Home » Class / Training » Recent Articles:

>Creative Thinking ทดลองผสม “นม” สร้างสูตรใหม่

November 22, 2009 Class / Training No Comments

>วันนี้สอนนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยธัญบุรีเรื่อง creative thinking โดยมีโจทย์ตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วว่า ให้นศ.ไปหาทดลองหาสูตรการทำเครื่องดื่มใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อนในประเทศไทย โดยให้มีส่วนผสมหลักคือ “นม”

ใครที่ได้อ่าน blog72 บ่อยๆ อาจจะเคยได้เห็นว่าผมเคยให้ นศ.อยู่ปีหนึ่งได้ทดลองคิดสูตรขึ้นมาใหม่สำหรับการผสมน้ำผลไม้สองชนิดให้ได้รสชาติใหม่ โดย key หลักคือให้น้ำที่ผสมมานั้นต้องเหมาะสมกับประเทศที่ตนจับฉลากได้ เช่น อิตาลี บราซิล เป็นต้น

คราวนี้ก็เช่นกัน

แต่ดีกว่าเดิมตรงที่มีแค่ 6 กลุ่มเท่านั้น ความเสี่ยงที่จะท้องเสียจึงมีน้อยลง

กลุ่มแรกของวันนี้มาด้วย “นม + เก๊กฮวย”
สีไม่ได้เหลืองอย่างที่คิดไว้ทีแรก แถมรสชาตก็หวานหอมใช้ได้ นม + เก๊กฮวย นี้ถือว่าสอบผ่าน

กลุ่มที่สองคือ “นม + ฝรั่ง + สัปปะรด”
รสชาตออกมาเหมือนยาคู้ เปรี้ยวๆ หวานๆ แต่รวมๆแล้วเหมือนว่ารสชาตของฝรั่งจะนำออกมาอย่างชัดเจนมากๆ จะอธิบายง่ายๆก็จะเหมือนกินน้ำฝรั่ง แต่ว่ามีความมัน หนัก ของนมเข้ามาผสมอยู่ด้วย

กลุ่มที่สาม มาด้วย “นม + แคนตาลู๊ป”
ก่อนจะดื่ม กลิ่นของแคนตาลู๊ปก็ลอยมาเตะจมูกอย่างแรง หอมมากๆ พอได้ทาน รสชาตก็ดีใช้ได้ มีหวานนิดๆ อย่างไรก็ตาม กลุ่มนี้มีการใส่ coco crunch เป็น topping ซึ่งเหมือนว่าจะดูดี แต่กลับกลายเป็นทำให้มีหน้าตาดูแปลกประหลาดไม่น่ากิน และเมื่อ coco crunch เจอนม coco crunch ก็ละลายออกมาเป็นสีออกน้ำตาลๆ ดูแปลกๆ สรุปแล้วคือจริงๆดีอยู่แล้ว แต่มี coco crunch เข้ามาทำให้ตัวผลิตภัณฑ์เสียไปพอสมควร

กลุ่มที่สี่ คือ “นม + โคโรฟีล”
นศ.บอกว่า ต้องการให้ได้สารอาหาร ดังนั้นเอาเลยเอาผงโคโรฟีลมาผสม สีเขียวดูใช้ได้ รสชาติเหมือนนมปกติแต่เหมือนมีกลิ่นของอะไรซักอย่าง พอได้ชิมแล้วรู้สึกเหมือนรสชาตอาหารอะไรซักอย่างไม่แน่ใจ จนกระทั่งมีนศ.คนหนึ่งพูดขึ้นมาว่า รสชาตเหมือน “ข้ามต้มมัด” เลยทำให้คิดไปด้วยว่า “เออว่ะ เหมือนจริงๆ”

กลุ่มที่ห้า “นม + น้ำตาลสด”
ผมชอบกินน้ำตาลสด การเอานมมาผสมน้ำตาลสดจึงอร่อยไม่เบา ด้วยความหวาน และ หอมของน้ำตาลสด ทำให้นมรสชาตนี้อร่อยพอสมควร กินๆไปแล้วนึกได้ว่า ถ้ามีซาหริ่ม หรือ ทับทิมกรอบมาร่วมด้วย ก็จะอร่อยมาก

