Home » Currently Reading:

ตอนที่3: Pre-rgb72 / ewit

Ewit

หลังจากได้ทำงานกับ Arcadian แล้ว ที่ต่อไปที่ผมได้ร่วมงานด้วยคือ บริษัท Ewit จำกัด ผมทำงานที่ Ewit ประมาณหนึ่งปีก่อนที่จะเปิด rgb72 และที่ Ewit นี้เอง ที่ทำให้ได้พบกับเพื่อนๆ ที่ถือเป็นเทพในวงการ interactive มากมาย เช่น เหน่ง Designer ที่งานติดเนียนมากๆ ชล Programmer ที่เก่งมาก นัท เพื่อนที่บ้างาน บ้า research และบ้าทำอะไรก็ไม่รู้ที่คนอื่นดูแล้วก็ไม่รู้ว่าคืออะไร นอกจากนี้ยังได้รู้จักมีคนเก่งๆ อีกมากมายเช่น พี่วิชญ์, พี่เอก, พี่นุ๊ก, รัช, อู, โอ๋, บอย เป็นต้น

บริษัท Ewit ถือเป็นบริษัททำเว็บไซต์ในยุคบุกเบิกของเมืองไทย ซึ่งผมเองก็รู้จักที่นี่มานานก่อนที่จะได้เข้ามาทำงาน ด้วยผลงานที่โดดเด่นมากอย่างเว็บไซต์ iammai.com(version แรก) ที่ทาง Ewit ทำให้กับคุณใหม่ เจริญปุระ ทำให้ผมรู้สึกอยากที่จะทำงานในบริษัทนี้มาก เพราะอยากจะเข้ามาเก็บเกี่ยวประสบการณ์และที่สำคัญคือ รู้สึกว่าทำงานที่นี่ต้องสนุกแน่ๆ

บริษัท Ewit ในช่วงนั้น เช่าบ้านหลังหนึ่งเป็นออฟฟิศ เป็นบ้านที่มีสนามหญ้าและบริเวณนิดหน่อยให้พอได้ชิวๆ อยู่แถวซอยอารีย์(เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ผมชอบพื้นที่แถวนั้น) Ewit เข้างาน 10 โมงเช้า และเลิกงาน 1 ทุ่ม หลายครั้งที่ผมเข้ามาทำงานและได้เจอพี่วิชญ์ในสภาพที่เพิ่งจะตื่นนอน ผมดูเซอร์ๆ ออกแนวเกาหลี(แต่คือประมาณว่าช่วงนั้นเทรนด์เกาหลียังไม่มา) แล้วบางทีก็เดินเอียงๆ เข้ามาดูงานพวกเราที่ทำกัน

มีวันหนึ่งผมมาทำงาน แล้วพบพี่วิชญ์ในสภาพที่ทรงผมดูไม่เป็นทรงดีนัก ผมเลยสงสัยแล้วถามว่า “ทำไมหัวพี่เป็นอย่างนั้น” พี่วิชญ์ตอบว่า “อ๊อ กูตัดเองในห้องน้ำ พอดีว่าไม่ถนัดมือขวา เลยทำให้ผมไม่เป็นทรงไปข้างหนึ่ง” แม้ว่าเค้าจะบอกว่าไม่เป็นทรงแค่ข้างเดียว แต่เท่าที่ผมเห็นตอนนั้น เหมือนว่ามันจะไม่เป็นทรงไปหมดทั้งหัว

ความบ้าในการทำงานโดยไร้กรอบเป็นสิ่งหนึ่งที่ผมได้รับมามากจากการทำงานที่นี่ เพราะความบ้าที่มีอยู่ตลอดเวลาทำให้เราคิดงานแปลกๆ ดีๆ ได้ตลอดเวลา นอกจากนี้เราก็ยังไม่วายที่จะกดดันกันเอง ทับถมกันว่างานคนอื่นไม่เห็นจะดีงานตัวเองดีกว่า ทุกครั้งที่ผมนั่งทำงาน ซักพักไอ้นัทก็จะเดินมาด้อมๆ มองๆ แล้วก็บอกว่า “นี่มึงทำอะไรเน๊ยะ.. โครตทุเรศเลยว่ะ ไม่เห็นเนียนเลย ไม่เห็นสวยเลย” พูดยังไม่ทันจะจบดี คนอื่นๆ ก็วิ่งเข้ามารุมล้อมแล้วก็รวมหัวกันด่า ทำให้เรารู้สึกกดดัน แต่เราก็ต้องพยายามอธิบายใน concept ของสิ่งที่เราทำออกมาให้ได้ ต่อไปทำงานอะไรก็ต้องให้ดีให้เนียน เพราะว่าไม่งั้นจะเจอไอ้นัทและเพื่อนๆ มาทับถมอีก และยังไม่จบแค่นั้น วันดีคืนดีผมก็เอาบ้าง เดินไปที่โต๊ะไอ้นัทแล้วก็พูดเหมือนกันว่า “นี่มึงทำอะไรเน๊ยะ…. ” เป็นแบบนี้ตลอด และไม่ได้เป็นเพียงเฉพาะบางคน แต่เป็นทุกคน ว่างเมื่อไหร่ต้องลุกเดินขึ้นไปหาเรื่องด่าเพื่อน การกดดันตรงนี้มันดีที่ว่ามันทำให้ทุกคนต้องทำงานทีดีตลอดเวลา มี concept idea ตลอดเวลา และเนื่องจากการที่เราเป็นเพื่อนกัน ทำให้เราเองก็ไม่โกรธกัน(และไม่จิตตกเสียกำลังใจโดยใช่เหตุ)

