Recent Articles:

Passport ใหม่ สไตล์นอร์เวย์

November 24, 2014 Design Comments

พาสปอร์ต บอกชื่อก็นึกได้เลยว่าหน้าตาเป็นอย่างไร สมุดเล่มเล็ก ปกแข็ง สีแดงทึบ ๆ และมีคำว่า Passport ตัวใหญ่ ๆ อยู่ด้านหน้า

ซึ่งหน้าตาแข็ง ๆ แบบนี้ ไม่ได้มีเฉพาะที่ประเทศไทยเราประเทศเดียวเท่านั้น แต่ประเทศอื่นก็เป็น ลองสังเกตดูเวลายืนเข้าแถวที่หน้าเคาน์เตอร์เช็ค-อิน ผู้โดยสาร ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น หรืออเมริกา ก็หน้าตาแบบนี้แหละ

ประเทศนอร์เวย์ก็คงเป็นเช่นกัน (ที่บอกว่า คง เพราะไม่เคยเห็นของนอร์เวย์กับตาจริง ๆ เลยซักครั้ง)

เพราะล่าสุด รัฐบาลนอร์เวย์ได้เรียก designer ให้มาประกวดออกแบบ Passport กัน ทั้งนี้เพื่อให้รูปแบบของ Passport นั้นหลุดออกจากความน่าเบื่อแบบเดิม ๆ ซึ่ง Neue Design Studio ได้นำเสนอ concept ภายใต้ชื่อ “The Norwegian landscape” และชนะใจกรรมการมากที่สุด

การออกแบบของ Neue Design Studio เป็นอย่างไร?

หน้าตาการออกแบบภายนอกนั้นเรียบง่าย สไตล์มินิมอล แต่โดดเด่นด้วยสีสันและแน่นอนว่า จะสวย จะมินิมอลยังไง ก็ต้องสามารถอ่านและเข้าใจได้ว่า “นี่คือ พาสปอร์ต ของนอร์เวย์นะเฟร้ย”

ส่วนภายในนั้นเจ๋งกว่า เมื่อเปิดออกมาจะเห็นภาพ landscape ด้านใน (เป็นรูปภูเขา) ซึ่งเจ้ารูปด้านในของ Passport นั้นสามารถปรับเปลี่ยนสีและภาพได้ตามรังสี UV ที่ตกกระทบลงบนกระดาษ.. พูดง่าย ๆ ว่า ตอนกลางวันจะเห็นภาพแบบหนึ่ง กลางคืนอีกแบบหนึ่ง

^ กระดาษด้านในเมื่อโดนแสง UV ในเวลากลางวัน

^ กระดาษด้านในเปลี่ยนเป็นภาพกลางคืน เมื่อปราศจากแสง UV

ไอเดียแบบนี้เจ๋งมาก ๆ ครับ จริง ๆ มันอาจจะไม่ใช่เรื่องอะไรน่าตื่นเต้นสำหรับการทำกระดาษเปลี่ยนสีตามแสง UV แต่ที่มันน่าตื่นเต้นคือ ..

1. เค้ากล้าปรับเอกสารที่เป็น official มาก ๆ เอกสารทางราชการ ให้แลดูไม่น่าเบื่อ

2. เค้าจัดให้มีการประกวดอย่างกว้างขวาง เปิดรับการออกแบบ และให้เหล่าดีไซน์เนอร์ในประเทศได้โชว์ฝีมืออย่างเต็มที่

มีอะไรแบบนี้ก็อยากให้มีในไทยบ้าง จะช่วยกระตุ้นพลังไอเดียและความคิดสร้างสรรค์ของดีไซน์เนอร์ไทยได้มากจริง ๆ

งานออกแบบที่นักออกแบบสมควรจะทำ.. และลูกค้าสมควรจะได้รับ

October 16, 2014 Design Comments

เมื่อพูดถึงการออกแบบแล้ว ทุกครั้งที่เริ่มทำงานแต่ละชิ้น ผมจะคิดว่า คำว่า “ออกแบบ” นั้น หมายถึง “การสื่อสาร”

