Home » iphone » Recent Articles:

จัดอันดับ 5 apps ที่ใช้บ่อยที่สุด ที่ชอบที่สุดในรอบปี (ยกเว้น facebook, LINE, และ โทรศัพท์)

January 2, 2014 App Dev & Reviews Comments

ครบรอบปี ใช้แอพกันมาทั้งหมดกี่ตัวแล้วครับ จำได้รึเปล่า?

อยากรู้ต้องกดที่เมนู “Purchased” (สำหรับ iPhone เมนูนี้จะซ่อนอยู่ในเมนู Update) สำหรับผมมากมายนับไม่ถ้วนครับ

เลยคิดว่าจะเอามาจัดอันดับกันซักหน่อย แต่ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า ผมเป็นคนไม่เล่นเกม ดังนั้น ใน TOP 5 นี้จะขอตัดแอพในหมวดเกมออกไปเลยนะครับ

1. Mailbox

แอพประหลาดที่ไม่ได้ให้เราใช้งานได้เลยหลังจากโหลดเสร็จแล้ว แอพที่ต้องให้คนต่อคิวรอเป็นหลายแสนคิวเพื่อให้ได้ใช้ บ้างก็บอกว่าเป็นการตลาดบ้าง บ้างก็บอกว่าตัวเลขคิวที่เห็นเป็นแสนนั้นเป็นเลขปลอมบ้าง แต่เอาเถอะครับ ตอนนี้ Mailbox คือ แอพ ที่ใช้บ่อยสุดที่ชอบที่สุดในรอบปี

Mailbox สามารถ sync กับ Google Mail ได้ครับ และวิธีการใช้งานก็ง่ายมาก แค่ swipe ซ้าย หรือ ขวา ก็สามารถจัดการกับอีเมลนั้นๆได้แล้ว ทำให้การอ่านเมล เช็คเมล และกำจัดเมล junk ที่ไม่ต้องการสามารถทำได้เร็วมากๆ สะดวกจริงๆ Highly Recommended

2. Sunrise

sunrise app

แอพ Calendar ที่ใช้ง่าย สะดวก User Interface ไม่งงเลย นอกจากแอพนี้จะ sync data กับ Google Calendar ได้แล้ว ยัง sync กับ Facebook ได้ด้วย ทำให้เราสามารถรู้ได้ว่า วันนี้เป็นวันเกิดใคร หรือ มีคนมา Invite เราไปงานไหนผ่านทาง facebook บ้าง

Features เจ๋งๆ ที่ซ่อนอยู่ก็มีอีกมาก เช่น เพียงพิมพ์ “12pm tomorrow have Lunch with Geng at Siam Paragon” แค่นี้ระบบจะบันทึกลงปฎิทินได้ถูกต้องถูกเวลาโดยอัตโนมัติ!

3. VSCOcam

vsco app

แอพนี้เป็นแอพ hot ที่สุดในช่วงไตรมาสหลังสุดของ 2013 ที่ผ่านมาเลย พัฒนาโดยบริษัททำ filter ที่เจ๋งที่สุดบน Desktop photography แต่วันนี้มาทำแอพ ลง iPhone ด้วยความสวยงามของ filter ที่มี บวกกับ in-app-purchase ที่มี filter ที่เจ๋งกว่าตัวแถมมาให้อีกเพียบ ทำให้แอพนี้เป็นสุดยอดของการแต่งภาพบนมือถือ ทำให้ภาพที่ถ่ายมาแล้วดู professional มาก ^^

4. LiveScore Addicts

livescore app

แอพดูตารางบอล ดูผลบอล และดูเวลาการแข่งขัน เป็นแอพที่ใช้ง่าย มี interface สบายตา ขณะที่ข้อมูลก็ยังให้ไม่น้อยเลยทีเดียว มี video clip ดูย้อนหลังเฉพาะไฮไลท์ได้ มี set favorite ทีมที่เราชอบได้ และมีตั้งเตือนก่อนบอลจะแข่ง และเตือนที่บอลเข้าตาข่ายเรียบร้อยแล้วด้วย!

5. SKY.FM

skyfm

เป็นแอพที่เพิ่งจะมาติดใจเอาปลายปีนี้เช่นกัน แอพวิทยุสำหรับฟังเพลง ฟังฟรีก็ได้ หรือจะฟังเสียเงินก็จะได้คุณภาพเสียงดีกว่าเดิมหลายเท่า แอพนี้มีเพลงให้เลือกหลายแนว เปิดฟังได้ทั้งวัน ทุกวัน ไม่ต้อง worry เรื่องโฆษณา

**แถม Day One

แอพสำหรับจดบันทึก diary คงไม่มี แอพไหนถูกพูดถึงมากกว่า แอพนี้อีกแล้ว ส่วนตัวเลยเลิกใช้ไปช่วงหนึ่งเพราะไม่มี feature ให้ใส่รูปเข้าไปได้ แต่ตอนนี้มีแล้ว เมื่อสามารถใส่รูปได้แล้วคราวนี้เราก็จะสามารถบันทึกความทรงจำของเราเข้าไปได้ “เห็นภาพ” มากขึ้น ง่ายขึ้น

ข้อมูลตัวเลขเกี่ยวกับการใช้งานอุปกรณ์เคลื่อนที่สำหรับปีนี้ 2013 State of Mobile 2013

ข้อมูลนี้ได้ถูกโพสและแปลลง facebook ของ rgb72 ไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว (www.facebook.com/rgb72) แต่ถือว่าเป็นการเก็บข้อมูลดีดีไว้ในคลังเผื่อต้องการค้นหาอีกครั้ง (จะได้ง่ายขึ้น) ด้วยการมา post ไว้ที่นี่.. ดูเป็นแผ่นยาวๆเต็มๆ ไปเลยนะครับ

