<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>blog72 &#187; Online Marketing</title>
	<atom:link href="http://www.blog72.net/index.php/category/marketing/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.blog72.net</link>
	<description>ครีเอทีฟ ออนไลน์ และ ธุรกิจเว็บไซต์ ข่าวสาร อัพเดท เทคโนโลยี และ เทรนด์ใหม่ๆ ประสบการณ์จาก บริษัท เว็บไซต์ rgb72</description>
	<lastBuildDate>Mon, 06 Feb 2012 02:39:49 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>Black Friday และ Happy Bag! (มาดูฝรั่งและญี่ปุ่นช้อปปิ้ง)</title>
		<link>http://www.blog72.net/2011/11/27/black-friday-happy-bag/</link>
		<comments>http://www.blog72.net/2011/11/27/black-friday-happy-bag/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 27 Nov 2011 04:20:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sittipong</dc:creator>
				<category><![CDATA[*CREATIVE & IDEA]]></category>
		<category><![CDATA[Online Marketing]]></category>
		<category><![CDATA[ทั่วๆไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.blog72.net/?p=2567</guid>
		<description><![CDATA[<div addthis:url='http://www.blog72.net/2011/11/27/black-friday-happy-bag/' addthis:title='Black Friday และ Happy Bag! (มาดูฝรั่งและญี่ปุ่นช้อปปิ้ง) ' class="addthis_toolbox addthis_default_style ">
<a class="addthis_button_facebook_like"></a>
<a class="addthis_button_google_plusone"></a>
<a class="addthis_button_tweet"></a>
<a class="addthis_button_compact"></a>
<a class="addthis_counter addthis_bubble_style"></a>
</div>ผ่านไปแล้วเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (25 พฤศจิกายน 2554) กับ Black Friday เทศกาลช้อปปิ้งอันแสนสนุกที่ลดราคากันสะบั้นหั่นแหลกของคนอเมริกัน คนอเมริกันจะมีวัฒนธรรมการซื้อของขวัญให้กับญาติ เพื่อน คนรู้จัก และ คนรู้ใจกันในช่วงเทศกาลสำคัญ โดยเฉพาะคริสมาส มันเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขจริงๆ เมื่อทุกคนไม่สนใจเรื่องงาน แต่จะสนใจว่า วันนี้จะไปซื้อของที่ไหนให้ใคร และด้วยเทคนิคการตลาดที่มีสินค้าใหม่ๆ ออกมาให้ได้ช้อป พร้อมกับการลดราคากันอย่างมากมาย ทำให้การช้อปปิ้งเลือกซื้อของขวัญยิ่งสนุกเข้าไปใหญ่ Black Friday เป็นวันศุกร์วันเดียวที่มีการลดราคาแบบพิเศษสุดๆ โดยคุณสามารถหาซื้อของในราคานี้ได้ในวันเดียวเท่านั้น โดย Black Friday จะเริ่มหลังจาก วันขอบคุณพระเจ้า หรือ Thanks Giving Day ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการซื้อของขวัญให้กับคนที่เรารักในช่วงคริสมาส ดังนั้นใครอยากจะขายของ ออกสินค้าตัวใหม่ หรือแม้กระทั่งจะโละของเก่าๆออกจากสต๊อก ช่วงนี้แหละ สำคัญที่สุด Black Friday ที่ผ่านมา ผมจึงได้เข้าไปลองเล่น ลองดูราคาในเว็บ Amazon.com เว็บไซต์ขายของที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่ง  Amazon เองก็ไม่พลาดเทศกาล Black Friday นี้ ที่เว็บของ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div addthis:url='http://www.blog72.net/2011/11/27/black-friday-happy-bag/' addthis:title='Black Friday และ Happy Bag! (มาดูฝรั่งและญี่ปุ่นช้อปปิ้ง) ' class="addthis_toolbox addthis_default_style ">
<a class="addthis_button_facebook_like"></a>
<a class="addthis_button_google_plusone"></a>
<a class="addthis_button_tweet"></a>
<a class="addthis_button_compact"></a>
<a class="addthis_counter addthis_bubble_style"></a>
</div><p><a href="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2011/11/amazon-blackfriday.jpg" rel="lightbox[2567]"><img class="alignnone size-full wp-image-2570" title="amazon-blackfriday" src="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2011/11/amazon-blackfriday.jpg" alt="" width="400" height="60" /></a></p>
<p>ผ่านไปแล้วเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (25 พฤศจิกายน 2554) กับ Black Friday เทศกาลช้อปปิ้งอันแสนสนุกที่ลดราคากันสะบั้นหั่นแหลกของคนอเมริกัน</p>
<p>คนอเมริกันจะมีวัฒนธรรมการซื้อของขวัญให้กับญาติ เพื่อน คนรู้จัก และ คนรู้ใจกันในช่วงเทศกาลสำคัญ โดยเฉพาะคริสมาส</p>
<p>มันเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขจริงๆ เมื่อทุกคนไม่สนใจเรื่องงาน แต่จะสนใจว่า วันนี้จะไปซื้อของที่ไหนให้ใคร และด้วยเทคนิคการตลาดที่มีสินค้าใหม่ๆ ออกมาให้ได้ช้อป พร้อมกับการลดราคากันอย่างมากมาย ทำให้การช้อปปิ้งเลือกซื้อของขวัญยิ่งสนุกเข้าไปใหญ่</p>
<p>Black Friday เป็นวันศุกร์วันเดียวที่มีการลดราคาแบบพิเศษสุดๆ โดยคุณสามารถหาซื้อของในราคานี้ได้ในวันเดียวเท่านั้น โดย Black Friday จะเริ่มหลังจาก วันขอบคุณพระเจ้า หรือ Thanks Giving Day ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการซื้อของขวัญให้กับคนที่เรารักในช่วงคริสมาส</p>
<p>ดังนั้นใครอยากจะขายของ ออกสินค้าตัวใหม่ หรือแม้กระทั่งจะโละของเก่าๆออกจากสต๊อก ช่วงนี้แหละ สำคัญที่สุด</p>
<p>Black Friday ที่ผ่านมา ผมจึงได้เข้าไปลองเล่น ลองดูราคาในเว็บ Amazon.com เว็บไซต์ขายของที่ใหญ่ที่สุดในโลก</p>
<p>ซึ่ง  Amazon เองก็ไม่พลาดเทศกาล Black Friday นี้</p>
<p>ที่เว็บของ Amazon มีโปรโมชั่นลดราคามากมายในราคาพิเศษ โดยแบ่งออกเป็นหมวดหมู่ให้หาสินค้าได้ง่าย เช่น หนัง, เพลง, เครื่องใช้ไฟฟ้า, เสื้อผ้า, ของเล่นเด็ก ฯลฯ</p>
<p>ดูๆไปแล้วก็เหมือนกับเว็บขายของทั่วไปที่ต้องร่วมกับเทศกาลนี้ แต่ Amazon ไม่ได้มีดีแค่นั้น</p>
<p><strong>Amazon มีการจัดสินค้าราคาพิเศษ สุดๆๆๆๆๆ แต่มีข้อแม้ว่าคุณต้องซื้อสินค้าภายในเวลาไม่กี่นาทีที่กำหนด</strong></p>
<p>ตัดสินใจให้ไว ซื้อเดี๋ยวนี้!</p>
<p>อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ในภาษาของคนไทยเราก็คือ ช่วงเวลา <strong>&#8220;นาทีทอง&#8221;</strong></p>
<p>แต่ Amazon มีชื่อเรียกในแบบของเค้าว่า <strong>&#8220;Amazon Lightning Deals&#8221;</strong></p>
<p><a href="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2011/11/lightningdeals.jpg" rel="lightbox[2567]"><img class="alignnone size-medium wp-image-2573" title="lightningdeals" src="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2011/11/lightningdeals-400x249.jpg" alt="" width="400" height="249" /></a></p>
<p>เมื่อคุณเข้าเว็บไซต์ของ Amazon คุณจะได้พบกับกล่องพิเศษที่โผล่ขึ้นมาตรงกลาง พร้อมกับมีรายการสินค้าที่หากคุณเลือกซื้อในช่วงเวลา 10 นาทีนี้ คุณจะได้ราคาพิเศษที่เท่าไร่</p>
<p>หนังบางเรื่องราคา 40 เหรียญ แต่เฉพาะช่วงพิเศษนี้ก็เหลือแค่ไม่ถึง 10 เหรียญ</p>
<p>หรือหนังที่ผมลองดู เรื่อง Batman The Dark Knight แบบ Blu-Ray สองแผ่น จากเดิม 24.98 เหรียญ ก็เหลือแค่ $4.99 เหรียญ!!</p>
<p><strong>ลดลงไปประมาณ 80% !!!</strong></p>
<p>เมื่อลองเลือกซื้อ ใส่สินค้าลงตะกร้าเรียบร้อย Amazon จะมี Pop-Up แจ้งว่า ให้รีบเช็คเอ้าท์ และจ่ายเงินภายใน 15 นาทีนี้เท่านั้นนะ คุณถึงจะได้ราคาพิเศษนี้!</p>
<p><a href="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2011/11/lightningdeals-countdown.jpg" rel="lightbox[2567]"><img class="alignnone size-full wp-image-2572" title="lightningdeals-countdown" src="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2011/11/lightningdeals-countdown.jpg" alt="" width="400" height="238" /></a></p>