สื่อสารในสองรูปแบบคือ สื่อสารเพื่อให้ “เข้าใจ” และสื่อสารเพื่อให้ “รู้สึก”

สื่อสารเพื่อให้เข้าใจก็คือ การออกแบบของให้มีรูปแบบที่เข้าใจได้ง่าย วางอยู่ในตำแหน่งที่สมควร และสามารถใช้งานได้ง่าย ได้ถูกต้อง เช่น เข้าใจว่าปุ่มที่มีลูกศรชี้ไปทางซ้ายอยู่มุมซ้ายบนหมายถึงย้อนกลับ ตัวอักษรที่ใหญ่สุดคือสิ่งที่สำคัญที่สุด เหล่านี้เป็นต้น

ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องที่ว่ายากแล้ว.. แต่การสื่อสารอย่างที่สองนี่ยากกว่า

สื่อสารเพื่อให้ “รู้สึก”

รถยนต์มีไฟหน้า ไฟเลี้ยว ไฟเบรก กันชน เหมือนกัน ภายในก็มีพวงมาลัย เกียร์ ที่เปิดกระจกที่ไม่ใช่แค่เหมือนกัน แต่อยู่ในตำแหน่งใกล้เคียงกันมาก ๆ ซะด้วย แต่ทำไมเราถึงรู้สึกแตกต่าง ซึ่งเราสามารถแยกออกได้โดยอัตโนมัติเลยว่า นี่คือรถหรู นี่คือรถวัยรุ่น นี่คือรถสำหรับแม่บ้านจ่ายตลาด

ขนาด? ความกว้าง? สี? วัสดุที่ใช้? หรือแม้แต่เสียงเครื่องยนต์ เสียงแตร เสียงปิดประตูรถ หรือแม้แต่น้ำหนักของพวงมาลัย

เหล่านี้เป็นการออกแบบเพื่อตั้งใจสื่อสารให้เราได้ “รู้สึก” ทั้งสิ้น

นักออกแบบหลายคนให้ความสำคัญกับทั้งสองอย่าง บางคนให้ความสำคัญกับอย่างแรกเท่านั้น และบางคนไม่ให้ความสำคัญกับอะไรเลยนอกจากความสวยงาม

ซึ่งจะสังเกตว่า ตั้งแต่พูดมายังไม่ได้พูดว่าการออกแบบคือการทำให้สวยเลยซักนิด

ไม่ใช่มันไม่สำคัญ แต่ถ้าคุณทำงานออกมาให้คนรู้สึกได้อย่างที่คุณอยากให้รู้สึกแล้ว การออกแบบให้สวยงามจะไม่ใช่ประเด็นเลย

ลูกค้าเองก็เช่นกัน การลงสีน้อย การใช้ตัวอักษรแค่สองรูปแบบ ไม่ได้หมายความว่านักออกแบบทำงานไม่คุ้มกับเงิน นอกจากความ “สวยงาม” ที่ลูกค้าทุกคนมองหาแล้วนั้น การใช้งานที่ “ง่าย” ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ควรพิจารณา

สุดท้ายก็ลองค้นหาดูว่าในงานชิ้นนี้ เรา “รู้สึก” ว่ามันเป็นงานขององค์กรเรา เป็นงานนของเราหรือไม่

เพราะนี่คืองานออกแบบที่นักออกแบบสมควรจะทำ.. และลูกค้าสมควรจะได้รับ

ไม่ได้มีแค่เราที่เข้าไปนั่งประชุมในสตาบัคส์ ลองดูแคมเปญระดับโลกตัวแรก “Meet me at Starbucks” แล้วจะรู้ว่าเรานั้นยังธรรมดาไป

อย่างที่พวกเราเคยรู้กันมาก่อนแล้วว่า สตาบัคส์เป็นร้านกาแฟไฮโซราคาแพง ที่ไม่ได้เน้นขายกาแฟที่กาแฟ แต่เน้นขาย “ประสบการณ์” ที่ดีให้กับลูกค้า ดังนั้นการทำโฆษณาแคมเปญต่าง ๆ จึงต้องพยายามเน้นไปที่ “ประสบการณ์ที่ลูกค้าได้รับ” มากกว่าความหอมกรุ่นของกาแฟ หรือรสชาตของกาแฟ

