Home » Design » Recent Articles:

Creative อยู่รอบตัวเรา: Pirates of the Caribbean

เขียน: เก่ง / ตรวจทาน: จ๋า

Designer หลายๆ ท่านต้องเคยเจอปัญหาคิดงานไม่ออกกันมาบ้างไม่มากก็บ่อย เวลาที่ต่อมความคิดเราเริ่มตัน มุกเริ่มจะหมด วิธีแก้ขั้นพื้นฐานของหลายๆ คนคือ…การหยุดทำงาน ออกไปชมนกชมไม้ข้างนอก หรือท่องโลกอินเตอร์เนตหาอะไรใหม่ๆ ใส่เข้าไปในหัว เพื่อไปจุดประกายให้ตัวเองใหม่ วันนี้…ผมมีเคสตัวอย่างที่น่าสนใจมานำเสนอ

เคยดูภาพยนต์เรื่อง Pirates of the Caribbean มั้ยครับ?

Pirates of the Caribbean เป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์จากค่าย Disney ซึ่งกำกับภาพยนตร์โดยผู้กำกับชื่อ Gore Verbinski และมีนักแสดงนำมากความสามารถอย่าง Johnny Depp, Orlando Bloom และ Keira Knightley น่าเสียดายที่นักแสดงในภาค 4 กลับเหลือจาก 3 ภาคแรกมาเพียงแค่คนเดียว นั่นคือ Johnny Depp ที่รับบทเป็น Jack Sparrow (แน่ล่ะว่า ถ้าไม่มีพี่แก ทำหนังให้ตายยังไง คนก็ดูแล้วไม่ต่อเนื่องไม่คิดว่าเป็นภาคสี่แน่ๆ)

สิ่งที่น่าสนใจสำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ นอกจากเนื้อหาที่น่าสนใจและสนุกสนานจนยากจะลุกออกจากที่นั่งแล้ว เบื้องหลังการทำภาพยนตร์กลับยิ่งสนุกและน่าสนใจมากกว่า

หากศึกษาเรื่องราวกว่าจะเป็น Pirates of the Caribbean แล้วจะพบว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้มีเรื่องให้ศึกษา น่าติดตาม และเป็นแรงบันดาลใจให้เราได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น 3D ที่แสนจะอลังการ การถ่ายทำบนเรือโจรสลัดที่แล่นอยู่กลางมหาสมุทร การแต่งหน้าแต่งตาตัวนักแสดงที่แสนจะพิลึกกึกกือ และหากจะลงลึกไปถึงการวาดภาพสเก็ตก่อนจะทำภาพยนตร์จริงนั่น ยิ่งทำให้รู้สึกน่าทึ่งเข้าไปอีก

และเรื่องที่ผมอยากจะพูดถึงเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องนี้คือ “กว่าจะมาเป็นผิวของ เดวี่ โจนส์”

ก่อนอื่นคงต้องบอกก่อนว่า เดวี่ โจนส์ คือตัวละครเด่นตัวหนึ่ง(เด่นมากในภาคหลังๆ) คาแรคเตอร์เด่นของเค้าคือมีหัวเป็นปลาหมึกนั่นแหละครับ บางคนเห็นเค้าในหนังแล้วอาจจะรู้สึกคุ้นๆ หน้าตานักแสดง.. หากนึกไม่ออกขอบอกว่าคือ Bill Nighy คนที่เล่นเป็นนักรัองตลกๆ ในเรื่อง Love Actually นั่นเอง

ส่วนเรื่องผิวที่ของเดวี่ โจนส์ที่ผมบอกไป ก็หมายถึง ผิวหนังหรือ texture นั่นเองครับ

นอกจากความเก่งของช่างแต่งหน้าที่ต้องแต่งหน้าเค้าให้เนียนและสมจริแล้ว ยังมีทีม 3D อยู่ด้านหลังอีกกลุ่มหนึ่งที่จะเนรมิตให้เค้านั้นเป็น เดวี่ โจนส์ หรือปีศาจปลาหมึก

ทีม 3D ที่ว่านี้วันๆ ก็จะนั่งทำแต่หนวดปลาหมึก​ ซึ่งความยากของมันคือ

1. ต้องทำให้เหมือนหนวดปลาหมึก (แน่นอน!)

