว feedback ที่ได้รับจากคนที่มาฟังนั้นดีเกินคาด การให้ความร่วมมือในการจัดกิจกรรม workshop และ output ที่ได้รับจากผู้ฟังทุกคนเป็นสิ่งที่เกิดความคาดหมายจริงๆ

โดยส่ิงที่ได้รับจากการบรรยายครั้งนี้คือ..

1. ทุกคนล้วนมีประสบการณ์ และ มีปัญหาในการสื่อสารมาแล้วทั้งนั้น จริงๆคราวหน้า น่าจะจัดให้ออกมาระบายความในใจกันก่อนซักคนละ 5นาที

2. การบรรยายโดยมีคุณโอ๋ ซึ่งถือเป็น inside จากฝั่งของลูกค้ามาพูดเองเลยนั้น เหมือนเป็นกระจกที่สะท้อนออกมาได้ชัดมาก ว่าสิ่งที่เราทำกันอยู่ทุกวันนี้มันถูก ผิด หรือไม่อย่างไร

3. หลายคนชอบฟัง case study อ่านจากใบแสดงความคิดเห็น พบว่าหลายคนอยากฟัง case stydy มากกว่านี้

4. ทั้งๆที่ช่วงหลังพยายามเร่งแล้ว (ถึงกับกด slide เรื่องของ Pixar ที่ใช้เวลาเตรียมงาน 3 วัน ไปอย่างเร็วๆ)  งานนี้เวลาไม่พอ จากเดิมที่คิดว่าเวลา 1 วันจะมากเกินไป แต่ไปๆมาๆกลับเกินเวลามา 1 ชม. (มี 1 complain ว่าอยากให้รักษาเวลาด้วย T_T)

5. หลายคนชอบทำ workshop, ช่วงที่ปล่อยเวลาให้ทำ workshop ทุกคนมี focus มากๆ

ถ้าจะจัดคราวหน้า คงต้องพัฒนาเรื่องเนื้อหา content และการคุมเวลาให้ทำ workshop กันได้นาน บ่มความคิดกันให้สะใจ.. เพิ่ม case study และเรื่องขำขัน (มั้ย) สุดท้ายเพื่อให้เวลาเริ่ม และ จบ ลงได้พอดิบพอดี

** ขอบคุณรูปภาพส่วนหนึ่งโดย I-Deary
** ขอบคุณ คุณโอ๋ คุณโจ้ คุณเอ้ สำหรับการช่วยงาน + น้องจูนสำหรับ graphics + ทีม marketing rgb72 สำหรับ input ขอบคุณมากๆ
** ขอบคุณ Launchpad, Vincent, Sammy, แป้ง
** ขอบคุณพี่ๆ เพื่อนๆ ทุกคนที่ให้การสนับสนุน การคำปรึกษาที่ดีมากๆ (ต้องขออภัยด้วยนะครับ list รายชื่อกันไม่หวัดไม่ไหว)
** ขอบคุณครอบครัวนะครับ ที่ให้กำลังใจกันสุดๆ
*** นี่เว่อร์จริงๆ ทำยังกับไปจัดอะไรยิ่งใหญ่ซะขนาดนั้นนนนนน!! *** 

จุดเริ่มต้นของการจัด workshop แก้ปัญหา “การสื่อสารสำหรับงานออกแบบ”

November 8, 2013 Class / Training Comments

เนื่องจากปัญหาของการ “ขาย” งานออกแบบในปัจจุบัน พบว่า ส่วนมากงานที่ “ขายไม่ผ่าน” นั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากงานออกแบบที่ไม่สวย หรือ ไม่ดี พอ

แต่งานที่ขายไม่ผ่านส่วนใหญ่นั้นเป็นงานที่ “ไม่ตอบโจทย์”