สำหรับที่เคยแปลไว้ใน facebook จะขอแปะไว้ด้านล่างนี้เป็น list ยาวลงไปเลยนะครับ

—- copy จาก facebook.com/rgb72 —

ไปเจอ infographic แสดงข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้มือถือในปัจจุบันจากเว็บhttp://www.digitalbuzzblog.com/infographic-2013-mobile-growth-statistics/ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ละเอียดและยาวมาก ดังนั้นเพื่อความเข้าใจ จะขอแบ่งข้อมูลนี้ออกเป็นชิ้นๆ เอามาทยอยให้อ่านกัน (พร้อมแปล) ให้จบภายในสองวันนี้นะครับ

เริ่มต้นด้วย PART1

ปัจจุบันมีผู้ใช้มือถือแล้วถึง 91% แบ่งเป็น Smart Phone 56% และ ไม่ smart 35%

สิ่งที่น่าสนใจคือ จำนวน “ปี” ที่ใช้ในการเข้าถึงคน 50ล้านคนของแต่ละสื่อ พบว่า วิทยุ ใช้เวลาถึง 38ปี ทีวี 13ปี อินเตอร์เน็ท 4ปี เฟสบุค 3.5ปี…

ที่เจ๋งสุดๆคือ DRAW SOMETHING ใช้เวลาแค่ 50วัน!!

ถ้าพูดถึงจำนวนคนใช้ Android และจำนวนเครื่องที่ออกมาขณะนี้ Android มีอัตราส่วนที่มากกว่า iOS อย่างไม่ต้องสงสัย และนั่นรวมไปถึง Android browser ด้วย..

สำหรับเรทความพึงพอใจของลูกค้าที่มีต่อผลิตภัณฑ์ยี่ห้อต่างๆ Apple ยังคงมาเป็นอันดับ 1 คือ 5ดาว ส่วน HTC, Motorola, Nokia และ Samsung ยังเท่ากันอยู่ที่ 3 ดาว

ที่น่าสนใจกว่าคือการใช้งาน 50% ของคนสามารถเล่นเว็บผ่านมือถือ จะใช้มือถือเป็นเครื่องมือหลักในการ online.. ซึ่งคนส่วนใหญ่ใช้แอพหลักๆอยู่ 6.5 แอพ (ค่าเฉลี่ย) ในรอบ 30วัน และ 80% ของการใช้มือถือคือการใช้ผ่านแอพนั่นล่ะ

จาก bar ด้านล่างจะเห็นว่า คนส่วนใหญ่ที่ใช้ Android และ iOS นั้นเสียเวลามากสุดๆ ไปกับการเล่นเกมถึง 32% รองลงมาคือ Web และ Facebook 18%

การเติบโตของ Mobile Web นั้น โตขึ้นเร็วกว่าที่ Web เคยทำไว้ในช่วงปี 1990 ถึง 8เท่า!

– โดย Traffic อินเตอร์เน็ทปัจจุบันคิดเป็น 15% ที่มาจากมือถือ

– มีคนจำนวน 1,200ล้านคน ที่สามารถเข้าเว็บผ่านมือถือได้

– 28.85% ของอีเมลปัจจุบัน เปิดด้วยมือถือ และอีก 10.6% เปิดด้วย Tablet

– 1/4 ของการ search มาจากมือถือ

– คนใช้มือถือถึง 91% ในการเข้าถึง Social Activity หรือกิจกรรมออนไลน์ ขณะที่การใช้งาน PC ใช้แค่ 79% เพื่อเข้าถึงกิจกรรมดังกล่าว

– เชื่อมั้ยว่า 57% ของคนใช้มือถือไม่เชื่อถือธุรกิจที่มีเว็บ Mobile site ที่ออกแบบไม่สวย!

– 41% ใช้มือถือตัวเองหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้าที่สนใจ หลังจากที่เห็นโฆษณาตามสถานที่ทั่วไป

** สถานที่สุดฮิตที่ผู้คนนิยมไปเล่นมือถือกัน…
1. ร้านค้าทั่วไป (31%) – แยกออกได้เป็น อันดับ 1.ร้านขายเสื้อผ้า 2.ร้านสะดวกซื้อ 3. ร้านขายของเฉพาะ 4.ร้านขายอุปกรณ์ไฮเทค… ฯลฯ
2. ร้านอาหาร และ ร้านค้าที่ให้บริการทั่วไป (19% เท่ากัน)
3. ธนาคาร และร้านสำหรับทำธุรกรรมการเงิน

เดี๋ยวนี้ข้อมูลบนมือถือมีผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าหน้าร้านมากๆ จากสถิติจะเห็นว่า ปี 2013 มีถึง 80% ที่ใช้มือถือเพื่อช่วยให้ประสบการณ์การช๊อปปิ้งดีขึ้น ..เรียกว่า research บนเว็บก่อนซื้อ ซึ่งสถิตินี้เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 25% !!