“Meet me at Starbucks” (http://meetme.starbucks.com) จึงเป็นแคมเปญที่สตาบัคส์ร่วมกันกับ 72andsunny สร้างหนังขึ้นมาเรื่องหนึ่ง ที่ถ่ายจากสตาบัคส์ 59 สาขา ใน 28 ประเทศ โดยใช้บริษัททำหนังในประเทศนั้น ๆ ถึง 39 บริษัท กับช่างถ่ายภาพนิ่งอีก 10 คนและผู้กำกับ ซึ่งมีเพียงหนึ่งเดียว โดยถ่ายทั้งหมดภายใน 24 ชั่วโมง!!!

ถ่ายมาจากหลากหลายสถานที่จากทีมงานหลายทีม แม้ว่าจะถ่ายกันแค่ 24 ชั่วโมงแต่ว่าทางทีมงานก็ได้ภาพแบบที่ยังไม่ตัดต่อได้ยาวถึง 220 ชั่วโมงเลยทีเดียว

แล้วทาง สตาบัคส์ ต้องการนำเสนออะไร??

สตาบัคส์ต้องการนำเสนอให้ทุกคนทั่วโลกได้รู้ว่า ในหนึ่งวันที่ผ่านไป หลายคนแวะเวียนมาที่สตาบัคส์ไม่ใช่เพื่อกาแฟเพียงอย่างเดียว แต่เพื่อให้ทุกคนได้มา “Connect” กันด้วย

ในภาพยนตร์ความยาวเกือบ 6 นาทีจะนำเสนอให้เราเห็นว่า บางคนมาที่นี่ก็เพื่อทำงาน บางคนก็มานั่งดูอัลบั้มภาพถ่าย หรือที่เด็ดกว่านั้นคือ บางคนก็มา audition นักร้องนักดนตรีกันที่สตาบัคส์เลย.. และบางคนก็มาซ้อมกีฬากันด้านนอกสตาบัคส์ หรือแม้แต่ด้านในสตาบัคส์เองก็มี!!

ทำให้รู้สึกว่า การที่เรามานั่งประชุมกันที่สตาบัคส์นั้น ถือว่า basic สุด ๆ

ภาพยนตร์ที่ออกฉายบน YouTube ที่ (http://www.YouTube.com/Starbucks) นั้น ทำออกมาเป็นแบบ Interactive ด้วย นั่นคือ ระหว่างที่ดู คุณสามารถที่จะกดเข้าไปดูเป็น mini-documentary ของเรื่องราวนั้น ๆ เพื่อเข้าไปดูภาพยนตร์สั้น ดูรายละเอียดของเรื่องให้เข้าใจได้มากขึ้นได้

สำหรับเรื่องที่ผมชอบนอกจากคนมา audition นักร้องที่สตาบัคส์แล้ว ก็มีเรื่องของคนใบ้ที่มาพบปะสังสรรค์กันที่นี่ด้วย..

แคมเปญ “Meet me at Starbucks” นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งไอเดียที่ดีมาก ๆ หลังจาก “My Starbucks Idea” (http://mystarbucksidea.com) เลยก็ว่าได้

5 คู่สี ที่ต้องระวังในการเลือกใช้ เพราะจะทำให้ลูกค้าเข้าใจงานของคุณผิด!