เพราะปัญหามีให้เกิดขึ้นได้ตั้งแต่การรับ brief จากลูกค้าไม่เคลียร์, ตีโจทย์ที่ได้รับมาไม่แตก, ไม่รู้จักลูกค้าและสินค้าของลูกค้าดีพอ, หรือบางคนอาจจะผ่านมาแล้วทุกจุด เข้าใจลูกค้าทุกอย่าง แต่มาตกม้าตายที่ “พรีเซ้นท์งานแล้วลูกค้าฟังไม่รู้เรื่อง, ไม่ get, ไม่เข้าใจ”

พูดง่ายๆ ว่ามีปัญหาในการสื่อสาร

จนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อเรานั่งคุยกับคุณ Vincent และ Sam ซึ่งเป็น founders ของ Launchpad – co working space แถวสีลม-สาทร แล้วทาง Launchpad เกิดไอเดียขึ้นมาว่า “เราน่าจะมาจัด workshop กันนะครับ”

ผมเลยนึกย้อนกลับไปถึงการพูดคุยกันเล่นๆ กับ คุณโจ้ MD/ RGB72 เมื่อประมาณ 3-4วันก่อนหน้า คุณโจ้พูดถึงเรื่องของการแก้ไขปัญหา การขายงานยากๆ ให้ผ่านได้ง่ายๆ คุณโจ้เลยบอกกับผมว่า ถ้าได้จัดบรรยายให้ความรู้ เราน่าจะจัดเรื่องที่พูดประมาณว่า

“ขึ้น demo แทบตาย.. ขายยังไงก็ไม่ผ่าน”

พอทั้ง Launchpad มาคุย ประจวบกับเรื่องที่เราคิดกันวันก่อน เลยได้ไอเดียว่า “งั้นเราทำ workshop เรื่องนี้กันเลยละกัน!!”

เพราะเรารู้อยู่แล้วว่าเราอยากจะพูดเรื่องอะไร ผมเลยร่างหัวข้อขึ้นมาเป็น draft แรกได้ภายในเวลา 15นาที และถึงแม้จะต้องปรับแก้อะไรกันอีก ก็ไม่ได้กินเวลาหลายวันเท่าไร่นัก

ทุกอย่างดูเหมือนจะโรยด้วยกลีบกุหลาบ..

แต่ไม่!…

ผมเอาชื่องานนี้ไปปรึกษาคนเก่งๆ ในวงการหลายคน สอบถามความคิดเห็นคนอื่นว่า คิดยังไงบ้างกับเรื่องที่จะพูดนี้ และ หัวข้อที่ฟังดูแปลกพิลึก

บางคนชอบชื่อที่ว่า “ขึ้น demo แทบตาย.. ขายยังไงก็ไม่ผ่าน” นี้ เพราะมันโดนใจเหล่าดีไซน์เนอร์และนักออกแบบ

แต่หลายคนก็บอกว่า ฟัง แล้ว งง ไม่รู้ว่างานนี้จะพูดถึงเรื่องอะไร ฟังดูเหมือนจะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ ไม่มีอะไรมาก น่าจะฟังจบภายใน 2-3 ชม.

ความเห็นเหล่านี้ทำให้ถึงกับท้อใจ.. แต่แล้ววันหนึ่ง ผมก็ได้นัดพบกับพี่ป้อม ภาวุต

ผมเล่าเรื่องต่างๆให้พี่ป้อมฟังว่า อยากจะจัดบรรยายเป็นแนวไหนอะไรยังไง.. แล้วถามความเห็นพี่ป้อมว่า “พี่ว่ามันจะดีมั้ย? คนจะชอบมั้ย? ทำแล้วจะ work มั้ย?”

พี่ป้อมไม่คิดมาก.. แล้วก็พูดออกมาว่า “ทำเลย! อยากทำอะไรก็ทำเลย! ไม่ต้องคิดมาก อยากจัดก็จัด อยากทำก็ทำ เดี๋ยวช่วยๆกันโปรโมท!!”

นั่นสินะ!! บอกคนอื่นมาตั้งนาน ไม่เคยบอกตัวเองเลยว่าให้ “ทำเลย..อยากทำอะไรก็ทำ” แบบนี้..