<p>หากคุณยังอยากช้อปอยู่ ก็ช้อปไปเถอะ แต่เมื่อเวลาเหลืออีกแค่ 10 นาที ก็จะมี Pop-Up ขึ้นมาอีก.. แจ้งว่า &#8220;เหลือเวลาอีกแค่ 10 นาทีเท่านั้นนะ รีบๆซื้อนะ!!!&#8221; พร้อมกับเริ่มนับถอยหลัง</p>
<p>โอ๊ววว สนุกมากๆ และตื่นเต้นมากๆ ทำให้การซ้อปปิ้งออนไลน์ไม่น่าเบื่ออีกต่อไป คุณได้ของราคาถูก ส่วน Amazon ก็ได้ขายของไว</p>
<p>แต่สินค้าที่เราซื้อในช่วง Lightning Deals ก็มีการจำกัดจำนวนเช่นกัน (นี่มันเหมือน นาทีทองของเราจริงๆ)</p>
<p>หากเราอยากได้สินค้าชิ้นนี้แต่ถูกลูกค้าคนอื่นเก็บใส่ตะกร้าไปหมดแล้ว เราก็อด</p>
<p>Amazon ก็ยังใจดี มีระบบ &#8220;ต่อคิว&#8221; ให้คนที่มาทีหลัง รอคนก่อนหน้ายกเลิกการซื้อสินค้า เพื่อที่จะได้จับจองเป็นเจ้าของคนต่อไป</p>
<p>Amazon เรียกระบบนี้ว่า &#8220;Wait List&#8221;</p>
<p>เมื่อคุณเห็นของที่คุณต้องการซื้อหมดลงแล้ว คุณเพียงลงชื่อต่อคิวใน Wait List ระบบของ Amazon จะแจ้งให้คุณทราบทันทีเมื่อมีคนยกเลิกการซื้อสินค้า</p>
<p>เหมือนการต่อคิว Waiting List กับสายการบิน</p>
<p>เท่านั้นยังไม่พอ..</p>
<p><img class="alignleft size-full wp-image-2571" title="goldbox" src="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2011/11/goldbox.jpg" alt="" width="146" height="120" /></p>
<p>เมื่อของราคาพิเศษหมดเวลา ก็ต้องมีของใหม่ใส่เข้ามาเพิ่ม</p>
<p>พร้อมเริ่มช่วงนาทีทองใหม่</p>
<p>แต่ของจะเป็นอะไรน่ะหรอ? เรามิอาจรู้ได้ครับ</p>
<p>Amazon จะยังไม่บอกว่า สินค้าตัวต่อไปที่จะลดราคานั้นคืออะไร คุณจะต้องรอเวลาเท่านั้น!</p>
<p>มีเวลาที่ชัดเจนแน่นอน แต่ไม่บอกว่า อะไรเท่าไร่</p>
<p>สนุกสุดๆ</p>
<p>ผมไม่แน่ใจว่า Amazon Lightning Deals นี่มีเฉพาะช่วงเทศกาลหรือมีตลอดเวลา แต่บังเอิญเพิ่งสังเกตเห็นเมื่อศุกร์ที่ผ่านมานี้เอง</p>
<p>เทศกาลช้อปปิ้งของขวัญเป็นเทศกาลของฝรั่งที่ผมชอบที่สุด นั่นไม่เพียงแต่เฉพาะคนอเมริกันเท่านั้น แต่คนยุโรปก็เช่นกัน</p>
<p>เพราะคนฝรั่งนั้นนิยมอยู่คนเดียว ครอบครัวเดียว ไม่ได้มีวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกันกับพ่อแม่และญาติๆเหมือนคนเอเชีย</p>
<p>ดังนั้นเมื่อถึงช่วงคริสมาสที่ครอบครัวจะได้มาอยู่รวมกัน ญาติๆจะได้พบกัน ทุกคนต่างตื่นเต้นที่จะซื้อของขวัญและรับของขวัญ ผู้ใหญ่ตื่นเต้นที่จะได้ซื้อของให้หลานๆที่ไม่ได้เจอกันมานาน ส่วนเด็กๆก็ตื่นเต้นที่จะได้ค้นหาว่า ของขวัญที่อยู่ใต้ต้นคริสมาสนั้นคืออะไร</p>
<p>ไม่ทำงาน นั่งผิงไฟหลบความหนาวของหิมะอยู่ในบ้าน สมองโปร่งโล่ง มีแต่การพูดคุยกัน ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ</p>
<p>15 วันหรือ 1 เดือนของการหยุดพักประจำปีในช่วงเทศกาลนี้จึงดูไม่มากเลย</p>
<p>ในตอนหน้าจะขอพูดถึงการช้อปปิ้งของญี่ปุ่นบ้าง การช้อปปิ้งแสนสนุกที่ผมสงสัยอยู่ตลอดเวลาว่า &#8220;ทำไมคนไทยจึงไม่ทำบ้าง&#8221;</p>
<p><strong>ตอนหน้าพบกับ Fukubukuro หรือ Happy Bag ครับ</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.blog72.net/2011/11/27/black-friday-happy-bag/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Facebook Timeline การเปลี่ยนแปลงและรอยต่อที่สำคัญ</title>
		<link>http://www.blog72.net/2011/09/25/facebook-timeline/</link>
		<comments>http://www.blog72.net/2011/09/25/facebook-timeline/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 25 Sep 2011 14:33:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sittipong</dc:creator>
				<category><![CDATA[Online Marketing]]></category>
		<category><![CDATA[ทั่วๆไป]]></category>
		<category><![CDATA[facebook]]></category>
		<category><![CDATA[Google]]></category>
		<category><![CDATA[social network]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.blog72.net/?p=2402</guid>
		<description><![CDATA[<div addthis:url='http://www.blog72.net/2011/09/25/facebook-timeline/' addthis:title='Facebook Timeline การเปลี่ยนแปลงและรอยต่อที่สำคัญ ' class="addthis_toolbox addthis_default_style ">
<a class="addthis_button_facebook_like"></a>
<a class="addthis_button_google_plusone"></a>
<a class="addthis_button_tweet"></a>
<a class="addthis_button_compact"></a>
<a class="addthis_counter addthis_bubble_style"></a>
</div>ตรวจทาน: จ๋า Facebook กับ 1 ปีที่ผ่านมา&#8230; Facebook.. เว็บไซต์ Social Media อันดับหนึ่งของโลกที่ปัจจุบันนี้รู้จักกันแทบทุกคน ด้วยยอดผู้ใช้ทั่วโลกที่มีมากกว่า 800ล้านคน ซึ่งแยกออกเป็นคนไทยไปแล้วมากกว่า 12 ล้านคน และด้วยตัวเลขจำนวนนี้ ทำให้จำนวนคนเล่น facebook ในไทยมีจำนวนสูงสุดเป็นอันดับที่ 16 ของโลก (ข้อมูล ณ วันที่ 25 กันยายน 2554 จากเว็บไซต์ SocialBakers.com http://www.socialbakers.com/facebook-statistics/thailand) ด้วยจำนวนผู้ใช้ที่มีมากขึ้นทุกวัน จึงทำให้ Facebook เป็นแหล่งรวบรวมคนที่สูงที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง และที่ใดที่มีคน ที่นั่นก็ย่อมมีโฆษณา แผนการตลาดมากมายถูกผุดขึ้นมาเพื่อดึงดูดความสนใจของผู้คนที่อยู่ใน Facebook ไม่ว่าจะเป็นแคมเปญกด LIKE หรือ แคมเปญ TAG เพื่อนลงไปในรูป ที่ส่งผลให้สุดท้ายแล้ว กลายเป็น Spam ระบาดไปทั่ว สร้างความรำคาญให้กับหลายคนใน Facebook จึงเป็นผลให้ Facebook ต้องออกกฎ &#8220;ห้าม&#8221; กลยุทธ์ทางการตลาดแบบนี้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div addthis:url='http://www.blog72.net/2011/09/25/facebook-timeline/' addthis:title='Facebook Timeline การเปลี่ยนแปลงและรอยต่อที่สำคัญ ' class="addthis_toolbox addthis_default_style ">
<a class="addthis_button_facebook_like"></a>
<a class="addthis_button_google_plusone"></a>
<a class="addthis_button_tweet"></a>
<a class="addthis_button_compact"></a>
<a class="addthis_counter addthis_bubble_style"></a>
</div><p style="text-align: right;"><span style="color: #888888;"><em>ตรวจทาน: จ๋า</em></span></p>
<h3><strong>Facebook </strong><strong>กับ</strong><strong> 1 </strong><strong>ปีที่ผ่านมา</strong><strong>&#8230;</strong></h3>
<p>Facebook.. เว็บไซต์ Social Media อันดับหนึ่งของโลกที่ปัจจุบันนี้รู้จักกันแทบทุกคน ด้วยยอดผู้ใช้ทั่วโลกที่มีมากกว่า 800ล้านคน ซึ่งแยกออกเป็นคนไทยไปแล้วมากกว่า 12 ล้านคน และด้วยตัวเลขจำนวนนี้ ทำให้จำนวนคนเล่น facebook ในไทยมีจำนวนสูงสุดเป็นอันดับที่ 16 ของโลก (ข้อมูล ณ วันที่ 25 กันยายน 2554 จากเว็บไซต์ <a href="http://www.socialbakers.com/facebook-statistics/thailand" target="_blank">SocialBakers.com http://www.socialbakers.com/facebook-statistics/thailand</a>)</p>
<p><a href="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2011/09/socialbaker.jpg" rel="lightbox[2402]"><img class="alignnone size-medium wp-image-2420" title="socialbaker" src="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2011/09/socialbaker-400x297.jpg" alt="Facebook timeline" width="400" height="297" /></a></p>
<p>ด้วยจำนวนผู้ใช้ที่มีมากขึ้นทุกวัน จึงทำให้ Facebook เป็นแหล่งรวบรวมคนที่สูงที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง และที่ใดที่มีคน ที่นั่นก็ย่อมมีโฆษณา</p>
<p>แผนการตลาดมากมายถูกผุดขึ้นมาเพื่อดึงดูดความสนใจของผู้คนที่อยู่ใน Facebook ไม่ว่าจะเป็นแคมเปญกด LIKE หรือ แคมเปญ TAG เพื่อนลงไปในรูป ที่ส่งผลให้สุดท้ายแล้ว กลายเป็น Spam ระบาดไปทั่ว สร้างความรำคาญให้กับหลายคนใน Facebook จึงเป็นผลให้ Facebook ต้องออกกฎ &#8220;ห้าม&#8221; กลยุทธ์ทางการตลาดแบบนี้</p>