2. ต้องทำให้แต่ละหนวดเคลื่อนไหวได้โดยอัตโนมัติเป็นอิสระต่อกัน

3. ต้องสามารถบังคับหนวดให้ทำงานได้ เช่น หยิบกุญแจ เป็นต้น

การทำ movement ยังถือว่าไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่ปัญหาหลักข้อหนึ่งที่ทีมงานพบ กลับเป็นผิวของเจ้าเดวี่ โจนส์ ที่ทางทีมไม่รู้ว่าจะหา texture หรือผิวนี้ได้จากไหน

แต่แล้ว inspiration ก็เกิดขึ้น .. เมื่อหนึ่งในทีมทำ 3D นั่งดื่มกาแฟในตอนเช้าจากแก้วโฟม

เค้าดื่มกาแฟจนหมดแล้ว แล้วพบว่า เมื่อมองลงไปที่ก้นแล้ว เค้าเห็นลายของโฟมที่มีคราบกาแฟติดอยู่ เห็นเป็นเม็ดๆ ดูน่าสนใจเค้าเลยลองเอาแก้วกาแฟนั่นไปสแกน แล้วเอาไป map กับหนวดของ เดวี่ โจนส์

Bingo!! นี่แหละ texture ของหนวดเดวี่ โจนส์ ที่หามานาน

แม้ว่ามันจะดูเป็นแค่เรื่องบังเอิญ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เลยนะครับ เพราะสิ่งที่เค้าทำมันอยู่ในสัญชาตญาณความเป็นนักออกแบบ นักคิด นั่่นคือความเป็นคนช่างสังเกต

ความช่างสังเกตนี่แหละคือคุณสมบัติพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของคนเป็น Creative

ไม่จำเป็นต้องเป็นฝรั่งต่างชาติจึงจะทำแบบนี้ได้ แต่คนไทยเราเก่งๆ ก็มีมากมาย คุณโน๊ส อุดม แต้พานิช ก็เป็นคนหนึ่งที่ช่างสังเกตมากๆ ไม่เช่นนั้นคงไปหาเรื่องอะไรต่อมิอะไรมาพูดให้เราขำได้อย่างมากมาย ทำไมเราถึงขำ ทำไมเราถึงอยากฟัง ก็เพราะเรื่องที่เค้าพูดเป็นเรื่องจริง เรื่องใกล้ตัว แต่เป็นเรื่องที่เราไม่เคยทันสังเกต ไม่เคยสนใจ

คุณคริสโตเฟอร์ ไรท์ ฝรั่งพูดไทยก็เช่นกัน เค้าสังเกตเรื่องการใช้ภาษาของคนไทย และนั่นทำให้เค้าโดดเด่น ทำให้คนรู้จักและสนใจ

หรืออีกคนที่อยากจะพูดถึงคือ คุณแดเนียล พิธีกรรายการ “หลงกรุง” ช่อง ThaiPBS ทุกเย็นวันอาทิตย์(สามารถหาดูย้อนหลังได้ที่ YouTube แบบไม่ต้องแคร์เวลา) คุณแดเนียลคือชาวแคนาดาที่ติดใจเมืองไทย เค้าชอบสังเกตความเป็นไปของคนไทย และเมื่อเค้าสังเกต ทำให้เกิดสงสัยกับวัฒนธรรมและสิ่งต่างๆ ที่เค้าได้เห็น

ความ “สงสัย” นี่แหละ คือจุดที่สองต่อจาก “สังเกต” และคนเราเมื่อเกิดความสงสัยแล้ว ขั้นต่อมาที่ต้องทำคือ “ค้นหาคำตอบ”

อีกทีนะครับ สังเกต > สงสัย ตั้งคำถาม > ค้นหาคำตอบ

ทุกคนที่ผมกล่าวมาข้างต้นทำตามขั้นตอนนี้หมด ไม่มีขาดตกบกพร่อง หากคุณเป็นคนที่ชอบสังเกต และ ขี้สงสัย ตั้งคำถามไปเรื่อย แต่ไม่คิดจะหาคำตอบ ระวังจะเสียเวลาเปล่านะครับ

และทั้งหมดนี้คือเรื่อง Creative ที่เราหาเรียนรู้ได้จากสิ่งรอบตัว คนรอบตัว เป็นอีกหนึ่งแนวทางของการฝึกตัวเองให้มีความคิดสร้างสรรค์แบบไม่มีวันหมดอายุครับ

ขอให้ทุกคนสนุกกับการคิดนะครับ

ปุ่ม “OK” ควรอยู่ ซ้าย หรือ ขวา?

