Home » Android » Recent Articles:

สวัสดีปี 2555

สวัสดีปีมังกรครับ…

แล้ววันนี้ก็ถือโอกาสสรุปสิ่งที่เกิดขึ้นบนโลกออนไลน์ในปี 2554 ที่ผ่านมา และสิ่งที่ควรต้องจับตามองในปี 2555 เพื่อไม่ให้หลุดเทรนด์ในปีนี้นะครับ

ปีที่ผ่านมา วงการออนไลน์มีการเปลี่ยนแปลงไปมาก มีหลายงาน หลายแคมเปญทำแล้วประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี แต่หลายแคมเปญก็ออกจะผืดๆ โดยมีผลกระทบจากปัจจัยภายนอก อย่างน้ำท่วมใหญ่เมื่อปลายปี

สำหรับในปีนี้สิ่งที่คาดว่าจะได้เห็นบนโลกออนไลน์ ความเปลี่ยนแปลงในหลายๆด้าน ก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องต่างๆดังต่อไปนี้

1. Apple product และ Design style

ถึงวันนี้คงเถียงไม่ได้แล้วว่า ใครๆก็ตั้งหน้าตั้งตารอ iPhone 5 และ iPad 3 อยู่ ทั้งๆที่ตัวเองก็มี iPhone 4 และ iPad 2 กันอยู่แล้ว วันนี้สินค้าของ Apple มันไม่ใช่เรื่องของ “ความจำเป็น” อีกแล้ว แต่มันกลับเป็นเรื่องของ “แฟชั่น” เสียมากกว่า และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้สินค้ายี่ห้ออื่น และ ระบบปฎิบัติการอื่นนั้นเกิดได้ยาก แม้สินค้าหลายตัวจะมีการสร้างกระแสด้วยการทำตัวต้นแบบหลุดออกมาบ้าง แต่ถึงแม้ว่าจะหลุดออกมาให้เห็นทั้งตัว ก็ยังสู้กระแสที่มีชิบตัวเล็กๆ ซึ่งดูไม่ออกว่าคืออะไร แต่บอกว่าเป็นของ iPad 3 ก็ไม่ได้

เทคโนโลยี และ การออกแบบของ Apple นั้นมีผลกระทบกับโลกออนไลน์แน่นอน ในเชิงการออกแบบ ปีที่แล้วเราได้เห็นการใช้ “Noise” จากเว็บ Apple (Macbook Air) นำมาสร้าง texture ให้กับพื้น background บนเว็บทั้งต่างประเทศและในประเทศมากมาย (หลังจากที่ปีก่อนหน้านั้นหากยังจำได้ การใช้เงาสะท้อนพื้นแบบ reflect และการทำเงาโค้งๆ บน icon เคยเป็นเทรนด์ที่ดีไซน์เนอร์น้อยคนจะทำไม่เป็น)

ในด้านเทคโนโลยี เราเห็นว่าการไม่สนับสนุน flash ของ iPad และ iPhone ทำให้ Flash นั้นมีปริมาณการใช้งานที่น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด การไม่ใช้ Flash กลายเป็นส่วนหนึ่งของการทำเว็บให้สามารถดูได้ในทุกๆ เครื่อง ทุกๆ ระบบปฎิบัติการ และเป็นส่วนสำคัญในการสร้าง Responsive Web Design ด้วย

ดังนั้น การเปิดตัวสินค้าใหม่ๆ จาก Apple ในแต่ละครั้ง มันไม่ใช่เรื่องของ “สินค้า” อย่างเดียว แต่มันกลับมีผลกระทบกับหลายสิ่งบนโลกออนไลน์และการออกแบบเป็นอย่างมาก ดังนั้นในปีนี้ Apple ก็ยังคงเป็นบริษัทที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง

2. Social Network / Facebook, Google+ และ อื่นๆ

ปีที่ผ่านมา Facebook ครองอันดับหนึ่ง Social Network ที่น้อยคนจะไม่รู้จัก และปีหน้าก็ยังคาดว่าจะเป็นเช่นเดิม