<p><a href="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2011/09/social_network1.jpg" rel="lightbox[2402]"><img class="alignleft size-full wp-image-2422" title="social_network" src="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2011/09/social_network1.jpg" alt="Facebook timeline" width="130" height="205" /></a>ด้วยความโด่งดังของ Facebook ทำให้มีผู้กำกับฝีมือดีอย่าง เดวิด ฟินเชอร์ ซึ่งมีผลงานที่โดดเด่นอย่าง The Curious Case of Benjamin Button, Seven และ Fight Club ทำภาพยนตร์ออกมาเล่าเรื่องราวประวัติความเป็นมาของ Facebook โดยใช้ชื่อเป็นภาพรวมๆว่า &#8220;The Social Network&#8221; ภาพยนตร์เรื่องแรกและเรื่องเดียวที่เล่าถึงประวัติการก่อตั้งเว็บไซต์ (ขนาด Google ยังไม่มีทำเป็นภาพยนตร์ออกมาเลย)</p>
<p>ด้วยความดังระดับนี้ แน่นอนว่าใครๆก็อยากจะเป็น Facebook ไม่เว้นแม้แต่ Google</p>
<p>28 มิถุนายน 2554 Google ประกาศตัวเว็บไซต์ Social Media ตัวใหม่นามว่า Google+ แม้ผู้ที่สามารถเล่นได้ในช่วงแรกจะต้องเป็นผุ้ที่ถูกรับเชิญเท่านั้น แต่ด้วยความเป็น Google จึงทำให้ได้รับความสนใจจากคนทั่วโลกไม่น้อย มีคนเข้าไปขอทดลองมากมาย คนที่ได้ Account แล้วก็จะโดนเพื่อนรอบข้างขอให้ช่วย &#8220;เชิญ&#8221; เค้าเข้าไปทดลองเล่นด้วย</p>
<p>ความโด่งดังนี้ ทำให้เกิดคำวิจารณ์มากมาย หลายคนมองว่า Google+ ดีกว่า Facebook (โดยพูดถึงจุดเด่นที่ Facebook ไม่มี นั่นคือ &#8220;CIRCLES&#8221; การแยกกลุ่มเพื่อนที่จะแชร์ข้อมูลต่างๆ) หลายคนก็ว่า Facebook ยังไงก็ดีกว่า หลายคนเล่นทั้ง 2 อย่าง และหลายคนที่หันมาสนใจ Google+ เป็นคนที่มาจาก Twitter  นอกจากนี้ หลายคนยังแอบมองว่า Google+ จะเหมือนกับ Google Wave ระบบอีเมล์รูปแบบใหม่ที่แสนจะโด่งดังรึเปล่า ระบบอีเมล์ที่เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ สวยงาม ใครๆก็อยากทดลองใช้ แต่ก็ถูกปิดตัวลงไปอย่างน่าเสียดายในเวลาไม่นาน สร้างความผิดหวังให้กับหลายคน</p>
<p>และเมื่อ Google+ เป็นที่น่าสนใจสำหรับใครหลายคน Mark Zuckerburg เจ้าของ Facebook ก็ไม่พลาดที่จะร่วมทดลอง ชื่อบัญชีของ Mark Zuckerburg และทีมงาน Facebook ถูกพูดถึงในเว็บข่าวทั่วไป ประมาณว่า Facebook ก็แอบมาศึกษาและทดลองเล่น Google+</p>
<p>แม้ว่า Facebook เป็นเว็บไซต์ที่มีการอัพเดทระบบ ทั้งในด้านการออกแบบ และ ความสามารถ อยู่สม่ำเสมอมาโดยตลอด แต่การเข้ามาร่วมสนามแข่งของ Google+ ทำให้ Facebook นั้นจะมัวแต่อัพเดททีละนิดละน้อยเหมือนเดิมไม่ได้แล้ว</p>
<p>ล่าสุด Facebook ได้ประกาศในงาน f8 ถึงสิ่งที่กำลังจะเปิดให้ผู้ใช้งานทุกคนในวันที่ 30 กันยายนที่จะถึงนี้ นั่นคือ Facebook Timeline</p>
<h3><strong>Facebook Timeline &#8211; </strong><strong>ของเล่นใหม่สำหรับผู้แอบติดตาม</strong><strong>?</strong></h3>
<p><a href="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2011/09/facebooktimeline.jpg" rel="lightbox[2402]"><img class="size-medium wp-image-2421 alignnone" title="facebooktimeline" src="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2011/09/facebooktimeline-400x242.jpg" alt="Facebook timeline" width="400" height="242" /></a></p>
<p>Facebook Timeline จะช่วยให้คุณและเพื่อน สามารถย้อนดูอดีตของคุณได้ สามารถที่จะเลือกดูได้ว่า เมื่อเดือนที่แล้ว ปีที่แล้ว เราไปเขียนอะไรไว้, Post รูปอะไรบ้าง หรือแม้แต่ Status ว่า เราเคยเป็นแฟนกับใคร โดยสามารถย้อนกลับไปได้จนถึงปีเกิดของเราได้เลยทีเดียว</p>
<p>เว็บไซต์ใหญ่ๆในโลกและในประเทศไทยหลายเว็บได้พูดถึง Facebook Timeline มีการแนะนำการใช้งาน และแจกแจงความสามารถต่างๆกันอย่างละเอียด ซึ่งสามารถติดตามอ่านได้จาก <a href="http://mashable.com/">Mashable : Facebook’s New Profiles: First Impressions (http://mashable.com/2011/09/22/facebooks-new-profiles-first-impressions/)</a> และ <a href="http://www.blognone.com/news/">Blognone : งาน Facebook f8 วันนี้: Timeline และ Open Graph รุ่นใหม่ (http://www.blognone.com/news/26566/งาน-facebook-f8-วันนี้-timeline-และ-open-graph-รุ่นใหม่)</a></p>
<p>แต่สิ่งหนึ่งที่เริ่มมีการพูดถึงกันมากขึ้นคือเรื่องของ <strong>&#8220;</strong><strong>ความเป็นส่วนตัว</strong><strong>&#8221; </strong><strong>ที่เริ่มจะไม่เป็นส่วนตัว</strong></p>
<p>เมื่อผู้คนสามารถรู้จักคุณได้ สามารถที่จะดูย้อนหลังได้ว่า คุณเคยทำอะไรมาบ้าง ยิ่งจะทำให้ความเป็นตัวตนของคุณถูกเปิดเผยมากขึ้น</p>
<p>ถูกที่คุณอาจจะบอกว่า ใน Facebook ก็มีระบบที่สามารถควบคุมได้ว่า ให้เฉพาะเพื่อนของเราเท่านั้นที่สามารถเห็นได้ แต่นั่นก็เป็นแค่ภาพลวงตา เพราะบางคนก็ยังตั้งค่าไม่เป็นเลยด้วยซ้ำ หรือ &#8220;เพื่อน&#8221; ที่เรารับเข้ามาอยู่ใน Facebook ของเรานั้น บางครั้งอาจรับมาด้วยความไม่เต็มใจ (เช่น เจ้านาย, แฟน, พ่อ, แม่ &#8211; เพราะบางครั้งคุณคงไม่อยากจะให้พ่อของคุณรู้ใช่มั้ยว่า เมื่อคืนนี้คุณไปเมาที่ไหนมา)</p>
<p>Facebook อาจกลายเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ฝ่าย HR ของบริษัทจะเข้าไปตรวจดูประวัติและความเป็นไปของคุณก่อนที่จะรับเข้าทำงาน และด้วย Facebook Timeline ที่ว่านี้ จะทำให้ฝ่าย HR นั้นคงจะสนุกไม่น้อยที่จะรื้อประวัติของคุณลึกลงไปอีกๆๆๆ</p>
<p>Mark Zuckerburg มีแนวความคิดว่า ปัจจุบันนี้ผู้คนเปลี่ยนไป เค้าบอกว่า เมื่อตอนเค้าสร้าง Facebook แรกๆ สมัยที่อยู่ยังอยู่ในหอพักที่มหาวิทยาลัย มีหลายคนทักเค้าว่า &#8220;ใครจะมาบอกประวัติของตัวเองให้ชาวโลกรู้ ใครจะมาบอกว่าตอนนี้ฉันทำอะไรอยู่&#8221;</p>
<p>แต่วันนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อน ผู้คนบนโลกต้องการได้รับความสนใจจากผู้อื่น และการได้รับความสนใจได้นั้น คือการแบ่งปันข้อมูลของตัวเองให้มากขึ้น ยิ่งมากยิ่งดี โดยวิธีการแบ่งปัน ก็มีมากกว่า Facebook มีอีกหลาย Social Media ที่ให้คุณได้เปิดเผยความเป็นตัวตนของคุณ</p>
<p>พีท แคชมอร์ ซีอีโอของ Mashable ได้พูดกับ CNN ว่า &#8220;ความเป็นส่วนตัวได้สิ้นสุดลงแล้ว เพราะมี Social Media ต่างๆ ถือปืนจ่อหัวอยู่ (privacy was dead, and social media was holding the smoking gun)&#8221; เค้าบอกว่า เราอยู่บนโลกที่ปัจจุบันนี้ คนที่มีคุณค่ามากที่สุดคือคนที่มีผู้ให้ความสนใจมากที่สุด ยิ่งเราแชร์ข้อมูลของเราไปในหลากหลาย media เท่าไร่ เราก็จะเป็นคนที่โด่งดังมากเท่านั้น</p>
<h3><strong>การออกแบบ</strong><strong> &#8211; </strong><strong>ฤา</strong><strong> Facebook </strong><strong>จะกลายเป็น</strong><strong> Hi5?</strong></h3>
<p>ในมุมของการออกแบบ Facebook Timeline ได้เพิ่มภาพขนาดใหญ่มากทางด้านบน แบ่งวิธีการอ่าน timeline เป็นสองคอลัมน์ ซึ่งการออกแบบนี้สร้างควาาม &#8220;ไม่ชิน&#8221; ให้กับ user เก่าๆ ของ Facebook ได้ไม่น้อย</p>
<p>ความไม่ชินดังกล่าวทำให้ผุ้ใช้งาน Facebook หลายคนถึงกับงง การที่ต้องใช้เวลานานกว่า 15 นาทีเพื่อทำความเข้าใจกับสิ่งที่ไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องมาเรียนรู้ใหม่ เพราะตนเองก็อยู่ในเว็บไซต์เดิมอยู่แล้ว ทำให้ถึงกับถอดใจ คงต้องหาเวลาว่างๆ เพื่อที่จะมานั่งทำความเข้าใจกันอีกที</p>
<p>แต่สำหรับผุ้ใช้งานอีกหลายคนก็มีความสุขกับการนั่งแต่งหน้า profile ใหม่ของตนเอง เหมือนของเล่นชิ้นใหม่ และด้วยความสามารถในการให้เรา post ภาพ หรือ ประวัติเราย้อนหลังได้ คาดว่าน่าจะทำให้ผู้ใช้งาน Facebook หลายคนต้องยุ่งกันเป็นพันละวันในช่วง 2-3 วัน หลังจากเปิด ตัว Facebook Timeline อย่างเป็นทางการ</p>
<p>โดยส่วนตัว ผมเองไม่ได้ set อะไรมาก หน้าตาของ Facebook timeline ดูยุ่งยากจริง และงง ในช่วงแรก แต่สิ่งที่ยากสุดคือการหารูปมาไว้ตรงพื้นที่ด้านบนที่แสนจะใหญ่โตมโหรทึก (ขอสารภาพว่าเสียเวลาไปเกือบ 15 นาที)</p>