June 15, 2011 Design 3 Comments

บทความจาก Fast Company Design ในหัวข้อ Design Basics: Flow Is Why “OK” Buttons Are Always On The Right พูดถึงวิธีการวางปุ่ม “OK” ว่าแท้จริงแล้วนั้น เราควรจะวางไว้ตรงไหน

เวลาออกแบบ เราก็มักจะใช้หลักของความคุ้นเคย ความเคยชิน ใส่ลงไปในงานนั้นๆ ดังนั้นเมื่อเราต้องออกแบบ pop up ขึ้นมาตัวหนึ่งซึ่งมีตัวเลือกสำหรับ user สองตัวเลือก นั่นคือ “OK” หรือ “Cancel” นั้น เราจะวางมันอย่างไร?

หลายคนวางให้ปุ่ม OK อยู่ทางด้านซ้าย ตามด้วยปุ่ม Cancel อยู่ทางขวามือ ซึ่งก็ไม่น่าแปลกอะไร เพราะตามหลักการอ่านจาก ซ้าย ไป ขวา ทำให้เราเข้าใจว่า การเรียงลำดับซึ่งที่สำคัญกว่าให้เห็นก่อนนั้น เป็นเรื่องที่สมควร

แต่จากการทดลองพบว่า เมื่อเราวางปุ่ม OK ให้อยู่ก่อนปุ่ม Cancel ผู้ใช้งานมักจะดูที่คำว่า “OK” ก่อน และเพื่อความชัวร์ เค้าก็จะเหลียวไปดูซักหน่อยว่า อีกตัวเลือกหนึ่งคืออะไร เมื่อเห็นว่าเป็น “Cancel” ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ต้องการ เค้าก็จะกลับมาเลือกกดที่คำว่า “OK”

การมองในลักษณะที่ดังกล่าวเป็นเรื่องปกติ แต่นั่นทำให้ผู้ใช้งานเสียเวลามากขึ้น เพราะเค้าต้องมองถึงสามจุด “OK > Cancel > OK”

แต่หากเราเปลี่ยนใหม่ เอาปุ่ม “OK” ไปไว้ด้านขวา ไว้หลังปุ่ม “Cancel” สิ่งที่ผู้ใช้งานจะมองคือ มองที่ปุ่ม Cancel ก่อน เห็นว่าไม่ใช่ก็จะดูปุ่มถัดไป เมื่อเห็นปุ่ม OK ก็จะเลือกกดได้เลย และนั่นทำให้สมองไม่ต้องทำงานหนัก มองแค่สองจุด คือ “Cancel > OK”

ลองสังเกต UI อื่นๆดูบ้างว่า เค้าคิดอย่างเดียวกันนี้บ้างรึเปล่า เริ่มต้นจากปุ่ม ปิดเครื่องของ Mac

หรือลองดูว่าจากเมนูนี้ ตัวเลือกไหนถูกใช้งานมากที่สุด

การวางสิ่งที่ต้องการใช้มากที่สุดไม่จำเป็นต้องอยู่ลำดับแรก จริงๆแล้วมันควรจะอยู่ลำดับสุดท้ายต่างหาก

Design Basics: Flow Is Why “OK” Buttons Are Always On The Right (http://www.fastcodesign.com/1664046/design-basics-flow-is-why-ok-buttons-are-always-on-the-right)

กรรมการ Porar Awards

วันหนึ่ง ขณะที่กำลังไปเที่ยวเกาะช้างอยู่กับทีมงาน rgb72 เสียงเตือนแจ้งว่ามีอีเมล์ใหม่ก็ดังขึ้น

ผมเปิดดู เห็นอีเมล์ของเพื่อนที่รู้จักกันมาเกือบๆจะสิบปี คุณสุรัตน์เจ้าของ porar ผู้ให้บริการด้าน server รายใหญ่ที่สุดรายหนึ่งในประเทศ