โดย 59% ใช้มือถือ search หาข้อมูลเพื่อ “เปรียบเทียบราคา”
48% หาคูปองลดราคา
47% อ่านรีวิวสินค้า
29% หาข้อมูลเพิ่ม
25% ค้นหาว่าเพื่อนคิดว่าอย่างไร
23% ซื้อบนเน็ทดีกว่า

– 36% จะใช้มือถือหาร้านอื่นๆ ขณะกำลังช๊อปปิ้งอยู่ที่หน้าร้าน
– 52% บอกว่าพอใจซื้อของผ่าน tablet มากกว่า PC
– 72% ซื้อของออนไลน์ทุกสัปดาห์
– คนใช้ tablet 50% เสียเงินซื้อของออนไลน์มากกว่าคนใช้ PC
– คนที่ช๊อปปิ้ง โดยใช้ tablet มี “โอกาส” ซื้อของสูงกว่าคนช๊อปปิ้งผ่านมือถือ
– ปีที่แล้ว (2012) PayPal มีเงินไหลผ่านระบบ 14,000ล้านเหรียญ
– เชื่อว่าอีก 5ปี ครึ่งหนึ่งของคนใช้มือถือจะมี Mobile Wallet สำหรับซื้อของออนไลน์

เคยสงสัยไหมว่า หลังจากที่คนเห็นโฆษณาของคุณบนมือถือแล้ว..เค้าทำอย่างไรต่อ??
80% download app
67% เข้าไปดูเว็บ
52% ไปเดินดูที่หน้าร้าน
45% ค้นหาดูว่าร้านที่โฆษณานั้นอยู่ที่ไหน
37% โทรศัพท์หาเจ้าของสินค้า

สำหรับเม็ดเงินที่ใช้จ่ายกันสำหรับค่าโฆษณาบนอุปกรณ์พกพานั้น ดูจากกราฟแล้วจะเห็นว่าในเอเชียมีการใช้จ่ายกันมากที่สุด!! มากกว่า อเมริกา และ ยุโรปเสียอีก!

จับใจความมาให้พอสมควรนะครับ สำหรับใครที่ต้องการอ่านเองแบบละเอียดๆ แนะนำให้เข้าไปที่http://www.digitalbuzzblog.com/infographic-2013-mobile-growth-statistics/

 

แนะนำ App แต่งรูป

ปัจจุบันมือถือกลายเป็นอุปกรณ์สำคัญในการช่วยบันทึกภาพ เพราะนอกจากจะสามารถเก็บภาพความทรงจำของเราได้แล้ว ยังช่วยให้ภาพที่ดูแสนจะธรรมดาของเราให้ “ดูดี” ขึ้นมาได้

สำคัญมากขนาดที่ เดี๋ยวนี้กล้องตัวใหม่ๆที่ออกมาขายในท้องตลาด กลับต้องมีคุณสมบัติแต่งภาพให้ได้เหมือนถ่ายจากมือถือ

จากเดิมที่มือถือลอกความสามารถกล้อง ตอนนี้กลับกลายเป็นตรงกันข้าม

วันนี้จึงนำเอา App แต่งภาพดีดีที่ใช้อยู่เป็นประจำมาให้รู้จักกัน

บางตัวฟรี บางตัวเสียเงิน แต่บอกได้เลยว่า App เสียเงินที่มารีวิวให้ดูในวันนี้นั้น ซื้อแล้วไม่เสียดายเงินอย่างแน่นอน!

1. Snapseed ($4.99)

(http://itunes.apple.com/th/app/snapseed/id439438619?mt=8)

โปรแกรมตกแต่งภาพที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ด้วยความสามารถที่หลากหลาย ปรับความชัด เบลอ ปรับสี เข้ม สว่าง และปรับ contrast ได้ดี นอกจากนี้ยังมี interface ที่ใช้แสนง่าย ตัวนี้แนะนำเป็นอย่างมาก

2. Camera+ ($1.99)

(http://itunes.apple.com/th/app/camera+/id329670577?mt=8)

อีกโปรแกรมตกแต่งภาพ ไม่เน้นปรับแต่งละเอียดมากนัก แต่เน้นใช้ง่าย แต่งง่าย มี preset ไว้ให้เลือกใช้ ปรับแต่งได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ในตัว app เองสามารถใช้ถ่ายรูป และตั้งเวลาถ่ายรูปได้ด้วย

3. MoreBeaute 2 (ฟรี)

(http://itunes.apple.com/th/app/morebeaute2/id347331305?mt=8)

ขึ้นชื่อว่า “โปรแกรมแต่งหน้าใส” ถ่ายรูปมา ไม่ว่าหน้าจะเหนื่อย หน้าจะเหงื่อขนาดไหน เพียงแค่ผ่านโปรแกรมนี้ หน้าก็ใสปิ๊งได้ในทันที แทบจะไม่ต้องปรับแต่งอะไรเพิ่มอีกแล้ว แค่เปิด แล้วก็​ save อะไรจะง่ายขนาดนั้น!

4. Grid Lens ($0.99)

(http://itunes.apple.com/th/app/grid-lens/id490495120?mt=8)

หลายครั้งที่เราอยากจะรวมหลายๆภาพ ให้อยู่ในภาพเดียว โปรแกรมนี้จะช่วยสร้างช่อง สร้างกรอบรูปภาพ โดยเราสามารถแยกถ่ายรูปให้ลงในแต่ละช่องได้ ปรับขนาดของช่องได้ เพิ่มจำนวนช่องได้ และใช้ง่ายมาก ด้วย interface ที่แปลกแหวกแนวไม่น่าเบื่อเหมือนคนอื่น

5. Phoster ($1.99)

(http://itunes.apple.com/th/app/phoster/id396306670?mt=8)

จับภาพสวยๆของคุณมาออกแบบให้เป็น Poster! ด้วยรูปแบบ template ที่มีมาให้เลือกอยู่แล้วหลายสิบแบบ ทำให้ภาพธรรมดาๆ ของคุณดูดี เหมือนออกมาจาก แมกกาซีน หรือ เป็น Poster โรงหนังไปง่ายๆซะอย่างนั้น