ต้องบอกว่าความเป็น rgb72 ได้รับอิทธิพลมาจากที่ Ewit มากๆ ไม่ว่าจะเป็นระเบียบเรื่องเวลาการเข้างาน รูปแบบการทำงานในอารมณ์เพื่อนฝูง ชิวๆ ไม่ซีเรียส รวมไปถึงการทำงานที่เน้นความตั้งใจในผลงานเป็นหลัก ไม่เว้นแม้แต่เรื่องการเงิน ที่ออกแนวมึนๆ คล้ายกัน (หรือในส่วนนี้ผมอาจจะมึนไปเองคนเดียว)


นามบัตร ewit ที่ใช้กระดาษเคลือบเทียนและมีลักษณะโปร่งแสงสามารถมองทะลุ เห็นด้านหลังได้

สิ่งหนึ่งที่ผมคิดและติดอยู่ในใจมาตลอดก็คือ ทีมงานที่ Ewit นั้นหามาได้จากที่ไหนกัน ช่วงที่ผมทำงานนั้น ถือเป็นช่วงที่ผมได้รู้จักกับคนเก่งๆ มากมายดังที่ได้เขียนไว้ด้านบน จนบางครั้งก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมสมัยนั้น Ewit ถึงได้หาคนเก่งๆ มาร่วมทำงานด้วยกันได้มากขนาดนี้ อย่างไรก็ตาม ทีมที่ว่าประทับใจนี้ก็อยู่กันได้ไม่นานเท่าไหร่(ประมาณ 1 ปี) และเป็นทีมเกือบสุดท้ายก่อนที่ Ewit จะย้ายไปอยู่แถวสีลมในเวลาอีกไม่กี่ปีถัดมา

ตอนที่ทำงานอยู่ที่ Ewit นั้น เพื่อนๆ ที่ทำงานด้วยกันได้ทำอะไรหลายอย่างที่ล้ำหน้าคนอื่นไปต่างๆ มากมาย เช่น การเขียน flash ให้ผู้ใช้งานสามารถสร้าง ecard ได้เอง จากการเลือกภาพ graphic ที่มีเตรียมไว้ให้ สามารถยืดขยายรูป ย่อรูป และ หมุนรูป รวมไปถึงการใส่ตัวอักษรที่ต้องการในรูปแบบ font ที่มีให้เลือกได้ ซึ่งผู้ใช้งานจะสามารถส่ง ecard ที่เค้าทำเองและไม่เหมือนใครให้เพื่อนได้

หรืองานที่ล้ำสมัยมากๆ ในช่วงนั้น คือการทำ interactive กับภาพเคลื่อนไหวบนจอ projector ซึ่งปกติแล้วเวลาเรามี interactive เช่น การจับสิ่งของ หรือเคลื่อนย้ายสิ่งของ สามารถทำได้ด้วยการใช้ mouse เพื่อทำงานกับตัว computer แต่เมื่อพี่วิชญ์และทีมงาน (ที่ผมเข้าใจว่าน่าจะมีนัทรวมอยู่ด้วย)ร่วมกัน research จนสามารถทำให้ผู้คนมี interactive กับภาพที่ฉายลงบนกำแพงจากจอ projector ได้ด้วยการใช้เงาเป็นตัวสร้าง interactive เหล่านั้น ยกตัวอย่างงานหนึ่งที่ผมได้ไปลองเล่นก็คือ เมื่อเราไปยืนอยู่กลางภาพที่ฉายออกจาก projector ก็จะปรากฏเงาของผมทอดลงมาที่กำแพงด้านหลัง เห็นเป็นรูปเงาคน เมื่อผมแบมือ และยกมือขึ้นในท่าเหมือนกับว่ากำลังรับของ ก็จะปรากฏเป็น graphic รูปไฟขึ้นมาบนมือ ซึ่งในตอนนั้นการทำ interactive แบบนี้ถือว่าเป็นการทำงานที่ล้ำยุคมากๆ