<p>การเปลี่ยนแปลงหน้าตาในรอบนี้ ทำให้เกิดการวิจารณ์มากมายว่า Facebook เริ่มจะหน้าตาเหมือน Hi5 เข้าไปเสียแล้ว</p>
<p>หากเรายังจำได้ Hi5 เคยเป็น Social Media ที่มีผู้ใช้มากมาย แต่ด้วยความที่ Hi5 ไม่สามารถควบคุมรูปแบบการออกแบบหน้าของแต่ละ user ได้ จึงทำให้หน้า Hi5 ของแต่ละคนมี effect มากมาย เข้าไปทีเจอแสงระยิบระยับเป็นประกาย บางทีก็จะเจอรูปภาพแบบ slide show ซึ่งนอกจากจะรกสายตา น่ารำคาญ แล้ว ยังทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ของคนที่เข้าไปดูต้องใช้พลังงานมาก บางครั้งมากจนทำให้เครื่องค้างเลยก็มี</p>
<p>จึงไม่แปลกว่าทำไมคนถึงได้ย้ายจาก Hi5 มายัง Facebook ซึ่งมี interface ที่เรียบง่าย สบายตา และที่สำคัญโหลดได้เร็วกว่า</p>
<p>แต่การเปลี่ยนแปลงของ Facebook ในครั้งนี้จะร้ายแรงถึงขนาด Hi5 เลยหรือไม่?</p>
<p>ส่วนตัวแล้วผมคิดว่าคงไม่ถึงขนาดนั้น ผู้คนยังคงสนใจที่จะติดตาม &#8220;เพื่อน&#8221; ของเขาอยู่ว่า วันนี้เขาทำอะไรบ้าง เขาคิดอะไรอยู่ ดังนั้นกับแค่การเปลี่ยนแปลงหน้าตาที่ดูน่าสับสนคงไม่เป็นปัญหา ใช้ไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็ชิน อีกอย่าง หน้าตาใหม่ก็ไม่ได้ดูแย่มากขนาดนั้น</p>
<p>ถามว่าแล้วคนที่รำคาญมากๆจะหนีไปใช้ Google+ ที่ดูเรียบง่ายกว่าหรือไม่? ผมคิดว่า &#8220;อาจจะมีบ้าง&#8221; เพราะในปัจจุบันก็มีเพื่อนหลายคนที่ย้ายไปใช้ Google+ แล้ว แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้ย้ายขาด ไม่ได้ย้ายไป Google+ แล้วจะทิ้ง Facebook ไปเลย กลายเป็นว่า ต้องเล่น 2 เว็บไซต์ ในเวลาเดียวกัน (ยุ่งไปกว่าเดิม)</p>
<p>นานาจิตตังครับเรื่อง Facebook Timeline มันเป็นเรื่องของความชอบส่วนบุคคลล้วนๆ บางคนก็ว่าสวยดี บางคนก็ว่ายุ่งยาก คงไม่แปลกหากวันนี้เราจะพบบทความโจมตีการออกแบบใหม่ของ Facebook ว่ามีข้อเสียอย่างไร เพราะมันเป็นเรื่องใหม่ ส่วนตัวผมแล้ว ผมชอบภาพใหญ่ๆ ด้านบนครับ มันอลังการมาก การเปลี่ยนแค่ภาพด้านบนภาพเดียวจะช่วยเปลี่ยนอารมณ์โดยรวมของหน้า profile เราได้เลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม เจ้าสองคอลัมน์ด้านล่าง ดูแล้วสู้ของเดิมแบบคอลัมน์เดียวไม่ได้</p>
<p><strong>Facebook Timeline อาจจะเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นสำหรับใครหลายคน และอาจจะเป็นอะไรที่น่าเบื่อ น่ารำคาญสำหรับใครอีกหลายคน แต่จะเป็นจุดเปลี่ยน จุดตกของ Facebook คงไม่ใช่ และคงไม่ได้เป็นผลดีกับ Google+ อย่างมากมาย เหตุเพราะคำว่า &#8220;เพื่อน&#8221; ที่ปัจจุบันนี้ยังวนเวียนอยู่ใน Facebook ถึง 800ล้านคน อย่างไม่คิดจะเปลี่ยนใจไปนั่นเอง</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.blog72.net/2011/09/25/facebook-timeline/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Online Trend ปี 2011</title>
		<link>http://www.blog72.net/2011/01/21/online-trend-2011/</link>
		<comments>http://www.blog72.net/2011/01/21/online-trend-2011/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 20 Jan 2011 18:27:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sittipong</dc:creator>
				<category><![CDATA[Online Marketing]]></category>
		<category><![CDATA[ทั่วๆไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.blog72.net/?p=1639</guid>
		<description><![CDATA[<div addthis:url='http://www.blog72.net/2011/01/21/online-trend-2011/' addthis:title='Online Trend ปี 2011 ' class="addthis_toolbox addthis_default_style ">
<a class="addthis_button_facebook_like"></a>
<a class="addthis_button_google_plusone"></a>
<a class="addthis_button_tweet"></a>
<a class="addthis_button_compact"></a>
<a class="addthis_counter addthis_bubble_style"></a>
</div>เมื่อปลายปีที่ผ่านมา rgb72 ได้มีโอกาสไปวิเคราะห์เทรนด์ปีหน้าให้กับบริษัทต่างๆ ระยะเวลาในการนำเสนอทั้งสิ้น 2 ชม. โดยเนื้อหานั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมา และสิ่งที่ &#8220;คาดว่า&#8221; กำลังจะมาในปีนี้ ซึ่งข้อมูลที่ได้มานั้น นอกจากการ research จากเว็บไซต์ที่มาวิเคราะห์เทรนด์ต่างๆแล้ว ยังได้ข้อมูลดีดีจากคุณ ตั้น Brand Baker และแน่นอน จากประสบการณ์ของเราเอง และในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา เราได้ทำการส่งต่อ presentation ตัวนี้ให้กับกลุ่มลูกค้าที่เราไม่ได้ไปพบปะในรูปแบบของไฟล์ PDF และได้รับกระแสตอบรับว่าต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม ดังนั้น blog72 วันนี้จึงขอนำเสนอและอธิบาย slide พร้อมทั้งเพิ่มความคิดเห็นต่างๆ ดังนี้ เริ่มต้นด้วยการ recap ย้อนหลังกลับไปว่าเมื่อปี 2010 ที่ผ่านมามีอะไรที่น่าตื่นเต้น มีอะไรที่เป็นของใหม่ๆ บ้าง ในมุมของอุปกรณ์ดิจิตอลต่างๆก็คงหนีไม่พ้น iPad ซึ่งในปีนี้ได้ติดอยู่ใน top innovation ของหลายๆสำนักในต่างประเทศ ตามติดมาด้วย iPhone 4 ที่เปลี่ยนรูปลักษณ์ พร้อมนำเสนอ &#8220;Retina Display&#8221; จอแบบใหม่ที่ให้ความละเอียดเพิ่มขึ้นจากเดิม 72 pixels [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div addthis:url='http://www.blog72.net/2011/01/21/online-trend-2011/' addthis:title='Online Trend ปี 2011 ' class="addthis_toolbox addthis_default_style ">
<a class="addthis_button_facebook_like"></a>
<a class="addthis_button_google_plusone"></a>
<a class="addthis_button_tweet"></a>
<a class="addthis_button_compact"></a>
<a class="addthis_counter addthis_bubble_style"></a>
</div><p>เมื่อปลายปีที่ผ่านมา rgb72 ได้มีโอกาสไปวิเคราะห์เทรนด์ปีหน้าให้กับบริษัทต่างๆ ระยะเวลาในการนำเสนอทั้งสิ้น 2 ชม. โดยเนื้อหานั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมา และสิ่งที่ &#8220;คาดว่า&#8221; กำลังจะมาในปีนี้ ซึ่งข้อมูลที่ได้มานั้น นอกจากการ research จากเว็บไซต์ที่มาวิเคราะห์เทรนด์ต่างๆแล้ว ยังได้ข้อมูลดีดีจากคุณ ตั้น Brand Baker และแน่นอน จากประสบการณ์ของเราเอง</p>
<p>และในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา เราได้ทำการส่งต่อ presentation ตัวนี้ให้กับกลุ่มลูกค้าที่เราไม่ได้ไปพบปะในรูปแบบของไฟล์ PDF และได้รับกระแสตอบรับว่าต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม ดังนั้น blog72 วันนี้จึงขอนำเสนอและอธิบาย slide พร้อมทั้งเพิ่มความคิดเห็นต่างๆ ดังนี้</p>
<p><a href="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2011/01/2011onlinemkttrend.001.jpg" rel="lightbox[1639]"><img class="alignnone size-medium wp-image-1643" title="2011onlinemkttrend.001" src="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2011/01/2011onlinemkttrend.001-400x300.jpg" alt="" width="400" height="300" /></a></p>
<p><a href="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2011/01/2011onlinemkttrend.003.jpg" rel="lightbox[1639]"><img class="alignnone size-medium wp-image-1645" title="2011onlinemkttrend.003" src="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2011/01/2011onlinemkttrend.003-400x300.jpg" alt="" width="400" height="300" /></a></p>