แม้ว่าปีที่ผ่านมา การเปิดตัว Timeline และ features ใหม่ๆมากมายจะทำให้ผู้ใช้งานที่มีอยู่เดิมเริ่ม “ไม่ชอบ” อาจเป็นเพราะ feature ใหม่ๆเหล่านี้ส่งผลให้ Facebook นั้น “ช้า” ลงไปมาก เล่นบนเว็บก็ข้า เล่นบนมือถือยิ่งช้าเข้าไปใหญ่ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ Google+ ที่ประกาศตัวออกมาว่า เร็วกว่าดีกว่านั้น จะแซงขึ้นมาได้เลย

ไหนจะมี Social Network ตัวใหม่ที่กำลังมาแรงอย่าง Path ที่เน้นการเล่นผ่านมือถือ มีจุดเด่นที่ interface และความรวดเร็ว แต่สิ่งหนึ่งที่ทั้ง Google+ และ Path ยังไม่มีก็คือ “เพื่อน”

เพราะเพื่อนเราเป็นร้อยๆคนอยู่ใน Facebook แต่กลับมีอยู่ใน Google+ ไม่ถึงครึ่ง

แต่หากจะบอกว่า Google+ จะไม่เกิดคงไม่ใช่ Google+ ยังคงเป็นอีกหนึ่ง Social ที่ต้องคอยจับตามอง แม้ว่าจะมาช้า แต่ก็ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น Google+ ยังต้องติดโผ Social Network ที่ต้องการทำการตลาดออนไลน์ในปี 2555 อย่างแน่นอน

แต่สำหรับ Social Network อีกเจ้าหนึ่งที่มีแนวความ “คิดต่าง” อย่าง Instagram (http://instagr.am) นั้น มีจำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้นราวกับดอกเห็ด

ดอกเห็ดที่ว่านี้มีการเติบโตจากสมาชิก 1ล้านคน เมื่อวันที่ 1 มกราคมปี 2554 เป็น 15 ล้านคน เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2555

หนึ่งปีเท่านั้น…

และล่าสุด ประธานาธิบดี บารัค โอบาม่า ก็กระโดดเข้ามาเล่น instagram ด้วยเช่นกัน!

เพราะแนวคิดในการเล่น Social Network ที่แตกต่าง ประจวบเหมาะกับนิสัยของการนำคนสองกลุ่มที่มีความชอบแตกต่างกันมาอยู่ในที่เดียวกัน ชอบแบบแรกคือ ชอบ “โชว์” ภาพตัวเอง ภาพสถานที่ ภาพสวยๆ และชอบแบบที่สองคือ ชอบ “ดู” ภาพคนอื่น เท่านั้นยังไม่พอ ด้วย feature การปรับสีรูปแนว vintage ที่ปรับแล้วสามารถเพิ่มความสวยของภาพได้เป็นอย่างมาก Instagram จึงเป็นอีกหนึ่ง social network ที่น่าจะไปได้สวยอย่างต่อเนื่องในปีหน้า

และสำหรับ Social Network ที่เล่น location base อย่าง FourSquare (http://foursquare.com) และ Gawalla (http://gowalla.com) ล่ะ? ในปีที่ผ่านมาต้องบอกว่าแผ่วลงไปมาก และในปีใหม่นี้ คาดว่ายากที่จะกลับมายืนได้อลังการเหมือนก่อน

ปีใหม่นี้ การทำการตลาดผ่าน Social Network แบบเดิมๆ เช่นการเอาของรางวัลมาล่อให้กด like หรือการเล่น tag รูป แม้ว่ายังจะเป็นมุกคลาสิก แต่นักการตลาดจะต้องหาแนวความคิดใหม่ๆ มาเล่น เพราะผู้ใช้งานในปัจจุบันนี้เปลี่ยนไป เน้นความเร็วมากขึ้น ต้องการเข้ามา อ่าน แชร์ เม้น ไม่ต้องการทำกิจกรรมอะไรที่ยืดเยื้อ

ในทางกลับกัน เทรนด์ในการ “ทำความดี” และเทรนด์ “การให้ความรู้” นั้นเป็นเรื่องที่ดึงความสนใจให้กับผุ้คนบน social ได้มากทีเดียว เห็นได้ชัดจากเหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา ทำให้ผู้คนสนใจมาช่วยกันทำความดี ช่วยแพ๊คของ ช่วยปั้น EM Ball และก็ยังไม่ลืมที่จะ “แชร์”