จึงได้กลับมาตั้งต้นใหม่ คิดใหม่ ว่าปัญหามันอยู่ตรงไหนแล้วจะแก้มันยังไงดี..

เรารู้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นตอนนี้คือ “ชื่อหัวข้องาน”

เช้าวันเสาร์ ก่อนที่จะต้องส่งมอบรายละเอียดทุกอย่างแบบ Final ให้ Launchpad ผมปวดหัวมากว่าจะใช้ชื่อหัวข้อว่าอะไรดี

ประมาณว่า ไม่อยากตกม้าตาย .. จะไปพูดเรื่อง “การสื่อสาร” แต่เรากลับคิดไม่ออกว่าจะ “สื่อสาร” กับคนฟังยังไงนี่จะไม่ไหวเอานะ!!

ผมโทรปรึกษาชาวบ้านไปทั่ว สุดท้ายเลยมาถึง wording ที่เผลอหลุดพูดออกมาเองว่า “จะบรรยายเรื่องเกี่ยวกับปัญหาการสื่อสารของดีไซน์เนอร์น่ะ!!”

“สื่อสาร?” ผมคิด..

“Communication??”

อืมมม.. ถ้าเป็นชื่อหัวข้อว่า “Design Communication” ล่ะ? จะดีมั้ย!!??

หรือจะเป็น “Communication by Design” หรือ “Communication Design” ดี??

หลายๆคำจะมีคำตอบของมันอยู่แล้ว เช่น Communication Design ก็จะเป็นเรื่องของการออกแบบการสื่อสาร.. ส่วน Communication by Design น่าจะเป็นการสื่อสารโดยใช้การออกแบบ เช่น Infographic อะไรประมาณนี้

แต่ Design Communication น่าจะลงตัวที่สุด

“การสื่อสารเพื่อการออกแบบ” ผมคิด

แล้วนั่นก็เป็นที่มา ความคิดที่อยากจะจัดบรรยาย + workshop สำหรับคนทั่วไปครั้งแรก.. หลังจากที่จัดให้กับองค์กรต่างๆมานาน

** งานนี้ได้รับเกียรติเป็นอย่างสูง มี Guest Speaker แขกรับเชิญพิเศษคือคุณโอ๋ ซึ่งเป็นลูกค้าที่เคยทำงานในฝ่าย Marketing ให้กับบริษัทใหญ่อย่าง Nestle, Tesco Lotus, Chevron, และล่าสุด Dutchmill จะมาแชร์ประสบการณ์ และปัญหาที่เจอกับ designer/creative ในหัวข้อ “Client Point of View – 8ปัญหาที่ลูกค้าพบบ่อย” ด้วย!! **

 

 

12ข้อ สำหรับ นศ.ที่กำลังจะรับปริญญา และเริ่มทำงาน..

ช่วงนี้ นศ.เรียนจบกันเยอะนะครับ รวมถึงนศ.ที่เป็นลูกศิษย์ผมด้วย หลังจากอวยพรกันไปเสร็จสรรพ เลยนั่งคิด 12 ข้อที่ นศ.ควรรู้หลังจากรับปริญญา และเตรียมตัวจะเริ่มทำงาน…