August 4, 2014 Design Comments

ในการออกแบบแต่ละครั้ง “สี” คือสิ่งที่สำคัญมาก

ใครที่เคยได้ฟังผมบรรยาย มีหลายครั้งที่ผมได้พูดถึงช่วงหนึ่งในการทำงานขณะอยู่ที่ New York การทำงานที่จำได้ไม่เคยลืม นั่นคือการได้มีโอกาสทำงานร่วมกับบุคคลเก่งระดับโลก “Martha Stewart” ซึ่งในการทำงานครั้งนั้น หน้าที่หลักของผมคือการ “เลือกสี” ที่จะใช้สำหรับการออกแบบเว็บไซต์ใหม่

การเลือกสีในครั้งนั้น ทำให้ผมไม่ลืมเนื่องจากกว่าเราจะได้คู่สีที่มั่นใจแล้วว่า จะใช้กับเว็บตัวนี้จริงๆ ก็ใช้เวลาเลือกนานถึง 2-3 สัปดาห์ เรียกว่าการเลือกสีนั้นไม่ใช่แค่เปิด Photoshop มาแล้วก็จิ้มๆ สีที่เราพอใจเข้าไป แต่การเลือกสีนั้นต้องคิดให้ไกล ไกลแบบที่เราสามารถจินตนาการได้ว่า ในอนาคต เมื่อสีนี้ถูกนำไปใช้ในหลากหลายสถานการณ์ มันคงยังต้องสามารถ “สื่อสาร” สิ่งที่เราต้องการส่งให้ถึงผู้ใช้งานได้ดังเดิม

ดังนั้นวันนี้จะมาพูดถึงเรื่องการ “เลือกสี” .. แต่แทนที่จะบอกว่า เลือกสีอะไรดี เรามารู้จักกับ “คู่สีที่ไม่ควรเลือก หรือ ต้องระมัดระวังให้มากในการเลือก” ดีกว่า

** บอกไว้ก่อนนะครับ ..คำว่า “ไม่ควรเลือก” ไม่ได้หมายถึงว่า “ไม่ให้เลือก” แต่ในหลากหลายสถานการณ์ การเลือกคู่สีของคุณ อาจจะทำให้คนคิดถึงสิ่งอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับสินค้าของคุณหรือสิ่งที่คุณต้องการจะบอกลูกค้า.. ซึ่งนั่นจะนำมาซึ่งความเข้าใจผิดได้ **

เรามาดูกันว่ามีสีอะไรบ้างครับ..

คู่ที่หนึ่ง: แดง – เขียว

คู่นี้ เป็นคู่สีที่มีความโดดเด่นทั้งสองสี แน่นอนว่า ใช้ที่ไหน เป็นสะดุดตาที่นั่น ซึ่งเหมือนจะดีนะครับ แต่สองสีนี้ บางครั้งอาจทำให้คนเข้าใจผิด คิดว่าเป็นสีของ “คริสต์มาส” ก็เป็นได้

เพราะเวลาที่เราต้องการสื่อสารถึงช่วงเทศกาลปีใหม่ เทศกาลคริสต์มาส แดง เชียว คือสีที่จะถูกใช้อย่างแพร่หลาย เรียกได้ว่ามองไกลๆ ก็รู้เลย ดังนั้นเพื่อไม่ให้ลูกค้าเข้าใจผิด.. คู่สีนี้คือคู่สีแรกที่ควรระวังให้มากครับ

คู่ที่สอง: ส้ม – ดำ

คู่นี้สีไม่แย่งกันเด่นมากเหมือนคู่แรก แต่ทั้งสองสีนี้ก็มีความต่างอย่างชัดเจน จริงๆแล้ว ส้ม ดำ ถูกใช้ในโลโก้ หรือ artwork ของงานหลากหลายงานนะครับ แต่อย่างที่บอกว่าถ้าเราใช้งานได้ไม่ดี ไม่ถูกต้อง สีส้ม ดำ นี้ อาจจะถูกมองผิดไปว่าเป็นสีของงาน “ฮาโลวีน” ไป ก็เป็นได้…!!!

คู่ที่สาม: เขียว – น้ำตาล

ไม่ต้องบรรยายมาก ถามเลยครับว่า เห็นแล้วคิดถึงอะไรครับ? สีเขียวนั้นมองยังไงก็รู้สึกถึง “ธรรมชาติ” ส่วนสีน้ำตาล มองยังไงก็ไม่พ้น “พื้นดิน ภูผา ต้นไม้”

ถ้าเป็นสีโทนเข้มแบบนี้ มองพลาดก็อาจจะเข้าใจได้เลยว่า นี่มันคู่สีของ “ทหาร” มั้ยครับ?