<p>เริ่มต้นด้วยการ recap ย้อนหลังกลับไปว่าเมื่อปี 2010 ที่ผ่านมามีอะไรที่น่าตื่นเต้น มีอะไรที่เป็นของใหม่ๆ บ้าง ในมุมของอุปกรณ์ดิจิตอลต่างๆก็คงหนีไม่พ้น iPad ซึ่งในปีนี้ได้ติดอยู่ใน top innovation ของหลายๆสำนักในต่างประเทศ ตามติดมาด้วย iPhone 4 ที่เปลี่ยนรูปลักษณ์ พร้อมนำเสนอ &#8220;Retina Display&#8221; จอแบบใหม่ที่ให้ความละเอียดเพิ่มขึ้นจากเดิม 72 pixels ต่อหนึ่งตารางนิ้ว เป็น 326 pixels ต่อหนึ่งตารางนิ้ว เป็นความละเอียดที่ Steve Jobs บอกว่า ละเอียดเกินกว่าที่ตาคนเราจะสามารถมองเห็นได้ สิ่งที่ตามมาตัวที่สามก็คือ Android ระบบปฎิบัติการจาก Google ที่กำลังคืบคลานเข้ามาเบียดพื้นที่อุปกรณ์มือถือยี่ห้ออื่นๆ รวมถึง iPhone</p>
<p><a href="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2011/01/2011onlinemkttrend.0051.jpg" rel="lightbox[1639]"><img class="alignnone size-medium wp-image-1682" title="2011onlinemkttrend" src="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2011/01/2011onlinemkttrend.0051-400x300.jpg" alt="" width="400" height="300" /></a></p>
<p>มาดูทางด้าน Social Network กันบ้าง ปีที่ผ่านมาเก็บสถิติเมื่อประมาณเดือนพฤศจิกายนพบว่ามีผู้ใช้ facebook อยู่ประมาณ 7ล้านคน โดย 34% เป็นคนที่เล่น facebook ก่อนสิ่งอื่นใดในชีวิตประจำวัน และผู้ที่เล่น facebook จะใช้เวลาอยู่ใน facebook ประมาณ 32 นาที ต่อครั้ง!! ซึ่งนั่นหมายถึงวันหนึ่งอาจจะมีมากกว่าหนึ่งครั้งต่อวัน</p>
<p><a href="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2011/01/2011onlinemkttrend.006.jpg" rel="lightbox[1639]"><img title="2011onlinemkttrend.006" src="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2011/01/2011onlinemkttrend.006-400x300.jpg" alt="" width="400" height="300" /></a></p>
<p>ทีนี้เรามาดูสิ่งที่ &#8220;ยังไม่มา&#8221; ในปี 2010 สองสิ่งที่ผมนึกขึ้นได้ก็คือ Social Bookmarking เช่น digg ที่โด่งดังในต่างประเทศแต่ไม่เกิดในเมืองไทย มีหลายคนได้คุยกับผมว่า Social Bookmarking เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่น่าจะเกิดภายในเวลาไม่นาน แต่จะเป็นอย่างไรนั้น คงต้องมารอดูกัน ส่วนอีกสิ่งหนึ่งที่ &#8220;มาแล้ว&#8221; แต่ยังไม่เกิดนั่นคือ Windows Phone 7 แม้จะดูจาก interface design ซึ่งทำได้น่าสนใจมากๆแล้ว แต่การปล่อย Windows Phone 7 ออกมานั้นถือว่า ช้าไปมาก ทำให้การที่จะกลับมาสู่สังเวียนที่โดดเด่นโด่งดังเหมือนแต่ก่อน เป็นเรื่องที่ยาก และนั่นหมายถึงการที่ต้องต่อสู้กับคู่แข่งที่แข็งแรงมากๆไปแล้วอย่าง iPhone และ Android</p>
<p><a href="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2011/01/2011onlinemkttrend.007.jpg" rel="lightbox[1639]"><img class="alignnone size-medium wp-image-1649" title="2011onlinemkttrend.007" src="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2011/01/2011onlinemkttrend.007-400x300.jpg" alt="" width="400" height="300" /></a></p>
<p>ทีนี้ลองมาดูกันว่า ปี 2011 นี้ เราคาดหวังว่าจะได้เห็นอะไร</p>
<p><a href="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2011/01/2011onlinemkttrend.008.jpg" rel="lightbox[1639]"><img class="alignnone size-medium wp-image-1650" title="2011onlinemkttrend.008" src="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2011/01/2011onlinemkttrend.008-400x300.jpg" alt="" width="400" height="300" /></a></p>
<p>สิ่งแรกที่เราจะได้เห็น และเกิดขึ้นแล้วนั่นคือ คนไทยจะได้ใช้อินเตอร์เน็ทที่แรงขึ้น นั่นหมายถึงความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็วขึ้น และสิ่งที่น่าสนุกที่สุดก็คือการที่จะได้นำเอาวิดีโอมาใช้ได้อย่างเต็มที่มากขึ้น</p>
<p><a href="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2011/01/2011onlinemkttrend.009.jpg" rel="lightbox[1639]"><img class="alignnone size-medium wp-image-1651" title="2011onlinemkttrend.009" src="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2011/01/2011onlinemkttrend.009-400x300.jpg" alt="" width="400" height="300" /></a></p>
<p>บางคนอาจจะไม่ค่อยได้ดูวิดีโอบนเว็บ อาจจะเป็นเพราะไม่ชินที่จะดูจากคอมพิวเตอร์ แต่เชื่อเถอะครับว่า วิดีโอนั้นเป็นสื่อที่นักท่องเว็บหลายคนได้ทำความรู้จักกับมันเป็นอย่างดีแล้ว เห็นได้ชัดจากการที่หลายคนได้เข้าไปดูหนังซีรี่ส์ หรือละครหลังข่าวย้อนหลังกันเป็นวันๆ ได้จากเว็บต่างๆ</p>
<p>แต่หากเราจะพูดถึงเว็บในปี 2011 นั่นอาจจะไม่ได้หมายถึง YouTube เพียงอย่างเดียว แต่เรากำลังพูดถึงวิดีโอที่เป็นมากกว่านั้น เช่น Interactive Video หรือวิดีโอที่ผู้เล่นสามารถมีปฎิสัมพันธ์ได้ เช่น อาจจะสามารถมีทางเลือกในหนังเป็นของตัวเองได้ อาจจะเลือกตอนจบในฉบับที่ตนเองชอบได้ แต่เว็บไซต์ <a href="http://www.attraction-lemanga.fr" target="_blank">http://www.attraction-lemanga.fr</a> ทำไปมากกว่านั้น ขณะที่ภาพการ์ตูนเล่นอยู่นั่น ผู้ชมสามารถเลื่อนศีรษะของตนเองซ้ายขวาไปมา เพื่อเลื่อนกล้อง ดูการ์ตูนตัวอื่นๆ ที่อยู่ในทิศทางนั้นๆ หรืออย่างเว็บของ <a href="http://www.youtube.com/doritosuk" target="_blank">Doritos UK (http://www.youtube.com/doritosuk)</a> ที่ทำวิดีโอในแบบ 360 องศา นั่นคือระหว่างที่ภาพยนตร์กำลังดำเนินเรื่อง เราสามารถเลื่อนกล้องไปทางซ้ายขวาเพื่อดูสิ่งต่างๆรอบตัวได้ตามใจชอบ</p>
<p><a href="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2011/01/2011onlinemkttrend.010.jpg" rel="lightbox[1639]"><img class="alignnone size-medium wp-image-1652" title="2011onlinemkttrend.010" src="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2011/01/2011onlinemkttrend.010-400x300.jpg" alt="" width="400" height="300" /></a></p>
<p>แม้ว่าเราอาจจะยังไม่ไฮเทคขนาดนั้น แต่การนำวิดีโอเข้ามาใช้เพื่อช่วยในการสื่อสารคือสิ่งที่น่าจะเป็นผลดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนเล่นเน็ทอย่างเราๆที่ไม่นิยมการอ่านหนังสือที่มีตัวอักษรมากมาย เว็บไซต์ <a href="http://www.Starbucks.com" target="_blank">Starbucks.com</a> เป็นหนึ่งในตัวอย่างของเว็บต่างประเทศที่เริ่มขยับเข้าสู่การนำเสนอด้วยวิดีโออย่างเต็มตัว นั่นคือ แทบทุกหน้าของ <a href="http://www.Starbucks.com" target="_blank">Starbucks.com</a> จะมีใช้วิดีโอเพื่ออธิบายเรื่องราวต่างๆ</p>
<p><a href="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2011/01/2011onlinemkttrend.013.jpg" rel="lightbox[1639]"><img class="alignnone size-medium wp-image-1655" title="2011onlinemkttrend.013" src="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2011/01/2011onlinemkttrend.013-400x300.jpg" alt="" width="400" height="300" /></a></p>
<p>สิ่งที่เป็นเรื่องฮือฮาที่สุดในปี 2010 ที่ผ่านมานั่นคือ iPad และ Apple คงไม่พลาดที่จะสร้างกระแสต่อไปในปีนี้ iPad2 คือสิ่งที่หลายคนคาดหวัง มีการพูดถึงกันว่า iPad2 น่าจะออกมาได้ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ บ้างก็บอกว่า อาจจะซื้อได้จริงเดือนเมษายน จะเท็จจริงอย่างไรนั้น คงต้องรอดูกันไป ถึงกระนั้นก็ตาม ข่าวรั่วก็ยังออกมาอยู่เรื่อยๆ และที่เห็นจะชัดเจนมากๆคือ คุณสมบัติใหม่ๆที่โดดเด่นและคาดว่าจะมากับ iPad2 นั่นคือ &#8220;กล้อง&#8221; ที่ต่อไปนี้จะสามารถให้เราเล่นอะไรได้อีกเยอะมาาากกก สิ่งที่สองคือ จอที่มีความละเอียดสูงขึ้น หลายสำนักข่าวแจ้งว่าน่าจะไม่ละเอียดขนาด Retina Display ของ iPhone4 แต่ก็น่าจะใกล้เคียง สุดท้ายคือระบบสัมผัสที่ดีกว่าเดิม เอาล่ะ ไม่ว่าคุณสมบัติใหม่จะเป็นอย่างไร แต่ที่แน่ๆ iPad2 คงจะทำรายได้ถล่มถลายไม่แพ้รุ่นที่ 1 อย่างแน่นอน (จากตัวเลขล่าสุดแจ้งว่า ด้วยปรากฎการณ์ของ iPad ทำให้ปัจจุบันมี Tablet แล้วถึง 17ล้านเครื่องทั่วโลก)</p>