  1. งานเหนื่อยเป็นเรื่องธรรมชาติ งานยากๆคือเรื่องท้าทาย
  2. หิวข้าว ก็กิน อย่าทำงานจนตัวเองไม่ไหว เพราะถ้าเจ็บป่วยไป เจ้านายก็ไม่ได้มาเจ็บป่วยด้วย รู้จักจัดการเวลาบ้างไรบ้าง
  3. อย่าทะลึ่งปาร์ตี้คืนวันธรรมดา เพราะเช้าอาจจะตื่นไม่ไหว โดนนายเพ่งเล็งได้
  4. ทำงานให้เต็มที่ อย่าให้เค้าดูถูกเราได้ ว่าเรามันไม่ได้เรื่อง!!
  5. เลิกอินกับประโยคที่บอกให้เราหยุดทำงานให้คนอื่นแล้วทำตามฝันตัวเอง ถ้าวันนี้ยังไม่รู้ว่าฝันตัวเองคืออะไร
  6. คบคนดี หนีคนชั่ว เราคบคนยังไง เราก็จะเป็นอย่างนั้น เจอคนเก่งๆ ก็เกาะเค้าแล้วดูดความรู้เค้าไว้
  7. วันหยุดมีไว้ซักผ้า วันธรรมดาจะได้มีผ้าไว้ใช้
  8. อย่าโกหกเจ้านาย.. เพราะคุณยังมือใหม่อยู่ อ้าปากเค้าก็เห็นลิ้นไก่ละ!
  9. งานที่ออฟฟิสจะพัฒนาให้ฝีมือการ “เผา” งานของคุณ ถูกอัพขึ้นเป็นระดับ PRO
  10. คนขี้อิจฉา ขัดขา ปล่อยแม่งอิจฉาไป อย่าไปสนใจ เสียเวลา
  11. หลีกเลี่ยงการสร้างศัตรู เพราะโลกนี้มันช่างแคบนัก!
  12. เก็บตังไว้ในยามฉุกเฉิน และอย่าเขินที่จะให้เงินพ่อแม่

(โพส บน Facebook เมื่อ 29 ตุลาคม 2556)

The Design for iOS งาน true incube ณ Launchpad – 20 ก.ค. 2556

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาได้ไปพูดในงาน true incube ซึ่งเป็นโครงการสนับสนุน startup ที่มั่นใจใน idea ของตนเอง โดยช่วย startup พัฒนาไอเดีย ความคิด ความรู้ เพื่อให้ความไอเดียที่ดี ไม่ได้เป็นแค่ไอเดียดีเท่านั้น แต่ต้องสามารถเป็นจริงได้ในโลกธุรกิจ และสุดท้ายจะนำไปถึงการร่วมลงทุน ไม่ใช่ด้วยเงินเท่านั้น แต่เป็น network ทั้งหลายที่ true มี ให้กับทีมที่มีไอเดียที่ดีที่สุด และผลักดันให้เป็นจริง

การบรรยายวันนั้นผมเลือกจะพูดเรื่อง design for iOS เพราะเห็นว่าคนส่วนใหญ่ใส่ใจในไอเดีย ความคิด และธุรกิจ แต่ไม่มีใครนึกถึง design และ UI/UX ซึ่งนั่นเป็นส่วนหนึ่งจะตัดสินได้ด้วยว่า app นั้นจะอยู่หรือจะ fail

ทำไมเราถึงต้องแคร์การออกแบบ? เพราะอย่างที่บอก “Most developer and Business man don’t!”

แม้ว่าเวลานี้จะไม่ใช่เวลาที่จะมาคิดถึงเรื่อง design แต่เราก็ควรจะมองมันไว้ก่อน วางแผนไว้ล่วงหน้า

Design ที่พูดถึง ไม่ใช่แค่ design ที่สวยงาม แต่หมายถึง design ที่สามารถช่วยให้ user ใช้งานได้ง่ายขึ้น การเข้าถึงสิ่งที่เค้าต้องการได้ โดยไม่ต้องเสียเวลาเรียนรู้ใหม่ให้มากนัก ยิ่งเรียนรู้น้อย เค้าก็จะอยากใช้แอพเรามากขึ้น

Gestures ที่เป็นมาตรฐาน คือ การใช้งานที่ user คาดหวังไว้อยู่แล้ว เช่น การใช้สองนิ้วเปิดออกห่างจากกันคือการ Zoom หรือการกดค้างแล้วเห็น pop up menu หรือ highlight text เหล่านี้คือสิ่งที่เราไม่ควรเปลี่ยน

อย่างที่ Steve Jobs เคยพูดว่า “Design is not just what it looks like and feels like. Design is how it works”