6. 360 Panorama ($0.99)

(http://itunes.apple.com/th/app/360-panorama/id377342622?mt=8)

ถ่ายแบบแนวกว้าาาาาาางงงง 360 องศา ได้ง่ายๆด้วย app นี้ เพื่อเก็บภาพที่เราชอบในกรณีที่มันสวยไปหมดทุกมุม เพียงใช้ app นี้ กดถ่าย แล้วหมุนตัวไปรอบๆ เท่านี้ก็ได้ภาพ 360 องศาได้อย่างง่ายดาย

7. Labelbox (FREE)

(http://itunes.apple.com/th/app/labelbox/id417694704?mt=8)

App นี้ฟรี!!! สำหรับใส่ตัวอักษร หรือชื่อที่ต้องการลงไปได้ มีแทปสติกเกอร์หลากหลายสี หลายรูปแบบให้เลือก ทำได้ง่ายๆ และ ฟรี ของดีแบบนี้ ไม่ลองไม่ได้แล้ว!!

สวัสดีปี 2555

สวัสดีปีมังกรครับ…

แล้ววันนี้ก็ถือโอกาสสรุปสิ่งที่เกิดขึ้นบนโลกออนไลน์ในปี 2554 ที่ผ่านมา และสิ่งที่ควรต้องจับตามองในปี 2555 เพื่อไม่ให้หลุดเทรนด์ในปีนี้นะครับ

ปีที่ผ่านมา วงการออนไลน์มีการเปลี่ยนแปลงไปมาก มีหลายงาน หลายแคมเปญทำแล้วประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี แต่หลายแคมเปญก็ออกจะผืดๆ โดยมีผลกระทบจากปัจจัยภายนอก อย่างน้ำท่วมใหญ่เมื่อปลายปี

สำหรับในปีนี้สิ่งที่คาดว่าจะได้เห็นบนโลกออนไลน์ ความเปลี่ยนแปลงในหลายๆด้าน ก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องต่างๆดังต่อไปนี้

1. Apple product และ Design style

ถึงวันนี้คงเถียงไม่ได้แล้วว่า ใครๆก็ตั้งหน้าตั้งตารอ iPhone 5 และ iPad 3 อยู่ ทั้งๆที่ตัวเองก็มี iPhone 4 และ iPad 2 กันอยู่แล้ว วันนี้สินค้าของ Apple มันไม่ใช่เรื่องของ “ความจำเป็น” อีกแล้ว แต่มันกลับเป็นเรื่องของ “แฟชั่น” เสียมากกว่า และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้สินค้ายี่ห้ออื่น และ ระบบปฎิบัติการอื่นนั้นเกิดได้ยาก แม้สินค้าหลายตัวจะมีการสร้างกระแสด้วยการทำตัวต้นแบบหลุดออกมาบ้าง แต่ถึงแม้ว่าจะหลุดออกมาให้เห็นทั้งตัว ก็ยังสู้กระแสที่มีชิบตัวเล็กๆ ซึ่งดูไม่ออกว่าคืออะไร แต่บอกว่าเป็นของ iPad 3 ก็ไม่ได้

เทคโนโลยี และ การออกแบบของ Apple นั้นมีผลกระทบกับโลกออนไลน์แน่นอน ในเชิงการออกแบบ ปีที่แล้วเราได้เห็นการใช้ “Noise” จากเว็บ Apple (Macbook Air) นำมาสร้าง texture ให้กับพื้น background บนเว็บทั้งต่างประเทศและในประเทศมากมาย (หลังจากที่ปีก่อนหน้านั้นหากยังจำได้ การใช้เงาสะท้อนพื้นแบบ reflect และการทำเงาโค้งๆ บน icon เคยเป็นเทรนด์ที่ดีไซน์เนอร์น้อยคนจะทำไม่เป็น)

ในด้านเทคโนโลยี เราเห็นว่าการไม่สนับสนุน flash ของ iPad และ iPhone ทำให้ Flash นั้นมีปริมาณการใช้งานที่น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด การไม่ใช้ Flash กลายเป็นส่วนหนึ่งของการทำเว็บให้สามารถดูได้ในทุกๆ เครื่อง ทุกๆ ระบบปฎิบัติการ และเป็นส่วนสำคัญในการสร้าง Responsive Web Design ด้วย

ดังนั้น การเปิดตัวสินค้าใหม่ๆ จาก Apple ในแต่ละครั้ง มันไม่ใช่เรื่องของ “สินค้า” อย่างเดียว แต่มันกลับมีผลกระทบกับหลายสิ่งบนโลกออนไลน์และการออกแบบเป็นอย่างมาก ดังนั้นในปีนี้ Apple ก็ยังคงเป็นบริษัทที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง

2. Social Network / Facebook, Google+ และ อื่นๆ

ปีที่ผ่านมา Facebook ครองอันดับหนึ่ง Social Network ที่น้อยคนจะไม่รู้จัก และปีหน้าก็ยังคาดว่าจะเป็นเช่นเดิม

แม้ว่าปีที่ผ่านมา การเปิดตัว Timeline และ features ใหม่ๆมากมายจะทำให้ผู้ใช้งานที่มีอยู่เดิมเริ่ม “ไม่ชอบ” อาจเป็นเพราะ feature ใหม่ๆเหล่านี้ส่งผลให้ Facebook นั้น “ช้า” ลงไปมาก เล่นบนเว็บก็ข้า เล่นบนมือถือยิ่งช้าเข้าไปใหญ่ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ Google+ ที่ประกาศตัวออกมาว่า เร็วกว่าดีกว่านั้น จะแซงขึ้นมาได้เลย