แม้ผมจะรู้จักเค้ามานาน แต่ก็ยังคงเรียกเค้าว่า “คุณสุรัตน์” มาจนถึงทุกวันนี้ อาจจะเป็นเพราะครั้งแรกที่รู้จักกันนั้นผมอยู่ในฐานะลูกค้าแบบแบ่งเช่าพื้นที่ server

คุณสุรัตน์แจ้งมาว่า มีเรื่องรบกวน อยากให้เป็นกรรมการตัดสินผลงานเว็บไซต์ที่คิดว่าดีเลิศในด้านการออกแบบ ความสวยงาม การใช้งาน ความคิดสร้างสรรค์ และเรื่องการเขียน programming นิดหน่อย ซึ่งเหล่านี้ เป็นทางผมอยู่แล้วครับ เลยไม่ลังเลที่จะตอบกลับไป โดยในเนื้อความนั้นมีเขียนลงท้ายว่า เว็บทั้งหมดที่เข้าประกวดเป็นเว็บที่จับจองพื้นที่อยู่ใน server ของ porar และ porar นั้นต้องการทำเพื่อฉลองครบรอบ 10ปี ของบริษัท ดังนั้นจึงเรียกชื่อการประกวดครั้งนี้ว่า “Porar Awards

แจ่มไปเลย.. ผมคิด..

อีเมล์จากทาง Porar ส่งมาหาผมอีกครั้งในช่วงเวลาไม่ถึง 2 อาทิตย์หลังจากการคุยกันทางอีเมล์ครั้งแรก สิ่งที่แนบมาด้วยคือไฟล์ excel ที่เปิดมาแล้ว เห็นแต่ URL link ของเว็บไซต์ต่างๆมากมาย พร้อม deadline กำหนดส่งคะแนน

“ตายล่ะ” ผมคิด เพราะช่วงนี้งานเข้าอยู่ ยุ่งมากๆ ทำงานถึงตี4 ตี5 เป็นว่าเล่น แต่เป็นกรรมการตัดสินก็อยากจะเป็น ดังนั้นยังไงก็ต้องทำ

ไฟล์ excel แบ่งย่อยอีก 6 ช่อง เพื่อให้ลงคะแนน ซึ่งแต่ละช่องมีคำกำกับอยู่ด้านบนว่า
ความลงตัวของสี รูปภาพ ฟอนต์
การออกแบบและเลย์เอาต์
เอกลักษณ์ของเว็บและข้อความที่สื่อสาร
ความคิดสร้างสรรค์
เทคนิคและวิธีการเขียนโปรแกรม
คำแนะนำ

แต่ละหัวข้อเป็นเรื่องที่ผมคิดว่าตัวเองมีความสามารถพอที่จะวิเคราะห์และให้คะแนนได้ไม่ยาก แต่สิ่งที่ยากคือ เว็บไซต์ที่ส่งมาให้แต่ละเว็บนั้น มีความเป็นสุดยอดอย่างไม่น่าเชื่อ!! มีเว็บสวยๆมากมาย มีทั้งเว็บที่เล่น flash ทั้ง site บางเป็น HTML ล้วน บางเว็บเน้นการให้ข้อมูลเนื่องจากเป็นเว็บของบริษัท บางเว็บเน้นการสะท้อนภาพลักษณ์ของสินค้า หลากหลายลายตา และปวดหัว

การให้คะแนนไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ผมใช้เวลาถึง 4 คืนในการ review ทั้งหมด ซึ่งนั่นหมายถึงการทดสอบเว็บกับ browser อื่นๆ และ operating system อื่นเช่น Mac เป็นต้น

ไม่น่าเชื่อ เป็นสิ่งที่น่าเสียดายมากสำหรับหลายเว็บที่ทำออกมาได้ดูดีมาก สวยงาม แต่เมื่อดูด้วยหลากหลาย browser แล้ว เห็นชัดว่า การแสดงผลไม่ได้ดีเท่าที่ควรจะเป็น บางเว็บตัวอักษรล้นออกมานอกกรอบ บางเว็บดูข้อความบางส่วนไม่ได้ หรือบางเว็บถึงขนาดว่า load Flash ไม่ขึ้นเลยก็มี สิ่งเหล่านี้เป็นรายละเอียดที่ทำให้งานดีดีของดีไซน์เนอร์หลายคน พลาดที่จะเข้ารอบสุดท้ายไป