ดูแอพเหล่านี้ซึ่งเป็นแอพ พยากรณ์อากาศเหมือนกัน ซึ่ง fuction ต่างๆเหมือนกัน แต่ด้วยการ design ที่แสนจะน่าเบื่อ ก็ทำให้เราไม่อยากโหลด ไม่อยากใช้งาน


แต่แอพที่มีกราฟฟิคน่าสนใจ ก็ทำให้เราอยากโหลดมาใช้

อย่างไรก็ตามแอพเหล่านี้ก็ยังมีข้อเสีย เช่น การใช้เวลาโหลดนาน และการใช้งานที่แปลกแหวกแนวเกินไปจนใช้ยาก และน่าเบื่อในที่สุด

เหตุผลที่สองที่ควรสนใจกับ design ตอนนี้ก็เพราะว่า “iOS 7 is NEW”

การเปิดตัว iOS 7 ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับการออกแบบ interface แอพสำหรับ iOS

ด้วยการออกแบบที่เรียกว่า “Flat Design” คือการออกแบบให้ทุกอย่างดูเรียบ แบน เป็นการปฎิวัติการออกแบบ จากของเดิมที่เรียกว่า “Skeuomorphic” หรือการออกแบบให้ดูเสมือนจริง

ด้วยการออกแบบ แบบใหม่นี้ ทำให้ แอพเดิมที่เคยมีใช้อยู่ (ที่ออกแบบ แบบ Skeuomorphic) ดูเก่าลงในทันที แม้ว่าจะมี function ที่เราต้องการอยู่แล้ว อย่างเช่น พยากรณ์อากาศ แต่ user ก็ดูเหมือนจะต้องการใช้ แอพใหม่ที่ออกแบบใหม่ให้เข้ากับ iOS 7 ที่เป็น Flat design

ตัวอย่าง flat design

ยกตัวอย่างเช่น app Yahoo! Weather ที่ออกแบบมาก่อน iOS 7 จะออกเสียอีก แต่หน้าตากลับเหมือน แอพพยากรณ์อากาศของ iOS 7 ที่สำคัญยังได้รางวัล WDDC Awards 2013 ด้วย

Yahoo! Weather (https://itunes.apple.com/us/app/yahoo!-weather/id628677149?mt=8)

แอพอย่าง Weather Dial ที่ function ก็เหมือนกับแอพพยากรณ์อากาศทั่วไป แต่ด้วย interface ที่ไม่เหมือนใครก็ทำให้ดูน่าสนใจได้เช่นกัน

Weather Dial (https://itunes.apple.com/us/app/weather-dial-simpler-more/id536445532?mt=8)

Partly Cloudy เป็นอีกหนึ่งแอพที่มี interface แปลกแหวกแนว ทำให้เราสามารถดูพยากรณ์อากาศล่วงหน้าได้ไกล 7 วันในหน้าจอเดียว

Partly Cloudy (https://itunes.apple.com/us/app/partly-cloudy/id545627378?mt=8)

** เหตุที่เน้นแต่แอพพยากรณ์อากาศเพราะอยากจะเปรียบเทียบกับแอพที่มี function ตายตัว เหมือนๆกัน แต่เน้นไปที่ design ที่แตกต่างนะครับ **

และต่อไปนี้เป็น แอพที่เน้นการออกแบบ แบบ Flat Design

RISE แอพนาฬิกาปลุก

Rise (https://itunes.apple.com/us/app/rise-alarm-clock/id577221529?mt=8)

Mailbox แอพอีเมล ที่มีการใช้ interactive แบบใหม่

Mailbox (https://itunes.apple.com/us/app/mailbox/id576502633?mt=8)

Spendee แอพจัดการกับค่าใช้จ่ายส่วนตัว ที่เน้นการใช้งานที่ง่าย และแน่นอน flat design

Spendee (https://itunes.apple.com/us/app/spendee-see-where-your-money/id635861140?mt=8)