ปัจจุบันผ่านมาแล้ว 10ปี ผมเพิ่งจะเห็น technology นี้ถูกนำมาใช้จริงที่ Central World เป็นภาพโฆษณาฉายจากจอ projector ลงพื้น เมื่อคนเดินเข้ามาที่บริเวณภาพ ก็จะเกิด interactive เช่น ภาพที่ผมเห็นคือภาพลูกบอลหลายๆลูก เมื่อคนเดินเข้าไปเตะภาพลูกบอล ลูกบอลเหล่านั้นก็จะเด้งไปมา ไม่อยากจะเชื่อว่า สิ่งที่ผมได้เห็นคนที่ ewit เล่นกัน จะเพิ่งถูกนำออกมาสู่สายตาคนทั่วไปโดยใช้เวลาถึง 10ปี

งานสำคัญอีกหนึ่งงานที่เกิดขึ้นช่วงที่ผมอยู่ ewit ก็คือ งานมิวสิควิดีโอเพลงชื่อ “ขอบอก” ของวง Photo Sticker Machine เป็นงาน graphic animation ที่มีความแตกต่างและล้ำมากๆในยุคนั้น ewit ได้ทำ graphic animation แบบที่เรียกว่า pixel art โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากงานของ eboy (www.eboy.com) Pixel art แปลตรงตัวคือการทำ graphic ทีละ pixel นำสี่เหลี่ยมหลายๆอันมาประกอบเป็นภาพ งานนี้มีน้อง พี ซึ่งเข้ามาในฐานะนักศึกษาฝึกงาน เป็นคนทำ animation และภาพทั้งหมด โดยเริ่มจากการทำ pixel art ใน photoshop และนำไปทำ animation ต่อใน flash สำหรับพี่ๆ อย่างพวกเรามีหน้าที่คอยเดินไปยืนมอง ท้าวเอว แล้วก็ด่ามันเหมือนเคยๆ อาจจะมีช่วยทำ graphic บ้างเล็กน้อย จำได้ว่าจะด่าซะมากกว่า

เมื่อ “ขอบอก” เริ่มออกอากาศทางช่องเพลงเช่น Channel V Thailand มิวสิควิดีโอเพลงนี้ก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก แบบที่เรียกว่าเป็น Talk of the town จริงๆ ตอนนั้นหลายคนตกใจในภาพที่เห็น งงว่าทำได้อย่างไร ไปคุยกันในเว็บพันธุ์ทิพย์บ้าง หรือ rookienet บ้าง หลายหลายสื่อให้ความสนใจ แม้กระทั่งพวกเราเองยังรู้สึกดีใจและสนุกไปด้วยเลย และงาน “ขอบอก” ก็กลายเป็นงานที่คน ewit ทุกคนภูมิใจ

ปัจจุบันอย่างที่ได้บอกว่าทีม ewit รุ่นที่ผมอยู่ได้แยกย้ายกันไป อยู่กันคนละที่แต่ว่าก็ได้อยู่เบื้องหลังผลงานที่ดีดีออกมากมาย ดังรายชื่อข้างล่างนี้
เหน่ง : Creative Director / Adapter, ชล: Senior Programmer / Ogilvy One, นัท: Be Our Friend, พี่เอก: ewit และมีงานเขียนในแมกกาซีนอีกหลายเล่ม, พี่วิชญ์: Duckunit, พี่นุ๊ก: Senior Designer / True Corp, รัช: Pico Thai, บอย: Intel

ปัจจุบันนี้ ถึงแม้ว่าจะหายหน้าหายตากันไปบ้าง เจอกันก็นานๆ ครั้ง แต่งานแปลกๆ ล้ำๆ แบบนี้ก็ยังได้เห็นกันอยู่เสมอ เช่นงาน FlipDot ป้ายสี่เหลี่ยมที่ประกอบด้วยแผ่นกลมๆ หลายแผ่นประกอบกันและสามารถแปรอักษรให้เป็นคำต่างๆ ได้(ตั้งอยู่ที่ร้าน true สาขา Siam Paragon). หรืองาน “ไมยราบ” ของพี่วิชญ์ที่เคยได้จัดแสดงอยู่ที่ หอศิลป์กรุงเทพฯ

แวะเล่านอกเรื่อง:
Rookienet

เว็บไซต์ rookienet เป็นเว็บไซต์รวบรวมผลงานออนไลน์ที่ดีดีไว้มากมายทั้งในและต่างประเทศ และได้กำเนิดขึ้นมาในช่วงเดียวกันกับที่ผมอยู่ ewit