กลุ่มที่หก “นม + กล้วย”
จริงๆ โจทย์คราวนี้ผมได้แรงบันดาลใจมาจากการที่ได้ไปกินนมผสมกล้วยที่ เกาหลี ซึ่งอร่อยมาก แล้วก็ไม่พลาด มีนศ.ทำนมผสมกล้วยมาด้วยจริงๆ แต่ว่าเป็น นม + กล้วย ปั่น เค้าใช้กล้วยหอมมาทำ พอได้ชิมแล้วรู้สึกว่า ความฝาดของกล้วยนำมาเลย สำหรับรสชาตนั้นก็พอจะเหมือนกับที่ผมเคยได้กินมา แต่ของนศ.จะออกจืดหน่อย อาจจะเป็นเพราะการที่ได้นำไปผสมกับน้ำแข็งแล้วปั่น ทำให้ความเข้มข้นลดลง

สรุปแล้วกิจกรรมในวันนี้สนุกดี ได้ให้นศ.ได้ทดลองหาอะไรใหม่ๆ ส่วนเราเองก็ได้เห็นไอเดียใหม่ๆ ทำให้รู้ว่าจริงๆแล้วยังมีอะไรที่น่าสนใจอีกตั้งมากมาย และที่สำคัญจบงานวันนี้ ผมไม่ท้องเสียครับ


รวมภาพถ่ายนมรสชาตต่างๆ


ตัวแทนกลุ่มออกมาดื่มนมของตัวเองด้วยท่าทางที่สดชื่นนนนนน… สุด สุด

>ทำ presentation อย่างไรให้โดนใจ

>เหตุเกิดเมื่อประมาณ 2-3 อาทิตย์ก่อนหน้านี้ เมื่อนศ.ที่เคยสอนได้ขอนัดพบและบอกคร่าวๆว่า อยากให้ผมไปเป็นวิทยากร ที่ทางนศ.จัดงานสัมมะนา เมื่อไปพบ ทาง นศ.บอกว่า หัวข้อที่จะให้พูดในงานคือ “ทำ Presentation อย่างไรให้โดนใจ” ว่ากันง่ายๆก็คือสอนการทำ presentation ด้วย powerpoint ให้ดูน่าสนใจอะไรประมาณนั้น

หลังจากกลับมาทำการบ้านให้ได้คิดอยู่ซัก พัก ก็เริ่มเครียดนิดๆ ตรงที่ว่า หัวข้อและทฤษฎีของการทำ presentation ให้น่าสนใจนั้นมันไม่ยากหรอก แต่ความยากอยู่ที่ หากวันที่ไปพูดแล้ว presentation ของเราเองกลับไปน่าสนใจเองเลยนั้น ก็จะแปลว่า สิ่งที่เราสอน อาจจะไม่ work

หลังจากที่คิดรวบรวมข้อมูลในหัวแล้ว ก็เริ่มลงมือทำตัว presentation โดยมีแนวคิดว่า แทนที่จะสอนว่าให้ทำ presentation อย่างไร น่าจะสอนว่า ควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนทำ present เรื่อยมาถึงการทำ presentation ด้วย powerpoint หรือ keynote และการทำอย่างไรเวลาต้องไปยืนพูดต่อหน้าสาธารณชน

เมื่อวานนี้ (6 สิงหาคม 2552) เป็นวันที่จัดงาน ผมต้องไปถึงที่นั่นตั้งแต่ 8 โมงเช้า การต้อนรับของนศ.เป็นไปได้ด้วยดี (จริงๆแล้ว นศ.โทรมาปลุกตั้งแต่ 6โมงครึ่ง ถามว่า อ.อยู่ไหนแล้ว .. ซึ่งขณะนั้นอยู่บนเตียง เพิ่งจะตื่น แต่ก็ต้องบอกไปว่า “กำลังไปอยู่คร๊าาบบบ”)

เครื่อง Mac ที่ใช้ยัง work ดีอยู่เสมอ นักศึกษาเริ่ม setup เครื่องให้ จัดการเรื่องระบบทุกอย่างจนผมได้แต่นั่งรอเวลาที่จะเริ่มพูด ซึ่งในหมายกำหนดการคือ 9 โมงครึ่ง

9 โมง ประธานมาถึงงาน ทำพิธีเปิดงาน จากนั้นก็ถึงคิวของผม

9โมงครึ่งพอดี timing เป๊ะมาก

สิ่ง หนึ่งที่หนักใจตลอดการเตรียมตัวก่อนมาพูดก็คือ ความกลัวที่จะพูดได้ไม่ถึง 3 ชม.ตามที่นศ.กำหนดไว้ คืนก่อนหน้านี้พยายามซ้อมและคิดว่าจะหามุกหรืออะไรมาเล่นกับนักเรียนผู้ฟัง จะได้ไม่เบื่อแล้วก็ได้นานถึง 3ชม.