<p><a href="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2011/01/2011onlinemkttrend.014.jpg" rel="lightbox[1639]"><img class="alignnone size-medium wp-image-1656" title="2011onlinemkttrend.014" src="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2011/01/2011onlinemkttrend.014-400x300.jpg" alt="" width="400" height="300" /></a></p>
<p>iPhone 5 และ Android คืออีกสิ่งที่ควรจับตามอง สำหรับสองตัวนี้สิ่งที่ดีเหมือนกันคือการเปิดให้นักพัฒนาสามารถสร้าง APP ได้ (ซึ่งต่างกับ OS อื่นๆ) ที่มากไปกว่านั้น นักวิเคราะห์หลายท่านกำลังมองว่า อีกไม่นาน Android น่าจะมีจำนวนคนใช้งานมากกว่า iPhone และเบียด iPhone ตกขอบไปได้มายากนัก เพราะอุปกรณ์มือถือในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็น LG หรือ Samsung ต่างหันมาใช้ระบบปฎิบัติการนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่คำถามยังอยู่ที่ว่า การที่มีคนใช้งานมาก จะแปลว่าสัดส่วนการซื้อ APP นั้นจะสามารถช่วงชิงจาก iPhone ได้ด้วยรึเปล่า อันนี้ยังเป็นคำถามที่น่าสนใจอยู่</p>
<p>จากสอง slide ด้านบนที่พูดถึง iPhone, iPad และ Android เรากำลังจะบอกว่า ในปีนี้ ผู้คนจะหันมาใช้อุปกรณ์พกพา (Mobile Device) กันมากขึ้น</p>
<p><a href="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2011/01/2011onlinemkttrend.016.jpg" rel="lightbox[1639]"><img class="alignnone size-medium wp-image-1658" title="2011onlinemkttrend.016" src="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2011/01/2011onlinemkttrend.016-400x300.jpg" alt="" width="400" height="300" /></a></p>
<p>และจากการที่ผู้คนกำลังจะใช้ Mobile Device กันมากขึ้น สิ่งที่ตามมานั่นคือ ปัญหาเรื่อง &#8220;Multiple Screen&#8221; ก็เนื่องจากผู้ผลิตแต่ละเจ้า ต่างทำทั้ง tablet ทั้งมือถือออกมากันโดยไม่มีมาตรฐานที่ตายตัวร่วมกัน ปัญหาที่ตามมาก็คือขนาดของจอที่ไม่เท่ากัน ในมุมนี้อาจจะมองว่าไม่ได้เป็นปัญหาของการตลาด แต่แน่นอนมันเป็นปัญหาของทีมผู้ผลิตที่ต้องทำงานออกมาให้ <strong>&#8220;ทุกจอ ทุกเครื่อง สามารถเห็นข้อมูลได้ครบถ้วน และใกล้เคียงกันให้ได้มากที่สุด&#8221;</strong> ซึ่ง Adobe เองก็เข้าใจถึงปัญหานี้อย่างถ่องแท้ตั้งแต่งาน Adobe MAX ที่ผ่านมา ที่ได้พูดถึงประเด็นนี้อย่างจริงจังและเพิ่มความสามารถหลักให้กับโปรแกรมอย่าง Dreamweaver ในการทดสอบงานที่ทำ ได้ที่หน้าจอหลายๆขนาด</p>
<p><a href="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2011/01/2011onlinemkttrend.017.jpg" rel="lightbox[1639]"><img class="alignnone size-medium wp-image-1659" title="2011onlinemkttrend.017" src="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2011/01/2011onlinemkttrend.017-400x300.jpg" alt="" width="400" height="300" /></a></p>
<p>นอกจากเรื่องเทคโนโลยีแล้ว เรื่องวิถีชีวิต และอุปนิสัยที่ &#8220;เปลี่ยนไป&#8221; ของผู้ใช้อินเตอร์เน็ท เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่น่าจับตามอง</p>
<p><a href="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2011/01/2011onlinemkttrend.018.jpg" rel="lightbox[1639]"><img class="alignnone size-medium wp-image-1660" title="2011onlinemkttrend.018" src="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2011/01/2011onlinemkttrend.018-400x300.jpg" alt="" width="400" height="300" /></a></p>
<p><strong>การมีส่วนร่วม&#8230;</strong> การสร้างเกมหรือกิจกรรมให้ผู้เล่นได้มีส่วนร่วมมากๆ จะมีผลทำให้กิจกรรมเป็นที่น่าสนใจ นอกจากรางวัลที่แจกกันทั่ว facebook นิตยสารระดับโลกอย่าง Time Magazine ได้จัดกิจกรรมให้ผู้โชคดีที่มาสมัครเป็น Fan กับ Time Magazine ในช่วงเวลาที่กำหนด จะมีโอกาสได้ ขึ้นปกนิตยสารระดับโลก!! และแน่นอน กิจกรรมนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี แม้ว่ารูปของคนที่ได้ขึ้นปกจะเล็กกว่าหนึ่งตารางเซนติเมตรก็ตาม</p>
<p><a href="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2011/01/2011onlinemkttrend.019.jpg" rel="lightbox[1639]"><img class="alignnone size-medium wp-image-1661" title="2011onlinemkttrend.019" src="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2011/01/2011onlinemkttrend.019-400x300.jpg" alt="" width="400" height="300" /></a></p>
<p><strong>อยู่ที่ชอบที่ชอบ&#8230;</strong> ผู้ใช้อินเตอร์เน็ทเริ่มที่จะไม่สนใจ Banner โฆษณาที่ติดอยู่ตามเว็บไซต์ต่างๆอีกต่อไป เพราะการกดแต่ละครั้ง ทำให้เค้านั้นถูกเตะออกจากเว็บไซต์ที่เค้ากำลังสนุกอยู่ การผูกโฆษณาเข้ากับเว็บไซต์ที่เค้าชอบนั้นเป็นทางเลือกใหม่ในต่างประเทศ เช่น IBM ได้เข้าไปเขียนบทความอยู่ในเว็บไซต์ของนิตยสารชื่อดังอย่าง <a href="http://www.wired.com" target="_blank">WIRED Magazine</a> ในเรื่อง Thoughs on a Smarter Planet</p>
<p><a href="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2011/01/2011onlinemkttrend.020.jpg" rel="lightbox[1639]"><img class="alignnone size-medium wp-image-1662" title="2011onlinemkttrend.020" src="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2011/01/2011onlinemkttrend.020-400x300.jpg" alt="" width="400" height="300" /></a></p>
<p><strong>เป็นคนดี&#8230;</strong> สังเกตว่า มนุษย์เราช่วงหลังๆเริ่มที่จะเป็นคนดีกันมากขึ้น รักโลกกันมากขึ้น อาจจะเป็นเพราะเห็นว่าโลกเรากำลังจะพังอยู่แล้วก็เป็นได้ หรืออาจจะเป็นเพราะการศึกษาที่ดีขึ้น ทำให้การรณรงค์เพื่อทำ &#8220;สิ่งที่ดีกว่า&#8221; กลายเป็นเทรนด์อย่างหนึ่ง ดังนั้นการทำกิจกรรมที่สร้างแรงจูงใจให้คนหันมาทำความดี จึงน่าจะสร้างความน่าสนใจได้ไม่น้อย</p>
<p><a href="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2011/01/2011onlinemkttrend.021.jpg" rel="lightbox[1639]"><img class="alignnone size-medium wp-image-1663" title="2011onlinemkttrend.021" src="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2011/01/2011onlinemkttrend.021-400x300.jpg" alt="" width="400" height="300" /></a></p>
<p>ติดมือถือ และไม่ชอบอ่าน&#8230; สมัยนี้คนติดมือถือกันมากขึ้น ว่างหน่อยก็กดมือถือขึ้นมาดู ดังนั้นหากจะทำเว็บเพื่อสนับสนุนการดูผ่านอุปกรณ์พกติดตามตัวเช่นนี้แล้วล่ะก็ เป็นเรื่องที่ดีมิใช่น้อย ส่วนเรื่องคนไม่ชอบอ่านนั้น น่าจะเป็นเรื่องปกติของคนไทย ดังนั้นเรื่องราวของวิดีโอที่เรากล่าวถึงในข้างต้น น่าจะช่วยแก้ไขปัญหาการไม่ชอบอ่านของคนไทยได้เป็นอย่างดี</p>
<p><a href="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2011/01/2011onlinemkttrend.024.jpg" rel="lightbox[1639]"><img class="alignnone size-medium wp-image-1666" title="2011onlinemkttrend.024" src="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2011/01/2011onlinemkttrend.024-400x300.jpg" alt="" width="400" height="300" /></a></p>
<p>นอกจากนี้แล้ว.. มีอะไรอีกล่ะ??</p>
<p><a href="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2011/01/2011onlinemkttrend.025.jpg" rel="lightbox[1639]"><img class="alignnone size-medium wp-image-1667" title="2011onlinemkttrend.025" src="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2011/01/2011onlinemkttrend.025-400x300.jpg" alt="" width="400" height="300" /></a></p>