อย่างไรก็ตาม ถ้าคู่สีนี้ถูกเปลี่ยนให้สี สดขึ้น สว่างขึ้น คู่สีทหารที่ว่านี้ก็จะกลายเป็นคู่สีแห่งธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และการอนุรักษ์ และ Organic กันเลยทีเดียว

คู่ที่สี่: แดง – เหลือง

คู่นี้ไม่ได้มองว่าเกี่ยวข้องกับการเมืองแต่อย่างใด!! (รีบออกตัวโดยไว) แดง กับ เหลือง เป็นอีกหนึ่งคู่สีที่มีความแรงด้วยกันทั้งคู่ แน่นอนว่า มีโอกาสสูงมากที่เราจะเลือกมาใช้กับงานต่างๆ เพื่อให้ผู้ชมสามารถมองเห็นได้ชัดๆ เด่นๆ แต่…

สำหรับคู่สีนี้ คิดถึงอะไรบ้างครับ??

ตรุษจีน! คนจีน สีของความเฮงๆ โชคดีๆ ถ้าสินค้าหรือโฆษณาของคุณไม่ได้เกี่ยวข้องกับอะไรแถวนี้แล้วล่ะก็ ควรจะหลีกเลี่ยงคู่สีสองสีนี้ เพื่อความเข้าใจที่ไม่คลาดเคลื่อนของลูกค้า โดยเฉพาะในช่วงต้นปี ที่มีป้ายโฆษณาขายเป็ด ขายหมู กันเต็มไปด้วย โดยใช้คู่สีนี้เป็นตัวนำ!

คู่สุดท้าย.. จะว่าเป็นคู่ก็คงไม่ได้สินะ เพราะ set นี้มี สามสี

คู่สุดท้าย แดง – ขาว – น้ำเงิน

เดาสิครับว่าจะไปคล้ายคลึงกับสีของอะไร? เอาเป็นว่า เป็นหนึ่งในกลุ่มสีที่ ถ้าเราไม่ได้ตั้งใจให้สื่อถึงความหมายของธงชาติไทยสามสีแล้วล่ะก็ การใช้สีสามสีนี้ร่วมกัน จะถูกมองเป็นธงชาติไปโดยปริยาย โดยเฉพาะถ้าเราใช้สีสามสีนี้เรียงกันเป็นแถว จะยิ่งชัดใหญ่

ในโลกความเป็นจริง ก็มีโลโก้หรือ artwork หลายตัวที่ใช้สามสีนี้นะครับ แต่ก็ไม่ได้จะเห็นเด่นชัดว่าเป็นธงชาติแต่อย่างใด นั่นก็เป็นเพราะการใช้สีใน “สัดส่วน” ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เช่น สีขาวอาจจะมากสุดๆ สีน้ำเงินรองลงมา ส่วนสีแดงมีแค่จุดนิดเดียวอย่างนี้เป็นต้น

** สุดท้ายนี้ขอ NOTE ไว้อีกนิดนึง.. แม้ว่าจะพูดถึง โอกาสของการใช้คู่สีที่ผิด จะทำให้คนเข้าใจผิดได้จริงๆ แต่ก็ยังมีธุรกิจอยู่จำนวนหนึ่งที่ “สีสันและคู่สี” เหล่านี้ไม่ค่อยมีผลเท่าไหร่! และหนึ่งในนั้นคือธุรกิจสำหรับ “เด็ก”

ธุรกิจสำหรับเด็กนั้น ทำลายเกือบทุกกฎเกณฑ์ที่กล่าวมา เนื่องจากการใช้สีเพื่อดึงดูดความสนใจจากเด็กนั้น เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และคู่สีทั้งห้าที่ได้กล่าวมาทั้งหมดนั้น ส่วนใหญ่ล้วนเป็นคู่สีที่โดดเด่น เตะตาเด็กๆมากมาย