ที่น่าสนใจคือ หลังจากการให้คะแนนเสร็จสิ้น ผมได้เข้าไปดูรายชื่อกรรมการทั้งหมดที่เว็บไซต์ แล้วบังเอิญเจอชื่อ “พี่อั้ม” programmer ระดับพระกาฬ ที่ชอบแฮก แกะ แคะ นู่นนี่ไปเรื่อย เป็นหนึ่งในคณะกรรมการด้านความปลอดภัยของเว็บไซต์ พี่อั้มบอกว่า เว็บไซต์บางตัวได้คะแนนด้านความปลอดภัยไปแค่ 1 เต็ม10 !!

ผมตกใจแล้วก็คิดว่า หรือว่าพี่อั้มโหด??!!

พี่อั้มบอกว่า จะไม่ให้มันได้แค่ 1 คะแนนได้ไง ในเมื่อ username กับ password ที่ตั้งในการเข้าหน้า admin นั้นตั้งไว้ว่า username: admin, password: admin

ผมถึงกับเหงื่อตก

หลังจากการให้คะแนนผ่านไปแค่หนึ่งวัน ผมได้รับโทรศัพท์ SMS และ การทักทายทาง Facebook จากเพื่อนบริษัทต่างๆ

บางคนก็มาบอกว่า “ไม่บอกเลยว่าเป็นกรรมการจะได้บอกให้ใส่คะแนนเยอะๆหน่อย” บางคนก็บอกว่า “คุณเก่งน่าจะหักคะแนนบริษัทคู่แข่งไปเลย” ฮ่า ฮ่า ฮ่าาาา.. นึกแล้วขำ

ใจจริงน่ะอยาก แต่ว่าคงต้องรักษามาตรฐานไว้ก่อน เวลาเขียนคะแนนลงไปก็แค่กำปากกาแน่นจนปากกาแทบจะแหลกคามือก็เท่านั้นเอง

การได้เป็นกรรมการ Porar Awards ถือว่าเป็นเกียรติมากครับที่ได้รับเชิญจากคุณสุรัตน์ เหนื่อย แต่สนุกดี ได้เห็นงานดีดีแปลกๆ จากทั้งคนที่รู้จัก และไม่รู้จักมากหน้าหลายตา คิดว่าถ้ามีการเปิดเผยหน้าคนทำบ้างก็น่าจะสนุกดี

คิดแล้วอยากจะทำบ้าง อยากให้มีกลุ่ม web designer ในประเทศไทยอย่างจริงจังบ้าง ไหนๆพวก web programmer ก็มีแล้ว กลุ่ม online marketing ก็มี ว่าแล้วใครคิดเหมือนผม ผมว่าเรามาจัดตั้งกลุ่มกันหน่อยดีมั้ยครับ?

ปล. ตอนนี้ใครอยากจะเข้าไปร่วม Vote หาผู้ชนะที่เป็นสุดยอด สามารถทำได้แล้วนะครับ ง่ายๆ แค่เข้าไปในเว็บตาม link นี้ http://www.porar.com/awards2010.html จากนั้น กด “LIKE” หนึ่งที แค่นี้ก็เรียบร้อยแล้วครับ

Adobe MAX 2010

November 3, 2010 Design, Software 2 Comments

Adobe MAX 2010

จบไปแล้วสำหรับงาน Adobe MAX 2010 งานของ Adobe ที่พูดถึงเรื่องนวัตกรรม และสิ่งใหม่ๆที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ยอมรับตามตรงว่ายังดูได้ไม่หมด แต่เห็นอยู่คร่าวๆว่า Adobe มีการพัฒนาด้านการข้าม platform เข้ามาสู่อุปกรณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Smart Phone หรืออุปกรณ์ประเภท Tablet ต่างๆ เช่น Playbook หรือ iPad และอื่นๆอีกมากมาย นอกจากนี้ยังแอบเห็นการโชว์ 3D ใน Flash ตัวใหม่ ที่สามารถทำเป็เกมได้เหมือน Need for Speed กันเลยทีเดียว