ไหนจะมี Social Network ตัวใหม่ที่กำลังมาแรงอย่าง Path ที่เน้นการเล่นผ่านมือถือ มีจุดเด่นที่ interface และความรวดเร็ว แต่สิ่งหนึ่งที่ทั้ง Google+ และ Path ยังไม่มีก็คือ “เพื่อน”

เพราะเพื่อนเราเป็นร้อยๆคนอยู่ใน Facebook แต่กลับมีอยู่ใน Google+ ไม่ถึงครึ่ง

แต่หากจะบอกว่า Google+ จะไม่เกิดคงไม่ใช่ Google+ ยังคงเป็นอีกหนึ่ง Social ที่ต้องคอยจับตามอง แม้ว่าจะมาช้า แต่ก็ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น Google+ ยังต้องติดโผ Social Network ที่ต้องการทำการตลาดออนไลน์ในปี 2555 อย่างแน่นอน

แต่สำหรับ Social Network อีกเจ้าหนึ่งที่มีแนวความ “คิดต่าง” อย่าง Instagram (http://instagr.am) นั้น มีจำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้นราวกับดอกเห็ด

ดอกเห็ดที่ว่านี้มีการเติบโตจากสมาชิก 1ล้านคน เมื่อวันที่ 1 มกราคมปี 2554 เป็น 15 ล้านคน เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2555

หนึ่งปีเท่านั้น…

และล่าสุด ประธานาธิบดี บารัค โอบาม่า ก็กระโดดเข้ามาเล่น instagram ด้วยเช่นกัน!

เพราะแนวคิดในการเล่น Social Network ที่แตกต่าง ประจวบเหมาะกับนิสัยของการนำคนสองกลุ่มที่มีความชอบแตกต่างกันมาอยู่ในที่เดียวกัน ชอบแบบแรกคือ ชอบ “โชว์” ภาพตัวเอง ภาพสถานที่ ภาพสวยๆ และชอบแบบที่สองคือ ชอบ “ดู” ภาพคนอื่น เท่านั้นยังไม่พอ ด้วย feature การปรับสีรูปแนว vintage ที่ปรับแล้วสามารถเพิ่มความสวยของภาพได้เป็นอย่างมาก Instagram จึงเป็นอีกหนึ่ง social network ที่น่าจะไปได้สวยอย่างต่อเนื่องในปีหน้า

และสำหรับ Social Network ที่เล่น location base อย่าง FourSquare (http://foursquare.com) และ Gawalla (http://gowalla.com) ล่ะ? ในปีที่ผ่านมาต้องบอกว่าแผ่วลงไปมาก และในปีใหม่นี้ คาดว่ายากที่จะกลับมายืนได้อลังการเหมือนก่อน

ปีใหม่นี้ การทำการตลาดผ่าน Social Network แบบเดิมๆ เช่นการเอาของรางวัลมาล่อให้กด like หรือการเล่น tag รูป แม้ว่ายังจะเป็นมุกคลาสิก แต่นักการตลาดจะต้องหาแนวความคิดใหม่ๆ มาเล่น เพราะผู้ใช้งานในปัจจุบันนี้เปลี่ยนไป เน้นความเร็วมากขึ้น ต้องการเข้ามา อ่าน แชร์ เม้น ไม่ต้องการทำกิจกรรมอะไรที่ยืดเยื้อ

ในทางกลับกัน เทรนด์ในการ “ทำความดี” และเทรนด์ “การให้ความรู้” นั้นเป็นเรื่องที่ดึงความสนใจให้กับผุ้คนบน social ได้มากทีเดียว เห็นได้ชัดจากเหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา ทำให้ผู้คนสนใจมาช่วยกันทำความดี ช่วยแพ๊คของ ช่วยปั้น EM Ball และก็ยังไม่ลืมที่จะ “แชร์”

3. Non-Voice

เป็นเรื่องแปลกที่มนุษย์เรากลับชอบสื่อสารด้วยการ “พิมพ์” มากกว่าการ “คุย” ทั้งๆที่การพิมพ์มีข้อเสียมากมาย เช่น ช้า, สื่อสารผิดพลาด, และเสียสมาธิ (ในการเดินและการขับรถ) แต่เราก็ยังเลือกที่จะกดปุ่มคำเป็นประโยคๆ แทนการกดเลข 10 หลักเพื่อโทรออก

WhatsApp (http://www.whatsapp.com) โปรแกรมชื่อแปลกที่โด่งดังติดอันดับหนึ่งมานานหลายสัปดาห์ ด้วยความสามารถในการส่งข้อความระหว่างโทรศัพท์มือถือโดยไม่มีค่าใช้จ่าย! พูดง่ายๆก็คือ WhatsApp ทำหน้าที่เหมือนการ รับ-ส่ง SMS แต่ “ฟรี” นั่นเอง ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ WhatsApp คือคำตอบสำหรับคนในยุค smart phone ครองเมือง และยุคที่คนนิยมสื่อสารแบบไร้เสียง

ความนิยมที่ว่าสามารถวัดได้ด้วยจำนวนการส่งข้อความที่มากถึง 1 พันล้าน ข้อความต่อ 1 วัน!!!