3. Non-Voice

เป็นเรื่องแปลกที่มนุษย์เรากลับชอบสื่อสารด้วยการ “พิมพ์” มากกว่าการ “คุย” ทั้งๆที่การพิมพ์มีข้อเสียมากมาย เช่น ช้า, สื่อสารผิดพลาด, และเสียสมาธิ (ในการเดินและการขับรถ) แต่เราก็ยังเลือกที่จะกดปุ่มคำเป็นประโยคๆ แทนการกดเลข 10 หลักเพื่อโทรออก

WhatsApp (http://www.whatsapp.com) โปรแกรมชื่อแปลกที่โด่งดังติดอันดับหนึ่งมานานหลายสัปดาห์ ด้วยความสามารถในการส่งข้อความระหว่างโทรศัพท์มือถือโดยไม่มีค่าใช้จ่าย! พูดง่ายๆก็คือ WhatsApp ทำหน้าที่เหมือนการ รับ-ส่ง SMS แต่ “ฟรี” นั่นเอง ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ WhatsApp คือคำตอบสำหรับคนในยุค smart phone ครองเมือง และยุคที่คนนิยมสื่อสารแบบไร้เสียง

ความนิยมที่ว่าสามารถวัดได้ด้วยจำนวนการส่งข้อความที่มากถึง 1 พันล้าน ข้อความต่อ 1 วัน!!!

นั่นคือ 41 ล้านข้อความต่อชั่วโมง หรือ.. เกือบ 7 แสนข้อความต่อนาที หรือ.. ประมาณ 1 หมื่นข้อความต่อวินาที!!!! (ข้อมูลจาก blog ของ WhatsApp: http://blog.whatsapp.com/index.php/2011/10/one-billion-messages/)

ความแรงของ WhatsApp น่าจะเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจที่ทำให้เกิด iMessage โปรแกรมการส่งข้อความผ่านอินเตอร์เน็ทแบบไม่เสียเงิน เมื่อผู้ส่งและผู้รับอยู่ในพื้นที่ที่มีอินเตอร์เน็ท โปรแกรมที่มาพร้อม iOS 5 ของ Apple

แต่สำหรับในประเทศไทย ความแรงของ WhatsApp ต้องถูกกระชากลงด้วยม้ามืดอย่าง “LINE”

LINE (http://line.naver.jp/en/) เป็น App ที่ถูกสร้างโดยบริษัทใหญ่แห่งหนึ่งของญี่ปุ่นที่มีชื่อว่า Naver มีคุณสมบัติเหมือน WhatsApp ทุกประการ แต่มีจุดเด่นหนึ่งที่แตกต่างและโดนใจผู้ใช้งานชาวเอเชียและคนไทยเราเป็นอย่างมาก

นั่นคือ “Sticker”

Sticker คือภาพกราฟฟิคตัวใหญ่ๆ น่ารักๆ ที่ WhatsApp ไม่มี และคนเอเชียอย่างเราๆก็กระหายสิ่งนี้มานาน แม้ว่าจะมี Emoji คอยช่วยลดความอยากไปบ้าง แต่การมีกราฟฟิคที่ตัวใหญ่ว่า Emoji หลายเท่า ทำให้หลายคนอดใจไม่โหลดไม่ได้จริงๆ

ที่สำคัญคือ “ฟรี”

LINE จึงมีความโดดเด่นมาก เหมือนม้ามืดที่จู่ๆ ก็เข้ามาโดยไม่ทำให้รู้เนื้อรู้ตัว

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ได้รับผลกระทบกับเกม Non-voice นี้มากที่สุดกลับเป็น ค่ายโทรศัพท์มือถือต่างๆนั่นเอง เพราะการมี 2 สุดยอด App นี้ ทำให้ยอดการส่ง SMS นั้นตกลงไปมาก โดยเฉพาะในช่วงปีใหม่ที่เมื่อก่อนส่งคำอวยพรกันมากมายจนสัญญาณเต็ม ส่งกันไม่ได้ แย่งกันส่ง แต่ในปีนี้ผู้คนหันไปนิยมส่งข้อความกันแบบฟรีๆ กันด้วย WhatsApp และ LINE