นอกจากการที่งานของเราได้ไปขึ้นอยู่บนเว็บไซต์ rookienet จะเป็นที่น่าภูมิใจสำหรับเราในสมัยนั้นแล้ว เราเองก็ยังไม่วายจะชอบไปป่วนเว็บบอร์ดใน rookienet อีกด้วย ผมและคนที่ ewit เคยเป็นคนที่เกเรมากๆ ใน rookienet คอยป่วนคนนั้นคนนี้ไปทั่ว แต่อย่างว่าล่ะ ใครที่เคยเข้า rookienet ก็จะรู้ว่า ในเว็บ rookienet นั้นจะมีคนที่เข้ามาเขียนข้อความ มาออกความเห็นในด้านงานศิลปะ งานเว็บ ซึ่งต่างคนก็ต่างความเห็น ไม่มีใครผิดใครถูก บางคนหาว่าคนนี้ลอกงานอีกคนหนึ่ง บางคนก็เข้ามาบอกว่าเปล่าเลย นั่นเค้าเรียกว่า “แรงบันดาลใจ” ต่างหาก ดังนั้นจึงไม่แปลกที่จะมีการทะเลาะ ถกเถียงอะไรกันบ้าง

แม้ว่าเราจะแอบขอบคุณ rookienet อยู่ในใจที่ได้พาผลงานของเราขึ้นไปโชว์อยู่บนเว็บ แต่เราก็ยังไม่วายจะเข้าไปเขียนต่อว่าแล้วก็พาให้เจ้าของ rookienet (ซึ่งปัจจุบันยังไม่รู้ว่าเป็นใคร) ได้ปวดหัวกันอยู่พักใหญ่ จนกระทั่งเราได้ออกจาก ewit จากนั้นก็ไม่ได้เข้าไปป่วนอีกเลย มีเข้าไปแวะเล่น แวะดูงานชาวบ้าน และแวะ post งานหาทีมงานเพิ่มบ้าง เป็นประปราย แต่ก็ไม่ลืมว่า rookienet คือหนึ่งในเว็บที่เป็นแกนกลางสำคัญของวงการเว็บไซต์ประเทศไทยเว็บหนึ่ง

  • Share/Bookmark

Comment on this Article:







Search This Site:



rgb72 on Facebook

72's Friends

Useful Links

  • Blognone - News and technology update
  • Divland - แหล่งรวมข้อมูลการเขียน CSS
  • theFWA - Favorite web awards, update great website everyday
  • usably.net - It’s all about user experience
  • Web designer wall ข้อมูลดีดีจากต่างประเทศสำหรับ web designer

อ่านย้อนหลัง

being72


being72 คือหนังสือที่รวบรวมเรื่องราวความเป็น rgb72 บริษัทออกแบบเว็บไซต์ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน โดยจัดทำเนื่องในโอกาสครบรอบ 10ปี

+ บทความจากผู้เขียน
+ ตอนที่1: Pre-rgb72 / ทำงานกับ Martha Stewart
+ ตอนที่2: Pre-rgb72 / Arcadian
+ ตอนที่3: Pre-rgb72 / ewit
+ ตอนที่4: เริ่มต้นอย่างเงียบๆ
+ ตอนที่5: Generation 1 (ยุคที่1:บุกเบิก) / เริ่มต้นที่ศูนย์
+ ตอนที่6: โทร โทร โทร...
+ ตอนที่7: นามบัตร
+ ตอนที่8: หนังสือพิมพ์และโทรทัศน์
+ ตอนที่9: MATCHING STUDIO
+ ตอนที่10: มีเงินที่ไหน ให้ไปที่นั่น
+ ตอนที่11: พนักงานคนแรก
+ ตอนที่12: ภาพแทรก ออฟฟิสที่สองของ rgb72
+ ตอนที่13: เพื่อนจาก ewit
+ ตอนที่14: GettyImages ฟ้องจริง ถึงจริง
+ ตอนที่15: เว็บไซต์ที่ทำแบบมากที่สุด
+ ตอนที่16: ความฝันที่ 1 พบชื่อลูกค้าทุกๆ ห้านาทีที่ขับรถ
+ ตอนที่17: สมุย.. สร้างเสร็จได้ในวันเดียว
+ ตอนที่18: ขึ้นศาล.. มันไม่สนุก
+ ตอนที่19: นักธุรกิจต่างชาติ





Recent Comments:

  • iballbaa: เก่ง.การเว็บ...
  • iballbaa: 555 คุณบีภาพนี้โครตเท่ห์อะ :D...
  • B.TWF: ถูกใจอย่างแรงครับ...
  • sittipong: ถถถถ.ถ.ถ..ถ.. ถูกต้ออองง รึเปล่า ไม่บอกดีกว่าครับ เผาเค้าไว้เยอะ -_-"...
  • sittipong: 5555555 คุณนี่.. ผมอุตส่าห์ไม่พูดแล้วนะคับ..​พยายามมาขุดคุ้ยอยู่นั่น 555555...