อย่าไรก็ตาม.. การ present ได้เริ่มขึ้นแล้ว

ผม พูดไปเรื่อยๆตามบทและ slide ด้านหลังที่ได้เตรียมมาไว้แล้ว ด้วยความกลัวว่าผู้ฟังจะเบื่อแล้วหลับ ผมเลยตั้งกฎเหล็กไว้สามข้อในการ present ครั้งนี้

1. ห้ามผู้ฟังหลับ ถ้าใครหลับจะเรียกออกมาทำโทษ ด้วยการทำอะไรก็ได้ตามที่เพื่อนๆสั่ง
2. ในการ present ผมจะพยายามทำบรรยากาศให้สนุกสนาน ดังนั้นห้ามเครียด และหากใครมีอะไรสงสัยสามารถยกมือถามได้ตลอดเวลา
3. หากใครเริ่มง่วงให้กลับไปดูข้อหนึ่งใหม่

การ present เป็นไปได้ด้วยดีตลอดเวลา 3 ชม.ที่ผมยืนอยู่บนนั้น แทบไม่น่าเชื่อว่ายืนอยู่โดยไม่นั่งเลยได้ไง แถมยังพูดได้เรื่อยๆตาม slide บ้าง ออกนอก slide บ้าง มีมุกสดบ้าง สนุกดี สำหรับน้องๆที่มาฟัง ซึ่งเป็นนักเรียน ม.6 นั้นก็สนุกดี เป็นกันเองมากๆ กล้าเล่นกล้าพูด ทำให้ตลอด 3 ชม.นั้นไม่น่าเบื่อเลย

ช่วง 1 ชม.ก่อนหน้าการพูดจะสิ้นสุดลง ผมได้เลือกจะขอให้นักเรียนที่ฟังอยู่ เลือกเพื่อนออกมาเต้นบนเวที เพื่อให้งานเกิดสีสัน ผมบอกว่า “ใครอยากขึ้นมา dance บนนี้บ้าง” แต่ไม่มีเสียงตอบรับ ผมเลยถามใหม่ว่า “ไหนเพื่อนๆลองแนะนำคนที่ให้ขึ้นมา dance หน่อย” ได้เสียงตอบรับมาอย่างล้นหลาม และกลายเป็นว่าชั่วโมงนี้เป็นอีกหนึ่ง hi-light ของงาน

น้องผู้ชายหน้าตาน่ารักทั้งสองคนขึ้นมาบนเวทีพร้อม กับฉุดน้องผู้หญิงขึ้นมาเป็นเพื่อน รวมแล้วสามคน ผมก็ต้องคิดมุกสดว่า จะให้พวกเค้า dance กันยังงัยดี

ผมบอกว่า “เอาเป็นว่าเรามา dance แข่งกันดีกว่า”

น้อง คนหนึ่งบอกว่า “ไม่เป็นไรค่ะอาจารย์.. ผมเตรียมเพลงมา” (อ่านแล้วอาจจะขัดๆนะครับ ไม่ได้เขียนผิด เธอบอกอย่างนี้จริงๆ มี “ค่ะ” ผสมกับ “ผม”)

เตรียมเพลงมา แปลว่าอะไร งง?? ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร เลยบอกว่า “งั้นผมขอลงไปนั่งดูข้างล่างนะ”

ว่าแล้วเพลงก็มา.. NO Body nobody but YOU!! ….