ปี 2012 นี้อาจจะมี app ใหม่ๆ ที่จะเข้ามาแย่งชิงพื้นที่ตรงนี้อีก แต่ถ้าไม่มีจุดเด่นเหมือน LINE ก็น่าจะเข้ามายาก เพราะแม้แต่ LINE เองที่ว่ามาแรงๆแล้ว ยังไม่สามารถล้ม WhatsApp ได้ เพราะ LINE นั้น ยังขาด “เพื่อน” เช่นกัน

4. Browser

สถิติในปี 2554 ที่ผ่านมา Internet Explorer และ Firefox ค่อยๆแผ่วลง จำนวนคนใช้ลดลง ในทางกลับกัน ผู้คนนิยม Google Chrome เพิ่มขึ้น นักวิเคราะห์ต่างประเทศคาดว่า ปลายปี 2555 นี้ จำนวนคนใช้ Google Chrome น่าจะขึ้นมาแข่งกับ Internet Explorer ได้อย่างน่าสนใจ

ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเป็นเพราะความสามารถในการแสดงผลของ Internet Explorer ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเร็ว และการรองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ไม่สามารถสู้กับ Google Chrome หรือแม้กระทั่ง Firefox เองได้

จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจว่า แม้ Internet Explorer จะถูกรวมมากับระบบปฎิบัติการ Windows แล้ว แต่ก็ยังมีกลุ่มคนจำนวนไม่น้อยที่ยอมเสียเวลาดาวน์โหลด browser อื่นเข้ามาใช้แทน

แต่ความเป็นไปได้ที่ Google Chrome จะแซง Internet Explorer ได้ในเร็ววันนั้น คงเป็นไปได้ยาก เพราะยังมีผู้ใช้งานอีกมากมายที่อย่าว่าแต่รู้จัก Google Chome หรือ Firefox เลย แม้แต่ชื่อก็ยังไม่เคยได้ยิน

นั่นแปลว่าอะไร? การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ใช้ Google Chorme ทำให้นักพัฒนารู้ว่า วันนี้เราสามารถเขียนโค๊ดที่แสดงเทคนิคแพรวพราวได้มากขึ้น เพราะมีจำนวนคนที่สามารถมองเห็นได้มากขึ้น แต่ด้วยจำนวนคนใช้ Internet Explorer ที่ยังคงเป็นคนหมู่มากอยู่นั้น แปลว่า การพัฒนาก็ยังต้อง “เผื่อ” ไว้สำหรับคนที่มองไม่เห็นได้ทั้งหมดอยู่ดี

5. iOS และ Android

iOS คือระบบปฎิบัติการที่ใช้ใน iPhone และ iPad ทุกเครื่อง ส่วน Android คือระบบปฎิบัติการที่เป็นระบบเปิด พัฒนาโดย Google และ ฝังตัวอยู่ในมือถือ Smart Phone หลายยี่ห้อ เช่น Samsung, LG, HTC เป็นต้น

คำถามที่พูดกันหนาหูในช่วงหลังคือ iOS จะตายมั้ย? การมาของ Android อย่างมากมายจะฆ่า iOS มั้ย? แล้ว Android เองจะเกิดรึเปล่า?

ผมมองว่า โทรศัพท์มือถือ เป็นเหมือนร่างกาย ระบบปฎิบัติการคือ วิญญาณ ส่วน App ต่างๆคือ ความสามารถ

โทรศัพท์มือถือเครื่องเดียวกัน ระบบปฎิบัติการเดียวกัน แต่มี App ที่ต่างกัน ก็ให้ความสามารถที่ไม่เหมือนกัน

ดังนั้น ความสามารถจะมากน้อยขนาดไหน ขึ้นอยู่กับ App ที่มี

3 ส่วนที่ความพิจารณาในเรื่องนี้คือ

1. นักพัฒนา
ในวันนี้เรารู้แล้วว่ามีนักพัฒนา iOS มากมายหลายล้านคน และผลิต App ออกมาหลายล้าน Apps สำหรับฝั่ง Android ก็เช่นกัน ดังนั้นจำนวนผู้ผลิตคงไม่ต้องกังวลนัก