ดังนั้น ก่อนจะเลือกใช้คู่สี ก็ควรศึกษาดูซะก่อนนะครับว่า คู่สีที่เราเลือกนั้น จะไปสร้างความสับสนให้กับผู้ชมของเราหรือไม่ ตรงนี้ถือว่าเป็น guideline คร่าวๆ เพื่อพึงระวังในคู่สีทั้งห้า ก่อนที่เราจะเลือกใช้ไปจนทำให้เกิดการสื่อสารที่ผิดพลาด

เบื้องหลังแนวคิดในการพัฒนาเว็บไซต์ใหม่ของ Property Perfect เวอร์ชั่น 2014 (www.pf.co.th)

July 28, 2014 rgb72 Comments

ผลงานล่าสุดของ rgb72 ที่เพิ่งจะเปิดตัวใช้จริง คือเว็บไซต์ของบริษัท อสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย บริษัท พร๊อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟ็ค – Property Perfect (www.pf.co.th) ซึ่งงานนี้ถือเป็นการรื้อ re-design website ใหม่ทั้งหมดอีกครั้ง และในครั้งนี้จะเป็นการเล่าให้ฟังถึงเบื้องหลัง concept แนวความคิด และการทำงาน ที่ “กว่าจะมาเป็นเว็บไซต์ PF.co.th” ได้ ต้องผ่านอะไรมาบ้าง

ในการทำเว็บไซต์ใหม่ทุกครั้ง สิ่งที่เราต้องทำก็คือ

  1. การค้นหาข้อเสีย เพื่อ แก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้น
  2. การพัฒนาเว็บไซต์ด้วย concept ใหม่ โดยคำนึงถึงการใช้งานของ user ที่เปลี่ยนไปและใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม และ
  3. ตอบโจทย์ทางการตลาดที่ลูกค้าต้องการ

เราเริ่มต้นด้วยการการพูดคุยกับลูกค้าถึงปัญหาเดิมที่เคยมี ซึ่งตรงนี้ไม่ใช่เรื่องยาก เนื่องจากเราเคยได้ทำงานให้กับทาง PF มาบ้างแล้วก่อนหน้านี้ ดังนั้นจึงไม่ใช่การเริ่มต้นใหม่ตั้งแต่ศูนย์ซะทีเดียว

ความสวยงาม, ความพอดี, การเข้าถึงข้อมูลที่รวดเร็ว, การใช้งาน, และ performance คือสิ่งที่เราต้องการปรับปรุงจากเว็บเดิม

โครงสร้างของเว็บ ที่เริ่มต้นจากหน้าแรก เข้ามาแล้ว user สามารถเลือกเข้าดู “บ้านเดี่ยว” “ทาวน์โฮม” หรือ “คอนโด” ได้นั้น ยังอยู่เหมือนเดิม

แต่ที่น่าแปลกคือ เราได้สังเกตพฤติกรรมของ user แล้วพบว่า user ที่มักจะใช้ “sitemap” ที่อยู่ด้านล่างในส่วนของ footer เพื่อเข้าถึงแต่ละโครงการ มากกว่าการใช้เมนูด้านบน นั่นน่าจะเป็นเพราะ เมนูด้านบนของเดิม ไม่โดดเด่นพอ หรือว่าใช้ไม่ง่ายนัก หรือสอง user อาจจะชอบที่จะเหลือเข้าดูบ้านแต่ละโครงการด้วยการมองเห็นทั้งหมดก่อน แล้วจึงกดเลือกเข้าโครงการที่ตัวเองต้องการเลย.. ไม่ต้องการเลือกจากเมนูด้านบนที่มีหลาย step

ดังนั้น.. เราจึงแก้ไขสองจุดด้วยการ 1. ปรับการออกแบบ เมนูด้านบนใหม่ และ 2. ถ้า user ชอบเข้าถึงจาก footer อยู่แล้ว เราก็จะพัฒนาให้ footer นั้นใช้งานได้ดีขึ้น!