โอ โฮ้.. เพลง hilight น้องๆ dance กันตาม step สามคน เหมือนใน MV เป๊ะๆ แจ๋วมากๆ เพื่อนๆกรี๊ดกันลั่นห้อง สนุกมากๆ พากันตาสว่างกันเป็นแถว ต้องยอมรับว่า สามคนนี้ขึ้นมาแล้ว สนุกขึ้นมามากจริงๆ

จบ Dance ขั้นรายการแล้ว ผมก็บรรยายต่อ ซึ่งเหลืออีกไม่กี่ slide ก็จบแล้ว

พูดเสร็จที่เวลา 11.45น. เหลืออีก 15 นาที เป็นเวลาที่นศ.ขึ้นมาบนเวที ขอบคุณผม แล้วก็ให้ของขวัญที่ระลึก

จบที่เที่ยงตรง perfect timing จริงๆ

สรุป แล้วก็ประทับใจทั้งหมดทุกคนตั้งแต่กลุ่ม นศ.ที่จัดงาน อาจารย์ นักเรียนที่มาฟัง และนศ.ในมหาวิทยาลัยที่โดยเกณฑ์มาฟัง ถือว่าเป็นงานที่จัดได้ smooth มาก เหมือน pro และสนุกมากจริงๆ แต่ก็เหนื่อยมากจริงๆด้วย

เอาเป็นว่า หากมีงานคราวหน้าให้ไปพูดอะไรแบบนี้อีก ยิ่งถ้ากับนักเรียน วัยรุ่น กลุ่มขำขำแบบนี้ คงจะไม่พลาด

>วิชาการเขียนบทสำหรับโฆษณาวิทยุ

February 20, 2009 Class / Training No Comments

>หลังจากที่ไม่ได้ update เรื่องการสอนที่มหาลัยมาพักหนึ่ง วันนี้จึงจะกลับมาเล่าให้ฟังกันว่า ได้อะไรแปลกๆจากไอเดีย นศ.มาไม่น้อยเหมือนกัน

อาทิตย์ที่ผ่านมาได้ให้โจทย์นศ.ในการทำกิจกรรมภายในห้องเรียน โจทย์คือให้เขียนบทสนทนาสำหรับโฆษณาวิทยุ เพื่อ promote สินค้าตัวใหม่ ที่ให้นศ.คิดขึ้นมาเอง เป็นอะไรก็ได้ ที่ไม่เคยมีในโลก

เวลาประมาณ 1.30 ชม. นศ.คิดอะไรออกมาได้เยอะไม่น่าเชื่อ วันนี้จึงจะหยิบมาเล่าให้ฟังเท่าที่พอจะจำได้..

โลงต่ออายุ
เพียงลงไปนอนในโลง และเลือกอายุที่เราต้องการ จากนั้นเครื่องก็จะปรับอายุให้.. ประมาณนี้ (เท่าที่จำได้) แต่ hi-light ของงาน อยู่ใน script ที่น่าเชิญชวนอย่างยิ่งว่า.. “เรายินดีคืนเงิน… หากคุณตายก่อนกำหนด!!??”

นิ้วสั่งเครื่องใช้ไฟฟ้า
เป็นไอเดียที่ดีสำหรับภาวะปัจจุบันที่เรามีอุปกรณ์บันเทิงมากมาย ไม่ว่าจะเป็น TV, DVD, Stereo ต่างๆ ทำให้เรานั้นมี remote สำหรับเครื่องเหล่านั้นมากมาย นศ.กลุ่มนี้จึงคิดว่า อยากจะทำ chip ฝังไว้ในนิ้ว เมื่อเอานิ้วไปชี้ที่อุปกรณ์ต่างๆ เหล่านั้น ก็จะสามารถเปลี่ยนช่องรายการ ทำงานแทน remote ได้เลย

มอไซต์ใช้น้ำไรก็ได้
เหมือนว่าจะเป็น idea ที่ไม่ได้ใหม่มากนัก ที่ว่าต้องการให้มอเตอร์ไซด์สามารถใช้น้ำอะไรก็ได้เป็นเชื้อเพลิงนอกจากน้ำมัน แต่ความน่าสนใจอยู่ที่การเขียน script ออกมาประมาณว่า.. “อุ๊ยน้ำมันหมด.. ” ส่วนเพื่อนก็ “เออ ปวดเยี่ยวพอดี”

ปืนขยายกล้วย
จะเป็นปืนย่อส่วนเหมือนโดเรมอนก็คงไม่ผิดนัก แต่น่าสนใจตรงที่มันดันเอามาขยายกล้วยนี่น่ะสิ ทำให้ได้ความรู้สึกกำกวม แต่น่าสนใจใช้ได้

หมวกกันน๊อคเปลี่ยนทรงผม
เมื่อเราต้องการเปลี่ยนทรงผม เพียงใส่หมวกกันน๊อค และคิดว่าอยากจะได้ทรงผมอะไร ก็จะได้ตามนั้น