Adobe MAX 2010

สิ่งที่เด็ดสุดสำหรับงานนี้ ที่ผมชอบมากๆก็คือ การที่ทาง Adobe ได้รวบรวม Keynote และ Lecture จากสัมมะนาต่างๆในงาน บ้างก็พูดถึงเรื่อง Photoshop บ้างก็พูดถึง Dreamweaver และอนาคตของมาตรฐานที่ต่อไปเราจะต้องทำเว็บอย่างไรเพื่อให้ support จอที่จะมีหลากหลายขนาดมากขึ้น

พูดไปก็ไม่เห็นภาพ ลองเข้าไปดูตาม link นะครับ จะพบว่า ของฟรีที่ดีดีก็มีอยู่จริง

[button link="http://2010.max.adobe.com/online"]Adobe MAX 2010[/button]

เมื่อเว็บ Property Perfect ถูกยึด!!!

November 3, 2010 Design, Online Marketing, rgb72 1 Comment

Property Perfect - Perfect Showcase

ครั้งแรกของประเทศไทยที่เว็บใหญ่ๆที่ขึ้นอยู่จริงๆในปัจจุบัน โดนยึดด้วยแคมเปญงานที่ยิ่งใหญ่ เพื่อโปรโมทงานที่จะมีขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้

นั่นคือเว็บของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ Property Perfect (http://www.pf.co.th)

หลักการทำงานของแคมเปญนี้ก็คือ เมื่อผู้ใช้งานเว็บเข้าไปในเว็บไซต์ก็จะเห็นหน้าตาเว็บปกติ แต่เมื่อเค้ากดปุ่มที่เม้าส์แค่ครั้งเดียว ทุกอย่างก็จะเหมือนถูกรื้อถอน ไม่ว่าจะเริ่มจาก Banner ยักษ์ตรงกลางหุบ บุ๋มลงไปในช่องตรงกลาง ตามด้วยประตูที่ปิดอย่างรวดเร็ว ต่อด้วยพื้นที่ทะลุได้ใต้โซน banner เล็กทั้งสามอัน ทั้งนี้เพื่อนำเอา banner ทั้งสาม หดเข้าไปใต้เว็บไซต์ ไม่นานนักมีตะขอลงมาเกี่ยวเอาเมนูบาร์ออกไปทางด้านบน ตามด้วยเสียงอึกทึกของรถแทรกเตอร์ที่วิ่งเข้ามาจากทางด้านซ้ายเพื่อด้นเมนูอื่นๆที่ยังเหลือ ออกให้หมด ไม่นานนัก ไฟช๊อตเป็นระยะถี่ๆ จากนั้นจึงดับลง ทำให้เว็บไซต์ของ Property Perfect ที่เราหลงคิดว่าจริงมื่อสักครู่ หายวับไปกับตา เสมือนว่าจมอยู่ในความมืด

Property Perfect - Perfect Showcase

จากนั้นเว็บจะมีเสียงดังก้องตลอดเวลา เหมือนมีการก่อสร้างอะไรบางอย่างดูด้านหลังผ้าม่านที่เพิ่งเข้ามาปิดเอาไว้ และไม่นานฝ้าจึงเปิด และ graphic ในการ PR งานก็เปิดตัวขึ้น ช่างยิ่งใหญ่เสียนี่กระไร

Property Perfect - Perfect Showcase

นานทีเราจะได้มีอะไรที่ตื่นตาน่าสนใจ เพราะการยึดพื้นที่เว็บที่กำลังดำเนินการอยู่ทั้งหมดนั้น จำเป็นต้องได้รับโอกาสที่ดีจากลูกค้าและความสามารถในการทำงานให้ประสบผลสำเร็จได้ด้วยดีด้วย