ตัวเมนูด้านบน เราเพิ่มรูปภาพ สร้างเมนูที่ใหญ่ขึ้น เนื่องจากโครงการของ PF นั้นมีจำนวนมาก และสร้าง shortcut เพื่อเข้าถึงแต่ละ brand ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ส่วนตัว footer เรายังยึด concept เดิม คือตีแผ่ทุกโครงการออกมา แต่ “เพิ่ม” feature ที่ให้ user สามารถเลือกดูโครงการทั้งหมดในรูปแบบของ “map view” ด้วย

สิ่งที่เป็น concept ใหม่ที่เราต้องการนำเสนอ เพื่อตอบโจทย์วิถีการใช้งานเว็บไซต์ที่เปลี่ยนไปของ user ในปัจจุบัน ซึ่งมีมากมายหลายอย่าง หนึ่งในสิ่งที่ต้องปรับปรุงเร่งด่วนเลยก็คือ การเพิ่มความสามารถให้กับเว็บไซต์เพื่อ support อุปกรณ์เคลื่อนที่ประเภท Mobile device.. และคำว่า Mobile device ในที่นี้ไม่ได้พูดถึงแค่ Smart phone เท่านั้น แต่รวมไปถึงอุปกรณ์พกพาจำพวก tablet และ iPad ซึ่งเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่มีเทรนด์กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง

แน่นอนว่า เมื่อเราบอกว่าต้องการ support อุปกรณ์พกพา ดังนั้นหลักการใช้งานของเว็บนี้ก็ต้องเป็นหลักการใช้งานที่คนเล่นอุปกรณ์จำพวก tablet นี้คุ้นเคย เช่นการ swipe เลื่อนภาพ, การสร้างปุ่มให้ใหญ่พอดีกับนิ้วให้สามารถกดได้อย่างง่ายดาย และอื่นๆอีกมากมาย

แต่ความยากของการสร้างเว็บไซต์นี้ไม่ได้อยู่ที่งาน production การออกแบบ หรือการเขียน coding แต่อย่างใด

ความยากมันอยู่ที่ “เวลา”

เวลาเป็นสิ่งที่ท้าทายยิ่ง! งานนี้เราได้รับโจทย์ล่วงหน้ามาพอสมควร แต่กว่าทุกอย่างจะลงตัวพร้อมเริ่มงานได้ เราก็มีเวลาเหลือไม่มากนัก ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ท้าทายสำหรับเรา

เมื่อลูกค้าแจ้งเราว่า ระยะเวลาที่เหลืออยู่นี้พอจะทำได้สำเร็จทันไหม? ผมตอบลูกค้าไปว่า “ทันครับ”

จากนั้นเมื่อถึงเวลาเริ่มงาน ทีม production rgb72 ได้ทำการประชุมภายใน เราตั้งคำถามกันว่า เราจะต้องการทีมงาน outsource เข้ามาเพิ่มเพื่อช่วยเหลือมั้ย? ซึ่งทางทีมให้คำตอบมาว่า “เรามาทำเองเสาร์-อาทิตย์ ลุยกันไปเลยดีกว่า”

เมื่อความมุ่งมั่นเป็นเช่นนั้น เรา rgb72 ก็ได้เริ่มทำงานโดยไม่หยุดเสาร์-อาทิตย์เลย เป็นเวลา 3 สัปดาห์ ซึ่งหากจะนับวันแล้วก็คงจะคิดเป็นการทำงานประมาณ 19 วัน ติดต่อกันโดยไม่มีวันหยุด!!

โหดมาก..แต่เราก็ทำสำเร็จ

แต่นั่นก็ยังเป็นแค่งานใน Phase แรก ..

แม้ว่าใน phase นี้จะยังไม่ support อุปกรณ์อย่าง smart phone กล่าวคือ อุปกรณ์มือถืออย่าง iPhone และ Smart phone นั้น ยังสามารถดูได้ เพียงแค่ไม่ได้มีรูปแบบและขนาดที่พอดีสำหรับ smart phone .. ไม่ได้เป็น responsive หรือเป็น mobile site เพราะด้วยเวลาอันจำกัดมากๆ แต่ feature นี้ กำลังเดินทางมาอย่างแน่นอน!