นมช้าง
เป็นโฆษณาให้ดื่มนมช้าง ซึ่งบอกตามตรงเลยว่า ตอนที่ได้ฟัง รู้สึกว่ามันคงจะแปลกถ้ากินนมช้าง แต่พอฟังชื่อยี่ห้อนมแล้ว ช่วยกระชากความน่าสนใจออกมาได้เยอะมากเลย เพราะใครจะบ้าไปคิดชื่อยี่ห้อว่า.. นมยี่ห้อ “ช้างขี่ตั้กแตน”

>CLASS / Week นี้เสียว (จะท้องเสีย) ที่สุด

September 7, 2008 Class / Training 1 Comment

>
หลังจากที่ได้เรียนได้สอนกันมานาน เทอมที่ 2 ก็ใกล้จะหมดอีกแล้ว วันนี้เตรียมท้องไปตั้งแต่เช้าเพื่อที่จะไป review งานที่ได้ให้นศ.ไปทำในช่วง 1 อาทิตย์ที่ผ่านมา นั่นคือ การเปิดโอกาสให้นศ.ได้ลองทำน้ำผลไม้ใหม่ โดยให้มีส่วนผสมระหว่างผลไม้ไทย และ ผลไม้ต่างชาติ (ที่แต่ละกลุ่มได้) ซึ่งต้องขอบอกก่อนเลยว่า ทีแรกนั้นกะว่าจะไม่กินเลย เพราะว่ากลัวท้องเสีย แต่พอเข้าไปใน class แล้วก็อดไม่ได้ที่จะต้องชิมซะหน่อย และผลที่ออกมาก็เป็นดังนี้

กลุ่มที่ 1,2 จับได้ Brazil เลยเอาน้ำมะม่วงหิมพานต์ที่มีถิ่นกำเนิดแถวๆอเมริกาและบราซิล มาผสมกับน้ำส้มโอของเอเชีย รสชาติออกมาแปลกๆ แถมตอน present ทีแรกมีการให้ลองชิมก่อนแล้วให้ทายว่ามีส่วนผสมของอะไรบ้าง รสชาติที่ออกมามีหวานนิดๆ ติดขมด้วยอีกหน่อย ทำให้รู้สึกใสๆ บอกไม่ถูก แอบสดชื่นนิดๆ ซึ่งสุดท้ายทางทีมที่ทำออกมาบอกว่า มีส่วนผสมของโซดาอยู่ด้วยนิดหน่อย เลยคิดว่าอาจจะเป็นเพราะตัวนี้ล่ะมั้ง
กลุ่มนี้มี idea ดีตรงการตั้งชื่อ ชื่อน้ำผลไม้นี้ตั้งชื่อมาว่า น้ำ “Cashmelo” ที่มาจากคำว่า “Cashewy” น้ำมะม่วงหิมมะพานต์ และคำว่า “Pomelo” น้ำส้มโอ

กลุ่มที่ 3,4,5 จับได้ “Afarica” ทำหน้าสัปปะรดผสมน้ำฝรั่ง มีข้อดีตรงที่สีของน้ำนั้นดูสวยใส น่ากิน ส่วนรสชาตินั้นก็อร่อย ทานง่าย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการผสมกันของน้ำ 2 อย่างที่เราเหมือนจะคุ้นเคยกันอยู่แล้ว ทำให้เมื่อกินไปแล้วไม่รู้สึกแปลกลิ้นอะไร Package ของกลุ่มนี้ทำออกมาดูดีใช้ได้ comment หลักๆที่มีให้เห็นจะเป็นแค่ wording ที่เขียนอยู่บนกล่อง ที่มีขนาดเล็กเกินไปและการจัด position ยังไม่ดี