<p>สิ่งที่เกิดแล้ว เกิดนิดหน่อย หรือยังไม่เกิด เราก็ยังไม่ลืมที่จะต้องคอยเฝ้าระวังไว้ ไม่ว่าจะเป็น Four Square ซึ่งดูเหมือนจะเกิดในเมืองไทยแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้เล่นกันอย่างเต็มที่เหมือนในต่างประเทศที่เล่นกันขนาดให้มีส่วนลดเมื่อเข้ามา check-in กันบ่อยครั้ง หรือพวก Location Based Service ต่างๆ และที่น่าสนใจไปกว่านั้นก็คือ Places จาก Facebook นั้น จะมีผลกระทบกับ Four Square มากน้อยเพียงใด</p>
<p>Del.ici.us หรือสังคมประเภท Social Bookmark ซึ่งก็มี Stumbleupon และ Digg ที่ยังต้องดูกันต่อไปว่าจะเป็นเช่นไร ส่วน Windows Phone 7 หลายคนว่าเรื่องของ Windows Phone 7 นั้นจบไปแล้ว แต่เอาน่ะ ติดตามกันอีกซักนิดจะเป็นไรไป และสุดท้าย Instapaper ได้ยินไม่ค่อยบ่อยแต่เหมือนจะถี่ขึ้น ระบบการเก็บหน้าไว้เพื่อ &#8220;อ่านทีหลัง&#8221; เป็นอีกหนึ่งบริการที่น่าสนใจไม่แพ้กัน</p>
<p>การคาดการณ์เทรนด์ในปี 2011 สรุปคร่าวๆได้ประมาณนี้ อย่างที่ได้แจ้งว่า นี่คือ &#8220;การคาดการณ์&#8221; ดังนั้นอาจจะมีจริงหรือไม่จริงบ้าง หากข้อมูลที่ได้นำเสนอไปมีผิดพลาดอย่างไร สามารถแจ้งเพื่อแก้ไขและเป็นความรู้ต่อไป ขอบคุณครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.blog72.net/2011/01/21/online-trend-2011/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สีสันและดีไซน์มีผลต่อการซื้อของมากน้อยเท่าใด?</title>
		<link>http://www.blog72.net/2011/01/06/howcoloraffectpurchase/</link>
		<comments>http://www.blog72.net/2011/01/06/howcoloraffectpurchase/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 06 Jan 2011 10:47:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sittipong</dc:creator>
				<category><![CDATA[Online Marketing]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.blog72.net/?p=1571</guid>
		<description><![CDATA[<div addthis:url='http://www.blog72.net/2011/01/06/howcoloraffectpurchase/' addthis:title='สีสันและดีไซน์มีผลต่อการซื้อของมากน้อยเท่าใด? ' class="addthis_toolbox addthis_default_style ">
<a class="addthis_button_facebook_like"></a>
<a class="addthis_button_google_plusone"></a>
<a class="addthis_button_tweet"></a>
<a class="addthis_button_compact"></a>
<a class="addthis_counter addthis_bubble_style"></a>
</div>เปิดเรื่องแรกสำหรับปีนี้ เป็น infographic ที่ได้มาจากเว็บ Penn Olson (http://www.penn-olson.com/2011/01/06/color-and-design-in-purchase-behavior) ซึ่งจัดทำโดยบริษัท KISSmetrics (http://www.kissmetrics.com) ที่พูดถึงสถิติการ shopping การเลือกซื้อของ และการใช้งานเว็บไซต์ โดยมีสีสันและการออกแบบเป็นปัจจัย แน่นอนว่า สีสันและการออกแบบนั้น มีผลต่อการตัดสินใจ &#8220;ซื้อ&#8221; หรือ &#8220;ไม่ซื้อ&#8221; เพราะหากเว็บไซต์ดูไม่สวย ไม่น่าเชื่อถือ ก็ไม่มีใครกล้าเข้ามาซื้อของจากเว็บของเรา เปรียบเหมือนเราเปิดร้านขายของ หากจัดน่าร้านดูไม่ดี ดูสกปรก ลูกค้าก็ไม่อยากเข้า Infographic ด้านล่างนี้ รวบรวมสถิติที่น่าสนใจมาก เช่น การออกแบบ หน้าตา ภาพลักษณ์ (visual appearance) มีผลต่อการตัดสินใจซื้อถึง 93% และ 85% ตัดสินใจซื้อของเพราะสีที่ถูกใจ ส่วนสีสันนั้นมีผลถึง 80% ในการสร้างความจดจำให้กับตัว branding สีสันแต่ละสีสร้างความรู้สึกให้กับนัก shopping ได้แตกต่างกัน แน่นอนว่าบทสรุปนี้ไม่สามารถใช้ได้กับทั่วโลก แต่ข้อมูลที่รวบรวมมานี้ มาจากการวิเคราะห์ผู้คนในอเมริกา ทีนี้มาดูว่าแต่ละสีสร้างความแตกต่างได้อย่างไรบ้าง สีเหลือง: ให้ความรู้สึกถึงความเป็นวัยรุ่น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div addthis:url='http://www.blog72.net/2011/01/06/howcoloraffectpurchase/' addthis:title='สีสันและดีไซน์มีผลต่อการซื้อของมากน้อยเท่าใด? ' class="addthis_toolbox addthis_default_style ">
<a class="addthis_button_facebook_like"></a>
<a class="addthis_button_google_plusone"></a>
<a class="addthis_button_tweet"></a>
<a class="addthis_button_compact"></a>
<a class="addthis_counter addthis_bubble_style"></a>
</div><p>เปิดเรื่องแรกสำหรับปีนี้ เป็น infographic ที่ได้มาจากเว็บ <a href="http://www.penn-olson.com/2011/01/06/color-and-design-in-purchase-behavior" target="_blank">Penn Olson (http://www.penn-olson.com/2011/01/06/color-and-design-in-purchase-behavior)</a> ซึ่งจัดทำโดยบริษัท <a href="http://www.kissmetrics.com" target="_blank">KISSmetrics (http://www.kissmetrics.com)</a> ที่พูดถึงสถิติการ shopping การเลือกซื้อของ และการใช้งานเว็บไซต์ โดยมีสีสันและการออกแบบเป็นปัจจัย</p>
<p>แน่นอนว่า สีสันและการออกแบบนั้น มีผลต่อการตัดสินใจ &#8220;ซื้อ&#8221; หรือ &#8220;ไม่ซื้อ&#8221; เพราะหากเว็บไซต์ดูไม่สวย ไม่น่าเชื่อถือ ก็ไม่มีใครกล้าเข้ามาซื้อของจากเว็บของเรา เปรียบเหมือนเราเปิดร้านขายของ หากจัดน่าร้านดูไม่ดี ดูสกปรก ลูกค้าก็ไม่อยากเข้า</p>
<p>Infographic ด้านล่างนี้ รวบรวมสถิติที่น่าสนใจมาก เช่น การออกแบบ หน้าตา ภาพลักษณ์ (visual appearance) มีผลต่อการตัดสินใจซื้อถึง 93% และ 85% ตัดสินใจซื้อของเพราะสีที่ถูกใจ ส่วนสีสันนั้นมีผลถึง 80% ในการสร้างความจดจำให้กับตัว branding</p>
<p>สีสันแต่ละสีสร้างความรู้สึกให้กับนัก shopping ได้แตกต่างกัน แน่นอนว่าบทสรุปนี้ไม่สามารถใช้ได้กับทั่วโลก แต่ข้อมูลที่รวบรวมมานี้ มาจากการวิเคราะห์ผู้คนในอเมริกา ทีนี้มาดูว่าแต่ละสีสร้างความแตกต่างได้อย่างไรบ้าง</p>
<p><strong>สีเหลือง:</strong> ให้ความรู้สึกถึงความเป็นวัยรุ่น และมักใช้เพื่อดึงดูดความสนใจจากนัก shopping ที่เดินไปเดินมาได้<br />
<strong>สีแดง:</strong> ทำให้รู้สึกตื่นตัว ตกใจ มักใช้กับป้าย SALE ที่เรามักจะเห็นตัวใหญ่ๆ<br />
<strong>สีน้ำเงิน:</strong> ให้ความรู้สึกปลอดภัย มั่นใจได้ มักใช้กับธุรกิจทั่วไป บริษัท ธนาคาร และสถาบันการเงิน<br />
<strong>สีเขียว:</strong> มักใช้กับร้านที่ค่อยข้างจะ relax เพราะสีนี้เป็นสีที่สบายตา<br />
<strong>สีส้ม:</strong> ใช้เน้นกับสิ่งที่เราต้องการให้ลูกค้ากระทำ (Call to Action) เช่น การทำปุ่ม subscribe หรือปุ่ม ซื้อ ขาย<br />
<strong>สีชมพู:</strong> ความโรแมนติก ความเป็นผู้หญิง เหมาะสำหรับสินค้าที่เน้นลูกค้าเป็นผู้หญิงหรือเด็กผู้หญิง<br />
<strong>สีดำ: </strong>ความมีอำนาจ และ ความเท่ห์ มักใช้กับสินค้าหรูหรา ราคาแพง<br />
<strong>สีม่วง:</strong> ความใจเย็น นุ่มนวล ใช้กับสินค้าประเภทความสวยงาม จำพวกเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์บำรุงต่างๆ</p>
<p>ที่น่าสนใจไปกว่านั้น สำหรับเว็บไซต์ที่ดูไม่ดี ไม่สวย 52% ของนักช๊อปบอกว่า จะไม่ขอกลับมาที่เว็บนี้อีก</p>
<p>ในขณะที่ Amazon.com ได้ทำสถิติไว้เกี่ยวกับความเร็ว-ช้า ในการ load ของเว็บไซต์ไว้ว่า ในทุกๆ 100 Milliseconds ที่เว็บไซต์กำลัง load ทาง Amazon จะเสียรายได้จากการขายถึง 1% เลยทีเดียว</p>
<p>สุดท้าย เค้าได้รวบรวมว่า 52% ของนักช๊อปมักจะอยากเดินเข้าร้านที่มีป้ายขึ้นว่า &#8220;SALE&#8221; และหากมีคำว่า &#8220;GUARANTEED&#8221; จะทำให้ลูกค้า 60% รู้สึกกล้าซื้อของมากขึ้น</p>
<p><a href="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2011/01/color-purchases-lrg.png" rel="lightbox[1571]"><img class="alignnone size-medium wp-image-1573" title="color-purchases-lrg" src="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2011/01/color-purchases-lrg-400x1890.png" alt="color purchase" width="400" height="1890" /></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.blog72.net/2011/01/06/howcoloraffectpurchase/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เมื่อเว็บ Property Perfect ถูกยึด!!!</title>