2. การพัฒนา
ในส่วนนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่อง “ลำดับความสำคัญ” มากกว่า แม้ว่าเราจะมีนักพัฒนาสำหรับทุก platform แล้ว แต่ในกรณีที่ “งบประมาณ” มีจำกัด หรือ “เวลา” มีน้อย นักพัฒนาหรือเจ้าของผลงานอาจจะต้อง “เลือก” ว่าจะพัฒนาแบบไหนก่อน ซึ่งจะเลือก หนึ่ง หรือ สอง นอกจากจะอยู่ที่ความง่ายในการพัฒนาแล้ว ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยที่สามด้านล่างนี้

3. การดาวน์โหลด
สร้างมา แต่ไม่มีคนดาวน์โหลดก็เท่านั้น ดังนั้น ในการพัฒนา App แต่ละตัว เจ้าของผลงานควรต้องดูว่า App นั้นแหมาะกับลูกค้ากลุ่มไหนอย่างไร ในกรณีที่ต้องเลือกพัฒนา จะเลือกระบบปฎิบัติการไหนก่อน?

การพัฒนา App ในช่วงนี้ที่มีสองระบบให้เลือกนั้น ทำให้หวนนึกไปถึงการพัฒนาโปรแกรมสำหรับคอมพิวเตอร์ในยุคแรกๆ ยุคที่โปรแกรมอย่าง Adobe Photoshop, Illustrator จะถูกสร้างเริ่มต้นที่ Mac ก่อน จากนั้นจึงค่อยไปที่ Windows และในทางกลับกัน โปรแกรมอย่าง Word, Excel หรือ เกมต่างๆ จะถูกพัฒนาที่ Windows ก่อนแล้วค่อยไปที่ Mac

สุดท้ายแล้ว ระบบไหนจะ win ก็คงต้องอยู่ที่ จำนวนผู้ใช้ และ จำนวนผู้ดาวน์โหลด ว่าอย่างไหนจะมากกว่ากัน เป็นตัวตัดสิน

สรุป ในปีนี้ การพัฒนา App จำเป็นต้องทำ iOS อย่างแน่นอน ด้วยการวางระบบที่มีมานานกว่า ช่วยให้นักพัฒนาสามารถทำงานได้ง่ายและเร็วขึ้น ดีขึ้น แต่สำหรับ Android ก็ยังเป็น option ที่ไม่ควรทิ้ง เพราะผู้ใช้งาน Android ก็เริ่มโหลด App กันไม่น้อยแล้วเช่นกัน

6. Cloud Service

หากเราจะยกเว้นการพูดคำว่า “กลุ่มเมฆ” ให้มันยาก แต่สรุปเราง่ายๆว่า Cloud Service คือ การเก็บรักษาข้อมูลไว้บนอินเตอร์เน็ท เพื่อความง่ายในการเข้าถึงข้อมูลเหล่านั้นได้ ทุกที่ และ ทุกเวลา ที่มีเน็ทใช้

ไมว่าข้อมูลเหล่านั้นจะเป็น อีเมล์ รายชื่อผู้ติดต่อ ไฟล์งานต่างๆ หรือแม้แต่ ระบบฐานข้อมูล ระบบจัดเก็บสินค้า ก็สามารถเก็บไว้บนอินเตอร์เน็ทได้

อธิบายง่ายๆ ไม่ต้องลงลึกมากก็น่าจะพอเข้าใจ concept

ดังนั้นเมื่อวันนี้อินเตอร์เน็ทมีกระจายอยู่ในทุกพื้นที่บนโลกนี้ มันก็เป็นเรื่องที่ดีอย่างแน่นอน ที่เราจะเก็บข้อมูลของเราไว้บนพื้นที่ที่เราสามารถเข้าถึงได้ตลอดเวลา แม้ในวันนั้นเราจะยืมคอมพิวเตอร์คนอื่นใช้

หากจะลงลึกไปกว่านั้น ผู้ให้บริการ Cloud Service ก็ยังมีระบบการป้องกันข้อมูลหาย หรือ Back up ให้เราในแบบที่เราไม่เคยคิดจะทำเสียด้วย

นักวิเคราะห์ต่างประเทศเห็นพ้องต้องกันว่า Cloud Service ไม่ใช่อนาคต แต่เป็นปัจจุบัน เป็นเทคโนโลยีที่จะได้รับความนิยมมากขึ้นไปเรื่อยๆ