กลุ่มที่ 6,7,8 นี้ได้ประเทศอียิปต์ เลยเอาน้ำฝรั่ง ผสมกับน้ำลูกพลัม โดยทางทีมบอกว่าลูกพลัมนั้นไปซื้อกันมาแบบสดๆ แล้วเอามาปั่นรวมกับน้ำฝรั่ง ส่วนหน้าตานั้นออกมาเป็นสีออกแดงๆ หน่อย เนื่องจากได้ใช้ลูกพลัมสีดำ (ทำให้น้ำออกมาเป็นสีแดง) และมีลักษณะเป็นน้ำข้นๆ ที่ทีแรกก็เข้าใจว่าอารมณ์เหมือนน้ำ V8 ซึ่งท้ายสุดทางทีมก็บอกมาว่า อยากให้เหมือนอย่างนั้นอยู่เหมือนกัน สำหรับรสชาตินั้นออกมาแบบเปรี้ยวๆ บางคนชอบ บางคนก็ไม่ชอบ แต่สำหรับผมนั้นว่า ก็อร่อยดีไปอีกแบบ ไม่เลี่ยนดี ส่วนเรื่องของ package นั้น ใช้รูปภาพ graphic ที่บ่งบอกถึงความเป็นอียิปต์ได้ชัดเจนมาก (ไม่ชัดได้งัย) อย่างไรก็ตามรูปภาพบนกำแพงนี้ ทำให้ตัวกล่องดูแข็ง ประกอบกับโทนสีน้ำตาล ซึ่งอาจจะไม่เข้ากับน้ำข้างในที่เป็นสีแดง สำหรับเรื่องที่ต้องแก้ไขก็คือเรื่องของ wording บนตัวกล่องที่น่าจะต้องมีบอกว่าข้างในเป็นน้ำอะไรบ้าง เพื่อเป็นการ communicate กับลูกค้าได้ เพราะเพียงแค่รูปภาพทางด้านล่าง (ที่ดูจะอยู่นอกจุดสนใจ)อาจจะไม่พอ และอาจจะทำให้น้ำรสชาติดีดีไม่สามารถส่งถึงลูกค้าได้ เพราะลูกค้าไม่รู้ว่า ข้างในกล่องสีน้ำตาลที่บอกว่าเป็นอียิปต์นี้ มีอะไร

กลุ่มที่ 9, 10, 11 ออกมาเป็นกลุ่มแรกเลย กล้าหาญมาก เราเลยกล้าหาญกิน (จากทีแรกกะว่าคราวนี้จะไปกินเลย กลัวท้องเสีย) กลุ่มนี้ได้ประเทศอิตาลี ซึ่งก็ได้ผลลัพท์ออกมาเป็นน้ำมังคุด ผสม น้ำลูกพรุน ดูหน้าตาไม่ค่อยหน้ากินเท่าไร่ สีเหมือนน้ำชีวภาพ ก็คงจะเป็นเพราะน้ำลูกพรุนที่มีสีดำนำมาเลย อย่างไรก็ตาม รสชาติที่ได้นั้นอร่อยกว่าที่เห็น มีรสหวาน อร่อย ทานง่าย สิ่งที่ติดใจสำหรับกลุ่มนี้นอกจากน้ำแล้วนั้น ตัว Ad ที่ทำมาให้ดูโดยนำเอาศิลปะของ Michael Angelo มาผสมเพื่อให้ได้อารมณ์อิตาลีนั้น ทำได้ดูดี และเป็นจริงได้

ผลสรุปจากการได้ทดลองทำน้ำใหม่ๆนี้ขึ้นมา ทำให้ผมนั้นตัวร้อน และรู้สึกเมาไปพักหนึ่ง ซึ่งก็งงเหมือนกันว่าเมาได้งัย ทั้งๆที่กินแต่น้ำผลไม้ (หรือว่ามีใครแอบใส่แอลกอฮอล์) อย่างไรก็ตาม การทำการบ้านคราวนี้เราพยายามฝึกให้ทุกคนได้ร่วมกันทำงาน ร่วมกันคิด หาอะไรใหม่ๆ ได้ทำการ research และรู้จักกับผลไม้แต่ละชนิด รู้จักทดลองก่อนนำเอามาใช้จริง ถึงแม้ว่าจะท้องเสียกันไปเยอะก็เถอะ สุดท้ายแล้ว โดย idea ของผมในการให้ทำการบ้านแต่ละครั้งนั้นก็เหมือนกัน คือ กว่าที่เราจะ creative ได้นั้น เราต้องหัดคิด ได้เจออะไรใหม่ๆ ได้ทดลอง แล้วเมื่อถึงเวลาที่ต้องคิดต้องทำจริงๆ เราก็พร้อม และมีความชำนาญพอควรสำหรับสินค้าหรืองานชิ้นนั้นๆ

“More input, more output”