นั่นคือ 41 ล้านข้อความต่อชั่วโมง หรือ.. เกือบ 7 แสนข้อความต่อนาที หรือ.. ประมาณ 1 หมื่นข้อความต่อวินาที!!!! (ข้อมูลจาก blog ของ WhatsApp: http://blog.whatsapp.com/index.php/2011/10/one-billion-messages/)

ความแรงของ WhatsApp น่าจะเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจที่ทำให้เกิด iMessage โปรแกรมการส่งข้อความผ่านอินเตอร์เน็ทแบบไม่เสียเงิน เมื่อผู้ส่งและผู้รับอยู่ในพื้นที่ที่มีอินเตอร์เน็ท โปรแกรมที่มาพร้อม iOS 5 ของ Apple

แต่สำหรับในประเทศไทย ความแรงของ WhatsApp ต้องถูกกระชากลงด้วยม้ามืดอย่าง “LINE”

LINE (http://line.naver.jp/en/) เป็น App ที่ถูกสร้างโดยบริษัทใหญ่แห่งหนึ่งของญี่ปุ่นที่มีชื่อว่า Naver มีคุณสมบัติเหมือน WhatsApp ทุกประการ แต่มีจุดเด่นหนึ่งที่แตกต่างและโดนใจผู้ใช้งานชาวเอเชียและคนไทยเราเป็นอย่างมาก

นั่นคือ “Sticker”

Sticker คือภาพกราฟฟิคตัวใหญ่ๆ น่ารักๆ ที่ WhatsApp ไม่มี และคนเอเชียอย่างเราๆก็กระหายสิ่งนี้มานาน แม้ว่าจะมี Emoji คอยช่วยลดความอยากไปบ้าง แต่การมีกราฟฟิคที่ตัวใหญ่ว่า Emoji หลายเท่า ทำให้หลายคนอดใจไม่โหลดไม่ได้จริงๆ

ที่สำคัญคือ “ฟรี”

LINE จึงมีความโดดเด่นมาก เหมือนม้ามืดที่จู่ๆ ก็เข้ามาโดยไม่ทำให้รู้เนื้อรู้ตัว

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ได้รับผลกระทบกับเกม Non-voice นี้มากที่สุดกลับเป็น ค่ายโทรศัพท์มือถือต่างๆนั่นเอง เพราะการมี 2 สุดยอด App นี้ ทำให้ยอดการส่ง SMS นั้นตกลงไปมาก โดยเฉพาะในช่วงปีใหม่ที่เมื่อก่อนส่งคำอวยพรกันมากมายจนสัญญาณเต็ม ส่งกันไม่ได้ แย่งกันส่ง แต่ในปีนี้ผู้คนหันไปนิยมส่งข้อความกันแบบฟรีๆ กันด้วย WhatsApp และ LINE

ปี 2012 นี้อาจจะมี app ใหม่ๆ ที่จะเข้ามาแย่งชิงพื้นที่ตรงนี้อีก แต่ถ้าไม่มีจุดเด่นเหมือน LINE ก็น่าจะเข้ามายาก เพราะแม้แต่ LINE เองที่ว่ามาแรงๆแล้ว ยังไม่สามารถล้ม WhatsApp ได้ เพราะ LINE นั้น ยังขาด “เพื่อน” เช่นกัน

4. Browser

สถิติในปี 2554 ที่ผ่านมา Internet Explorer และ Firefox ค่อยๆแผ่วลง จำนวนคนใช้ลดลง ในทางกลับกัน ผู้คนนิยม Google Chrome เพิ่มขึ้น นักวิเคราะห์ต่างประเทศคาดว่า ปลายปี 2555 นี้ จำนวนคนใช้ Google Chrome น่าจะขึ้นมาแข่งกับ Internet Explorer ได้อย่างน่าสนใจ

ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเป็นเพราะความสามารถในการแสดงผลของ Internet Explorer ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเร็ว และการรองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ไม่สามารถสู้กับ Google Chrome หรือแม้กระทั่ง Firefox เองได้

จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจว่า แม้ Internet Explorer จะถูกรวมมากับระบบปฎิบัติการ Windows แล้ว แต่ก็ยังมีกลุ่มคนจำนวนไม่น้อยที่ยอมเสียเวลาดาวน์โหลด browser อื่นเข้ามาใช้แทน

แต่ความเป็นไปได้ที่ Google Chrome จะแซง Internet Explorer ได้ในเร็ววันนั้น คงเป็นไปได้ยาก เพราะยังมีผู้ใช้งานอีกมากมายที่อย่าว่าแต่รู้จัก Google Chome หรือ Firefox เลย แม้แต่ชื่อก็ยังไม่เคยได้ยิน

นั่นแปลว่าอะไร? การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ใช้ Google Chorme ทำให้นักพัฒนารู้ว่า วันนี้เราสามารถเขียนโค๊ดที่แสดงเทคนิคแพรวพราวได้มากขึ้น เพราะมีจำนวนคนที่สามารถมองเห็นได้มากขึ้น แต่ด้วยจำนวนคนใช้ Internet Explorer ที่ยังคงเป็นคนหมู่มากอยู่นั้น แปลว่า การพัฒนาก็ยังต้อง “เผื่อ” ไว้สำหรับคนที่มองไม่เห็นได้ทั้งหมดอยู่ดี

5. iOS และ Android

iOS คือระบบปฎิบัติการที่ใช้ใน iPhone และ iPad ทุกเครื่อง ส่วน Android คือระบบปฎิบัติการที่เป็นระบบเปิด พัฒนาโดย Google และ ฝังตัวอยู่ในมือถือ Smart Phone หลายยี่ห้อ เช่น Samsung, LG, HTC เป็นต้น

คำถามที่พูดกันหนาหูในช่วงหลังคือ iOS จะตายมั้ย? การมาของ Android อย่างมากมายจะฆ่า iOS มั้ย? แล้ว Android เองจะเกิดรึเปล่า?