ยังมี features อีกมากมายที่รอจะ update ตามมาเร็วๆนี้

ซึ่งถ้ามี update เมื่อไหร่ ผมไม่ลืมที่จะมา update ใน blog72 นี้แน่นอนครับ..

สำหรับตอนนี้.. ลองเข้าเว็บ pf.co.th ดู version ใหม่นี้ไปก่อนนะครับ ^^

Search This Site:



rgb72 on Facebook

คำศัพท์ Internet วันละคำ

APP (คำที่เกี่ยวข้อง: iOS, Android, iPhone, iPad)
– ย่อมาจาก Application (หรือเรียกง่ายๆว่า โปรแกรม) โดยมากใช้กับโปรแกรมที่ใช้กับ โทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์พกพาต่างๆ
การทำ App ต้องทำแยกสำหรับมือถือต่างยี่ห้อ โดยยึดเอาระบบปฎิบัติการเป็นที่ตั้ง ทั้งนี้ระบบปฎิบัติการบนมือถือและอุปกรณ์พกพาในปัจจุบันสามารถแยกออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ คือ iOS (พัฒนาโดย Apple) และ Android (พัฒนาโดย Google)

72's Friends

Useful Links

rgb72


being72 คือหนังสือที่รวบรวมเรื่องราวความเป็น rgb72 บริษัทออกแบบเว็บไซต์ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน โดยจัดทำเนื่องในโอกาสครบรอบ 10ปี

+ บทความจากผู้เขียน
+ ตอนที่1: Pre-rgb72 / ทำงานกับ Martha Stewart
+ ตอนที่2: Pre-rgb72 / Arcadian
+ ตอนที่3: Pre-rgb72 / ewit
+ ตอนที่4: เริ่มต้นอย่างเงียบๆ
+ ตอนที่5: Generation 1 (ยุคที่1:บุกเบิก) / เริ่มต้นที่ศูนย์
+ ตอนที่6: โทร โทร โทร...
+ ตอนที่7: นามบัตร
+ ตอนที่8: หนังสือพิมพ์และโทรทัศน์
+ ตอนที่9: MATCHING STUDIO
+ ตอนที่10: มีเงินที่ไหน ให้ไปที่นั่น
+ ตอนที่11: พนักงานคนแรก
+ ตอนที่12: ภาพแทรก ออฟฟิสที่สองของ rgb72
+ ตอนที่13: เพื่อนจาก ewit
+ ตอนที่14: GettyImages ฟ้องจริง ถึงจริง
+ ตอนที่15: เว็บไซต์ที่ทำแบบมากที่สุด
+ ตอนที่16: ความฝันที่ 1 พบชื่อลูกค้าทุกๆ ห้านาทีที่ขับรถ
+ ตอนที่17: สมุย.. สร้างเสร็จได้ในวันเดียว
+ ตอนที่18: ขึ้นศาล.. มันไม่สนุก
+ ตอนที่19: นักธุรกิจต่างชาติ
+ ตอนที่20: ความฝันที่ 2 เที่ยวต่างประเทศ
+ ตอนที่21: Super AE
+ ตอนที่22: สินบน
+ ตอนที่23: ผู้หญิงที่ผมไม่รับ
+ ตอนที่24: งานที่คุณไม่ได้ดู
+ ตอนที่25: นักออกแบบ
+ ตอนที่26: คู่แข่งที่รัก
+ ตอนที่27: เซียนหลังกระดานหุ้น ตอนที่ 1/2
+ ตอนที่27: เซียนหลังกระดานหุ้น ตอนที่ 2/2
+ ตอนแทรก: หาาา?... อะไรนะ!!??
+ ตอนที่28: ยิ่งให้... ยิ่งได้
+ ตอนที่ 29: Wall of Frames
+ ตอนที่ 30: ผี 72
+ ตอนที่ 31: เพื่อนจากตะวันออกกลาง
+ ตอนที่ 32: Photography
+ ตอนที่ 33: Too Far from the Dream





Recent Comments

Powered by Disqus