>CLASS / ศิลปะและวัฒนธรรม

August 25, 2008 Class / Training 2 Comments

>สัปดาห์ที่ผ่านมาได้สอนเรื่องราวเกี่ยวกับ Design and Culture หรือการออกแบบ ศิลปะและวัฒนธรรม โดยเนื้อหานั้นได้แบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนแรกจะเป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับศิลปะและวัฒนธรรมที่เด่นๆ ของโซนเอเซียที่เรารู้จักกันก่อน ซึ่งชาติที่ได้จับมาคุยกันนั้นมี 4 ชาติ 4 สไตล์ดังนี้ ญี่ปุ่น จีน อินเดีย และ บาหลี-อินโดนีเซีย และส่วนที่ 2 คือโซน ยุโรป อาฟาริกา อเมริกาเหนือและใต้ ซึ่งจะคุยกันในสัปดาห์หน้า
สำหรับ presentation ในสัปดาห์นี้ นศ. สามารถ download ได้จาก link นี้

Search This Site:



rgb72 on Facebook

คำศัพท์ Internet วันละคำ

Android (คำที่เกี่ยวข้อง: App)
- ระบบปฎิบัติการบนมือถือและอุปกรณ์พกพาประเภท Tablet ที่พัฒนาโดย Google ซึ่งเป็นระบบปฎิบัติการประเภท Open Source ซึ่งนอกจากจะเปิดให้นักพัฒนาสามารถแปลงระบบของตัวเองได้โดยอิสระแล้ว ยังเป็นระบบที่มีความเสถียร ใช้งานง่าย และที่สำคัญคือ ฟรี ทำให้เป็นบริษัทมือถือหลายค่ายอย่าง Samsung, LG, และ HTC หันมาเลือกใช้ Android แทน Windows Mobile

72's Friends

Useful Links

rgb72


being72 คือหนังสือที่รวบรวมเรื่องราวความเป็น rgb72 บริษัทออกแบบเว็บไซต์ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน โดยจัดทำเนื่องในโอกาสครบรอบ 10ปี

+ บทความจากผู้เขียน
+ ตอนที่1: Pre-rgb72 / ทำงานกับ Martha Stewart
+ ตอนที่2: Pre-rgb72 / Arcadian
+ ตอนที่3: Pre-rgb72 / ewit
+ ตอนที่4: เริ่มต้นอย่างเงียบๆ
+ ตอนที่5: Generation 1 (ยุคที่1:บุกเบิก) / เริ่มต้นที่ศูนย์
+ ตอนที่6: โทร โทร โทร...
+ ตอนที่7: นามบัตร
+ ตอนที่8: หนังสือพิมพ์และโทรทัศน์
+ ตอนที่9: MATCHING STUDIO
+ ตอนที่10: มีเงินที่ไหน ให้ไปที่นั่น
+ ตอนที่11: พนักงานคนแรก
+ ตอนที่12: ภาพแทรก ออฟฟิสที่สองของ rgb72
+ ตอนที่13: เพื่อนจาก ewit
+ ตอนที่14: GettyImages ฟ้องจริง ถึงจริง
+ ตอนที่15: เว็บไซต์ที่ทำแบบมากที่สุด
+ ตอนที่16: ความฝันที่ 1 พบชื่อลูกค้าทุกๆ ห้านาทีที่ขับรถ
+ ตอนที่17: สมุย.. สร้างเสร็จได้ในวันเดียว
+ ตอนที่18: ขึ้นศาล.. มันไม่สนุก
+ ตอนที่19: นักธุรกิจต่างชาติ
+ ตอนที่20: ความฝันที่ 2 เที่ยวต่างประเทศ
+ ตอนที่21: Super AE
+ ตอนที่22: สินบน
+ ตอนที่23: ผู้หญิงที่ผมไม่รับ
+ ตอนที่24: งานที่คุณไม่ได้ดู
+ ตอนที่25: นักออกแบบ
+ ตอนที่26: คู่แข่งที่รัก
+ ตอนที่27: เซียนหลังกระดานหุ้น ตอนที่ 1/2
+ ตอนที่27: เซียนหลังกระดานหุ้น ตอนที่ 2/2
+ ตอนแทรก: หาาา?... อะไรนะ!!??
+ ตอนที่28: ยิ่งให้... ยิ่งได้
+ ตอนที่ 29: Wall of Frames
+ ตอนที่ 30: ผี 72





Recent Comments

Powered by Disqus