ผมมองว่า โทรศัพท์มือถือ เป็นเหมือนร่างกาย ระบบปฎิบัติการคือ วิญญาณ ส่วน App ต่างๆคือ ความสามารถ

โทรศัพท์มือถือเครื่องเดียวกัน ระบบปฎิบัติการเดียวกัน แต่มี App ที่ต่างกัน ก็ให้ความสามารถที่ไม่เหมือนกัน

ดังนั้น ความสามารถจะมากน้อยขนาดไหน ขึ้นอยู่กับ App ที่มี

3 ส่วนที่ความพิจารณาในเรื่องนี้คือ

1. นักพัฒนา
ในวันนี้เรารู้แล้วว่ามีนักพัฒนา iOS มากมายหลายล้านคน และผลิต App ออกมาหลายล้าน Apps สำหรับฝั่ง Android ก็เช่นกัน ดังนั้นจำนวนผู้ผลิตคงไม่ต้องกังวลนัก

2. การพัฒนา
ในส่วนนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่อง “ลำดับความสำคัญ” มากกว่า แม้ว่าเราจะมีนักพัฒนาสำหรับทุก platform แล้ว แต่ในกรณีที่ “งบประมาณ” มีจำกัด หรือ “เวลา” มีน้อย นักพัฒนาหรือเจ้าของผลงานอาจจะต้อง “เลือก” ว่าจะพัฒนาแบบไหนก่อน ซึ่งจะเลือก หนึ่ง หรือ สอง นอกจากจะอยู่ที่ความง่ายในการพัฒนาแล้ว ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยที่สามด้านล่างนี้

3. การดาวน์โหลด
สร้างมา แต่ไม่มีคนดาวน์โหลดก็เท่านั้น ดังนั้น ในการพัฒนา App แต่ละตัว เจ้าของผลงานควรต้องดูว่า App นั้นแหมาะกับลูกค้ากลุ่มไหนอย่างไร ในกรณีที่ต้องเลือกพัฒนา จะเลือกระบบปฎิบัติการไหนก่อน?

การพัฒนา App ในช่วงนี้ที่มีสองระบบให้เลือกนั้น ทำให้หวนนึกไปถึงการพัฒนาโปรแกรมสำหรับคอมพิวเตอร์ในยุคแรกๆ ยุคที่โปรแกรมอย่าง Adobe Photoshop, Illustrator จะถูกสร้างเริ่มต้นที่ Mac ก่อน จากนั้นจึงค่อยไปที่ Windows และในทางกลับกัน โปรแกรมอย่าง Word, Excel หรือ เกมต่างๆ จะถูกพัฒนาที่ Windows ก่อนแล้วค่อยไปที่ Mac

สุดท้ายแล้ว ระบบไหนจะ win ก็คงต้องอยู่ที่ จำนวนผู้ใช้ และ จำนวนผู้ดาวน์โหลด ว่าอย่างไหนจะมากกว่ากัน เป็นตัวตัดสิน

สรุป ในปีนี้ การพัฒนา App จำเป็นต้องทำ iOS อย่างแน่นอน ด้วยการวางระบบที่มีมานานกว่า ช่วยให้นักพัฒนาสามารถทำงานได้ง่ายและเร็วขึ้น ดีขึ้น แต่สำหรับ Android ก็ยังเป็น option ที่ไม่ควรทิ้ง เพราะผู้ใช้งาน Android ก็เริ่มโหลด App กันไม่น้อยแล้วเช่นกัน

6. Cloud Service

หากเราจะยกเว้นการพูดคำว่า “กลุ่มเมฆ” ให้มันยาก แต่สรุปเราง่ายๆว่า Cloud Service คือ การเก็บรักษาข้อมูลไว้บนอินเตอร์เน็ท เพื่อความง่ายในการเข้าถึงข้อมูลเหล่านั้นได้ ทุกที่ และ ทุกเวลา ที่มีเน็ทใช้

ไมว่าข้อมูลเหล่านั้นจะเป็น อีเมล์ รายชื่อผู้ติดต่อ ไฟล์งานต่างๆ หรือแม้แต่ ระบบฐานข้อมูล ระบบจัดเก็บสินค้า ก็สามารถเก็บไว้บนอินเตอร์เน็ทได้

อธิบายง่ายๆ ไม่ต้องลงลึกมากก็น่าจะพอเข้าใจ concept

ดังนั้นเมื่อวันนี้อินเตอร์เน็ทมีกระจายอยู่ในทุกพื้นที่บนโลกนี้ มันก็เป็นเรื่องที่ดีอย่างแน่นอน ที่เราจะเก็บข้อมูลของเราไว้บนพื้นที่ที่เราสามารถเข้าถึงได้ตลอดเวลา แม้ในวันนั้นเราจะยืมคอมพิวเตอร์คนอื่นใช้

หากจะลงลึกไปกว่านั้น ผู้ให้บริการ Cloud Service ก็ยังมีระบบการป้องกันข้อมูลหาย หรือ Back up ให้เราในแบบที่เราไม่เคยคิดจะทำเสียด้วย

นักวิเคราะห์ต่างประเทศเห็นพ้องต้องกันว่า Cloud Service ไม่ใช่อนาคต แต่เป็นปัจจุบัน เป็นเทคโนโลยีที่จะได้รับความนิยมมากขึ้นไปเรื่อยๆ