Property Perfect - Perfect Showcase

เว็บไซต์ในรูปแบบพิเศษที่ถูกยึดจะมีให้เห็นจนถึงสิ้นสุดงาน Perfect Showcase นี้เท่านั้น ใครอยากดูอย่ามัวช้าอยู่ใย รีบเข้าไปดูพร้อมทั้งเล่นเกม “ถ่ายรูปคู่กับบี้” ง่ายๆ เพื่อลุ้นบัตร Concert ในวันอาทิตย์ที่ 7 พ.ย.นี้ 50รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง เท่านั้นไม่พอ ผู้ที่ชนะเลิศ 5 คนสุดท้ายจะได้รับเลือกให้ไปขึ้นเวทียักษ์ ณ​ ชาเลนเจอร์ฮอลล์เพื่อร้องเพลงคู่กับ บี้ เดอะสตาร์ ท่ามกลางสายตาทุกคู่จากเกือบหมื่นชีวิตที่จรดจ้องมาทางคุณ ลองดูนะครับ โอกาสดีดีแบบนี้หาไม่ได้อีกแล้ว!

Search This Site:



rgb72 on Facebook

คำศัพท์ Internet วันละคำ

APP (คำที่เกี่ยวข้อง: iOS, Android, iPhone, iPad)
- ย่อมาจาก Application (หรือเรียกง่ายๆว่า โปรแกรม) โดยมากใช้กับโปรแกรมที่ใช้กับ โทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์พกพาต่างๆ
การทำ App ต้องทำแยกสำหรับมือถือต่างยี่ห้อ โดยยึดเอาระบบปฎิบัติการเป็นที่ตั้ง ทั้งนี้ระบบปฎิบัติการบนมือถือและอุปกรณ์พกพาในปัจจุบันสามารถแยกออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ คือ iOS (พัฒนาโดย Apple) และ Android (พัฒนาโดย Google)

72's Friends

Useful Links

rgb72


being72 คือหนังสือที่รวบรวมเรื่องราวความเป็น rgb72 บริษัทออกแบบเว็บไซต์ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน โดยจัดทำเนื่องในโอกาสครบรอบ 10ปี

+ บทความจากผู้เขียน
+ ตอนที่1: Pre-rgb72 / ทำงานกับ Martha Stewart
+ ตอนที่2: Pre-rgb72 / Arcadian
+ ตอนที่3: Pre-rgb72 / ewit
+ ตอนที่4: เริ่มต้นอย่างเงียบๆ
+ ตอนที่5: Generation 1 (ยุคที่1:บุกเบิก) / เริ่มต้นที่ศูนย์
+ ตอนที่6: โทร โทร โทร...
+ ตอนที่7: นามบัตร
+ ตอนที่8: หนังสือพิมพ์และโทรทัศน์
+ ตอนที่9: MATCHING STUDIO
+ ตอนที่10: มีเงินที่ไหน ให้ไปที่นั่น
+ ตอนที่11: พนักงานคนแรก
+ ตอนที่12: ภาพแทรก ออฟฟิสที่สองของ rgb72
+ ตอนที่13: เพื่อนจาก ewit
+ ตอนที่14: GettyImages ฟ้องจริง ถึงจริง
+ ตอนที่15: เว็บไซต์ที่ทำแบบมากที่สุด
+ ตอนที่16: ความฝันที่ 1 พบชื่อลูกค้าทุกๆ ห้านาทีที่ขับรถ
+ ตอนที่17: สมุย.. สร้างเสร็จได้ในวันเดียว
+ ตอนที่18: ขึ้นศาล.. มันไม่สนุก
+ ตอนที่19: นักธุรกิจต่างชาติ
+ ตอนที่20: ความฝันที่ 2 เที่ยวต่างประเทศ
+ ตอนที่21: Super AE
+ ตอนที่22: สินบน
+ ตอนที่23: ผู้หญิงที่ผมไม่รับ
+ ตอนที่24: งานที่คุณไม่ได้ดู
+ ตอนที่25: นักออกแบบ
+ ตอนที่26: คู่แข่งที่รัก
+ ตอนที่27: เซียนหลังกระดานหุ้น ตอนที่ 1/2
+ ตอนที่27: เซียนหลังกระดานหุ้น ตอนที่ 2/2
+ ตอนแทรก: หาาา?... อะไรนะ!!??
+ ตอนที่28: ยิ่งให้... ยิ่งได้
+ ตอนที่ 29: Wall of Frames
+ ตอนที่ 30: ผี 72





Recent Comments

Powered by Disqus