Cloud Service อาจจะเป็นเรื่องเชิงเทคนิคมากไปนิด ดังนั้นจึงขอเขียนไว้เพื่อให้ได้ยินกันคุ้นๆหู พอจะรู้จักกันคร่าวๆ โดยระบบ Cloud Service ที่เด่นๆ ณ เวลานี้ก็มีเช่น iCloud ของ Apple, Google Cloud Service, Amazon Cloud Drive, SkyDrive โดย Microsoft, และ Dropbox

สำหรับเจ้าอื่นก็อาจจะนำ concept ของ Cloud Service นี้ไปประยุกต์เพื่อสร้างบริการใหม่ๆ อย่างเช่น Evernote (www.evernote.com) ที่ทำระบบการ “จดโน๊ต” ผ่านคอมพิวเตอร์, มือถือ, เว็บไซต์ โดยไม่ว่าคุณจะจดโน๊ตไว้เมื่อไหร่ที่ไหน ข้อมูลของคุณจะถูกเก็บไว้ในที่เดียวกัน คือบนอินเตอร์เน็ท

และทั้งหมดนี้คืออัพเดทเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในปี 2554 ที่ผ่านมา และสิ่งที่ควรจับตามองในปีนี้.. หวังว่าน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่ต้องการอ่านภาพรวมแบบง่ายๆนะครับ

blog72 เปิดเวอร์ชั่นสำหรับ iPhone, BB, และ Android

ด้วยความยอดเยี่ยมของ wordpress ที่ทำให้การใส่ plug-in เข้าไปตัวเดียว ปรับ setting นิดๆหน่อยๆ ก็เพิ่มความสามารถให้ blog72 อ่านได้ดีสบายตาและเหมาะสำหรับดูบนเครื่อง iPhone, Blackberry, และ Android แล้ว แถมยังสามารถ bookmark on Homescreen ของ iPhone ได้อีกด้วย

Plug-in ตัวนี้มีชื่อว่า WPTouch แนะนำว่าใครใช้ wordpress อยู่ตอนนี้อยากให้ลอง สำหรับตัว icon iphone นั้น หากใครจะทำสามารถ download ไฟล์ใน format Photoshop (PSD) เพื่อความเนียนเนียบ ได้จาก link นี้ http://www.blog72.net/download/iPhoneIcon.zip

>CES 2010

January 10, 2010 Tech Comments

>

ช่วงนี้มีงาน show ที่ถือว่าเป็นสุดยอดงานหนึ่งนั่นคืองาน CES (Consumer Electronics Show) 2010 โดยงานนี้เหล่าบริษัทที่ผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้า อุปกรณ์ electronics ต่างจะงัดเอาความเป็นที่สุดใน technology ของตนเองออกมาโชว์ เรียกง่ายๆว่าเหมือนงาน Motorshow ยังงัยอย่างนั้น

งาน CES 2010 จัดขึ้นที่ Las Vegas และในปีนี้ก็เหมือนเช่นเคย คือมี technology update เยอะแยะมากมาย ซึ่งจะขอยกเอา hilight มาบอกละกันครับ

1. จอ Plasma 3D ถือว่าเป็นเรื่องที่ hot มากที่สุดเรื่องหนึ่งในงานนี้ คือจอสามมิติ สำหรับใช้ในบ้าน โดยเหล่าบริษัทผลิตจอชั้นนำไม่ว่าจะเป็น Samsung, Sony, Panasonic ต่างไม่พลาด technology สำคัญที่เอามาอวดกันอย่างเต็มๆตาในงาน นอกจาก 3D แล้ว เหล่าผู้ผลิตก็พากันออกจอที่เป็น Full HD และงานนี้ Panasonic VT-25 ยังได้รับรางวัล Best of the Show อีกด้วย

2. Wireless technology ตอนนี้อะไรๆก็ต้องไร้สาย ล่าสุดต่อไปนี้เวลาเราจะต่อสัญญาณภาพออกจาก laptop เข้า projector หรือ LCD TV ไม่จำเป็นต้องใช้สายไฟให้ยุ่งยากอีกต่อไป ด้วย NETGEAR’s Push2TV ที่เค้าเรียกว่าเป็น The First WI-FI Direct Enabled Device จะทำหน้าที่เชื่อมต่อสัญญาณภาพผ่าน WIFI (อ่านเพิมเติมได้จากที่นี่ http://ces.cnet.com/8301-31045_1-10428971-269.html?tag=mncol;title)