Cloud Service อาจจะเป็นเรื่องเชิงเทคนิคมากไปนิด ดังนั้นจึงขอเขียนไว้เพื่อให้ได้ยินกันคุ้นๆหู พอจะรู้จักกันคร่าวๆ โดยระบบ Cloud Service ที่เด่นๆ ณ เวลานี้ก็มีเช่น iCloud ของ Apple, Google Cloud Service, Amazon Cloud Drive, SkyDrive โดย Microsoft, และ Dropbox

สำหรับเจ้าอื่นก็อาจจะนำ concept ของ Cloud Service นี้ไปประยุกต์เพื่อสร้างบริการใหม่ๆ อย่างเช่น Evernote (www.evernote.com) ที่ทำระบบการ “จดโน๊ต” ผ่านคอมพิวเตอร์, มือถือ, เว็บไซต์ โดยไม่ว่าคุณจะจดโน๊ตไว้เมื่อไหร่ที่ไหน ข้อมูลของคุณจะถูกเก็บไว้ในที่เดียวกัน คือบนอินเตอร์เน็ท

และทั้งหมดนี้คืออัพเดทเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในปี 2554 ที่ผ่านมา และสิ่งที่ควรจับตามองในปีนี้.. หวังว่าน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่ต้องการอ่านภาพรวมแบบง่ายๆนะครับ

blog72 เปิดเวอร์ชั่นสำหรับ iPhone, BB, และ Android

ด้วยความยอดเยี่ยมของ wordpress ที่ทำให้การใส่ plug-in เข้าไปตัวเดียว ปรับ setting นิดๆหน่อยๆ ก็เพิ่มความสามารถให้ blog72 อ่านได้ดีสบายตาและเหมาะสำหรับดูบนเครื่อง iPhone, Blackberry, และ Android แล้ว แถมยังสามารถ bookmark on Homescreen ของ iPhone ได้อีกด้วย

Plug-in ตัวนี้มีชื่อว่า WPTouch แนะนำว่าใครใช้ wordpress อยู่ตอนนี้อยากให้ลอง สำหรับตัว icon iphone นั้น หากใครจะทำสามารถ download ไฟล์ใน format Photoshop (PSD) เพื่อความเนียนเนียบ ได้จาก link นี้ http://www.blog72.net/download/iPhoneIcon.zip

Search This Site:



rgb72 on Facebook

คำศัพท์ Internet วันละคำ

ASP (คำที่เกี่ยวข้อง: asp, .net, php, SQL server, mySQL)
– Active Server Pages ภาษาในการเขียน program พัฒนาโดยบริษัท Microsoft ตัว program มีหน้าที่เชื่อมต่อระหว่างเว็บไซต์และระบบฐานข้อมูล โดย asp นั้นจะสามารถติดต่อได้กับฐานข้อมูลสองประเภทคือ Microsoft Access และ Microsoft SQL Server

72's Friends

Useful Links

rgb72


being72 คือหนังสือที่รวบรวมเรื่องราวความเป็น rgb72 บริษัทออกแบบเว็บไซต์ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน โดยจัดทำเนื่องในโอกาสครบรอบ 10ปี

+ บทความจากผู้เขียน
+ ตอนที่1: Pre-rgb72 / ทำงานกับ Martha Stewart
+ ตอนที่2: Pre-rgb72 / Arcadian
+ ตอนที่3: Pre-rgb72 / ewit
+ ตอนที่4: เริ่มต้นอย่างเงียบๆ
+ ตอนที่5: Generation 1 (ยุคที่1:บุกเบิก) / เริ่มต้นที่ศูนย์
+ ตอนที่6: โทร โทร โทร...
+ ตอนที่7: นามบัตร
+ ตอนที่8: หนังสือพิมพ์และโทรทัศน์
+ ตอนที่9: MATCHING STUDIO
+ ตอนที่10: มีเงินที่ไหน ให้ไปที่นั่น
+ ตอนที่11: พนักงานคนแรก
+ ตอนที่12: ภาพแทรก ออฟฟิสที่สองของ rgb72
+ ตอนที่13: เพื่อนจาก ewit
+ ตอนที่14: GettyImages ฟ้องจริง ถึงจริง
+ ตอนที่15: เว็บไซต์ที่ทำแบบมากที่สุด
+ ตอนที่16: ความฝันที่ 1 พบชื่อลูกค้าทุกๆ ห้านาทีที่ขับรถ
+ ตอนที่17: สมุย.. สร้างเสร็จได้ในวันเดียว
+ ตอนที่18: ขึ้นศาล.. มันไม่สนุก
+ ตอนที่19: นักธุรกิจต่างชาติ
+ ตอนที่20: ความฝันที่ 2 เที่ยวต่างประเทศ
+ ตอนที่21: Super AE
+ ตอนที่22: สินบน
+ ตอนที่23: ผู้หญิงที่ผมไม่รับ
+ ตอนที่24: งานที่คุณไม่ได้ดู
+ ตอนที่25: นักออกแบบ
+ ตอนที่26: คู่แข่งที่รัก
+ ตอนที่27: เซียนหลังกระดานหุ้น ตอนที่ 1/2
+ ตอนที่27: เซียนหลังกระดานหุ้น ตอนที่ 2/2
+ ตอนแทรก: หาาา?... อะไรนะ!!??
+ ตอนที่28: ยิ่งให้... ยิ่งได้
+ ตอนที่ 29: Wall of Frames
+ ตอนที่ 30: ผี 72
+ ตอนที่ 31: เพื่อนจากตะวันออกกลาง
+ ตอนที่ 32: Photography
+ ตอนที่ 33: Too Far from the Dream





Recent Comments

Powered by Disqus