		<link>http://www.blog72.net/2010/11/03/propertyperfect-takerover/</link>
		<comments>http://www.blog72.net/2010/11/03/propertyperfect-takerover/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 02 Nov 2010 19:06:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sittipong</dc:creator>
				<category><![CDATA[Design]]></category>
		<category><![CDATA[Online Marketing]]></category>
		<category><![CDATA[rgb72]]></category>
		<category><![CDATA[creative]]></category>
		<category><![CDATA[Property Perfect]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.blog72.net/?p=1415</guid>
		<description><![CDATA[<div addthis:url='http://www.blog72.net/2010/11/03/propertyperfect-takerover/' addthis:title='เมื่อเว็บ Property Perfect ถูกยึด!!! ' class="addthis_toolbox addthis_default_style ">
<a class="addthis_button_facebook_like"></a>
<a class="addthis_button_google_plusone"></a>
<a class="addthis_button_tweet"></a>
<a class="addthis_button_compact"></a>
<a class="addthis_counter addthis_bubble_style"></a>
</div>ครั้งแรกของประเทศไทยที่เว็บใหญ่ๆที่ขึ้นอยู่จริงๆในปัจจุบัน โดนยึดด้วยแคมเปญงานที่ยิ่งใหญ่ เพื่อโปรโมทงานที่จะมีขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้ นั่นคือเว็บของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ Property Perfect (http://www.pf.co.th) หลักการทำงานของแคมเปญนี้ก็คือ เมื่อผู้ใช้งานเว็บเข้าไปในเว็บไซต์ก็จะเห็นหน้าตาเว็บปกติ แต่เมื่อเค้ากดปุ่มที่เม้าส์แค่ครั้งเดียว ทุกอย่างก็จะเหมือนถูกรื้อถอน ไม่ว่าจะเริ่มจาก Banner ยักษ์ตรงกลางหุบ บุ๋มลงไปในช่องตรงกลาง ตามด้วยประตูที่ปิดอย่างรวดเร็ว ต่อด้วยพื้นที่ทะลุได้ใต้โซน banner เล็กทั้งสามอัน ทั้งนี้เพื่อนำเอา banner ทั้งสาม หดเข้าไปใต้เว็บไซต์ ไม่นานนักมีตะขอลงมาเกี่ยวเอาเมนูบาร์ออกไปทางด้านบน ตามด้วยเสียงอึกทึกของรถแทรกเตอร์ที่วิ่งเข้ามาจากทางด้านซ้ายเพื่อด้นเมนูอื่นๆที่ยังเหลือ ออกให้หมด ไม่นานนัก ไฟช๊อตเป็นระยะถี่ๆ จากนั้นจึงดับลง ทำให้เว็บไซต์ของ Property Perfect ที่เราหลงคิดว่าจริงมื่อสักครู่ หายวับไปกับตา เสมือนว่าจมอยู่ในความมืด จากนั้นเว็บจะมีเสียงดังก้องตลอดเวลา เหมือนมีการก่อสร้างอะไรบางอย่างดูด้านหลังผ้าม่านที่เพิ่งเข้ามาปิดเอาไว้ และไม่นานฝ้าจึงเปิด และ graphic ในการ PR งานก็เปิดตัวขึ้น ช่างยิ่งใหญ่เสียนี่กระไร นานทีเราจะได้มีอะไรที่ตื่นตาน่าสนใจ เพราะการยึดพื้นที่เว็บที่กำลังดำเนินการอยู่ทั้งหมดนั้น จำเป็นต้องได้รับโอกาสที่ดีจากลูกค้าและความสามารถในการทำงานให้ประสบผลสำเร็จได้ด้วยดีด้วย เว็บไซต์ในรูปแบบพิเศษที่ถูกยึดจะมีให้เห็นจนถึงสิ้นสุดงาน Perfect Showcase นี้เท่านั้น ใครอยากดูอย่ามัวช้าอยู่ใย รีบเข้าไปดูพร้อมทั้งเล่นเกม &#8220;ถ่ายรูปคู่กับบี้&#8221; ง่ายๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div addthis:url='http://www.blog72.net/2010/11/03/propertyperfect-takerover/' addthis:title='เมื่อเว็บ Property Perfect ถูกยึด!!! ' class="addthis_toolbox addthis_default_style ">
<a class="addthis_button_facebook_like"></a>
<a class="addthis_button_google_plusone"></a>
<a class="addthis_button_tweet"></a>
<a class="addthis_button_compact"></a>
<a class="addthis_counter addthis_bubble_style"></a>
</div><p><a href="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2010/11/PF01.jpg" rel="lightbox[1415]"><img class="alignnone size-medium wp-image-1416" title="Property Perfect - Perfect Showcase" src="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2010/11/PF01-400x268.jpg" alt="Property Perfect - Perfect Showcase" width="400" height="268" /></a></p>
<p><a href="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2010/11/PF01.jpg" rel="lightbox[1415]"></a>ครั้งแรกของประเทศไทยที่เว็บใหญ่ๆที่ขึ้นอยู่จริงๆในปัจจุบัน โดนยึดด้วยแคมเปญงานที่ยิ่งใหญ่ เพื่อโปรโมทงานที่จะมีขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้</p>
<p>นั่นคือเว็บของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ Property Perfect (http://www.pf.co.th)</p>
<p>หลักการทำงานของแคมเปญนี้ก็คือ เมื่อผู้ใช้งานเว็บเข้าไปในเว็บไซต์ก็จะเห็นหน้าตาเว็บปกติ แต่เมื่อเค้ากดปุ่มที่เม้าส์แค่ครั้งเดียว ทุกอย่างก็จะเหมือนถูกรื้อถอน ไม่ว่าจะเริ่มจาก Banner ยักษ์ตรงกลางหุบ บุ๋มลงไปในช่องตรงกลาง ตามด้วยประตูที่ปิดอย่างรวดเร็ว ต่อด้วยพื้นที่ทะลุได้ใต้โซน banner เล็กทั้งสามอัน ทั้งนี้เพื่อนำเอา banner ทั้งสาม หดเข้าไปใต้เว็บไซต์ ไม่นานนักมีตะขอลงมาเกี่ยวเอาเมนูบาร์ออกไปทางด้านบน ตามด้วยเสียงอึกทึกของรถแทรกเตอร์ที่วิ่งเข้ามาจากทางด้านซ้ายเพื่อด้นเมนูอื่นๆที่ยังเหลือ ออกให้หมด ไม่นานนัก ไฟช๊อตเป็นระยะถี่ๆ จากนั้นจึงดับลง ทำให้เว็บไซต์ของ Property Perfect ที่เราหลงคิดว่าจริงมื่อสักครู่ หายวับไปกับตา เสมือนว่าจมอยู่ในความมืด</p>
<p><a href="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2010/11/PF02.jpg" rel="lightbox[1415]"><img class="alignnone size-medium wp-image-1417" title="Property Perfect - Perfect Showcase" src="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2010/11/PF02-400x112.jpg" alt="Property Perfect - Perfect Showcase" width="400" height="112" /></a></p>
<p>จากนั้นเว็บจะมีเสียงดังก้องตลอดเวลา เหมือนมีการก่อสร้างอะไรบางอย่างดูด้านหลังผ้าม่านที่เพิ่งเข้ามาปิดเอาไว้ และไม่นานฝ้าจึงเปิด และ graphic ในการ PR งานก็เปิดตัวขึ้น ช่างยิ่งใหญ่เสียนี่กระไร</p>
<p><a href="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2010/11/PF031.jpg" rel="lightbox[1415]"><img class="alignnone size-full wp-image-1420" title="Property Perfect - Perfect Showcase" src="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2010/11/PF031.jpg" alt="Property Perfect - Perfect Showcase" width="399" height="165" /></a></p>
<p>นานทีเราจะได้มีอะไรที่ตื่นตาน่าสนใจ เพราะการยึดพื้นที่เว็บที่กำลังดำเนินการอยู่ทั้งหมดนั้น จำเป็นต้องได้รับโอกาสที่ดีจากลูกค้าและความสามารถในการทำงานให้ประสบผลสำเร็จได้ด้วยดีด้วย</p>
<p><a href="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2010/11/PF04.jpg" rel="lightbox[1415]"><img class="alignnone size-medium wp-image-1419" title="Property Perfect - Perfect Showcase" src="http://www.blog72.net/wp-content/uploads/2010/11/PF04-400x251.jpg" alt="Property Perfect - Perfect Showcase" width="400" height="251" /></a></p>
<p>เว็บไซต์ในรูปแบบพิเศษที่ถูกยึดจะมีให้เห็นจนถึงสิ้นสุดงาน Perfect Showcase นี้เท่านั้น ใครอยากดูอย่ามัวช้าอยู่ใย รีบเข้าไปดูพร้อมทั้งเล่นเกม &#8220;ถ่ายรูปคู่กับบี้&#8221; ง่ายๆ เพื่อลุ้นบัตร Concert ในวันอาทิตย์ที่ 7 พ.ย.นี้ 50รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง เท่านั้นไม่พอ ผู้ที่ชนะเลิศ 5 คนสุดท้ายจะได้รับเลือกให้ไปขึ้นเวทียักษ์ ณ​ ชาเลนเจอร์ฮอลล์เพื่อร้องเพลงคู่กับ บี้ เดอะสตาร์ ท่ามกลางสายตาทุกคู่จากเกือบหมื่นชีวิตที่จรดจ้องมาทางคุณ ลองดูนะครับ โอกาสดีดีแบบนี้หาไม่ได้อีกแล้ว!</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.blog72.net/2010/11/03/propertyperfect-takerover/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