นอกจากนี้ ระบบ Home Theatre ก็ยังเป็นระบบไร้สาย ไม่ว่าจะเป็น Samsung หรือ LG ต่างก็เปิดตัว Home Theater ที่ไม่สายเชื่อต่อกับลำโพง ทำให้ไม่รกรุงรัง เท่านั้นยังไม่พอ หลายๆรุ่นมาพร้อม WI-FI อีกด้วย ลองดู video ด้านล่างนี้ เป็นการแนะนำตัว LG Home Thearter ที่มาพร้อม wireless speaker และทาง LG แจ้งว่าเป็นลำโพงที่มีขนาดบางที่สุดในโลกอีกด้วย

ยังไม่จบเรื่องไร้สาย ขอมาต่อกันที่ตัว Boxee Box ที่ทำหน้าที่เหมือน Apple TV นั่นคือเป็นตัวเชื่อมระหว่าง TV และ Internet ทำให้คุณสามารถดู Video content จาก Internet บน TV ได้เลย นอกจาก remote control ที่ออกมาคล้ายๆ Apple คือมีปุ่มกลางปุ่มเดียวแล้ว ทางด้านหลังยังมี keyboard ให้คุณสามารถ search content จาก Internet ได้อีกด้วย (อ่านเพิ่มเติมจากที่นี่ http://ces.cnet.com/8301-31045_1-10430037-269.html?tag=mncol;title)

3. USB 3.0 ของจริงมาแล้ว ในงานโชว์เครื่อง laptop ของ HP ที่ใช้ USB 3.0 transfer ข้อมูลขนาด 2.1GB จาก External Hard disk โดย USB 3.0 ใช้เวลา 1 นาที 4 วินาที เปรียบเทียบกับ USB 2.0 ซึ่งใช้เวลา 2 นาที 7 วินาที (อ่านเพิ่มเติมได้จากที่นี่ http://ces.cnet.com/8301-31045_1-10428132-269.html?tag=mncol;title)

4. Android ปีนี้มาแรงจริงๆ นอกจากจะมาในรูปของมือถือแล้ว Android ยังไปใช้ในเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างอื่นอีกมากมายเช่น ตู้เย็น หรือแม้กระทั่งเครื่องซักผ้า ล่าสุดได้นำมาใช้ในตัว Tablet โดย Motorola แล้วด้วย (ดู Tablet จาก Motorola ได้จากที่นี่ http://ces.cnet.com/8301-31045_1-10430835-269.html?tag=mncol;title)

5. Microsoft ประกาศตัว SlatePC หรือจะให้เข้าใจง่ายๆก็คือ Tablet นี่เอง ซึ่งใน keynote ของ Microsoft นั้นมีสามผู้ผลิต และหนึ่งในนั้นคือ HP โดยตัว SlatePC นั้น run ด้วย Windows7 เท่านั้นยังไม่พอ Project NATAL เป็นการ contral game โดยใช้ movement ของร่างกาย หากดูให้ง่ายก็เหมือนกับ Wii ยังงัยอย่างงั้น อย่างไรก็ตามทาง Microsoft แจ้งว่า Project NATAL ไม่ได้มีไว้สำหรับเล่นเกมเท่านั้น แต่จะสามารถใช้กับการสื่อสารด้านบันเทิงทุกรูปแบบ และพร้อมจะออกภายในปลายปีนี้แน่นอน

สำหรับเรื่องเด่นๆก็ยังมีอีกเช่น การเปิดตัวหูฟังของ Lady Gaga ชื่อ Red Heartbeats ในโครงการ (RED) โดยจะนำรายได้ส่วนหนึ่งไปบริจาคให้กับประเทศทาง Africa ด้วย