อย่างไรก็ตามจากทั้งหมดที่พูดมา ไม่ได้บอกว่า Flat design is the winner หรือ การออกแบบนั้นไม่ได้เป็นสูตรสำเร็จของการประสบความสำเร็จ แต่หากว่าเราต้องไม่ลืมคิดถึงการออกแบบที่ดี เพื่อทำให้หน้าสนใจ และใช้งานได้ง่าย สะดวก

อย่าให้แอพที่คุณกำลังจะทำออกมานั้น ทำยังไม่ทันเสร็จก็เก่าเสียแล้วนะครับ

Search This Site:



rgb72 on Facebook

คำศัพท์ Internet วันละคำ

Air (คำที่เกี่ยวข้อง: Adobe, Flash, HTML, JavaScript)
– หนึ่งใน technology ที่พัฒนาโดย Adobe ซึ่งมีคุณสมบัติที่ช่วยให้นักพัฒนาสามารถสร้างโปรแกรมสำหรับคอมพิวเตอร์ได้ใช้เทคนิคเดียวกันกับการเขียน code สำหรับเว็บ ไม่ว่าจะเป็น HTML, JavaScript หรือ Flash โดยคำว่า AIR นั้นย่อมาจาก Adobe Integrated Runtime

72's Friends

Useful Links

rgb72


being72 คือหนังสือที่รวบรวมเรื่องราวความเป็น rgb72 บริษัทออกแบบเว็บไซต์ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน โดยจัดทำเนื่องในโอกาสครบรอบ 10ปี

+ บทความจากผู้เขียน
+ ตอนที่1: Pre-rgb72 / ทำงานกับ Martha Stewart
+ ตอนที่2: Pre-rgb72 / Arcadian
+ ตอนที่3: Pre-rgb72 / ewit
+ ตอนที่4: เริ่มต้นอย่างเงียบๆ
+ ตอนที่5: Generation 1 (ยุคที่1:บุกเบิก) / เริ่มต้นที่ศูนย์
+ ตอนที่6: โทร โทร โทร...
+ ตอนที่7: นามบัตร
+ ตอนที่8: หนังสือพิมพ์และโทรทัศน์
+ ตอนที่9: MATCHING STUDIO
+ ตอนที่10: มีเงินที่ไหน ให้ไปที่นั่น
+ ตอนที่11: พนักงานคนแรก
+ ตอนที่12: ภาพแทรก ออฟฟิสที่สองของ rgb72
+ ตอนที่13: เพื่อนจาก ewit
+ ตอนที่14: GettyImages ฟ้องจริง ถึงจริง
+ ตอนที่15: เว็บไซต์ที่ทำแบบมากที่สุด
+ ตอนที่16: ความฝันที่ 1 พบชื่อลูกค้าทุกๆ ห้านาทีที่ขับรถ
+ ตอนที่17: สมุย.. สร้างเสร็จได้ในวันเดียว
+ ตอนที่18: ขึ้นศาล.. มันไม่สนุก
+ ตอนที่19: นักธุรกิจต่างชาติ
+ ตอนที่20: ความฝันที่ 2 เที่ยวต่างประเทศ
+ ตอนที่21: Super AE
+ ตอนที่22: สินบน
+ ตอนที่23: ผู้หญิงที่ผมไม่รับ
+ ตอนที่24: งานที่คุณไม่ได้ดู
+ ตอนที่25: นักออกแบบ
+ ตอนที่26: คู่แข่งที่รัก
+ ตอนที่27: เซียนหลังกระดานหุ้น ตอนที่ 1/2
+ ตอนที่27: เซียนหลังกระดานหุ้น ตอนที่ 2/2
+ ตอนแทรก: หาาา?... อะไรนะ!!??
+ ตอนที่28: ยิ่งให้... ยิ่งได้
+ ตอนที่ 29: Wall of Frames
+ ตอนที่ 30: ผี 72
+ ตอนที่ 31: เพื่อนจากตะวันออกกลาง
+ ตอนที่ 32: Photography
+ ตอนที่ 33: Too Far from the Dream





Recent Comments

Powered by Disqus