ยังมีเรื่องของ NEXUS ONE มือถือที่ออกโดย Google ที่คนพูดถึงกันเป็นอย่างมาก และในงานนี้ผู้คนก็ยังอดไม่ได้ที่จะพูดถึง Apple iSlate หรือ Tablet ที่หลายคนตั้งหน้าตั้งตารอ ซึ่ง Apple เองก็ไม่ได้มาร่วมงาน CES 2010 นี้เลยด้วยซ้ำ แม้ว่า Microsoft จะออกตัว SlatePC มาก่อน แต่เชื่อว่าหลายคนยังจะรอดู Steve Jobs ในปลายเดือนนี้ว่าจะมี iSlate ออกมาจริงหรือไม่

อย่างรู้เรื่องของ CES 2010 แบบเต็มๆ พร้อม video สามารถดูได้จาก http://ces.cnet.com

Search This Site:



rgb72 on Facebook

คำศัพท์ Internet วันละคำ

APP (คำที่เกี่ยวข้อง: iOS, Android, iPhone, iPad)
– ย่อมาจาก Application (หรือเรียกง่ายๆว่า โปรแกรม) โดยมากใช้กับโปรแกรมที่ใช้กับ โทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์พกพาต่างๆ
การทำ App ต้องทำแยกสำหรับมือถือต่างยี่ห้อ โดยยึดเอาระบบปฎิบัติการเป็นที่ตั้ง ทั้งนี้ระบบปฎิบัติการบนมือถือและอุปกรณ์พกพาในปัจจุบันสามารถแยกออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ คือ iOS (พัฒนาโดย Apple) และ Android (พัฒนาโดย Google)

72's Friends

Useful Links

rgb72


being72 คือหนังสือที่รวบรวมเรื่องราวความเป็น rgb72 บริษัทออกแบบเว็บไซต์ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน โดยจัดทำเนื่องในโอกาสครบรอบ 10ปี

+ บทความจากผู้เขียน
+ ตอนที่1: Pre-rgb72 / ทำงานกับ Martha Stewart
+ ตอนที่2: Pre-rgb72 / Arcadian
+ ตอนที่3: Pre-rgb72 / ewit
+ ตอนที่4: เริ่มต้นอย่างเงียบๆ
+ ตอนที่5: Generation 1 (ยุคที่1:บุกเบิก) / เริ่มต้นที่ศูนย์
+ ตอนที่6: โทร โทร โทร...
+ ตอนที่7: นามบัตร
+ ตอนที่8: หนังสือพิมพ์และโทรทัศน์
+ ตอนที่9: MATCHING STUDIO
+ ตอนที่10: มีเงินที่ไหน ให้ไปที่นั่น
+ ตอนที่11: พนักงานคนแรก
+ ตอนที่12: ภาพแทรก ออฟฟิสที่สองของ rgb72
+ ตอนที่13: เพื่อนจาก ewit
+ ตอนที่14: GettyImages ฟ้องจริง ถึงจริง
+ ตอนที่15: เว็บไซต์ที่ทำแบบมากที่สุด
+ ตอนที่16: ความฝันที่ 1 พบชื่อลูกค้าทุกๆ ห้านาทีที่ขับรถ
+ ตอนที่17: สมุย.. สร้างเสร็จได้ในวันเดียว
+ ตอนที่18: ขึ้นศาล.. มันไม่สนุก
+ ตอนที่19: นักธุรกิจต่างชาติ
+ ตอนที่20: ความฝันที่ 2 เที่ยวต่างประเทศ
+ ตอนที่21: Super AE
+ ตอนที่22: สินบน
+ ตอนที่23: ผู้หญิงที่ผมไม่รับ
+ ตอนที่24: งานที่คุณไม่ได้ดู
+ ตอนที่25: นักออกแบบ
+ ตอนที่26: คู่แข่งที่รัก
+ ตอนที่27: เซียนหลังกระดานหุ้น ตอนที่ 1/2
+ ตอนที่27: เซียนหลังกระดานหุ้น ตอนที่ 2/2
+ ตอนแทรก: หาาา?... อะไรนะ!!??
+ ตอนที่28: ยิ่งให้... ยิ่งได้
+ ตอนที่ 29: Wall of Frames
+ ตอนที่ 30: ผี 72
+ ตอนที่ 31: เพื่อนจากตะวันออกกลาง
+ ตอนที่ 32: Photography
+ ตอนที่ 33: Too Far from the Dream





Recent Comments

Powered by Disqus